พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · จัตตาฬีสนิบาต
๕. จุลลสุตโสมชาดก เล่ม ๒๗
Text layerBuddha’s wordsItems ๒๕๑๙–๒๕๔๙ (Royal Thai)5/5 in จัตตาฬีสนิบาต4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
๕ จุลฺลสุตโสมชาตกํ
๕. จุลลสุตโสมชาดก
ว่าด้วยพระเจ้าจุลลสุตโสมออกบวช
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก จัตตาฬีสนิบาต จุลลสุตโสมชาดก (Royal Thai Volume 27 · Mahachula Volume 27 · Mahamakut Volume 61 · Chaloem Phrakiat Volume 27)
อามนฺตยามิ นิคมํ มิตฺตามจฺเจ ปาริสชฺเช ๑ จ
สิรสฺมึ ปลิตํ ชาตํ ปพฺพชฺชํทานิ โรจหํ ฯ
เราขอบอกชาวเมือง มิตร อำมาตย์ และบริษัททั้งหลายด้วย ผมหงอกเกิดขึ้นบนศีรษะแล้ว บัดนี้ เราชอบใจจะบวช.
อภุํ เม กถํ นุ ภณสิ
สลฺลํ เม เทว อุรสิ กปฺเปสิ
สตฺตสตา เต ภริยา
กถํ นุ เต ตา ภวิสฺสนฺติ ฯ
๑ ม. ปริสฺสเช ฯ
อย่างไรหนอ พระองค์จึงทรงรับสั่งความไม่เจริญแก่ข้าพระพุทธเจ้า ข้าแต่พระองค์ผู้สมมติเทพ พระองค์ทรงปักพระแสงศรที่อกของข้าพระพุทธเจ้า พระชายาของพระองค์มีอยู่ประมาณ ๗๐๐ พระนางเหล่านั้นของพระองค์จักเป็นอยู่อย่างไรหนอ?
ปญฺญายิหินฺติ เอตา ทหรา
อญฺญํปิ ตา คมิสฺสนฺติ
สคฺคญฺจ ๑ ปตฺถยาโน
เตนาหํ ปพฺพชิสฺสามิ ฯ
นางเหล่านั้นยังสาวจักปรากฏเอง นางเหล่านั้นจักไปพึ่งพิงพระราชาองค์อื่นก็ได้ ส่วนเราปรารถนาสวรรค์ เพราะฉะนั้น จึงจักบวช.
ทุลฺลทฺธํ เม อาสิ สุตโสม
ยสฺส เต โหมหํ มาตา
ยํ เม วิลปนฺติยา
อนเปกฺโข ปพฺพชสิ เทว ฯ
ทุลฺลทฺธํ เม อาสิ สุตโสม
ยํ ตํ อหํ วิชายิสฺสํ
ยํ เม วิลปนฺติยา
อนเปกฺโข ปพฺพชสิ เทว ฯ
ดูกรพ่อสุตโสม แม่ผู้เป็นมารดาของเจ้าชื่อว่าได้แล้วชั่ว เพราะเมื่อแม่พร่ำเพ้ออยู่ เจ้ายังไม่ห่วงใยจะบวชเสียให้ได้. ดูกรพ่อสุตโสม แม่ได้คลอดเจ้าซึ่งเป็นผู้ที่แม่ได้มาไม่ดีเสียแล้ว เพราะเมื่อแม่พร่ำเพ้ออยู่ พ่อยังไม่ห่วงใยจะบวชเสียให้ได้.
โก นาเมโส ธมฺโม สุตโสม
กา จ นาม ปพฺพชฺชา
ยํ โน อเมฺห ชิณฺเณ ปหาย
อนเปกฺโข ปพฺพชสิ เทว ฯ
ดูกรพ่อสุตโสม ธรรมนั่นชื่ออะไร และการบวชชื่ออะไร เพราะว่าเจ้าละทิ้งเรา ๒ คนผู้แก่เฒ่าแล้ว ไม่ห่วงใยจะบวชเสียให้ได้?
