พระอภิธรรมปิฎก ยมก · อายตนยมก
อายตนะ ๑๒ อุทเทสวาร เล่ม ๓๘
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๗๙–๒๘๗ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑/๖ ในอายตนยมกมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก อายตนยมก อายตนะ ๑๒ อุทเทสวาร (ฉบับหลวง เล่ม ๓๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๒ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๘)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๓๘ หน้า ๑๓๗–๑๔๔
วิ. พระอรหันต์จักไม่กำหนดรู้เวทนาขันธ์ แต่ไม่เคยกำหนดรู้รูปขันธ์แล้วก็หาไม่ บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยมรรคเบื้องสูงและปุถุชนเหล่าใดจักไม่ได้เฉพาะมรรค บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยมรรคเบื้องสูงและปุถุชนเหล่านั้นจักไม่กำหนดรู้เวทนาขันธ์ด้วย ไม่เคยกำหนดรู้รูปขันธ์แล้วด้วย
จบ ปริญญาวาร
จบ พระบาลีขันธยมก
-----
พระบาลีอภิธรรมปิฎก
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
๑. ปัณณัตติวารอุทเทส
{๒๗๙} [๑] อายตนะ ๑๒ คือ
๑. จักขายตนะ ๒. โสตายตนะ
๓. ฆานายตนะ ๔. ชิวหายตนะ
๕. กายายตนะ ๖. รูปายตนะ
๗. สัททายตนะ ๘. คันธายตนะ
๙. รสายตนะ ๑๐. โผฏฐัพพายตนะ
๑๑. มนายตนะ ๑๒. ธัมมายตนะ
- ๑อายตนยมก ยมกที่ว่าด้วยหมวดสภาวธรรมที่เรียกว่าอายตนะ จัดเป็นยมกที่ ๓ ของคัมภีร์ยมก ซึ่งคำว่า อายตนะ แปลว่า ที่ต่อ เครื่องต่อ หรือแดนต่อ หมายถึงอวัยวะเครื่องต่อรับรู้อารมณ์ของจิตและนำไปสู่สังสารทุกข์อย่างต่อเนื่อง (ขุ.ขุ.อ. ๗๑, ขุ.อุ.อ. ๔๓) มีจำนวน ๑๒ โดยจำแนกตาม ความสัมพันธ์กันเป็นสองฝ่าย เรียกว่า อายตนะภายใน ๖ และ อายตนะภายนอก ๖ ดังนี้
- อายตนะภายใน ๖ อายตนะภายนอก ๖
- ๑จักขายตนะ อายตนะคือตา ๒. รูปายตนะ อายตนะคือรูป
- ๓. โสตายตนะ อายตนะคือหู ๔. สัททายตนะ อายตนะคือเสียง
- ๕. ฆานายตนะ อายตนะคือจมูก ๖. คันธายตนะ อายตนะคือกลิ่น
- ๗. ชิวหายตนะ อายตนะคือลิ้น ๘. รสายตนะ อายตนะคือรส
- ๙. กายายตนะ อายตนะคือกาย ๑๐. โผฎฐัพพายตนะ อายตนะคือโผฏฐัพพะ
- ๑๑. มนายตนะ อายตนะคือใจ ๑๒. ธัมมายตนะ อายตนะคือธรรมารมณ์
- (เรียงตามความสัมพันธ์ซึ่งปรากฏในอายตนวิภังค์ ดู อภิ.วิ. (แปล) ๓๕/๑๕๔-๑๗๑/๑๐๓-๑๒๖)
๑. ปทโสธนวาร
อนุโลม
{๒๘๐} [๒] จักขุคือจักขายตนะหรือ ? จักขายตนะคือจักขุหรือ ?
โสตะคือโสตายตนะหรือ ? โสตายตนะคือโสตะหรือ ?
ฆานะคือฆานายตนะหรือ ? ฆานายตนะคือฆานะหรือ ?
ชิวหาคือชิวหายตนะหรือ ? ชิวหายตนะคือชิวหาหรือ?
กายคือกายายตนะหรือ ? กายายตนะคือกายหรือ ?
รูปคือรูปายตนะหรือ ? รูปายตนะคือรูปหรือ ?
สัททะคือสัททายตนะหรือ ? สัททายตนะคือสัททะหรือ ?
คันธะคือคันธยตนะหรือ ? คันธยตนะคือคันธะหรือ ?
รสคือรสายตนะหรือ ? รสายตนะคือรสหรือ ?
โผฏฐัพพะคือโผฏฐัพพายตนะหรือ ? โผฏฐัพพายตนะคือโผฏฐัพพะหรือ ?
