พระอภิธรรมปิฎก ยมก · สัจจยมก
นิโรธวาร เล่ม ๓๘
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๙๑๙–๙๘๓ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๔/๖ ในสัจจยมกมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก สัจจยมก นิโรธวาร (ฉบับหลวง เล่ม ๓๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๒ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๘)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๓๘ หน้า ๔๕๙–๔๙๒
{๙๑๘} [๘๗] อนุ. สมุทยสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลใดในภูมิใด มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นในภูมินั้นหรือ ?
วิ. สมุทยสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้อยู่ในชั้นสุทธาวาสในเมื่อจิตดวงที่ ๒ เป็นไปอยู่ แต่มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ สมุทยสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วและมัคคสัจก็จักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคลปฏิ. หรือว่ามัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใดในภูมิใด สมุทยสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ?
วิ. มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค แก่พระอรหันต์ แก่เหล่าปุถุชนผู้จักไม่ได้เฉพาะมรรคและแก่อาปายิกบุคคล แต่สมุทยสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นและสมุทยสัจก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคล
จบ อุปปาทวาร
๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร
๑. ปัจจุปปันนวาร
อนุโลมบุคคล
{๙๑๙} [๘๘] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดย่อมดับไป สมุทยสัจของบุคคลนั้นย่อมดับไปหรือ ?
วิ. ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นผู้กำลังจุติอยู่ทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากตัณหาในปวัตติกาลย่อมดับไป แต่สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้น
ย่อมดับไปก็หาไม่ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นย่อมดับไปและสมุทยสัจก็ย่อมดับไปในภังคขณะแห่งตัณหา
ปฏิ. หรือว่าสมุทยสัจของบุคคลใดย่อมดับไป มัคคสัจของบุคคลนั้นย่อมดับไป ?
วิ. ถูกแล้ว
{๙๒๐} อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดย่อมดับไป มัคคสัจของบุคคลนั้นย่อมดับไปหรือ ?
วิ. ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นผู้กำลังจุติอยู่ทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากมรรคในปวัตติกาลย่อมดับไป แต่มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นย่อมดับไปและมัคคสัจก็ย่อมดับไปในภังคขณะแห่งมรรคในปัญจโวการภูมิปฏิ. หรือว่ามัคคสัจของบุคคลใดย่อมดับไป ทุกขสัจของบุคคลนั้นย่อมดับไป ?
วิ. มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นย่อมดับไปในภังคขณะแห่งมรรคในอรูปภูมิ แต่ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นย่อมดับไปและทุกขสัจก็ย่อมดับไปในภังคขณะแห่งมรรคในปัญจโวการภูมิ{๙๒๑} [๘๙] อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดย่อมดับไป มัคคสัจของบุคคลนั้นย่อมดับไปหรือ ?
วิ. หามิได้
ปฏิ. หรือว่ามัคคสัจของบุคคลใดย่อมดับไป สมุทยสัจของบุคคลนั้นย่อมดับไป
วิ. หามิได้
อนุโลมโอกาส
{๙๒๒} [๙๐] อนุ. ทุกขสัจในภูมิใดย่อมดับไป สมุทยสัจในภูมินั้นย่อมดับไปหรือ ?
วิ. ทุกขสัจในภูมินั้นซึ่งเป็นอสัญญสัตตภูมิย่อมดับไป ...
(คำที่กำหนดว่า ในภูมิใด เป็นเช่นเดียวกันทั้งในอุปปาทวาร นิโรธวารและอุปปาทนิโรธวาร เหตุเครื่องทำให้ต่างกันย่อมไม่มี)
อนุโลมปุคคโลกาส
{๙๒๓} [๙๑] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดย่อมดับไป ...
(แม้คำที่กำหนดว่า ของบุคคลใดในภูมิใด พึงให้พิสดารเช่นเดียวกัน)
ปัจจนีกบุคคล
{๙๒๔} [๙๒] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดย่อมไม่ดับไป สมุทยสัจของบุคคลนั้นย่อมไม่ดับไปหรือ ?
วิ. ถูกแล้ว
ปฏิ. หรือว่าสมุทยสัจของบุคคลใดย่อมไม่ดับไป ทุกขสัจของบุคคลนั้นย่อมไม่ดับไป
วิ. สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นผู้กำลังจุติอยู่ทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากตัณหาในปวัตติกาลย่อมไม่ดับไป แต่ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นผู้กำลังเกิดอยู่ทั้งหมดในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาลในภังคขณะแห่งมรรคจิตและผลจิตในอรูปภูมิย่อมไม่ดับไปและทุกขสัจก็ย่อมไม่ดับไป
{๙๒๕} อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดย่อมไม่ดับไป มัคคสัจของบุคคลนั้นย่อมไม่ดับไปหรือ ?
วิ. ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งมรรคจิตในอรูปภูมิย่อมไม่ดับไป แต่มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นผู้กำลังเกิดอยู่ทั้งหมดในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาลในภังคขณะแห่งผลจิตในอรูปภูมิย่อมไม่ดับไปและมัคคสัจก็ย่อมไม่ดับไปปฏิ. หรือว่ามัคคสัจของบุคคลใดย่อมไม่ดับไป ทุกขสัจของบุคคลนั้นย่อมไม่ดับไป ?
วิ. มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นผู้กำลังจุติอยู่ทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากมรรคในปวัตติกาลย่อมไม่ดับไป แต่ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นผู้กำลังเกิดอยู่ทั้งหมดในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในภังคขณะแห่งผลจิตในอรูปภูมิย่อมไม่ดับไปและทุกขสัจก็ย่อมไม่ดับไป{๙๒๖} [๖๗๖*] อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดย่อมไม่ดับไป มัคคสัจของบุคคลนั้นย่อมไม่ดับไปหรือ ?
วิ. สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งมรรคจิตย่อมไม่ดับไป แต่มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดในอุปปาทขณะแห่งจิตในภังคขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากตัณหาและจิตที่วิปปยุตจากมรรค ของผู้เข้านิโรธสมาบัติ ของอสัญญสัตตบุคคลย่อมไม่ดับไปและมัคคสัจก็ย่อมไม่ดับไปปฏิ. หรือว่ามัคคสัจของบุคคลใดย่อมไม่ดับไป สมุทยสัจของบุคคลนั้นย่อมไม่ดับไป ?