ปุตฺตาปิ ตุยฺหํ พหโว
ทหรา อปฺปตฺตโยพฺพนา
มญฺชู เตปิ ตํ อปสฺสนฺตา
มญฺเญ ทุกฺขํ นิคจฺฉนฺติ ฯ
๑ ม. สคฺคํ จสฺส ฯ
แม้บุตรและธิดาทั้งหลายของเจ้าก็มากมี ยังเล็กนัก ไม่เจริญวัย กำลังฉอเลาะ น่ารักใคร่ เมื่อไม่เห็นเจ้า เข้าใจว่าจะได้รับความลำบากไปตามๆ กัน.
ปุตฺเตหิ จ เม เอเตหิ
ทหเรหิ อปฺปตฺตโยพฺพเนหิ
มญฺชูหิ สพฺเพหิปิ ตุเมฺหหิ
จิรํปิ ฐตฺวา วินาภาโว ๑ ฯ
ความที่หม่อมฉันตั้งอยู่แม้นานมาแล้ว ก็จะต้องพลัดพรากจากบุตรและธิดาเหล่านี้ ซึ่งยังเล็กนัก ไม่เจริญวัย กำลังฉอเลาะ จากทูลกระหม่อมทั้งสองพระองค์ และสิ่งทั้งปวงไปเป็นของเที่ยงแท้.
ฉินฺนํ นุ ตุยฺหํ หทยํ
อาทู ๒ กรุณา จ นตฺถิ อเมฺหสุ
ยํ โน วิกนฺทนฺติโย
อนเปกฺโข ปพฺพชสิ เทว ฯ
พระทัยของทูลกระหม่อมจะตัดขาดเชียวหรือ หรือจะไม่ทรงพระกรุณากระหม่อมฉันทั้งหลาย ไยเล่าพระองค์จึงไม่ห่วงใยกระหม่อมฉันทั้งหลายผู้คร่ำครวญอยู่ จะเสด็จออกผนวชเสียให้ได้เทียวหรือ เพคะ?
น จ มยฺหํ ฉินฺนํ หทยํ
อตฺถิ กรุณาปิ มยฺหํ ตุเมฺหสุ
สคฺคญฺจ ปตฺถยมาโน
เตนาหํ ปพฺพชิสฺสามิ ฯ
ใจของเรามิได้ตัดขาด และเราก็มีความกรุณาในเธอทั้งหลาย แต่เรา
ปรารถนาสวรรค์ เพราะฉะนั้น จึงจักออกบวช.
ทุลฺลทฺธํ เม อาสิ สุตโสม
ยสฺส เต อหํ ภริยา
ยํ เม วิลปนฺติยา
อนเปกฺโข ปพฺพชสิ เทว ฯ
ทุลฺลทฺธํ เม อาสิ สุตโสม
ยสฺส เต อหํ ภริยา
ยํ เม กุจฺฉิปฏิสนฺธึ ๓
อนเปกฺโข ปพฺพชสิ เทว ฯ
ปริปกฺโก เม คพฺโภ กุจฺฉิคโต
ยาว นํ วิชายามิ
มาหํ เอกา วิธวา
ปจฺฉา ทุกฺขานิ อทฺทกฺขึ ฯ
๑ ม. วินาสภาโว ฯ ๒ ม. อทุ เต ฯ ๓ ยุ. ยํ มํ กุจฺฉิมตึ สนฺตึ ฯ
ข้าแต่พระสุตโสมผู้ประเสริฐ หม่อมฉันผู้เป็นอัครมเหสีของพระองค์ชื่อว่าได้แล้วชั่ว เพราะเหตุไร เมื่อหม่อมฉันพร่ำเพ้ออยู่ พระองค์จึงไม่ทรงห่วงใย จะทรงผนวชเสียให้ได้. ข้าแต่พระสุตโสมผู้ประเสริฐหม่อมฉันผู้เป็นอัครมเหสีของพระองค์ชื่อว่าได้แล้วชั่ว เพราะเหตุไรพระองค์จึงมิได้ทรงห่วงใยสัตว์ผู้ถือปฏิสนธิในครรภ์ของหม่อมฉัน จะทรงผนวชเสียให้ได้. ครรภ์ของหม่อมฉันแก่แล้ว ขอพระองค์ทรงรออยู่จนกระทั่งหม่อมฉันประสูติ อย่าให้หม่อมฉันเป็นหม้ายอยู่แต่ผู้เดียวต้องได้รับทุกข์ในภายหลังเลย.