มนะคือมนายตนะหรือ ? มนายตนะคือมนะหรือ ?
ธัมมะคือธัมมายตนะหรือ ? ธัมมายตนะคือธัมมะหรือ ?
- ในคัมภีร์ยมกนี้ไม่ได้นับเรียงตามลำดับความสัมพันธ์ระหว่างอายตนะภายในกับอายตนะภายนอกเหมือนคัมภีร์วิภังค์ แต่นับเรียงลำดับองค์ธรรม คือ นับอายตนะภายในที่จัดเป็นวิญญาณจิตทั้ง ๕ ก่อน แล้วตามด้วยอายตนะภายนอกที่เป็นส่วนอารมณ์ทั้ง ๕ แล้วจบลงด้วยการนับอายตนะที่เป็นส่วนสำคัญคือมนายตนะกับธัมมายตนะ
- อายตนยมกมีโครงสร้างการดำเนินเนื้อหาเหมือนกับขันธยมก ต่างแต่เนื้อหาที่เป็นองค์ธรรม คือ เปลี่ยนจากขันธ์เป็นอายตนะ และในปวัตติวาร ได้เพิ่มหัวข้อย่อยซึ่งเรียกว่า มูลกนัย เข้ามาประกอบทั้งอนุโลมนัยและปัจจนีกนัย เช่น จักขายตนมูลกนัย นัยที่มีจักขายตนะเป็นมูล หมายถึงนัยที่ยกจักขายตนะเป็นบทตั้งหรือบทยืนพื้นในการตั้งคำถามด้วยวิธีการยมก (อนุโลมปุจฉาและ ปฏิโลมปุจฉา) โดยหมุนเวียนถามเทียบไปตามลำดับอายตนะที่เหลือ (ดูตัวอย่างในข้อ ๑๘)
- สรุปว่า ในอายตนยมกนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงสภาวธรรมคืออายตนะ ๑๒ ด้วยวิธีการยมกซึ่งประกอบด้วยอนุโลมปุจฉาและปฏิโลมปุจฉา ตามนัยหลัก ๒ นัย คือ อนุโลมนัยและปัจจนีกนัย และตามวาร (หรือวาะ*) ใหญ่ ๓ วาร คือ ปัณณัตติวาร ปวัตติวาร และปริญญาวารเพื่อให้เกิดปริญญา ๓ ในอายตนะ ๑๒ ไปตามลำดับ
- วาระ - ผู้รวบรวม
ปัจจนีกะ
{๒๘๑} [๓] สภาวธรรมที่ไม่ใช่จักขุไม่ใช่จักขายตนะหรือ ? สภาวธรรมที่ไม่ใช่จักขายตนะไม่ใช่จักขุหรือ ?
สภาวธรรมที่ไม่ใช่โสตะไม่ใช่โสตายตนะหรือ ? สภาวธรรมที่ไม่ใช่โสตายตนะไม่ใช่โสตะหรือ ?
สภาวธรรมที่ไม่ใช่ฆานะไม่ใช่ฆานายตนะหรือ ? สภาวธรรมที่ไม่ใช่ฆานายตนะไม่ใช่ฆานะหรือ ?
สภาวธรรมที่ไม่ใช่ชิวหาไม่ใช่ชิวหายตนะหรือ ? สภาวธรรมที่ไม่ใช่ชิวหายตนะไม่ใช่ชิวหาหรือ ?
สภาวธรรมที่ไม่ใช่กายไม่ใช่กายายตนะหรือ ? สภาวธรรมที่ไม่ใช่กายายตนะไม่ใช่กายหรือ ?
สภาวธรรมที่ไม่ใช่รูปไม่ใช่รูปายตนะหรือ ? สภาวธรรมที่ไม่ใช่รูปายตนะไม่ใช่รูปหรือ ?
สภาวธรรมที่ไม่ใช่สัททะไม่ใช่สัททายตนะหรือ ? สภาวธรรมที่ไม่ใช่สัททายตนะไม่ใช่สัททะหรือ ?
สภาวธรรมที่ไม่ใช่คันธะไม่ใช่คันธายตนะหรือ ? สภาวธรรมที่ไม่ใช่คันธายตนะไม่ใช่คันธะหรือ ?
สภาวธรรมที่ไม่ใช่รสไม่ใช่รสายตนะหรือ ? สภาวธรรมที่ไม่ใช่รสายตนะไม่ใช่รสหรือ ?