วิ. มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งตัณหาย่อมไม่ดับไป แต่สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ มัคคสัจของบุคคล
- [๙๓] - ผู้รวบรวม
เหล่านั้นทั้งหมดในอุปปาทขณะแห่งจิตในภังคขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากมรรคและจิตที่วิปปยุตจากตัณหา ของผู้ที่เข้านิโรธสมาบัติ ของอสัญญสัตตบุคคลย่อมไม่ดับไปและสมุทยสัจก็ย่อมไม่ดับไป
ปัจจนีกโอกาส
{๙๒๗} [๙๔] อนุ. ทุกขสัจในภูมิใดย่อมไม่ดับไป ...
ปัจจนีกปุคคโลกาส
{๙๒๘} [๙๕] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดย่อมไม่ดับไป ...
(คำที่กำหนดว่า ของบุคคลใด ว่า ในภูมิใด และว่า ของบุคคลใดในภูมิใด เป็นเช่นเดียวกัน อนึ่ง ไม่พึงเพิ่มคำว่า ของผู้เข้านิโรธสมาบัติ นี้เข้าแม้ในคำที่กำหนดว่า ของบุคคลใดในภูมิใด)
๒. อตีตวาร
อนุโลมบุคคล
{๙๒๙} [๙๖] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดเคยดับไปแล้ว สมุทยสัจของบุคคลนั้นเคยดับไปแล้วหรือ ?
วิ. ถูกแล้ว
(อดีตปุจฉาในอุปปาทวารทั้งอนุโลมและปัจจนีกะท่านจำแนกไว้แล้วฉันใด แม้ในนิโรธวารก็พึงจำแนก ฉันนั้น ไม่มีเหตุเครื่องทำให้ต่างกัน)
๓. อนาคตวาร
อนุโลมบุคคล
{๙๓๐} [๙๗] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดจักดับไป สมุทยสัจของบุคคลนั้นจักดับไปหรือ ?
วิ. ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคของพระอรหันต์ บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใดของบุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้นจักดับไป แต่สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นนอกนี้จักดับไปและสมุทยสัจก็จักดับไปปฏิ. หรือว่าสมุทยสัจของบุคคลใด ...
วิ. ถูกแล้ว
{๙๓๑} อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดจักดับไป มัคคสัจของบุคคลนั้นจักดับไปหรือ ?
วิ. ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรคจิตของพระอรหันต์ และของเหล่าปุถุชนผู้จักไม่ได้เฉพาะมรรคจักดับไป แต่มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ของบุคคลเหล่านั้น และของบุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้เฉพาะมรรคจักดับไปและมัคคสัจก็จักดับไปปฏิ. หรือว่ามัคคสัจของบุคคลใด ...
วิ. ถูกแล้ว
{๙๓๒} [๙๘] อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดจักดับไป มัคคสัจของบุคคลนั้นจักดับไปหรือ ?
วิ. สมุทยสัจของปุถุชนเหล่านั้นผู้จักไม่ได้เฉพาะมรรคจักดับไป แต่มัคคสัจของปุถุชนเหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะมรรคสมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นจักดับไปและมัคคสัจก็จักดับไป
ปฏิ. หรือว่ามัคคสัจของบุคคลใดจักดับไป สมุทยสัจของบุคคลนั้นจักดับไป ?
วิ. มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคจิต บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ของบุคคลเหล่านั้นจักดับไป แต่สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะมรรค มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นจักดับไปและสมุทยสัจก็จักดับไป
อนุโลมโอกาส
{๙๓๓} [๙๙] อนุ. ทุกขสัจในภูมิใดจักดับไป ...
อนุโลมปุคคโลกาส
{๙๓๔} [๑๐๐] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดจักดับไป สมุทยสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นจักดับไปหรือ ?
วิ. ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค ของพระอรหันต์ บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ของบุคคลเหล่านั้น และของผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคลจักดับไป แต่สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับไปก็หาไม่ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้มีขันธ์ ๔ ผู้มีขันธ์ ๕ นอกนี้จักดับไปและสมุทยสัจก็จักดับไป ...
(คำที่กำหนดว่า ของบุคคลใด ว่า ในภูมิใด และว่า ของบุคคลใดในภูมิใด ก็เป็นเช่นเดียวกัน)
ปัจจนีกบุคคล
{๙๓๕} [๑๐๑] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดจักไม่ดับไป สมุทยสัจของบุคคลนั้นจักไม่ดับไปหรือ ?
วิ. ถูกแล้ว
ปฏิ. หรือว่าสมุทยสัจของบุคคลใดจักไม่ดับไป ทุกขสัจของบุคคลนั้นจักไม่ดับไป ?
วิ. สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค ของพระอรหันต์ บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ของบุคคลเหล่านั้นจักไม่ดับไป แต่ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นจักไม่ดับไปและทุกขสัจก็จักไม่ดับไปในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต{๙๓๖} อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดจักไม่ดับไป มัคคสัจของบุคคลนั้นจักไม่ดับไปหรือ ?
วิ. ถูกแล้ว
ปฏิ. หรือว่ามัคคสัจของบุคคลใดจักไม่ดับไป ทุกขสัจของบุคคลนั้นจักไม่ดับไป ?
วิ. มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรคจิตของพระอรหันต์ และของเหล่าปุถุชนผู้จักไม่ได้เฉพาะมรรคจักไม่ดับไป แต่ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นจักไม่ดับไปและทุกขสัจก็จักไม่ดับไปในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต
{๙๓๗} [๑๐๒* อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดจักไม่ดับไป มัคคสัจของบุคคลนั้นจักไม่ดับไปหรือ ?
วิ. สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคจิต บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ของบุคคลเหล่านั้นจักไม่ดับไป แต่มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค ของพระอรหันต์จักไม่ดับไปและมัคคสัจก็จักไม่ดับไปปฏิ. หรือว่ามัคคสัจของบุคคลใดจักไม่ดับไป สมุทยสัจของบุคคลนั้นจักไม่ดับไป ?
วิ. มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นผู้เป็นปุถุชนผู้จักไม่ได้เฉพาะมรรคจักดับไป แต่สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค ของพระอรหันต์จักไม่ดับไปและสมุทยสัจก็จักไม่ดับไป
ปัจจนีกโอกาส
{๙๓๘} [๑๐๓] อนุ. ทุกขสัจในภูมิใดจักไม่ดับไป ...
