พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · ธรรมบท
๓. จิตตวรรค เล่ม ๒๕
Text layerBuddha’s wordsItems ๑๓ (Royal Thai)3/26 in ธรรมบท4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ธรรมบท จิตตวรรค (Royal Thai Volume 25 · Mahachula Volume 25 · Mahamakut Volume 40 · Chaloem Phrakiat Volume 25)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 25, pp. 36–39
พระบาลีสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ธรรมบท
๓. จิตตวรรค
หมวดว่าด้วยการฝึกจิต
๑. เรื่องพระเมฆิยเถระ
{๑๓} [๓๓] ผู้มีปัญญาย่อมทำจิตที่ดิ้นรน กลับกลอก รักษาได้ยาก ห้ามได้ยาก ให้ตรงได้ เหมือนช่างศรดัดลูกศรให้ตรงได้ ฉะนั้น[๓๔] จิตนี้อันผู้บำเพ็ญเพียรยกขึ้นแล้วจากอาลัยคือกามคุณ ๕ เพื่อจะละบ่วงมาร ย่อมดิ้นรน ดุจปลาที่ชาวประมง ยกขึ้นจากที่อยู่คือนํ้าแล้วโยนไปบนบกดิ้นรนอยู่ฉะนั้น
๒. เรื่องภิกษุรูปใดรูปหนึ่ง
[๓๕] การฝึกจิตที่ข่มได้ยาก รวดเร็ว มักตกไปในอารมณ์น่าใคร่เสมอ เป็นความดี เพราะว่าจิตที่ฝึกดีแล้วนำสุขมาให้
๓. เรื่องพระอุกกัณฐิตภิกษุ
[๓๖] ผู้มีปัญญาพึงรักษาจิตที่เห็นได้ยาก ละเอียดอ่อนยิ่งนัก มักตกไปในอารมณ์น่าใคร่เสมอ เพราะว่าจิตที่คุ้มครอง แล้วนำสุขมาให้
- ๑บ่วงมาร ในที่นี้หมายถึงวงจรกิเลส (กิเลสวัฏ) ซึ่งประกอบด้วยอวิชชา ตัณหา และอุปาทาน (ขุ.ธ.อ. ๒/๑๑๒)
๓. จิตตวรรค ๖. เรื่องภิกษุ ๕๐๐ รูป
๔. เรื่องพระสังฆรักขิตเถระ
![๓๗] ชนเหล่าใดสำรวมจิตที่ไปได้ไกล เที่ยวไปตามสำพัง ไม่มี รูปร่าง มีถํ้าคือหทัยเป็นที่อยู่อาศัยได้ ชนเหล่านั้น ย่อมพ้นจากบ่วงมารได้
๕. เรื่องพระจิตตหัตถเถระ
[๓๘] ปัญญาย่อมไม่สมบูรณ์แก่บุคคลผู้มีจิตไม่มั่นคง ไม่รู้แจ้ง พระสัทธรรม มีความเลื่อมใสเลื่อนลอย
[๓๙] ผู้มีจิตอันราคะซึมซาบไม่ได้แล้ว มีใจอันโทสะกระทบไม่ได้แล้ว ละบุญบาปได้แล้ว ตื่นอยู่ ย่อมไม่มีภัย
๖. เรื่องภิกษุ ๕๐๐รูป
[๔๐] กุลบุตรพึงรู้จักกายนี้ซึ่งเปรียบเสมีอนหม้อนํ้า กั้นจิตนี้ซึ่ง เปรียบเสมือนนครเสีย แล้วพึงรบกะมารคือกิเลสด้วย อาวุธคือปัญญา พึงรักษาความชนะเข้าไว้ และพึงเป็น ผู้ไม่ติดที่อยู่