สภาวธรรมที่ไม่ใช่โผฏฐัพพะไม่ใช่โผฏฐัพพายตนะหรือ ? สภาวธรรมที่ไม่ใช่โผฏฐัพพายตนะไม่ใช่โผฏฐัพพะหรือ ?
สภาวธรรมที่ไม่ใช่มนะไม่ใช่มนายตนะหรือ ? สภาวธรรมที่ไม่ใช่มนายตนะไม่ใช่มนะหรือ ?
สภาวธรรมที่ไม่ใช่ธัมมะไม่ใช่ธัมมายตนะหรือ ? สภาวธรรมที่ไม่ใช่ธัมมายตนะไม่ใช่ธัมมะหรือ ?
๒. ปทโสธนมูลจักกวาร
อนุโลม
{๒๘๒} [๔] จักขุคือจักขายตนะหรือ ? อายตนะคือโสตายตนะหรือ ?
จักขุคือจักขายตนะหรือ ? อายตนะคือฆานายตนะหรือ ?
จักขุคือจักขายตนะหรือ ? อายตนะคือชิวหายตนะหรือ ?...
จักขุคือจักขายตนะหรือ ? อายตนะคือธัมมายตนะหรือ ? (๑)
โสตะคือโสตายตนะหรือ ? อายตนะคือจักขายตนะหรือ ?
โสตะคือโสตายตนะหรือ ? อายตนะคือฆานายตนะหรือ ?...
โสตะคือโสตายตนะหรือ ? อายตนะคือธัมมายตนะหรือ ? (๒)
ฆานะคือฆานายตนะหรือ ? อายตนะคือจักขายตนะหรือ ?...
ฆานะคือฆานายตนะหรือ ? อายตนะคือธัมมายตนะหรือ ?...(๓-๑๑)
ธัมมะคือธัมมายตนะหรือ ? อายตนะคือจักขายตนะหรือ ?
ธัมมะคือธัมมายตนะหรือ ? อายตนะคือโสตายตนะหรือ ?...
ธัมมะคือธัมมายตนะหรือ ? อายตนะคือมนายตนะหรือ ? (๑๒)
ปัจจนีกะ
{๒๘๓} [๕] สภาวธรรมที่ไม่ใช่จักขุไม่ใช่จักขายตนะหรือ ? สภาวธรรมที่ไม่ใช่อายตนะไม่ใช่โสตายตนะหรือ ?
- ๑หมายถึงพึงทำการสลับหมุนเวียนให้ครบอายตนะตามที่แสดงเป็นตัวอย่างไว้
สภาวธรรมที่ไม่ใช่จักขุไม่ใช่จักขายตนะหรือ ? สภาวธรรมที่ไม่ใช่อายตนะไม่ใช่ฆานายตนะหรือ ?...
สภาวธรรมที่ไม่ใช่จักขุไม่ใช่จักขายตนะหรือ ? สภาวธรรมที่ไม่ใช่อายตนะไม่ใช่ธัมมายตนะหรือ ? (๑)สภาวธรรมที่ไม่ใช่โสตะไม่ใช่โสตายตนะหรือ ? สภาวธรรมที่ไม่ใช่อายตนะไม่ใช่จักขายตนะหรือ ?...
สภาวธรรมที่ไม่ใช่โสตะไม่ใช่โสตายตนะหรือ ? สภาวธรรมที่ไม่ใช่อายตนะไม่ใช่ธัมมายตนะหรือ ? (๒)สภาวธรรมที่ไม่ใช่ฆานะไม่ใช่ฆานายตนะหรือ ? สภาวธรรมที่ไม่ใช่อายตนะไม่ใช่จักขายตนะหรือ ๆ...
สภาวธรรมที่ไม่ใช่ฆานะไม่ใช่ฆานายตนะหรือ ? สภาวธรรมที่ไม่ใช่อายตนะไม่ใช่ธัมมายตนะหรือ ? ... (๓-๑๑)สภาวธรรมที่ไม่ใช่ธัมมะไม่ใช่ธัมมายตนะหรือ ? สภาวธรรมที่ไม่ใช่อายตนะไม่ใช่จักขายตนะหรือ ?
สภาวธรรมที่ไม่ใช่ธัมมะไม่ใช่ธัมมายตนะหรือ ? สภาวธรรมที่ไม่ใช่อายตนะไม่ใช่โสตายตนะหรือ ? ...