ปริปกฺโก เต คพฺโภ กุจฺฉิคโต
อิงฺฆ ตฺวํ วิชายสฺสุ
ปุตฺตํ อโนมวณฺณํ
ตํ หิตฺวา ปพฺพชิสฺสามิ ฯ
ครรภ์ของเธอแก่แล้ว ขอเชิญประสูติพระโอรสซึ่งมีมีผิวพรรณไม่เลวทรามเถิด ฉันจักละโอรสพร้อมทั้งเธอบวชให้ได้.
มา ตฺวํ จนฺเท รุทิ
มา โสจิ วนติมิรมตฺตกฺขิ
อาโรห วรปาสาทํ
อนเปกฺโข อหํ คมิสฺสามิ ฯ
ดูกรแม่จันทาผู้มีดวงตาเสมอด้วยดอกอัญชัน เธออย่าร้องไห้เศร้าโศกไปเลย จงขึ้นสู่ปราสาทอันประเสริฐเสียเถิด ฉันไม่ห่วงใย จักไปบวชให้ได้.
โก ตํ อมฺม โกเปสิ
กึ โรทสิ เปกฺขสิ จ มํ พาฬฺหํ
กํ อวชฺฌํ ฆาเตมิ
ญาตีนํ อุทิกฺขมานานํ ฯ
ข้าแต่เสด็จแม่ ใครทำให้เสด็จแม่ทรงพิโรธ เหตุไฉน เสด็จแม่จึงทรงกรรแสงและจ้องมองดูหม่อมฉันยิ่งนัก บรรดาพระประยูรญาติทั้งหลายที่เห็นอยู่ หม่อมฉันจะฆ่าใครที่ควรรับสั่งให้ฆ่า?
น หิ โส สกฺกา หนฺตุํ
วิชิตาวี โย มํ ตาต โกเปสิ
ปิตา เต มํ ตาต อวจ
อนเปกฺโข อหํ คมิสฺสามิ ฯ
ลูกรัก ท่านผู้ใด ผู้ชนะแผ่นดินทำให้แม่ขุ่นเคือง ท่านผู้นั้นเจ้าไม่อาจฆ่าได้เลย พระบิดาของเจ้าได้ตรัสกะแม่ว่า ฉันไม่มีห่วงใยจักไปบวช.
โยหํ ปุพฺเพ รเถน ยามิ ๑
อุยฺยานํ มตฺตกุญฺชเร จ โยเธมิ
สุตโสม ปพฺพชิเต
กถํ นุทานิ กริสฺสามิ ฯ
เมื่อก่อนเราเคยไปเที่ยวสวนด้วยรถ และรบกันด้วยช้างตกมัน เมื่อพระราชบิดาทรงผนวชเสียแล้ว บัดนี้ เราจักทำอย่างไร?
มาตุ จ เม รุทนฺตฺยา
เชฏฺฐสฺส จ ภาตุโน อกามสฺส
หตฺเถปิ เม คหิสฺสํ ๒
น หิ คจฺฉสิ โน อกามานํ ฯ
เมื่อพระมารดาของหม่อมฉันทรงกรรแสงอยู่ และเมื่อพระเชฏฐภาดาไม่ทรงยินยอม หม่อมฉันก็จักยึดพระหัตถ์ทั้ง ๒ ของพระบิดาไว้ เมื่อหม่อมฉันทั้งหลายไม่ยินยอม พระบิดาจะยังเสด็จไปไม่ได้.
