พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · วีสตินิบาต
๑๐. จัมเปยยชาดก เล่ม ๒๗
Text layerBuddha’s wordsItems ๒๑๘๐–๒๒๐๗ (Royal Thai)10/14 in วีสตินิบาต4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
๑๐ จมฺเปยฺยชาตกํ
๑๐. จัมเปยยชาดก
บำเพ็ญตบะเพื่อต้องการเกิดเป็นมนุษย์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก วีสตินิบาต จัมเปยยชาดก (Royal Thai Volume 27 · Mahachula Volume 27 · Mahamakut Volume 61 · Chaloem Phrakiat Volume 27)
กา นุ วิชฺชุริวาภาสิ โอสธี วิย ตารกา
เทวตา นุสิ คนฺธพฺพี น ตํ มญฺญามิ มานุสี ๑ ฯ
ท่านเป็นใคร งามผ่องใสดุจสายฟ้า และอุปมาเหมือนดาวประจำรุ่ง เราไม่รู้จักท่านว่า เป็นเทวดาหรือคนธรรพ์ หรือเป็นหญิงมนุษย์?
นมฺหิ เทวี น คนฺธพฺพี น มหาราช มานุสี
นาคกญฺญาสฺมิ ภทฺทนฺเต อตฺเถนมฺหิ อิธาคตา ฯ
ข้าแต่พระมหาราชา หม่อมฉันหาใช่เทวดา คนธรรพ์ หรือหญิงมนุษย์ไม่ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ หม่อมฉันเป็นนางนาคกัญญา อาศัยเหตุอย่างหนึ่งจึงได้มาในพระนครนี้.
วิพฺภนฺตจิตฺตา กุปิตินฺทฺริยาสิ
เนตฺเตหิ เต วาริคณา สวนฺติ
กินฺเต นฏฺฐํ กึ ปน ปตฺถยานา
อิธาคตา นาริ ตทิงฺฆ พฺรูหิ ฯ
๑ ม. มานุสึ ฯ
ดูกรนางนาคกัญญา ท่านมีอาการเหมือนคนมีจิตฟั่นเฟือน มีอินทรีย์อันเศร้าหมอง หยาดน้ำตาไหลออกจากเบ้าตาทั้งสองของท่าน อะไรของท่านหาย หรือว่าท่านปรารถนาอะไรจึงได้มาในเมืองนี้ เชิญท่านบอกเถิด?
ยมุคฺคเตโช อุรโคติ จาหุ
นาโคติ นํ อาหุ ชโน ๑ ชนินฺท
ตมคฺคหี ปุริโส ชีวิกตฺโถ
ตํ พนฺธนา มุญฺจ ปตี มเมโส ฯ
ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมประชาชน มหาชนเขาร้องเรียกสัตว์ใดว่า อุรคชาติผู้มีเดชสูง มหาชนเขาร้องเรียกสัตว์นั้นว่า นาค บุรุษคนนี้จับนาคนั้นมาต้องการเลี้ยงชีพ นาคนั่นแหละเป็นสามีของหม่อมฉัน ขอพระองค์ได้ทรงพระกรุณาโปรดปล่อยนาคนั้นเสียจากที่คุมขังเถิด เพคะ.
กถนฺวยํ พลวิริยูปปนฺโน
หตฺถตฺถมาคจฺฉิ วนิพฺพกสฺส
อกฺขาหิ เม นาคกญฺเญ ตมตฺถํ
กตํ วิชาเนมุ คหีตนาคํ ฯ
ดูกรนางนาคกัญญา นาคราชนี้ประกอบไปด้วยกำลังอันแรงกล้า ไฉนจึงมาถึงเงื้อมมือของชายวณิพกได้เล่า เราจะใคร่รู้ถึงการที่นาคราชถูกกระทำจนถูกจับมาได้ ขอท่านจงบอกความข้อนั้นแก่เราเถิด?
นครํปิ นาโค ภสฺมํ กเรยฺย
ตถาหิ โส พลวิริยูปปนฺโน
ธมฺมญฺจ นาโค อปจายมาโน
ตสฺมา ปรกฺกมฺม ตโป กโรติ ฯ
แท้จริง นาคราชนั้นประกอบด้วยกำลังอันแรงกล้า พึงทำแม้นครให้เป็นภัสมธุลีไปได้ แต่เพราะนาคราชนั้น เคารพ นบนอบธรรม ฉะนั้น จึงได้บากบั่นบำเพ็ญตบะ.