สภาวธรรมที่ไม่ใช่ธัมมะไม่ใช่ธัมมายตนะหรือ ? สภาวธรรมที่ไม่ใช่อายตนะไม่ใช่ฆานายตนะหรือ ? (๑๒)
(พึงผูกเป็นจักกนัย)
๓. สุทธายตนวาร
อนุโลม
{๒๘๔} [๖] จักขุคืออายตนะหรือ ? อายตนะคือจักขุหรือ ?
โสตะคืออายตนะหรือ ? อายตนะคือโสตะหรือ ?
ฆานะคืออายตนะหรือ ? อายตนะคือฆานะหรือ ?
ชิวหาคืออายตนะหรือ ? อายตนะคือชิวหาหรือ ?
กายคืออายตนะหรือ ? อายตนะคือกายหรือ ?
รูปคืออายตนะหรือ ? อายตนะคือรูปหรือ ?
สัททะคืออายตนะหรือ ? อายตนะคือสัททะหรือ ?
คันธะคืออายตนะหรือ ? อายตนะคือคันธะหรือ ?
รสคืออายตนะหรือ ? อายตนะคือรสหรือ ?
โผฏฐัพพะคืออายตนะหรือ ? อายตนะคือโผฏฐัพพะหรือ ?
มนะคืออายตนะหรือ ? อายตนะคือมนะหรือ ?
ธัมมะคืออายตนะหรือ ? อายตนะคือธัมมะหรือ ?
ปัจจนีกะ
{๒๘๕} [๗] สภาวธรรมที่ไม่ใช่จักขุไม่ใช่อายตนะหรือ ? สภาวธรรมที่ไม่ใช่อายตนะไม่ใช่จักขุหรือ ?
สภาวธรรมที่ไม่ใช่โสตะไม่ใช่อายตนะหรือ ? สภาวธรรมที่ไม่ใช่อายตนะ ไม่ใช่โสตะหรือ ?
สภาวธรรมที่ไม่ใช่ฆานะไม่ใช่อายตนะหรือ ? สภาวธรรมที่ไม่ใช่อายตนะ ไม่ใช่ฆานะหรือ ?
สภาวธรรมที่ไม่ใช่ชิวหาไม่ใช่อายตนะหรือ ? สภาวธรรมที่ไม่ใช่อายตนะไม่ใช่ชิวหาหรือ ?
สภาวธรรมที่ไม่ใช่กายไม่ใช่อายตนะหรือ ? สภาวธรรมที่ไม่ใช่อายตนะไม่ใช่กายหรือ ?
สภาวธรรมที่ไม่ใช่รูปไม่ใช่อายตนะหรือ ? สภาวธรรมที่ไม่ใช่อายตนะไม่ใช่รูปหรือ ?
สภาวธรรมที่ไม่ใช่สัททะไม่ใช่อายตนะหรือ ? สภาวธรรมที่ไม่ใช่อายตนะไม่ใช่สัททะหรือ ?
สภาวธรรมที่ไม่ใช่คันธะไม่ใช่อายตนะหรือ ? สภาวธรรมที่ไม่ใช่อายตนะไม่ใช่คันธะหรือ ?
สภาวธรรมที่ไม่ใช่รสไม่ใช่อายตนะหรือ ? สภาวธรรมที่ไม่ใช่อายตนะไม่ใช่รสหรือ ?
สภาวธรรมที่ไม่ใช่โผฏฐัพพะไม่ใช่อายตนะหรือ ? สภาวธรรมที่ไม่ใช่อายตนะไม่ใช่โผฏฐัพพะหรือ ?
สภาวธรรมที่ไม่ใช่มนะไม่ใช่อายตนะหรือ ? สภาวธรรมที่ไม่ใช่อายตนะไม่ใช่มนะหรือ ?
สภาวธรรมที่ไม่ใช่ธัมมะไม่ใช่อายตนะหรือ ? สภาวธรรมที่ไม่ใช่อายตนะไม่ใช่ธัมมะหรือ ?
๔. สุทธายตนมูลจักกวาร
อนุโลม
{๒๘๖} [๘] จักขุคืออายตนะหรือ ? อายตนะคือโสตะหรือ ?
จักขุคืออายตนะหรือ ? อายตนะคือธัมมะหรือ ? (๑)
โสตะคืออายตนะหรือ ? อายตนะคือจักขุหรือ ?
โสตะคืออายตนะหรือ ? อายตนะคือธัมมะหรือ ? (๒)
ฆานะคืออายตนะหรือ ? อายตนะคือจักขุหรือ ?
ฆานะคืออายตนะหรือ ? อายตนะคือธัมมะหรือ ?...(๓-๑๑)
ธัมมะคืออายตนะหรือ ? อายตนะคือจักขุหรือ ?