อุฏฺเฐหิ ตฺวํ ธาติ
อิมํ กุมารํ รเมหิ อญฺญตฺถ
มา เม ปริปนฺถมกาสิ
สคฺคํ มม ปตฺถยานสฺส ฯ
แม่นมจ๋า เชิญแม่ลุกขึ้นเถิด แม่จงพากุมารนี้ไปเล่นให้รื่นรมย์เสียในที่อื่น กุมารนี้อย่าได้ทำอันตรายแก่ฉัน เมื่อฉันปรารถนาสวรรค์.
ยนฺนูนิมํ ทเทยฺยํ ๓ ปภงฺกรํ
โก นุ เม อิมินา อตฺโถ
สุตโสเม ปพฺพชิเต
กึ นุ เมนํ กริสฺสามิ ฯ
ไฉนหนอ พระราชาจึงพระราชทานแก้วมณีอันมีแสงสว่างนี้ เราจะประโยชน์ด้วยอะไรด้วยแก้วมณีนี้ เมื่อพระเจ้าสุตโสมทรงผนวชแล้วเราจักทำแก้วมณีอะไรกัน?
โกโส จ ตุยฺหํ วิปุโล
โกฏฺฐาคารญฺจ ตุยฺหํ ปริปูรํ
ปฐวี จ ตุยฺหํ วิชิตา
รมสฺสุ มา ปพฺพชิ ๑ เทว ฯ
๑ ม. นิยฺยามิ ฯ ๒ ม. เต คเหสฺสํ ฯ ๓ ยุ. ชเหยฺยํ ฯ
พระคลังน้อยของพระองค์ยังไพบูลย์ และพระคลังใหญ่ของพระองค์ก็บริบูรณ์ ปฐพีมณฑลพระองค์ก็ทรงชนะแล้ว ขอพระองค์จงทรงยินดีเถิด อย่าทรงผนวชเลย พระเจ้าข้า.
โกโส จ มยฺหํ วิปุโล
โกฏฺฐาคารญฺจ มยฺหํ ปริปูรํ
ปฐวี จ มยฺหํ วิชิตา
ตํ หิตฺวา ปพฺพชิสฺสามิ ฯ
คลังน้อยของเราก็ไพบูลย์ คลังใหญ่ของเราก็บริบูรณ์ และปฐพีมณฑลเราก็ชนะแล้ว แต่เราก็จักละสิ่งนั้นๆ ออกบวช.
มยฺหํปิ ธนํ ปหูตํ
สงฺขาตุํ โนปิ เทว สกฺโกมิ
ตํ [๒] เต ททามิ สพฺพมฺปิ ๓
รมสฺสุ มา ปพฺพชิ เทว ฯ
ทรัพย์ของข้าพระพุทธเจ้ามีมากมาย ข้าพระพุทธเจ้าไม่สามารถจะนับได้ข้าพระพุทธเจ้าขอถวายทรัพย์ทั้งหมดนั้นแด่พระองค์ ขอพระองค์จงทรงยินดี อย่าทรงผนวชเลย พระพุทธเจ้าข้า.
ชานามิ เต ธนํ ปหูตํ
กุลวฑฺฒน ปูชิโต ตยา จสฺมิ
สคฺคญฺจ ปตฺถยมาโน
เตนาหํ ปพฺพชิสฺสามิ ฯ
ดูกรกุลวัฒนเศรษฐี เรารู้ว่าทรัพย์ของท่านมีมาก และท่านก็บูชาเรา แต่
เราปรารถนาสวรรค์ เพราะฉะนั้น เราจึงจักบวช.