จาตุทฺทสึ ปณฺณรสึ ๒ จ ราช
จตุปฺปเถ สมฺมติ นาคราชา
ตมคฺคหี ปุริโส ชีวิกตฺโถ
ตํ พนฺธนา มุญฺจ ปตี มเมโส ฯ
ข้าแต่พระราชา นาคราชอธิษฐานรักษาอุโบสถในดิถีที่ ๑๔ และดิถีที่ ๑๕นอนอยู่ใกล้ทางสี่แพร่ง บุรุษหมองูจับนาคราชนั้นมาต้องการเลี้ยงชีพนาคราชนี้เป็นสามีของหม่อมฉัน ขอพระองค์ได้ทรงพระกรุณาโปรดปล่อยนาคราชนั้นจากที่คุมขังเถิด เพคะ.
โสฬสิตฺถีสหสฺสานิ อามุตฺตมณิกุณฺฑลา
วาริเคหสยา นารี ตาปิ ตํ สรณํ คตา ฯ
ธมฺเมน โมเจหิ อสาหเสน
คาเมน นิกฺเขน ควํ สเตน
โอสฺสฏฺฐกาโย อุรโค จราตุ
ปุญฺญตฺถิโก มุญฺจตุ พนฺธนสฺมา ฯ
๑ ม. ชนา ฯ ๒ ม. ปญฺจทสึ ฯ
สนมนารีถึงหมื่นหกพันนาง ล้วนสวมใส่กุณฑลแก้วมณี บรรดาลวารีเป็นห้องไสยาสน์ แม้สนมนารีเหล่านั้นก็ยึดถือนาคราชนั้นเป็นที่พึ่ง.
ขอพระองค์ได้ทรงพระกรุณาโปรดปล่อยนาคราชนั้นโดยธรรม ปราศจากกรรมอันสาหัสเถิด ด้วยบ้านส่วยร้อยบ้าน ทองร้อยแท่ง และโคร้อยตัว ขอนาคราชผู้ต้องการบุญ จงเหยียดกายตรงเที่ยวไป จงพ้นจากที่คุมขังเถิด เพคะ.
ธมฺเมน โมเจมิ อสาหเสน
คาเมน นิกฺเขน ควํ สเตน
โอสฺสฏฺฐกาโย อุรโค จราตุ
ปุญฺญตฺถิโก มุญฺจตุ พนฺธนสฺมา ฯ
ทมฺมิ นิกฺขสตํ ลุทฺท ถูลญฺจ มณิกุณฺฑลํ
จตุรสฺสญฺจ ปลฺลงฺกํ อุมฺมารปุปฺผสนฺนิภํ ฯ
เทฺว จ สาทิสิโย ภริยา อุสภญฺจ ควํ สตํ
โอสฺสฏฺฐกาโย อุรโค จราตุ
ปุญฺญตฺถิโก มุญฺจตุ พนฺธนสฺมา ฯ
เราจะปล่อยนาคราชนี้ไปโดยธรรม ปราศจากกรรมอันสาหัส ด้วยบ้านส่วยร้อยบ้าน ทองคำร้อยแท่ง โคร้อยตัว นาคราชผู้ต้องการบุญ จงเหยียดกายตรงเที่ยวไป จงพ้นจากที่คุมขัง.
ดูกรนายพราน ฉันจะให้ทอง ๑๐๐ แท่ง กุณฑลแก้วมณีราคามาก บัลลังก์สี่เหลี่ยมสีดังดอกผักตบ ภรรยารูปงาม ๒ คน และโคอุสุภะ ๑๐๐ ตัวแก่ท่าน ขอนาคราชตัวต้องการบุญ จงเหยียดกายตรงเที่ยวไป จงพ้นจากที่คุมขังเถิด.
วินาปิ ทานา ตว วจนํ ชนินฺท
มุญฺเจมุ นํ อุรคํ พนฺธนสฺมา
โอสฺสฏฺฐกาโย อุรโค จราตุ
ปุญฺญตฺถิโก มุญฺจตุ พนฺธนสฺมา ฯ
ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมประชาชน แม้จะมิทรงพระราชทานสิ่งไรเลยเพียงแต่รับสั่งให้ปล่อยเท่านั้น ข้าพระพุทธเจ้าก็จะปล่อยนาคราชนั้นจากที่คุมขังทันที ขอนาคราชตัวต้องการบุญ จงเหยียดกายตรงเที่ยวไปจงพ้นจากที่คุมขังเถิด.