ปัจจนีกปุคคโลกาส
{๙๓๙} [๑๐๔] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดจักไม่ดับไป สมุทยสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปหรือ ?
วิ. ถูกแล้ว
ปฏิ. หรือว่าสมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดจักไม่ดับไป ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไป ?
- [๑๐๒] - ผู้รวบรวม
วิ. สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค ของพระอรหันต์ บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ของบุคคลเหล่านั้น และของอสัญญสัตตบุคคลจักไม่ดับไป แต่ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปและทุกขสัจก็จักไม่ดับไปในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต{๙๔๐} อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดจักไม่ดับไป มัคคสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปหรือ ?
วิ. ถูกแล้ว
ปฏิ. หรือว่ามัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดจักไม่ดับไป ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไป ?
วิ. มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรคจิต ของพระอรหันต์ ของเหล่าปุถุชนผู้จักไม่ได้เฉพาะมรรค ของอาปายิกบุคคล และของอสัญญสัตตบุคคลจักไม่ดับไป แต่ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปและทุกขสัจก็จักไม่ดับไปในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต{๙๔๑} [๑๐๕] อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดจักไม่ดับไป มัคคสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปหรือ ?
วิ. สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคจิต บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ของบุคคลเหล่านั้นจักไม่ดับไป แต่มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค ของพระอรหันต์ และของอสัญญสัตตบุคคลจักไม่ดับไปและมัคคสัจก็จักไม่ดับไป
ปฏิ. หรือว่ามัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดจักไม่ดับไป สมุทยสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไป ?
วิ. มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้เป็นอาปายิกบุคคลและของเหล่าปุถุชนผู้จักไม่ได้เฉพาะมรรคจักไม่ดับไป แต่สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค ของพระอรหันต์ ของอสัญญสัตตบุคคลจักไม่ดับไปและสมุทยสัจก็จักไม่ดับไป
๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
อนุโลมบุคคล
{๙๔๒} [๑๐๖] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดย่อมดับไป สมุทยสัจของบุคคลนั้นเคยดับไปแล้วหรือ ?
วิ. ถูกแล้ว
ปฏิ. หรือว่าสมุทยสัจของบุคคลใดเคยดับไปแล้ว ทุกขสัจของบุคคลนั้นย่อมดับไป ?
วิ. สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นผู้กำลังเกิดอยู่ทั้งหมดในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในภังคขณะแห่งมรรคจิตและผลจิตในอรูปภูมิเคยดับไปแล้ว แต่ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นผู้กำลังจุติอยู่ทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลเคยดับไปแล้วและทุกขสัจก็ย่อมดับไป{๙๔๓} อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดย่อมดับไป มัคคสัจของบุคคลนั้นเคยดับไปแล้วหรือ ?
วิ. ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นผู้ยังมิได้ตรัสรู้ซึ่งกำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลย่อมดับไป แต่มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นเคย
ดับไปแล้วก็หาไม่ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นผู้ได้ตรัสรู้แล้วซึ่งกำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ย่อมดับไปและมัคคสัจก็เคยดับไปแล้ว
ปฏิ. หรือว่ามัคคสัจของบุคคลใดเคยดับไปแล้ว ทุกขสัจของบุคคลนั้นย่อมดับไป ?
วิ. มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นผู้ได้ตรัสรู้แล้วซึ่งกำลังเกิดอยู่ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในภังคขณะแห่งมรรคจิตและผลจิตในอรูปภูมิเคยดับไปแล้ว แต่ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นผู้ได้ตรัสรู้แล้วซึ่งกำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลเคยดับไปแล้วและทุกขสัจก็ย่อมดับไป{๙๔๔} [๑๐๗] อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดย่อมดับไป มัคคสัจของบุคคลนั้นเคยดับไปแล้วหรือ ?
วิ. สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นผู้ยังไม่ได้ตรัสรู้ในภังคขณะแห่งตัณหาย่อมดับไป แต่มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นเคยดับไปแล้วก็หาไม่ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นผู้ได้ตรัสรู้แล้วในภังคขณะแห่งตัณหาย่อมดับไปและมัคคสัจก็เคยดับไปแล้ว
ปฏิ. หรือว่ามัคคสัจของบุคคลใดเคยดับไปแล้ว สมุทยสัจของบุคคลนั้นย่อมดับไป ?
วิ. มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นผู้ได้ตรัสรู้แล้วในอุปปาทขณะแห่งตัณหาในเมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ ของผู้เข้านิโรธสมาบัติเคยดับไปแล้ว แต่สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นผู้ได้ตรัสรู้แล้วในภังคขณะแห่งตัณหาเคยดับไปแล้วและสมุทยสัจก็ย่อมดับไป
อนุโลมโอกาส
{๙๔๕} [๑๐๘] อนุ. ทุกขสัจในภูมิใดย่อมดับไป ...
อนุโลมปุคคโลกาส
{๙๔๖} [๑๐๙] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดย่อมดับไป สมุทยสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นเคยดับไปแล้วหรือ ?
วิ. ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้อยู่ในชั้นสุทธาวาสในภังคขณะแห่งอุปปัตติจิต ของผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิย่อมดับไป แต่สมุทยสัจ ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับไปแล้วก็หาไม่ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นนอกนี้ซึ่งกำลังจุติจากจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลย่อมดับไปและสมุทยสัจก็เคยดับไปแล้วปฏิ. หรือว่าสมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับไปแล้ว ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นย่อมดับไป ?
วิ. สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้กำลังเข้าถึงจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในภังคขณะแห่งมรรคจิตและผลจิตในอรูปภูมิเคยดับไปแล้ว แต่ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นย่อมดับไปก็หาไม่ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้กำลังจุติจากจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิเคยดับไปแล้วในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลและทุกขสัจก็ย่อมดับไป{๙๔๗} อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดย่อมดับไป มัคคสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นเคยดับไปแล้วหรือ ?
วิ. ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้อยู่ในชั้นสุทธาวาสในภังคขณะแห่งอุปปัตติจิต ของผู้ยังไม่ได้ตรัสรู้ซึ่งกำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ของผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิย่อมดับไป แต่มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับไปแล้วก็หาไม่ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้ได้ตรัสรู้แล้วซึ่งกำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลย่อมดับไปและมัคคสัจก็เคยดับไปแล้ว
ปฏิ. หรือว่ามัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับไปแล้ว ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นย่อมดับไป ?
