arnon.worldSign in

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · ธรรมบท

๔. ปุปผวรรค เล่ม ๒๕

Text layerBuddha’s wordsItems ๑๔ (Royal Thai)4/26 in ธรรมบท4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ธรรมบท ปุปผวรรค (Royal Thai Volume 25 · Mahachula Volume 25 · Mahamakut Volume 41 · Chaloem Phrakiat Volume 25)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 25, pp. 39–43

Page 39

๔. ปุปผวรรค ๒. เรื่องพระมรีจิกัมมัฏฐานิกภิกษุ

๔. ปุปผวรรค

หมวดว่าด้วยคนฉลาดกับดอกไม้

๑. เรื่องภิกษุ ๕๐๐ รูป

{๑๔} [๔๔] ใครจักรู้แจ้งแผ่นดินนี้ ยมโลก และมนุษยโลกนี้ พร้อม ทั้งเทวโลก ใครจักเลือกสรรบทธรรมที่เราแสดงดีแล้ว ดุจช่างดอกไม้ที่ฉลาดเลือกสรรดอกไม้[๔๕] พระเสขะจักรู้แจ้งแผ่นดิน ยมโลก และมนุษยโลกนี้ พร้อมทั้งเทวโลก พระเสขะจักเลือกสรรบทธรรมที่เรา แสดงดีแล้ว ดุจช่างดอกไม้ที่ฉลาดเลือกสรรดอกไม้

๒. เรื่องพระมรีจิกัมมัฏฐานิกภิกษุ

[๔๖] ภิกษุรู้แจ้งกายนี้ว่ามีอุปมาเหมือนฟองน้ำ รู้ประจักษ์กาย นี้ว่าธรรมดาก็เหมือนพยับแดด พึงตัดดอกไม้แห่งมารคือ วัฏฏะเสียแล้ว ก็จะไปถึงที่ที่มัจจุราชมองไม่เห็น

Footnotes (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑แผ่นดินนี้ หมายถึงอัตภาพนี้ ยมโลก หมายถึงอบายภูมิ ๔ (ขุ.ธ.อ. ๓/๑-๒)
  2. ๒พระเสขะ หมายถึงภิกษุผู้ยังต้องศึกษาไตรสิกขา ได้แก่ พระอริยบุคคล ๗ เบื้องต้นในจำนวน ๘ คือ ท่านผู้ตั้งอยู่ในโสดาปัตติมรรค โสดาปัตติผลหรือท่านผู้เป็นพระโสดาบัน สกทาคามิมรรค สกทาคามิผลหรือท่านผู้เป็นพระสกทาคามี อนาคามิมรรค อนาคามิผลหรือท่านผู้เป็นพระอนาคามี และท่านผู้ตั้งอยู่ในอรหัตตมรรค (นัย วิ.อ. ๑/๒๕๗, สํ.ส.อ. ๑๐๑,สํ.ม.อ. ๑๙๕, องุ.ทุก.อ. ๓๔, ขุ.ธ.อ. ๓/๒)
Page 40

พระบาลีสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ธรรมบท

๓. เรื่องเจ้าชายวิฑูฑภะ

[๔๗] มัจจุราชย่อมพานรชนผู้มีใจซ่านไปในอารมณ์ต่าง ๆ ผู้กำลังเลือกเก็บมวลดอกไม้อยู่นั่นเองไป เหมือนห้วงน้ำใหญ่ พัดพาชาวบ้านที่หลับไหลอยู่ไปฉะนั้น

๔. เรื่องนางปติปูชิกา

[๔๘] มัจจุราชคือความตายย่อมทำนรชนผู้มีใจซ่านไปในอารมณ์ ต่างๆ ผู้กำลังเลือกเก็บมวลดอกไม้อยู่นั่นเอง ไม่รู้จักอิ่ม ในกามคุณ ให้อยู่ในอำนาจ

๕. เรื่องมัจฉริโกสิยเศรษฐี

[๔๙] บรรพชิตพึงเที่ยวไปบิณฑบาตตามหมู่บ้าน เหมือนแมลง ผึ้งไม่ทำดอกไม้สีและกลิ่นให้ชอกชํ้า ลิ้มเอาแต่น้ำหวาน แล้วบินไปฉะนั้น

๖. เรื่องปาฏิกาชีวก

[๕๐] บุคคลไม่พึงใส่ใจคำแสลงหูของคนเหล่าอื่น ไม่พึงไป มองการงานของคนอื่นว่าทำแล้วหรือยังไม่ได้ทำ พึงพิจารณา ดูแต่การงานของตนที่ทำแล้วและยังไม่ได้ทำ เท่านั้น

Page 41

๔. ปุปผวรรค ๙. เรื่องปัญหาพระอานนทเถระ

๗. เรื่องฉัตตปาณิอุบาสก

[๕๑] วาจาที่กล่าวดีแล้วย่อมไม่มีผลแก่คนที่ไม่ทำตาม เหมือน ดอกไม้ที่งามเพียงสี แต่ไม่มีกลิ่นหอม