มุตฺโต จมฺเปยฺยโก นาโค ราชานํ เอตทพฺรวิ
นโม เต กาสิราชตฺถุ นโม เต กาสิวฑฺฒน
อญฺชลึ เต ปคฺคณฺหามิ ปสฺเสยฺยํ เม นิเวสนํ ฯ
จัมเปยยนาคราชหลุดพ้นได้แล้ว จึงกราบทูลพระราชาว่า ข้าแต่พระเจ้ากาสิกราช ข้าพระพุทธเจ้าขอถวายบังคมพระองค์ ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงผดุงกาสิกรัฐให้รุ่งเรือง ข้าพระพุทธเจ้าขอถวายบังคมพระองค์ ข้าพระพุทธเจ้าประนมอัญชลีแด่พระองค์ ขอเชิญเสด็จทอดพระเนตรนิเวศน์ของข้าพระพุทธเจ้าเถิด พระเจ้าข้า.
อทฺธา หิ ทุพฺพิสฺสสเมตมาหุ
ยํ มานุโส วิสฺสเส อมานุสมฺหิ
สเจ จ มํ ยาจสิ เอตมตฺถํ
ทกฺเขมุ เต นาค นิเวสนานิ ฯ
ดูกรนาคราช แท้จริง คนทั้งหลายเขากล่าวถึงเหตุที่มนุษย์จะพึงคุ้นเคยกับอมนุษย์ว่า พึงคุ้นเคยกันได้ยาก ก็ถ้าท่านขอร้องเราถึงเรื่องนั้น เราก็อยากจะไปดูนิเวศน์ของท่าน.
สเจปิ วาโต คิริมาวเหยฺย
จนฺโท จ สุริโย จ ฉมา ปเตยฺยุํ
สพฺพา จ นชฺโช ปฏิโสตํ วเชยฺยุํ
น เตฺววหํ ราช มุสา ภเณยฺยํ ฯ
นภํ ผเลยฺย อุทธิ วิสุสฺเส ๑
สํวตฺเตยฺย ภูตธรา วสุนฺธรา
สิลุจฺจโย เมรุ สมูลมุพฺพเห
น เตฺววหํ ราช มุสา ภเณยฺยํ ฯ
ข้าแต่พระราชา ถึงแม้ว่า ลมจะพึงพัดภูเขาไปก็ดี พระจันทร์ และพระอาทิตย์จะพึงเผาผลาญแผ่นดินก็ดี แม่น้ำทุกสายพึงไหลทวนกระแสก็ดีถึงกระนั้น ข้าพระพุทธเจ้าก็จะไม่กล่าวคำเท็จเลย. ข้าแต่พระราชา ท้องฟ้าจะทำลายไป ทะเลจะเหือดแห้งไป มหาปฐพีมีนามว่าภูตธราและพสุนธราจะพึงม้วนได้ เมรุบรรพตอันหนาแน่นด้วยศิลาจะพึงถอนไปทั้งราก ถึงกระนั้น ข้าพระพุทธเจ้าจะไม่กล่าวคำเท็จเลย.
อทฺธา หิ ทุพฺพิสฺสสเมตมาหุ
ยํ มานุโส วิสฺสเส อมานุสมฺหิ
สเจ จ มํ ยาจสิ เอตมตฺถํ
ทกฺเขมุ เต นาค นิเวสนานิ ฯ
ดูกรนาคราช แท้จริง คนทั้งหลายเขากล่าวถึงเหตุที่มนุษย์จะพึงคุ้นเคยกับอมนุษย์ว่า พึงคุ้นเคยกันได้ยาก ก็ถ้าท่านขอร้องเราถึงเรื่องนั้น เราก็อยากจะไปดูนิเวศน์ของท่าน.
ตุเมฺห โขตฺถ โฆรวิสา อุฬารา
มหาเตชา ขิปฺปโกปี จ โหถ
มม การณา พนฺธนสฺมา ปมุตฺโต
อรหสิ โน ชานิตเว ๒ กตานิ ฯ
๑ ม. อุทธีปิ สุสฺเส ฯ ๒ สี. ชานิตาเย ฯ ม. ชานิตุเย ฯ ยุ. ชานิตเย ฯ
ท่านเป็นผู้มีพิษร้ายแรงยิ่ง มีเดชมาก ทั้งโกรธง่าย ท่านหลุดพ้นจากที่คุมขังไปได้ก็เพราะเหตุแห่งเรา ท่านควรจะรู้คุณที่เราทำให้แก่ท่าน.