วิ. มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้ได้ตรัสรู้แล้วซึ่งกำลังเกิดอยู่ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในภังคขณะแห่งมรรคจิตและผลจิตในอรูปภูมิเคยดับไปแล้ว แต่ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นย่อมดับไปก็หาไม่ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้ได้ตรัสรู้แล้วซึ่งกำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลเคยดับไปแล้วและทุกขสัจก็ย่อมดับไป{๙๔๘} [๑๑๐] อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดย่อมดับไป มัคคสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นเคยดับไปแล้วหรือ ?
วิ. สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้ยังไม่ได้ตรัสรู้ในภังคขณะแห่งตัณหาย่อมดับไป แต่มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับไปแล้วก็หาไม่ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้ได้ตรัสรู้แล้วในภังคขณะแห่งตัณหาย่อมดับไปและมัคคสัจก็เคยดับไปแล้ว
ปฏิ. หรือว่ามัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับไปแล้ว สมุทยสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นย่อมดับไป ?
วิ. มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้ได้ตรัสรู้แล้วในอุปปาทขณะแห่งตัณหาในเมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่เคยดับไปแล้ว แต่สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นย่อมดับไปก็หาไม่ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้ได้ตรัสรู้แล้วในภังคขณะแห่งตัณหาเคยดับไปแล้วและสมุทยสัจก็ย่อมดับไป
ปัจจนีกบุคคล
{๙๔๙} [๑๑๑] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดย่อมไม่ดับไป สมุทยสัจของบุคคลนั้นไม่เคยดับไปแล้วหรือ ?
วิ. เคยดับไปแล้ว
ปฏิ. หรือว่าสมุทยสัจของบุคคลใดไม่เคยดับไปแล้ว ทุกขสัจของบุคคลนั้นย่อมไม่ดับไป ?
วิ. ไม่มี
{๙๕๐} อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดย่อมไม่ดับไป มัคคสัจของบุคคลนั้นไม่เคยดับไปแล้วหรือ ?
วิ. ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นผู้ได้ตรัสรู้แล้วซึ่งกำลังเกิดอยู่ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในภังคขณะแห่งมรรคจิตและผลจิตในอรูปภูมิย่อมไม่ดับไป แต่มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นผู้ยังไม่ได้ตรัสรู้ซึ่งกำลังเกิดอยู่ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ย่อมไม่ดับไปและมัคคสัจก็ไม่เคยดับไปแล้วปฏิ. หรือว่ามัคคสัจของบุคคลใดไม่เคยดับไปแล้วทุกขสัจของบุคคลนั้นย่อมไม่ดับไป ?
วิ. มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นผู้ยังไม่ได้ตรัสรู้ซึ่งกำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลไม่เคยดับไปแล้ว แต่ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นผู้ยังไม่ได้ตรัสรู้ซึ่งกำลังเกิดอยู่ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาลไม่เคยดับไปแล้วและทุกขสัจก็ย่อมไม่ดับไป{๙๕๑} [๑๑๒] อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดย่อมไม่ดับไป มัคคสัจของบุคคลนั้นไม่เคยดับไปแล้วหรือ ?
วิ. สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นผู้ได้ตรัสรู้แล้วในอุปปาทขณะแห่งตัณหาในเมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ และของผู้เข้านิโรธสมาบัติย่อมไม่ดับไป แม้มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นผู้ยังไม่ได้ตรัสรู้ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาในเมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ และของอสัญญสัตตบุคคลย่อมไม่ดับไปและมัคคสัจก็ไม่เคยดับไปแล้ว
ปฏิ. หรือว่ามัคคสัจของบุคคลใดไม่เคยดับไปแล้ว สมุทยสัจของบุคคลนั้นย่อมไม่ดับไป ?
วิ. มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นผู้ยังไม่ได้ตรัสรู้ในภังคขณะแห่งตัณหาไม่เคยดับไปแล้ว แต่สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นผู้ยังไม่ได้ตรัสรู้ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาในเมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ และของอสัญญสัตตบุคคลไม่เคยดับไปแล้วและสมุทยสัจก็ย่อมไม่ดับไป
ปัจจนีกโอกาส
{๙๕๒} [๑๑๓] อนุ. ทุกขสัจในภูมิใดย่อมไม่ดับไป ...
ปัจจนีกปุคคโลกาส
{๙๕๓} [๑๑๔] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดย่อมไม่ดับไป สมุทยสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นไม่เคยดับไปแล้วหรือ ?
วิ. ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้กำลังเข้าถึงจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในภังคขณะแห่งมรรคจิตและผลจิตในอรูปภูมิย่อมไม่ดับไป แต่สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้อยู่ในชั้นสุทธาวาสในอุปปาทขณะแห่งอุปปัตติจิต และของผู้เข้าถึงอสัญญสัตตภูมิย่อมไม่ดับไปและสมุทยสัจก็ไม่เคยดับไปแล้วปฏิ. หรือว่าสมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับไปแล้ว ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นย่อมไม่ดับไป ?
วิ. สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้อยู่ในชั้นสุทธาวาสในภังคขณะแห่งอุปปัตติจิตซึ่งกำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิไม่เคยดับไปแล้ว แต่ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ สมุทยสัจของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้อยู่ในชั้นสุทธาวาสในอุปปาทขณะแห่งอุปปัตติจิต และผู้กำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิไม่เคยดับไปแล้วและทุกขสัจก็ย่อมไม่ดับไป
{๙๕๔} อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดย่อมไม่ดับไป มัคคสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นไม่เคยดับไปแล้วหรือ ?