![๕๒] วาจาที่กล่าวดีแล้วย่อมมีผลแก่คนที่ทำตาม เหมือนดอกไม้ ที่งามทั้งสีและมีกลิ่นหอม

๘. เรื่องนางวิสาขา

[๕๓] สัตว์โลกที่เกิดมาแล้วพึงทำความดีไว้ให้มาก เหมือน ช่างดอกไม้ร้อยมาลัยดอกไม้จากกองดอกไม้ให้มากฉะนั้น

๙. เรื่องปัญหาพระอานนทเถระ

[๕๔] กลิ่นดอกไม้หอมฟุ้งทวนลมไปไม่ได้ กลิ่นจันทน์หรือกฤษณา และกลัมพักก็หอมฟุ้งทวนลมไปไม่ได้ ส่วน กลิ่นของสัตบุรุษหอมฟุ้งทวนลมไปได้ เพราะสัตบุรุษ ย่อมหอมฟุ้งไปทั่วทุกทิศ[๕๕] กลิ่นศีลยอดเยี่ยมกว่ากลิ่นเหล่านี้ คือ กลิ่นจันทน์ กลิ่น กฤษณา กลิ่นดอกบัว และกลิ่นดอกมะลิ

Footnotes (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑วาจาที่กล่าวดีแล้ว (วาจาสุภาษิต)ในที่นี้หมายถึงพระพุทธพจน์คือพระไตรปิฎก (ขุ.ธ.อ. ๒/๔๒)
  2. ๒กลัมพัก หมายถึงผักบุ้ง (พจนานุกรม ฉบับราซบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๒๕ หน้า ๖๑)
Page 42

พระบาลีสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ธรรมบท

๑๐. เรื่องการถวายบิณฑบาตแก่พระมหากัสสปเถระ

[๕๖] กลิ่นกฤษณาและกลิ่นจันทน์มีความหอมเพียงเล็กน้อย ส่วนกลิ่นของท่านผู้มีศีลทั้งหลายมีความหอมสูงสุด ย่อม หอมฟุ้งไปทั้วทั้งเทวโลกและมนุษยโลก

๑๑. เรื่องพระโคธิกเถระ

[๕๗] มารย่อมหาไม่พบทางของท่านผู้มีศีลสมบูรณ์ ผู้ดำรงอยู่ ด้วยความไม่ประมาททุกเมื่อ ผู้หลุดพ้นได้เด็ดขาดแล้ว เพราะรู้ชอบ

๑๒. เรื่องนายครหทินน์

[๕๘] ดอกปทุมถึงจะเกิดในกองหยากเยื่อที่เขาทิ้งใกล้ทางใหญ่นั้น ก็ยังมีกลิ่นฺหอม น่ารื่นรมย์ใจ ฉันใด

[๕๙] เมื่อปวงปุถุชนเป็นดังกองหยากเยื่อกัน สาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าย่อมไพโรจน์เลยปวงปุถุชนผู้เป็นดังคน มีดบอดด้วยปัญญา ฉันนั้น

จบ ปุปผวรรคที่ ๔

Page 43

๕. พาลวรรค ๓. เรื่องอานันทเศรษฐี

๕. พาลวรรค

หมวดว่าด้วยคนพาล

๑. เรื่องชายคนหนึ่ง

{๑๕} [๖๐] ราตรีหนึ่งย่อมยาวนานลำหรับคนที่ตื่นอยู่ ทางโยชน์หนึ่งย่อมยาวไกลสำหรับคนที่เมื่อยล้า สังสารวัฏย่อม ยาวไกลสำหรับคนพาลที่ไม่รู้แจ้งพระสัทธรรม

๒. เรื่องสัทธิวิหาริกของพระมหากัสสปเถระ

[๖๑] ถ้าบุคคลผู้จะท่องเที่ยวไปยังหาคนที่ดีกว่าตนหรือที่เสมอ กับตนเป็นเพื่อนไม่ได้ ก็พึงท่องเที่ยวไปคนเดียวดีกว่า เพราะในคนพาลย่อมไม่มีความเป็นสหาย

๓. เรื่องอานันทเศรษฐี

[๖๒] คนพาลย่อมเดือดร้อนอยู่ว่า ‘เรามีบุตร เรามีทรัพย์’ ที่แท้ ตัวของตัวเองยังไม่มี บุตรจักมีแต่ที่ไหน ทรัพย์จักมี แต่ที่ไหน

Footnotes (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑สังสารวัฏ ลำดับสืบต่อที่เป็นไปไม่ขาดสายแห่งขันธ์ ธาตุ และอายตนะทั้งหลาย หมายถึงการ เวียนว่ายตายเกิดอยู่ในภพกำเนิดต่าง ๆ (ที.ม.อ. ๙๔, สํ.นิ.อ. ๑๑๐, ขุ.ธ.อ. ๓/๑๐๖)

End of ๔. ปุปผวรรค