โส ปจฺจตํ นิรเย โฆรรูเป
มา กายิกํ สาตมลตฺถ กิญฺจิ
เปฬาย พนฺโธ มรณํ อุเปตุ
โย ตาทิสํ กมฺมกตํ น ชาเน ฯ
ข้าพระพุทธเจ้าถูกคุมขังอยู่ในกระโปรง เกือบจะถึงความตาย จักไม่รู้จักอุปการคุณที่พระองค์ทรงกระทำแล้วเช่นนั้น ก็ขอให้ข้าพระพุทธเจ้าจงหมกไหม้อยู่ในนรกอันแสนร้ายกาจ อย่าได้รับความสำราญกายสักหน่อยหนึ่งเลย.
สจฺจปฺปฏิญฺญา ตวเมส โหตุ
อกฺโกธโน โหหิ อนูปนาหี
สพฺพญฺจ เต นาคกุลํ สุปณฺณา
อคฺคึว คิมฺหาสุ ๑ วิวชฺชยนฺตุ ฯ
คำปฏิญาณของท่านนั้น จงเป็นคำสัตย์จริง ท่านอย่าได้มีความโกรธ อย่าผูกโกรธไว้ อนึ่ง ขอสุบรรณทั้งหลายจงละเว้นนาคสกุลของท่านทั้งมวลเหมือนไฟในฤดูร้อน ฉะนั้น.
อนุกมฺปสิ นาคกุลํ ชนินฺท
มาตา ยถา สุปฺปิยเมกปุตฺตํ
อหญฺจ เต นาคกุเลน สทฺธึ
กาหามิ เวยฺยาวฏิกํ อุฬารํ ฯ
ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมประชาชน พระองค์ทรงเอ็นดูนาคสกุล เหมือนมารดาผู้เอ็นดูบุตรคนเดียวผู้เป็นสุดที่รัก ฉะนั้น. ข้าพระพุทธเจ้ากับนาคสกุล จะขอกระทำเวยยาวฏิกกรรมอย่างยอดยิ่งแด่พระองค์.
โยเชนฺตุ เว ราชรเถ สุจิตฺเต
กมฺโพชเก อสฺสตเร สุทนฺเต
นาเค จ โยเชนฺตุ สุวณฺณกปฺปเน
ทกฺเขมุ นาคสฺส นิเวสนานิ ฯ
เจ้าพนักงานรถ จงตระเตรียมราชรถอันงามวิจิตร จงเทียมอัสดรอันเกิดในกัมโพชกรัฐซึ่งฝึกหัดอย่างดีแล้ว และเจ้าพนักงานช้างจงผูกช้างตัวประเสริฐทั้งหลาย ให้งามไปด้วยสุวรรณหัตถาภรณ์ เราจะไปดูนิเวศน์ของนาคราช.
เภรี มุทิงฺคา ปณวา จ สงฺขา
อาวชฺชยึสุ อุคฺคเสนรญฺโญ
ปายาสิ ราชา พหุ โสภมาโน
ปุรกฺขโต นาริคณสฺส มชฺเฌ ฯ
๑ ม. คิเมฺหสุ ฯ
พนักงานเภรี ตะโพน บัณเฑาะว์ และแตรสังข์ของพระเจ้าอุคคเสนราชมาพร้อมหน้ากัน พระราชาทรงแวดล้อมด้วยสนมนารี เสด็จไปในท่ามกลางหมู่สนมนารีงามสง่ายิ่งนัก.