วิ. ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้ได้ตรัสรู้แล้วซึ่งกำลังเกิดอยู่ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในภังคขณะแห่งมรรคจิตและผลจิตในอรูปภูมิย่อมไม่ดับไป แต่มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้อยู่ในชั้นสุทธาวาสในอุปปาทขณะแห่งอุปปัตติจิต ของผู้ยังไม่ได้ตรัสรู้ซึ่งกำลังเกิดอยู่ในอุปปาทขณะในปวัตติกาล และของผู้กำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิย่อมไม่ดับไปและมัคคสัจก็ไม่เคยดับไปแล้วปฏิ. หรือว่ามัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับไปแล้ว ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นย่อมไม่ดับไป
วิ. มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้อยู่ในชั้นสุทธาวาสในภังคขณะแห่งอุปปัตติจิต ของผู้ยังไม่ได้ตรัสรู้ซึ่งกำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล และของผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิไม่เคยดับไปแล้ว แต่ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้อยู่ในชั้นสุทธาวาสในอุปปาทขณะแห่งอุปปัตติจิตของผู้ยังไม่ได้ตรัสรู้ซึ่งกำลังเกิดอยู่ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล และของผู้กำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิไม่เคยดับไปแล้วและทุกขสัจก็ย่อมไม่ดับไป{๙๕๕} [๑๑๕] อนุ.สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดย่อมไม่ดับไป มัคคสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นไม่เคยดับไปแล้วหรือ ?
วิ. สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้ได้ตรัสรู้แล้วในอุปปาทขณะแห่งตัณหาในเมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ย่อมไม่ดับไป แต่มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้นผู้อยู่ในชั้นสุทธาวาสในเมื่อจิตดวงที่ ๒ เป็นไปอยู่ ของผู้ยังไม่ได้ตรัสรู้ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาในเมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่และของอสัญญสัตตบุคคลย่อมไม่ดับไปและมัคคสัจก็ไม่เคยดับไปแล้ว
ปฏิ. หรือว่ามัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับไปแล้ว สมุทยสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นย่อมไม่ดับไป ?
วิ. มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้ยังไม่ได้ตรัสรู้ในภังคขณะแห่งตัณหาไม่เคยดับไปแล้ว แต่สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้อยู่ในชั้นสุทธาวาสในเมื่อจิตดวงที่ ๒ เป็นไปอยู่ ของผู้ยังไม่ได้ตรัสรู้ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาในเมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ และของอสัญญสัตตบุคคลไม่เคยดับไปแล้วและสมุทยสัจก็ย่อมไม่ดับไป
๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
อนุโลมบุคคล
{๙๕๖} [๑๑๖] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดย่อมดับไป สมุทยสัจของบุคคลนั้นจักดับไปหรือ ?
วิ. ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรคจิตของพระอรหันต์ในภังคขณะแห่งจิต และบุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ของบุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งจิตนั้นย่อมดับไป แต่สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นผู้กำลังจุติอยู่นอกนี้ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลย่อมดับไปและสมุทยสัจก็จักดับไปปฏิ. หรือว่าสมุทยสัจของบุคคลใดจักดับไป ทุกขสัจของบุคคลนั้นย่อมดับไป ?
วิ. สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นผู้กำลังเกิดอยู่ทั้งหมดในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในภังคขณะแห่งมรรคจิตและผลจิตในอรูปภูมิจักดับไป แต่ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นผู้กำลังจุติอยู่ทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลจักดับไปและทุกขสัจก็ย่อมดับไป
{๙๕๗} อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดย่อมดับไป มัคคสัจของบุคคลนั้นจักดับไปหรือ ?
วิ. ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรคจิตของพระอรหันตในภังคขณะแห่งจิต และของเหล่าปุถุชนที่จักไม่ได้เฉพาะมรรคซึ่งกำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลย่อมดับไป แต่มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งจิตนั้นและของบุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้เฉพาะมรรคซึ่งกำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลย่อมดับไปและมัคคสัจก็จักดับไปปฏิ. หรือว่ามัคคสัจของบุคคลใดจักดับไป ทุกขสัจของบุคคลนั้นย่อมดับไป ?
วิ. มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคจิตบุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ของบุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และของบุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้เฉพาะมรรคซึ่งกำลังเกิดอยู่ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในภังคขณะแห่งมรรคจิตและผลจิตในอรูปภูมิจักดับไป แต่ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งจิตนั้นและของบุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้เฉพาะมรรคซึ่งกำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลจักดับไปและทุกขสัจก็ย่อมดับไป
{๙๕๘} [๑๑๗] อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดย่อมดับไป มัคคสัจของบุคคลนั้นจักดับไปหรือ ?
วิ. บุคคลเหล่าใดผู้เป็นปุถุชนซึ่งจักได้เฉพาะมรรค สมุทยสัจของของบุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งตัณหาย่อมดับไป แต่มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นซึ่งจักได้เฉพาะมรรคในภังคขณะแห่งตัณหาย่อมดับไปและมัคคสัจก็จักดับไป
ปฏิ. หรือว่ามัคคสัจของบุคคลใดจักดับไป สมุทยสัจของบุคคลนั้นย่อมดับไป ?
วิ. มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคจิต บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ของบุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น ของบุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้เฉพาะมรรคในอุปปาทขณะแห่งตัณหาในเมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ ของผู้เข้านิโรธสมาบัติ และของอสัญญสัตตบุคคลจักดับไป แต่สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะมรรค มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งตัณหาจักดับไปและสมุทยสัจก็ย่อมดับไป
อนุโลมโอกาส
{๙๕๙} [๑๑๘] อนุ. ทุกขสัจในภูมิใดย่อมดับไป ...
อนุโลมปุคคโลกาส
{๙๖๐} [๑๑๙] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดย่อมดับไป สมุทยสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นจักดับไปหรือ ?
วิ. ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรคจิต ของพระอรหันต์ในภังคขณะแห่งจิต บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ของบุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งจิตนั้น
และของผู้ กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิย่อมดับไป แต่สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับไปก็หาไม่ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้กำลังจุติจากจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมินอกนี้ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลย่อมดับไปและสมุทยสัจก็จักดับไป
ปฏิ. หรือว่าสมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดจักดับไป ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นย่อมดับไป ?
วิ. สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้กำลังเข้าถึงจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในภังคขณะแห่งมรรคจิตและผลจิตในอรูปภูมิจักดับไป แต่ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นย่อมดับไปก็หาไม่ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้กำลังจุติจากจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลจักดับไปและทุกขสัจก็ย่อมดับไป
{๙๖๑} อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดย่อมดับไป มัคคสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นจักดับไปหรือ ?