อุกฺกณฺฐิโตสฺมิ พาฬฺหํ
อรติ มํ โสมทตฺต อาวิสติ
พหุกา หิ ๔ อนฺตรายา
อชฺเชวาหํ ปพฺพชิสฺสามิ ฯ
ดูกรพ่อโสมทัต เราเป็นผู้กระสันนัก ความไม่ยินดีย่อมมาครอบงำเราอันตรายมีมาก เราจักบวชให้ได้ในวันนี้ทีเดียว.
อิทํ จ ตุยฺหํ รุจิตํ สุตโสม
อชฺเชวทานิ ตฺวํ ปพฺพช
อหํปิ ปพฺพชิสฺสามิ
น อุสฺสเห ตยา วินา อหํ ฐาตุํ ฯ
๑ สี. ปพฺพชสฺสุ ฯ ยุ. ปพฺพช ฯ ๒ สี. เทว ฯ ๓ ยุ. สพฺพํ ฯ ๔ ม. พหุกาปิ เม ฯ
ข้าแต่พระเจ้าพี่สุตโสม แม้กิจนี้ พระองค์ทรงพอพระทัย ขอพระองค์ทรงผนวช ณ บัดนี้ ในวันนี้ แม้หม่อมฉันก็จักบวช หม่อมฉันไม่อาจจะอยู่ห่างพระองค์ได้.
น หิ สกฺกา ปพฺพชิตุํ นคเร
น หิ ปจฺจติ ชนปเท จ ฯ
เธอจะบวชไม่ได้เป็นอันขาด เพราะว่าใครๆ ในพระนครแลคามนิคมชนบทก็พากันไม่หุงต้ม.
สุตโสเม ปพฺพชิเต
กถนฺนุทานิ กริสฺสาม ฯ
เมื่อพระเจ้าสุตโสมทรงผนวชเสียแล้ว บัดนี้ ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายจักทำอย่างไรเล่า พระเจ้าข้า?
อุปนิยฺยติทํ มญฺเญ
ปริตฺตํ อุทกํว ปงฺกวารมฺหิ ๑
เอวํ สุปริตฺตเก ชีวิเต
น จ ปมชฺชิตุํ กาโล ฯ
อุปนิยฺยติทํ มญฺเญ
ปริตฺตํ อุทกํว ปงฺกวารมฺหิ ๒
เอวํ สุปริตฺตเก ชีวิเต
อถ พาลา ๓ ปมชฺชนฺติ ฯ
เต วฑฺฒยนฺติ นิรยํ
ติรจฺฉานโยนิญฺจ ปิตฺติวิสยญฺจ ๔
ตณฺหาพนฺธนพนฺธา
วฑฺเฒนฺติ อสุรกายํ ฯ
เราเข้าใจว่า ชีวิตนี้ถูกชรานำเข้าไป เป็นของน้อย ดุจน้ำในโคลนฉะนั้นเมื่อชีวิตเป็นของน้อยเหลือเกินอย่างนี้ เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะประมาทเลย.
เราเข้าใจว่าชีวิตนี้ถูกชรานำเข้าไป เป็นของน้อย ดุจน้ำในโคลนฉะนั้นเมื่อชีวิตเป็นของน้อยเหลือเกินอย่างนี้ แต่พวกคนพาลย่อมพากันประมาท. คนพาลเหล่านั้นอันเครื่องผูกคือตัณหาผูกไว้แล้ว ย่อมยังนรกกำเนิดสัตว์เดียรฉาน เปรตวิสัย และอสุรกายให้เจริญ.
อูหญฺญเต รชคฺคํ อวิทูเร
ปุปฺผกมฺหิ ๕ จ ปาสาเท
มญฺเญ โน เกสา ฉินฺนา
ยสสฺสิโน ธมฺมราชสฺส ฯ
๑-๒ ม. จงฺกวาลมุหิ ฯ ๓ ม. อนฺธพาลา ฯ ๔ ม. เปตฺติวิสยํ ฯ ๕ ม. ปุพฺพกมฺหิ ฯ
กลุ่มธุลีตั้งขึ้นไม่ไกลปุปผกปราสาท ชะรอยพระธรรมราชา ผู้เรืองยศของพวกเราจะทรงตัดพระเกศาแล้ว.