สุวณฺณจิตฺตกํ ภูมึ อทฺทกฺขิ กาสิวฑฺฒโน
โสวณฺณมเย จ ปาสาเท เวฬุริยผลกตฺถเต ฯ
ส ราชา ปาวิสิ พฺยมฺหํ จมฺเปยฺยสฺส นิเวสนํ
อาทิจฺจวณฺณสนฺนิภํ กํสวิชฺชุปภสฺสรํ ฯ
นานารุกฺเขหิ สญฺฉนฺนํ นานาคนฺธสมีริตํ
โส ปาเวกฺขิ กาสิราชา จมฺเปยฺยสฺส นิเวสนํ ฯ
ปวิฏฺฐสฺมึ กาสิรญฺเญ จมฺเปยฺยสฺส นิเวสเน
ทิพฺพา ตุริยา ปวชฺชึสุ นาคกญฺญา จ นจฺจิสุํ ๑ ฯ
ตํ นาคกญฺญา จริตํ คเณน
อนฺวารุหิ กาสิราชา ปสนฺโน
นิสีทิ โสวณฺณมยมฺหิ ปีเฐ
สาปสฺสเย จนฺทนสารลิตฺเต ฯ
พระเจ้ากาสีวัฒนราช ได้ทอดพระเนตรเห็นภูมิภาคอันงามวิจิตรลาดแล้วด้วยทรายทองทั้งสุวรรณปราสาทก็ปูลาดไปด้วยแผ่นกระดานแก้วไพฑูรย์.
พระองค์เสด็จเข้าไปสู่นิเวศน์ของจัมเปยยนาคราชอันประดับประดาแล้วงามโอภาสดุจแสงพระอาทิตย์ มีรัศมีดังสายฟ้าในกลุ่มเมฆ พระเจ้ากาสิกราชทรงทอดพระเนตรจนทั่วนิเวศน์ของจัมเปยยนาคราช อันดาดาษไปด้วยรุกขชาตินานาชนิด หอมฟุ้งไปด้วยกลิ่นทิพย์ต่างๆ เมื่อพระเจ้ากาสิกราชเสด็จเข้าไปในนิเวศน์ของจัมเปยยนาคราช ทิพยดนตรีก็บรรเลงและเหล่านางนาคกัญญาต่างก็ฟ้อนรำขับร้องถวาย. พระเจ้ากาสิกราชเสด็จขึ้นนิเวศน์ ซึ่งมีหมู่นางนาคกัญญาตามเสด็จ ทรงพอพระทัยประทับนั่งบนพระแท่นทองอันมีพนัก ไล้ทาด้วยแก่นจันทน์ทิพย์.
โส ตตฺถ ภุตฺวา จ อโถ รมิตฺวา
จมฺเปยฺยกํ กาสิราชา อโวจ
วิมานเสฏฺฐานิ อิมานิ ตุยฺหํ
อาทิจฺจวณฺณานิ ปภสฺสรานิ
เนตาทิสํ อตฺถิ มนุสฺสโลเก
กิมตฺถิยํ ๒ นาค ตโป กโรสิ ฯ
ตา กมฺพุกายูรธรา สุวตฺถา
วฏฺฏงฺคุลี ตมฺพตลูปปนฺนา
ปคฺคยฺห ปาเยนฺติ อโนมวณฺณา
เนตาทิสํ อตฺถิ มนุสฺสโลเก
กิมตฺถิยํ นาค ตโป กโรสิ ฯ
นชฺโช จ เตมา ปุถุโลมมจฺฉา
อาทาสกุนฺตาภิรุทา สุติตฺถา
เนตาทิสํ อตฺถิ มนุสฺสโลเก
กิมตฺถิยํ นาค ตโป กโรสิ ฯ
โกญฺจา มยูรา ทิวิยา จ หํสา
วคฺคุสฺสรา โกกิลา สมฺปตนฺติ
เนตาทิสํ อตฺถิ มนุสฺสโลเก
กิมตฺถิยํ นาค ตโป กโรสิ ฯ
อมฺพา จ สาลา ติลกา จ ชมฺพุโย
อุทฺทาลกา ปาฏลิโย จ ผุลฺลา
เนตาทิสํ อตฺถิ มนุสฺสโลเก
กิมตฺถิยํ นาค ตโป กโรสิ ฯ
อิมา จ เต โปกฺขรญฺญา สมนฺตโต
ทิพฺยา จ คนฺธา สตตํ สมฺปวายนฺติ
เนตาทิสํ อตฺถิ มนุสฺสโลเก
กิมตฺถิยํ นาค ตโป กโรสิ ฯ
๑ สี. ยุ. นจฺจยุํ ฯ ๒ ม. กึ ปตฺถยํ ฯ เอวมุปริปิ ฯ