วิ. ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรคจิต ของพระอรหันต์ในภังคขณะแห่งจิต ของอาปายิกบุคคล ของเหล่าปุถุชนผู้จักไม่ได้เฉพาะมรรคซึ่งกำลังจุติอยูในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลและของผู้กำลังจุติจากอบายภูมิ จากอสัญญสัตตภูมิย่อมดับไป แต่มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับไปก็หาไม่ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในภังคขณะแห่งมรรคในปัญจโวการภูมิ บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ของบุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งจิตนั้น และของบุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้เฉพาะมรรคซึ่งกำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลย่อมดับไปและมัคคสัจก็จักดับไปปฏิ. หรือว่ามัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดจักดับไป ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นย่อมดับไป ?
วิ. มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคจิต บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ของบุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และของบุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้เฉพาะมรรคซี่งกำลังเกิดอยู่ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในภังคขณะแห่งมรรคจิตและผลจิตในอรูปภูมิจักดับไป แต่ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นย่อมดับไปก็หาไม่ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในภังคขณะแห่งมรรคในปัญจโวการภูมิ บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ของบุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งจิตนั้น และของบุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้เฉพาะมรรคซึ่งกำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลจักดับไปและทุกขสัจก็ย่อมดับไป{๙๖๒} [๑๒๐] อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดย่อมดับไป มัคคสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นจักดับไปหรือ ?
วิ. สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้เป็นอาปายิกบุคคลและของปุถุชนผู้จักไม่ได้เฉพาะมรรคในภังคขณะแห่งตัณหาย่อมดับไป แต่มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับไปก็หาไม่ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้จักได้เฉพาะมรรคในภังคขณะแห่งตัณหาย่อมดับไปและมัคคสัจก็จักดับไป
ปฏิ. หรือว่ามัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดจักดับไปสมุทยสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นย่อมดับไป ?
วิ. มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคจิต บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ของบุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และของบุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้เฉพาะมรรคในอุปปาทขณะแห่งตัณหาในเมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่จักดับไป แต่สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นย่อมดับไปก็หาไม่ บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะมรรค มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในภังคขณะแห่งตัณหาจักดับไปและสมุทยสัจก็ย่อมดับไป
ปัจจนีกบุคคล
{๙๖๓} [๑๒๑] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดย่อมไม่ดับไป สมุทยสัจของบุคคลนั้นจักไม่ดับไปหรือ ?
วิ. ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นผู้กำลังเกิดอยู่ทั้งหมดในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในภังคขณะแห่งมรรคจิตและผลจิตในอรูปภูมิย่อมไม่ดับไป แต่สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค ของพระอรหันต์ในอุปปาทขณะแห่งจิต และบุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ของบุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้นในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรคจิตและผลจิตในอรูปภูมิย่อมไม่ดับไปและสมุทยสัจก็จักไม่ดับไปปฏิ. หรือว่าสมุทยสัจของบุคคลใดจักไม่ดับไป ทุกขสัจของบุคคลนั้นย่อมไม่ดับไป ?
วิ. สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรคจิตของพระอรหันต์ในภังคขณะแห่งจิต และบุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ของบุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งจิตนั้นจักไม่ดับไป แต่ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค ของพระอรหันต์ในอุปปาทขณะแห่งจิต และบุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ของบุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรคจิตและผลจิตในอรูปภูมิจักไม่ดับไปและทุกขสัจก็ย่อมไม่ดับไป{๙๖๔} อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดย่อมไม่ดับไป มัคคสัจของบุคคลนั้นจักไม่ดับไปหรือ ?
วิ. ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคจิต บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ของบุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และของบุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้เฉพาะมรรค
ซึ่งกำลังเกิดอยู่ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรคจิตและผลจิตในอรูปภูมิย่อมไม่ดับไปและมัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นผู้เป็นพระอรหันต์ใน
อุปปาทขณะแห่งจิตและของเหล่าปุถุชนผู้จักได้เฉพาะมรรคซึ่งกำลังเกิดอยู่ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรคจิตและผลจิตในอรูปภูมิย่อมไม่ดับไปและมัคคสัจก็จักไม่ดับไป
ปฏิ. หรือว่ามัคคสัจของบุคคลใดจักไม่ดับไป ทุกขสัจของบุคคลนั้นย่อมไม่ดับไป ?
วิ. มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรคจิต ของพระอรหันต์ในภังคขณะแห่งจิต และของเหล่าปุถุชนผู้จักไม่ได้เฉพาะมรรคซึ่งกำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลจักไม่ดับไป แต่ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นผู้เป็นพระอรหันต์ในอุปปาทขณะแห่งจิต และของเหล่าปุถุชนผู้จักไม่ได้เฉพาะมรรคซึ่งกำลังเกิดอยู่ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรคจิตและผลจิตในอรูปภูมิจักไม่ดับไปและทุกขสัจก็ย่อมไม่ดับไป{๙๖๕} [๑๒๒] อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดย่อมไม่ดับไป มัคคสัจของบุคคลนั้นจักไม่ดับไปหรือ ?
วิ. สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคจิต บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ของบุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น ของบุคคลเหล่าอี่นผู้จักได้เฉพาะมรรคในอุปปาทขณะแห่งตัณหาในเมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ ของผู้เข้านิโรธสมาบัติ และของอสัญญสัตตบุคคลย่อมไม่ดับไป แต่มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค ของพระอรหันต์ ของเหล่าปุถุชนผู้จักไม่ได้เฉพาะมรรค
ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาในเมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ ของผู้เข้านิโรธสมาบัติ และของอสัญญสัตตบุคคลย่อมไม่ดับไปและมัคคสัจก็จักไม่ดับไป
ปฏิ. หรือว่ามัคคสัจของบุคคลใดจักไม่ดับไป สมุทยสัจของบุคคลนั้นย่อมไม่ดับไป ?
วิ. ปุถุชนเหล่าใดจักไม่ได้เฉพาะมรรค มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งตัณหาของปุถุชนเหล่านั้นจักไม่ดับไป แต่สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรคจิต ของพระอรหันต์ และของเหล่าปุถุชนผู้จักไม่ได้เฉพาะมรรคในอุปปาทขณะแห่งตัณหาในเมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ของผู้เข้านิโรธสมาบัติ และของอสัญญสัตตบุคคลจักไม่ดับไปและสมุทยสัจก็ย่อมไม่ดับไป
ปัจจนีกโอกาส
{๙๖๖} [๑๒๓] อนุ. ทุกขสัจในภูมิใดย่อมไม่ดับไป ...
ปัจจนีกปุคคโลกาส
{๙๖๗} [๑๒๔] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดย่อมไม่ดับไป สมุทยสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปหรือ ?