อยมสฺส ปาสาโท
โสวณฺณปุปฺผมาลฺยวีติกิณฺโณ
ยหิมนุวิจริ ราชา
ปริกิณฺโณ อิตฺถาคาเรหิ ฯ
อยมสฺส ปาสาโท
โสวณฺณปุปฺผมาลฺยวีติกิณฺโณ
ยหิมนุวิจริ ราชา
ปริกิณฺโณ ญาติสงฺเฆน ฯ
อิทมสฺส กูฏาคารํ
โสวณฺณปุปฺผมาลฺยวีติกิณฺณํ
ยหิมนุวิจริ ราชา
ปริกิณฺโณ อิตฺถาคาเรหิ ฯ
อิทมสฺส กูฏาคารํ
โสวณฺณปุปฺผมาลฺยวีติกิณฺณํ
ยหิมนุวิจริ ราชา
ปริกิณฺโณ ญาติสงฺเฆน ฯ
อยมสฺส อโสกวนิกา
สุปุปฺผิตา สพฺพกาลิกา รมฺมา
ยหิมนุวิจริ ราชา
ปริกิณฺโณ อิตฺถาคาเรหิ ฯ
อยมสฺส อโสกวนิกา
สุปุปฺผิตา สพฺพกาลิกา รมฺมา
ยหิมนุวิจริ ราชา
ปริกิณฺโณ ญาติสงฺเฆน ฯ
อิทมสฺส อุยฺยานํ
สุปุปฺผิตํ สพฺพกาลิกํ รมฺมํ
ยหิมนุวิจริ ราชา
ปริกิณฺโณ อิตฺถาคาเรหิ ฯ
อิทมสฺส อุยฺยานํ
สุปุปฺผิตํ สพฺพกาลิกํ รมฺมํ
ยหิมนุวิจริ ราชา
ปริกิณฺโณ ญาติสงฺเฆน ฯ
อิทมสฺส กณิการวนํ
สุปุปฺผิตํ สพฺพกาลิกํ รมฺมํ
ยหิมนุวิจริ ราชา
ปริกิณฺโณ อิตฺถาคาเรหิ ฯ
อิทมสฺส กณิการวนํ
สุปุปฺผิตํ สพฺพกาลิกํ รมฺมํ
ยหิมนุวิจริ ราชา
ปริกิณฺโณ ญาติสงฺเฆน ฯ
อิทมสฺส ปาฏลิวนํ
สุปุปฺผิตํ สพฺพกาลิกํ รมฺมํ
ยหิมนุวิจริ ราชา
ปริกิณฺโณ อิตฺถาคาเรหิ ฯ
อิทมสฺส ปาฏลิวนํ
สุปุปฺผิตํ สพฺพกาลิกํ รมฺมํ
ยหิมนุวิจริ ราชา
ปริกิณฺโณ ญาติสงฺเฆน ฯ
อิทมสฺส อมฺพวนํ
สุปุปฺผิตํ สพฺพกาลิกํ รมฺมํ
ยหิมนุวิจริ ราชา
ปริกิณฺโณ อิตฺถาคาเรหิ ฯ
อิทมสฺส อมฺพวนํ
สุปุปฺผิตํ สพฺพกาลิกํ รมฺมํ
ยหิมนุวิจริ ราชา
ปริกิณฺโณ ญาติสงฺเฆน ฯ่
อยมสฺส โปกฺขรณี
สญฺฉนฺนา อณฺฑเชหิ วีติกิณฺณา
ยหิมนุวิจริ ราชา
ปริกิณฺโณ อิตฺถาคาเรหิ ฯ
อยมสฺส โปกฺขรณี
สญฺฉนฺนา อณฺฑเชหิ วีติกิณฺณา
ยหิมนุวิจริ ราชา
ปริกิณฺโณ ญาติสงฺเฆน ฯ
พระราชาทรงห้อมล้อมด้วยพระสนมนางใน เสด็จไปเที่ยวยังปราสาทใดนี่คือปราสาทของพระองค์ เกลื่อนกล่นไปด้วยสุวรรณบุบผามาลัย พระราชาทรงห้อมล้อมด้วยหมู่พระประยูรญาติ เสด็จเที่ยวไปยังปราสาทใด.