ธัมมะคืออายตนะหรือ ? อายตนะคือโสตะหรือ ?
ธัมมะคืออายตนะหรือ ? อายตนะคือมนะหรือ ? (๑๒)
(พึงผูกเป็นจักกนัย)
ปัจจนีกะ
{๒๘๗} [ ๙] สภาวธรรมที่ไม่ใช่จักขุไม่ใช่อายตนะหรือ ? สภาวธรรมที่ไม่ใช่อายตนะไม่ใช่โสตะหรือ ?
สภาวธรรมที่ไม่ใช่จักขุไม่ใช่อายตนะหรือ ? สภาวธรรมที่ไม่ใช่อายตนะไม่ใช่ฆานะหรือ ? ...
สภาวธรรมที่ไม่ใช่จักขุไม่ใช่อายตนะหรือ ? สภาวธรรมที่ไม่ใช่อายตนะไม่ใช่ธัมมะหรือ ? (๑)สภาวธรรมที่ไม่ใช่โสตะไม่ใช่อายตนะหรือ ? สภาวธรรมที่ไม่ใช่อายตนะไม่ใช่จักขุหรือ ?
สภาวธรรมที่ไม่ใช่โสตะไม่ใช่อายตนะหรือ ? สภาวธรรมที่ไม่ใช่อายตนะไม่ใช่ธัมมะหรือ ? (๒)สภาวธรรมที่ไม่ใช่ฆานะไม่ใช่อายตนะหรือ ? สภาวธรรมที่ไม่ใช่อายตนะไม่ใช่จักขุหรือ ?...
สภาวธรรมที่ไม่ใช่ฆานะไม่ใช่อายตนะหรือ ? สภาวธรรมที่ไม่ใช่อายตนะไม่ใช่ธัมมะหรือ ?...(๓-๑๑)สภาวธรรมที่ไม่ใช่ธัมมะไม่ใช่อายตนะหรือ ? สภาวธรรมที่ไม่ใช่อายตนะไม่ใช่จักขุหรือ ?
สภาวธรรมที่ไม่ใช่ธัมมะไม่ใช่อายตนะหรือ ? สภาวธรรมที่ไม่ใช่อายตนะไม่ใช่โสตะหรือ ?...
สภาวธรรมที่ไม่ใช่ธัมมะไม่ใช่อายตนะหรือ ? สภาวธรรมที่ไม่ใช่อายตนะไม่ใช่มนะหรือ ? (๑๒)
(พึงผูกเป็นจักกนัย)
จบ ปัณณัตติอุทเทสวาร
-----
๑. ปัณณัตติวารนิทเทส
๑. ปทโสธนวาร
อนุโลม
{๒๘๘} [๑๐] อนุโลมปุจฉา จักขุคือจักขายตนะหรือ ?
วิสัชนา ทิพพจักขุ ปัญญาจักขุเรียกว่าจักขุ แต่ไม่ใช่จักขายตนะ จักขายตนะเป็นจักขุด้วย เป็นจักขายตนะด้วยปฏิโลมปุจฉา จักขายตนะคือจักขุหรือ ?
วิ. ถูกแล้ว
อนุ. โสตะคือโสตายตนะหรือ ?
วิ. ทิพพโสตะ ตัณหาโสตะเรียกว่าโสตะ แต่ไม่ใช่โสตายตนะ โสตายตนะเป็นโสตะด้วย เป็นโสตายตนะด้วยปฏิ. โสตายตนะคือโสตะหรือ ?
วิ. ถูกแล้ว
อนุ. ฆานะคือฆานายตนะหรือ ?
วิ. ถูกแล้ว
ปฏิ. ฆานายตนะคือฆานะหรือ ?
วิ. ถูกแล้ว
อนุ. ชิวหาคือชิวหายตนะหรือ ?
วิ. ถูกแล้ว
- ๑ทิพพจักขุ ตาทิพย์ จัดเป็นวิชชาญาณข้อที่ ๒ ในบรรดาวิชชา ๓ ปัญญาจักขุ ตาปัญญา จัดเป็นวิชชาญาณข้อที่ ๓ ในบรรดาวิชชา ๓ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๓๕๑)
- ๒ทิพพโสตะ หูทิพย์ จัดเป็นอภิญญาญาณข้อที่ ๒ ในบรรดาอภิญญา ๖ ตัณหาโสตะ กระแสตัณหา หมายถึงตัวตัณหานั่นเอง (อภิ.ปญฺจ.อ. ๓๕๑)
จบ อายตนะ ๑๒ อุทเทสวาร