วิ. ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้กำลังเข้าถึงจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรคจิตและผลจิตในอรูปภูมิย่อมไม่ดับไป แต่สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคจิต ของพระอรหันต์ในอุปปาทขณะแห่งจิตบุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ของบุคคล
เหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรคจิตและผลจิตในอรูปภูมิ และของผู้กำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิย่อมไม่ดับไปและสมุทยสัจก็จักไม่ดับไป
ปฏิ. หรือว่าสมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดจักไม่ดับไป ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นย่อมไม่ดับไป ?
วิ. สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรคจิต ของพระอรหันต์ในภังคขณะแห่งจิต บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ของบุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งจิตนั้นและของผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิจักไม่ดับไป แต่ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคจิต ของพระอรหันต์ในอุปปาทขณะแห่งจิต บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ของบุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรคจิตและผลจิตในอรูปภูมิ และของผู้กำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิจักไม่ดับไปและทุกขสัจก็ย่อมไม่ดับไป{๙๖๘} อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดย่อมไม่ดับไป มัคคสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปหรือ ?
วิ. ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคจิตในปัญจโวการภูมิ บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ของบุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และของบุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้เฉพาะมรรคซึ่งกำลังเกิดอยู่ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรคจิตและผลจิตในอรูปภูมิย่อมไม่ดับไป แต่มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้เป็นพระอรหันต์ในอุปปาทขณะแห่งจิต ของอาปายิกบุคคล ของเหล่าปุถุชนผู้จักไม่ได้เฉพาะมรรคซึ่งเกิดขึ้นอยู่ใน
อุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรคจิตและผลจิตในอรูปภูมิ และของผู้กำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิย่อมไม่ดับไปและมัคคสัจก็จักไม่ดับไป
ปฏิ. หรือว่ามัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดจักไม่ดับไป ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นย่อมไม่ดับไป ?
วิ. มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรคจิต ของพระอรหันต์ในภังคขณะแห่งจิต ของอาปายิกบุคคล ของเหล่าปุถุชนผู้จักไม่ได้เฉพาะมรรคซึ่งกำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล และของผู้กำลังจุติจากอบายภูมิ จากอสัญญสัตตภูมิจักไม่ดับไป แต่ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้เป็นพระอรหันต์ในอุปปาทขณะแห่งจิต ของอาปายิกบุคคลและของเหล่าปุถุชนที่จักไม่ได้เฉพาะมรรคซึ่งกำลังเกิดอยู่ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรคจิตและผลจิตในอรูปภูมิ และของผู้กำลังเข้าถึงอบายภูมิ อสัญญสัตตภูมิจักไม่ดับไปและทุกขสัจก็ย่อมไม่ดับไป{๙๖๙} [๑๒๕] อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดย่อมไม่ดับไปมัคคสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปหรือ ?
วิ. สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคจิต บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ของบุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และของบุคคลเหล่าอื่นที่จักได้เฉพาะมรรคในอุปปาทขณะแห่งตัณหาในเมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ย่อมไม่ดับไป แต่มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรคจิต ของพระอรหันต์ ของอาปายิกบุคคล ของเหล่าปุถุชนที่จักไม่ได้เฉพาะมรรคใน
อุปปาทขณะแห่งตัณหาในเมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ และของอสัญญสัตตบุคคลย่อมไม่ดับไปและมัคคสัจก็จักไม่ดับไป
ปฏิ. หรือว่ามัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดจักไม่ดับไป สมุทยสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นย่อมไม่ดับไป ?
วิ. มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้เป็นอาปายิกบุคคลและของปุถุชนผู้จักไม่ได้เฉพาะมรรคในภังคขณะแห่งตัณหาจักไม่ดับไป แต่สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรคจิต ของพระอรหันต์ ของอาปายิกบุคคล ของเหล่าปุถุชนผู้จักไม่ได้เฉพาะมรรคในอุปปาทขณะแห่งตัณหาในเมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ และของอสัญญสัตตบุคคล จักไม่ดับไปและสมุทยสัจก็ย่อมไม่ดับไป
๖. อตีตานาคตวาร
อนุโลมบุคคล
{๙๗๐} [๑๒๖] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดเคยดับไปแล้ว สมุทยสัจของบุคคลนั้นจักดับไปหรือ ?
วิ. ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคจิต ของพระอรหันต์ และบุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ของบุคคลเหล่านั้นเคยดับไปแล้ว แต่สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นนอกนี้เคยดับไปแล้วและสมุทยสัจก็จักดับไป
ปฏิ. หรือว่าสมุทยสัจของบุคคลใด ...
วิ. ถูกแล้ว
{๙๗๑} อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดเคยดับไปแล้ว มัคคสัจของบุคคลนั้นจักดับไปหรือ ?
วิ. ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรคจิตของพระอรหันต์ และของเหล่าปุถุชนผู้จักไม่ได้เฉพาะมรรคเคยดับไปแล้ว แต่มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคจิต บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ของบุคคลเหล่านั้น และของบุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้เฉพาะมรรคเคยดับไปแล้วและมัคคสัจก็จักดับไปปฏิ. หรือว่ามัคคสัจของบุคคลใด ...
วิ. ถูกแล้ว
{๙๗๒} [๑๒๗] อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดเคยดับไปแล้ว มัคคสัจของบุคคลนั้นจักดับไปหรือ ?
วิ. สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรคจิตของพระอรหันต์ และของเหล่าปุถุชนผู้จักไม่ได้เฉพาะมรรคเคยดับไปแล้ว แต่มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคจิต บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ของบุคคลเหล่านั้น และของบุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้เฉพาะมรรคเคยดับไปแล้วและมัคคสัจก็จักดับไปปฏิ. หรือว่ามัคคสัจของบุคคลใด ...
วิ. ถูกแล้ว
อนุโลมโอกาส
{๙๗๓} [๑๒๘] อนุ. ทุกขสัจในภูมิใดเคยดับไปแล้ว ...
อนุโลมปุคคโลกาส
{๙๗๔} [๑๒๙] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับไปแล้วสมุทยสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นจักดับไปหรือ ?