นี่คือปราสาทของพระองค์ เกลื่อนกล่นไปด้วยสุวรรณบุบผามาลัยพระราชาทรงห้อมล้อมด้วยพระสนมนางใน เสด็จเที่ยวไปยังกูฏาคารใด.
นี่คือกูฏาคารของพระองค์ เกลื่อนกล่นไปด้วยสุวรรณบุบผามาลัย พระราชาทรงห้อมล้อมด้วยหมู่พระประยูรญาติ เสด็จเที่ยวไปยังกูฏาคารใด.
นี่คือกูฏาคารของพระองค์ เกลื่อนกล่นไปด้วยสุวรรณบุบผามาลัย พระราชาทรงห้อมล้อมด้วยพระสนมนางใน เสด็จเที่ยวไปยังสวนอโศกวันใด. นี่คือสวนอโศกวันของพระองค์ มีดอกไม้บานสะพรั่ง น่ารื่นรมย์ตลอดกาลทั้งปวง พระราชาทรงห้อมล้อมด้วยพระประยูรญาติ เสด็จเที่ยวไปยังสวนอโศกวันใด. นี่คือสวนอโศกวันของพระองค์ มีดอกไม้บานสะพรั่ง น่ารื่นรมย์ตลอดกาลทั้งปวง พระราชาทรงห้อมล้อมด้วยพระสนมนางใน เสด็จเที่ยวไปยังพระราชอุทยานใด. นี่คือพระราชอุทยานของพระองค์ มีดอกไม้บานสะพรั่ง น่ารื่นรมย์ตลอดกาลทั้งปวงพระราชาทรงห้อมล้อมด้วยหมู่พระประยูรญาติ เสด็จเที่ยวไปในพระอุทยานใด. นี่คือพระราชอุทยานของพระองค์
มีดอกไม้บานสะพรั่ง น่ารื่นรมย์ตลอดกาลทั้งปวง พระราชาทรงห้อมล้อมด้วยพระสนมนางใน เสด็จเที่ยวไปยังสวนกรรณิการ์ใด. นี่คือ สวนกรรณิการ์ของพระองค์ มีดอกไม้บานสะพรั่ง น่ารื่นรมย์ตลอดกาลทั้งปวง พระราชาทรงห้อมล้อมด้วยหมู่พระประยูรญาติ เสด็จเที่ยวไปยังสวนกรรณิการ์ใด. นี่คือสวนกรรณิการ์ของพระองค์ มีดอกบานสะพรั่ง น่ารื่นรมย์ตลอดกาลทั้งปวงพระราชาทรงห้อมล้อมด้วยพระสนมนางใน เสด็จเที่ยวไปยังสวนปาฏลิวันใด. นี่คือ สวนปาฏลิวันของพระองค์ มีดอกบานสะพรั่ง น่ารื่นรมย์ตลอดกาลทั้งปวง พระราชาทรงห้อมล้อมด้วยหมู่พระประยูรญาติเสด็จเที่ยวไปยังสวนปาฏลิวันใด. นี่คือ สวนปาฏลิวันของพระองค์
มีดอกบานสะพรั่ง น่ารื่นรมย์ตลอดกาลทั้งปวง พระราชาทรงห้อมล้อมด้วยพระสนมนางใน เสด็จเที่ยวไปยังสวนอัมพวันใด. นี่คือสวนอัมพวันของพระองค์ มีดอกบานสะพรั่ง น่ารื่นรมย์ตลอดกาลทั้งปวงพระราชาทรงห้อมล้อมด้วยหมู่พระประยูรญาติ เสด็จเที่ยวไปยังสวนอัมพวันใด. นี่คือสวนอัมพวันของพระองค์ มีดอกบานสะพรั่ง น่ารื่นรมย์ตลอดกาลทั้งปวง พระราชาห้อมล้อมด้วยพระสนมนางใน เสด็จเที่ยวไปยังสระโบกขรณีใด. นี่คือ สระโบกขรณีของพระองค์ ดาดาษไปด้วยบุบผาชาตินานาชนิด เกลื่อนกล่นไปด้วยฝูงวิหค พระราชาทรงห้อมล้อมด้วยหมู่พระประยูรญาติ เสด็จเที่ยวไปยังสระโบกขรณีใด.