พระเจ้ากาสิกราชนั้น ครั้นเสวยสมบัติและทรงรื่นรมย์อยู่ในนาคพิภพนั้นแล้ว ได้ตรัสถามจัมเปยยนาคราชว่า วิมานอันประเสริฐของท่านเหล่านี้ มีรัศมีดังพระอาทิตย์งามผุดผ่อง วิมานเช่นนี้ไม่มีในมนุษยโลกดูกรพญานาคราช ท่านบำเพ็ญตบะธรรมเพื่อประโยชน์อะไร? นางนาคกัญญาเหล่านั้นล้วนสวมใส่กำไลทอง นุ่งห่มเรียบร้อย มีนิ้วมือกลมกลึง ฝ่ามือฝ่าเท้าแดงงาม ผิวพรรณไม่ทราม พากันยกทิพยปานะถวายให้พระองค์ทรงเสวย เหล่านารีเช่นนี้จะได้มีอยู่ในมนุษยโลกก็หาไม่ดูกรพญานาคราช ท่านบำเพ็ญตบะธรรมเพื่อประโยชน์อะไร? อนึ่ง มหานทีอันชุ่มชื่น ดาษดื่นไปด้วยปลาที่มีเกล็ดนานาชนิด มีนกเงือกร่ำร้องอยู่อึงมี่ มีท่าราบเรียบ แม่น้ำเช่นนี้จะได้มีอยู่ในมนุษยโลกก็หาไม่
ดูกรพระยานาคราช ท่านบำเพ็ญตบะธรรมเพื่อประโยชน์อะไร? ฝูงนกกระเรียน ฝูงนกยูง ฝูงหงส์ และฝูงนกดุเหว่าทิพย์ ร่ำร้องเสียงไพเราะจับใจ ต่างก็โผผินบินจับอยู่บนต้นไม้ ทิพยสกุณาเช่นนี้จะได้มีในมนุษยโลกก็หาไม่ ดูกรพญานาคราช ท่านบำเพ็ญตบะธรรมเพื่อประโยชน์อะไร? ต้นมะม่วง ต้นสาละ หมากเหม้าควาย ต้นหว้าต้นราชพฤกษ์ และแคฝอย ผลิตดอกออกผลเป็นพวงๆ ทิพยรุกขชาติเช่นนี้จะได้มีอยู่ในมนุษยโลกก็หาไม่ ดูกรพระยานาคราช ท่านบำเพ็ญตบะธรรมเพื่อประโยชน์อะไร? อนึ่ง ทิพยสุคนธ์รอบๆ สระโบกขรณีเหล่านี้ หอมฟุ้งอยู่เป็นนิตย์ ทิพยสุคนธ์เช่นนี้จะได้มีอยู่ในมนุษยโลกก็หาไม่ ดูกรพญานาคราช ท่านบำเพ็ญตบะธรรมเพื่อประโยชน์อะไร?
น ปุตฺตเหตุ น ธนสฺส เหตุ
น อายุโน จาปิ ชนินฺท เหตุ
มนุสฺสโยนึ อภิปตฺถยาโน
ตสฺมา ปรกฺกมฺม ตโป กโรมิ ฯ
ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมประชาชน ข้าพระพุทธเจ้าบำเพ็ญตบะธรรมเพราะเหตุแห่งบุตรทรัพย์ หรือแม้เพราะเหตุแห่งอายุก็หาไม่ แต่เพราะข้าพระพุทธเจ้าปรารถนากำเนิดมนุษย์ ฉะนั้น จึงได้บากบั่นบำเพ็ญตบะธรรม.
ตฺวํ โลหิตกฺโข วิหตนฺตรํโส
อลงฺกโต กปฺปิตเกสมสฺสุ
สุโรสิโต โลหิตจนฺทเนน
คนฺธพฺพราชาว ทิสา ปภาสสิ ฯ
เทวิทฺธิปตฺโตสิ มหานุภาโว
สพฺเพหิ กาเมหิ สมงฺคิภูโต
ปุจฺฉามิ ตํ นาคราเชตมตฺถํ
เสยฺโย อิโต เกน มนุสฺสโลโก ฯ
ท่านมีดวงเนตรแดง มีรัศมีส่องแสงสว่าง ประดับตกแต่งแล้ว ปลงเกสาและมัสสุแล้ว ประพรมด้วยจุรณ์จันทน์แดง ฉายแสงไปทั่วทิศ ดังคนธรรพราช ฉะนั้น. ท่านเป็นผู้ประกอบด้วยเทวฤทธิ์ มีอานุภาพมากเพรียบพร้อมไปด้วยสรรพกามารมณ์ ดูกรพระยานาคราช เราขอถามเนื้อความนี้กะท่าน มนุษยโลกประเสริฐกว่านาคพิภพนี้ ด้วยเหตุไร?