- ๑ที่ไปได้ไกล หมายถึงรับอารมณ์ที่อยู่ไกลได้ เที่ยวไปตามลำพัง หมายถึงเกิด-ดับที ละขณะหรือทีละดวง ไม่มีรูปร่าง หมายถึงไม่มีสัณฐาน ไมมีสี เป็นต้น มีถ้ำคือหทัยเป็นที่อยู่อาศัย หมาย ถึงอาศัยอยู่ในมหาภูตรูป ๔ และหทัยรูป (ขุ.ธ.อ. ๒/๑๒๖)
พระบาลีสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ธรรมบท
๗. เรื่องพระปูติคัตตติสสเถระ
[๔๑] ร่างกายนี้ไม่นานก็จะไร้วิญญาณ ถูกทอดทิ้งให้นอนบนแผ่นดิน เหมือนท่อนไม้ที่ไร้ประโยชน์
๘. เรื่องนายนันทโคบาล
[๔๒] จิตที่บุคคลตั้งไว้ผิดแล้วย่อมทำเจ้าตัวให้เลวยิ่งกว่าความ พินาศฉิบหายและความทุกข์ที่โจรเห็นโจรหรือคนมีเวร เห็นคนคู่เวรกันแล้วทำให้แก่กันเสียอีก
๙. เรื่องพระโสไรยเถระ
[๔๓] จิตที่บุคคลตั้งไว้ชอบแล้วย่อมทำเจ้าตัวให้ประเสริฐกว่า สิ่งที่บิดามารดาหรือแม้ญาติเหล่าอื่นจะไม่พึงทำให้ได้
จบ จิตตวรรคที่ ๓
- ๑จิตที่บุคคลตั้งไว้ผิด ในที่นี้หมายถึงจิตที่ตั้งไว้ในอกุศลกรรมบถ ๑๐ (ขุ.ธ.อ. ๒/๑๔๓)
- ๒จิตที่บุคคลตั้งไว้ชอบ ในที่นี้หมายถึงจิตที่ตั้งไว้ในกุศลกรรมบถ ๑๐ (ขุ.ธ.อ. ๒/๑๔๙)
๔. ปุปผวรรค ๒. เรื่องพระมรีจิกัมมัฏฐานิกภิกษุ
๔. ปุปผวรรค
หมวดว่าด้วยคนฉลาดกับดอกไม้
๑. เรื่องภิกษุ ๕๐๐ รูป
{๑๔} [๔๔] ใครจักรู้แจ้งแผ่นดินนี้ ยมโลก และมนุษยโลกนี้ พร้อม ทั้งเทวโลก ใครจักเลือกสรรบทธรรมที่เราแสดงดีแล้ว ดุจช่างดอกไม้ที่ฉลาดเลือกสรรดอกไม้[๔๕] พระเสขะจักรู้แจ้งแผ่นดิน ยมโลก และมนุษยโลกนี้ พร้อมทั้งเทวโลก พระเสขะจักเลือกสรรบทธรรมที่เรา แสดงดีแล้ว ดุจช่างดอกไม้ที่ฉลาดเลือกสรรดอกไม้
๒. เรื่องพระมรีจิกัมมัฏฐานิกภิกษุ
[๔๖] ภิกษุรู้แจ้งกายนี้ว่ามีอุปมาเหมือนฟองน้ำ รู้ประจักษ์กาย นี้ว่าธรรมดาก็เหมือนพยับแดด พึงตัดดอกไม้แห่งมารคือ วัฏฏะเสียแล้ว ก็จะไปถึงที่ที่มัจจุราชมองไม่เห็น
- ๑แผ่นดินนี้ หมายถึงอัตภาพนี้ ยมโลก หมายถึงอบายภูมิ ๔ (ขุ.ธ.อ. ๓/๑-๒)
- ๒พระเสขะ หมายถึงภิกษุผู้ยังต้องศึกษาไตรสิกขา ได้แก่ พระอริยบุคคล ๗ เบื้องต้นในจำนวน ๘ คือ ท่านผู้ตั้งอยู่ในโสดาปัตติมรรค โสดาปัตติผลหรือท่านผู้เป็นพระโสดาบัน สกทาคามิมรรค สกทาคามิผลหรือท่านผู้เป็นพระสกทาคามี อนาคามิมรรค อนาคามิผลหรือท่านผู้เป็นพระอนาคามี และท่านผู้ตั้งอยู่ในอรหัตตมรรค (นัย วิ.อ. ๑/๒๕๗, สํ.ส.อ. ๑๐๑,สํ.ม.อ. ๑๙๕, องุ.ทุก.อ. ๓๔, ขุ.ธ.อ. ๓/๒)
End of ๓. จิตตวรรค