นี่คือ สระโบกขรณีของพระองค์ ดาดาษไปด้วยบุบผาชาตินานาชนิดเกลื่อนกล่นไปด้วยฝูงวิหค.
ราชา โข ๑ ปพฺพชิโต สุตโสโม
รชฺชํ อิมํ ปหนฺตฺวาน
กาสายวตฺถวสโน
นาโคว เอกโก ๒ จรติ ฯ
พระเจ้าสุตโสมทรงสละราชสมบัตินี้แล้ว เสด็จออกผนวช ทรงผ้ากาสาวพัสตร เที่ยวไปพระองค์เดียว เหมือนช้างเชือกตัวประเสริฐฉะนั้น.
มาสฺสุ ปุพฺเพ รติกีฬิตานิ
หสิตานิ อนุสฺสริตฺถ ๓
มา โว กามา หนึสุ
สุรมฺมญฺหิ ๔ สุทสฺสนํ นครํ
เมตฺตจิตฺตญฺจ ภาเวถ
อปฺปมาณํ ทิวา จ รตฺโต จ
อถ คจฺฉิตฺถ ๕ เทวปุรํ
อาวาสํ ปุญฺญกมฺมินนฺติ ๖ ฯ
จุลฺลสุตโสมชาตกํ ปญฺจมํ ฯ
___________
ตสฺสุทฺทานํ
สุวปณฺฑิตชมฺพุก กุณฺฑลิโน
วรกญฺญมลมฺพุสชาตกํ จ
ปวรุตฺตมสงฺขสิรีวฺหยโก
สุตโสมอรินฺทมราชวโร ฯ
จตฺตาลีสนิปาตํ นิฏฺฐิตํ ฯ
_________
๑ ม. ราชา โว โข ฯ ๒ สี. เอกโกว ฯ ๓ ยุ. อนุสฺสริตฺโถ ฯ ๔ ม. รมฺมํ หิ ฯ
๕ ม. อคจฺฉิตฺถ ฯ ๖ ยุ. ปุญฺญกมฺมานนฺติ ฯ
ท่านทั้งหลายอย่าระลึกถึงความยินดี การเล่นและการร่าเริงในครั้งก่อนเลย กามทั้งหลายอย่าทำลายท่านทั้งหลายได้เลย จริงอยู่ สุทัสสนนครน่ารื่นรมย์ยิ่งนัก ท่านทั้งหลายจงเจริญ เมตตาจิตหาประมาณมิได้ทั้งกลางวันกลางคืนเถิด เมื่อเป็นเช่นนี้ ท่านทั้งหลายจะได้ไปสู่เทพบุรีอันเป็นที่อยู่ของท่านมีบุญกรรม.
จบ จุลลสุตโสมชาดกที่ ๕.
______________
รวมชาดกที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. เตสกุณชาดก ๒. สรภังคชาดก
๓. อลัมพุสาชาดก ๔. สังขปาลชาดก
๕. จุลลสุตโสมชาดก.
จบ จัตตาฬีสนิบาตชาดก.
_______________
End of ๕. จุลลสุตโสมชาดก