ชนินฺท นาญฺญตฺร มนุสฺสโลกา
สุทฺธี ว สํวิชฺชติ สํยโม วา
อหญฺจ ลทฺธาน มนุสฺสโยนึ
กามามิ ชาติมรณสฺส อนฺตํ ฯ
ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมประชาชน เว้นมนุษยโลกเสียแล้ว ความบริสุทธิ์หรือความสำรวมย่อมไม่มีเลย ข้าพระพุทธเจ้าบำเพ็ญตบะธรรมด้วยตั้งใจว่า เราได้กำเนิดมนุษย์แล้วจักทำที่สุดแห่งชาติและมรณะได้.
อทฺธา หเว เสวิตพฺพา สปญฺญา
พหุสฺสุตา เย พหุฐานจินฺติโน
นาริโย จ ทิสฺวาน ตุวญฺจ นาค
กาหามิ ปุญฺญานิ อนปฺปกานิ ฯ
ชนเหล่าใด มีปัญญา เป็นพหูสูต ตรึกตรองเหตุการณ์ถี่ถ้วนมาก ชนเหล่านั้น ควรคบหาแท้ทีเดียว ดูกรพระยานาคราช เราได้เห็นนางนาคกัญญาทั้งหลายของท่าน และตัวท่านแล้ว จักทำบุญให้มาก.
อทฺธา หเว เสวิตพฺพา สปญฺญา
พหุสฺสุตา เย พหุฐานจินฺติโน
นาริโย จ ทิสฺวาน มมญฺจ ราช
กโรหิ ปุญฺญานิ อนปฺปกานิ ฯ
ชนเหล่าใด มีปัญญา เป็นพหูสูต ตรึกตรองเหตุการณ์ถี่ถ้วนมาก ชนเหล่านั้นควรคบหาแท้ทีเดียว ข้าแต่พระมหาราชา พระองค์ได้ทอดพระเนตรเห็นนางนาคกัญญา และตัวข้าพระพุทธเจ้าแล้ว ขอจงทรงบำเพ็ญบุญให้มากเถิด.
อิทญฺจ เม ชาตรูปํ ปหูตํ
ราสิ สุวณฺณสฺส จ ตาลมตฺตา
อิโต ๑ หริตฺวา โสวณฺณฆรานิ การย
รูปิยสฺส จ ปาการํ กโรนฺตุ ๑ ฯ
มุตฺตานญฺจ วาหสหสฺสานิ ปญฺจ
เวฬุริยมิสฺสานิ อิโต หริตฺวา
อนฺเตปุเร ภูมิยํ สนฺถรนฺตุ
นิกฺกทฺทมา เหหิติ นีรชา จ ฯ
เอตาทิสํ อาวส ราชเสฏฺฐ
วิมานเสฏฺฐํ พหุ โสภมานํ
พาราณสึ นครํ อิทฺธํ ผีตํ
รชฺชญฺจ กาเรหิ อโนมปญฺญาติ ฯ
จมฺเปยฺยชาตกํ ทสมํ ฯ
กองเงิน และกองทองของข้าพระพุทธเจ้านี้มากมาย สูงประมาณเท่าต้นตาล พระองค์จงรับสั่งให้พวกราชบุรุษขนไปจากนาคพิภพนี้ แล้วจงรับสั่งให้สร้างพระราชวังด้วยทองคำ ให้สร้างกำแพงด้วยเงินเถิด. นี้กองแก้วมุกดาอันเจือปนด้วยแก้วไพฑูรย์ห้าพันเล่มเกวียน พระองค์จงรับสั่งให้ราชบุรุษขนไปจากนาคพิภพนี้ แล้วให้ลาดลง ณ ภูมิภาคภายในพระราชฐาน ภูมิภาคภายในพระราชฐานก็จักปราศจากเปือกตมและละอองธุลี. ข้าแต่พระราชาผู้ประเสริฐ ผู้ทรงพระปรีชาอันล้ำเลิศขอพระองค์โปรดเสวยราชสมบัติ ครอบครองพระนครพาราณสีอันมั่งคั่งสมบูรณ์ สง่างามล้ำเลิศ ดุจทิพยวิมานเห็นปานฉะนี้เถิด พระเจ้าข้า.
จบ จัมเปยยชาดกที่ ๑๐.
End of ๑๐. จัมเปยยชาดก