วิ. ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค ของพระอรหันต์ บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ของบุคคลเหล่านั้น และของอสัญญสัตตบุคคลเคยดับไปแล้ว แต่สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับไปก็หาไม่ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้มีขันธ์ ๔ มีขันธ์ ๕ นอกนี้เคยดับไปแล้วและสมุทยสัจก็จักดับไปปฏิ. หรือว่าสมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดจักดับไป ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นเคยดับไปแล้ว ?
วิ. สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้กำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาสจักดับไป แต่ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับไปแล้วก็หาไม่ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้มีขันธ์ ๔ มีขันธ์ ๕ นอกนี้จักดับไป และทุกขสัจก็เคยดับไปแล้ว
{๙๗๕} อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับไปแล้ว มัคคสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นจักดับไปหรือ ?
วิ. ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรคจิต ของพระอรหันต์ ของเหล่าปุถุชนผู้จักไม่ได้เฉพาะมรรค ของอาปายิกบุคคล และของอสัญญสัตตบุคคลเคยดับไปแล้ว แต่มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับไปก็หาไม่ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคจิต บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ของบุคคลเหล่านั้น และของบุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้เฉพาะมรรคเคยดับไปแล้วและมัคคสัจก็จักดับไปปฏิ. หรือว่ามัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดจักดับไป ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นเคยดับไปแล้ว ?
วิ. มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้กำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาสจักดับไป แต่ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับไปแล้วก็หาไม่
มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคจิต บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ของบุคคลเหล่านั้นและของบุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้เฉพาะมรรคจักดับไปและทุกขสัจก็เคยดับไปแล้ว
{๙๗๖} [๑๓๐] อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับไปแล้ว มัคคสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นจักดับไปหรือ ?
วิ. สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรคจิต ของพระอรหันต์ ของเหล่าปุถุชนผู้จักไม่ได้เฉพาะมรรค และของอาปายิกบุคคลเคยดับไปแล้ว แต่มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับไปก็หาไม่ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคจิต บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใดของบุคคลเหล่านั้น และของบุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้เฉพาะมรรคเคยดับไปแล้วและมัคคสัจก็จักดับไปปฏิ. หรือว่ามัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดจักดับไป สมุทยสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นเคยดับไปแล้ว ?
วิ. มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้อยู่ในชั้นสุทธาวาสในเมื่อจิตดวงที่ ๒ เป็นไปอยู่จักดับไป แต่สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับไปแล้วก็หาไม่ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคจิต บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ของบุคคลเหล่านั้น และของบุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้เฉพาะมรรคจักดับไปและมัคคสัจก็เคยดับไปแล้ว
ปัจจนีกบุคคล
{๙๗๗} [๑๓๑] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดไม่เคยดับไปแล้ว สมุทยสัจของบุคคลนั้นจักไม่ดับไปหรือ ?
วิ. ไม่มี
ปฏิ. หรือว่าสมุทยสัจของบุคคลใดจักไม่ดับไป ทุกขสัจของบุคคลนั้นไม่เคยดับไปแล้ว ?
วิ. เคยดับไปแล้ว
{๙๗๘} อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดไม่เคยดับไปแล้ว มัคคสัจของบุคคลนั้นจักไม่ดับไปหรือ ?
วิ. ไม่มี
ปฏิ. หรือว่ามัคคสัจของบุคคลใดจักไม่ดับไป ทุกขสัจของบุคคลนั้นไม่เคยดับไปแล้ววิ. เคยดับไปแล้ว
{๙๗๙} [๑๓๒] อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดไม่เคยดับไปแล้ว มัคคสัจของบุคคลนั้นจักไม่ดับไปหรือ ?
วิ. ไม่มี
ปฏิ. หรือว่ามัคคสัจของบุคคลใดจักไม่ดับไป สมุทยสัจของบุคคลนั้นไม่เคยดับไปแล้ววิ. เคยดับไปแล้ว
ปัจจนีกโอกาส
{๙๘๐} [๑๓๓] อนุ. ทุกขสัจในภูมิใดไม่เคยดับไปแล้ว ...
ปัจจนีกปุคคโลกาส
{๙๘๑} [๑๓๔] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับไปแล้ว สมุทยสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปหรือ ?
วิ. จักดับไป
ปฏิ. หรือว่าสมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดจักไม่ดับไป ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นไม่เคยดับไปแล้ว ?
วิ. เคยดับไปแล้ว
{๙๘๒} อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับไปแล้ว มัคคสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปหรือ ?
วิ. จักดับไป
ปฏิ. หรือว่ามัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดจักไม่ดับไป ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นไม่เคยดับไปแล้ว ?
วิ. เคยดับไปแล้ว
{๙๘๓} [๑๓๕] อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับไปแล้ว มัคคสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปหรือ ?
วิ. สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้อยู่ในชั้นสุทธาวาสในเมื่อจิตดวงที่ ๒ เป็นไปอยู่ไม่เคยดับไปแล้ว แต่มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคลไม่เคยดับไปแล้วและมัคคสัจก็จักไม่ดับไป ?
ปฏิ. หรือว่ามัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดจักไม่ดับไป สมุทยสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นไม่เคยดับไปแล้ว ?
วิ. มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรคจิต ของพระอรหันต์ ของเหล่าปุถุชนผู้จักไม่ได้เฉพาะมรรค และของอาปายิกบุคคลจักไม่ดับไป แต่สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคลจักไม่ดับไปและสมุทยสัจก็ไม่เคยดับไปแล้ว
จบ นิโรธวาร
๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร
๑. ปัจจุปปันนวาร
อนุโลมบุคคล
{๙๘๔} [๑๓๖] อนุ. ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลใด สมุทยสัจของบุคคลนั้นย่อมดับไปหรือ ?.
วิ. หามิได้
ปฏิ. หรือว่าสมุทยสัจของบุคคลใดย่อมดับไป ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้น ?
วิ. หามิได้
อนุ. ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลใด มัคคสัจของบุคคลนั้นย่อมดับไปหรือ ?
วิ. หามิได้
ปฏิ. หรือว่ามัคคสัจของบุคคลใดย่อมดับไป ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้น ?
วิ. หามิได้
[๑๓๗] อนุ. สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลใด มัคคสัจของบุคคลนั้นย่อมดับไปหรือ ?
วิ. หามิได้
ปฏิ. หรือว่ามัคคสัจของบุคคลใดย่อมดับไป สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้น ?
วิ. หามิได้
จบ นิโรธวาร