พระอภิธรรมปิฎก ยมก · สังขารยมก
อุปปาทวาร เล่ม ๓๘
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๐๓๖–๑๑๑๕ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๓/๖ ในสังขารยมกมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก สังขารยมก อุปปาทวาร (ฉบับหลวง เล่ม ๓๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๒ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๘)
ฉบับมหามกุฏฯ พิมพ์อรรถกถาไว้ในเล่มเดียวกับพระไตรปิฎก ข้อความในหน้านี้จึงมีอรรถกถาปนอยู่
ไทย (มหามกุฏฯ) เล่ม ๘๒ หน้า ๑๐๗๙–๑๑๕๖
ปวัตติวาระ
อุปปาทวาระ
ปัจจุปปันนวาระ อนุโลม
ปุคคลวาระ
กายสังขารมูล
กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี :-
[๑๐๓๖] กายสังขารกำลังเกิดแก่บุคคลใด, วจีสังขารก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เว้นวิตกและวิจารเสียแล้ว ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัส-สาสะ กายสังขารกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่วจีสังขารไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่กำลังเข้าปฐมฌานอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะของบุคคลซึ่งเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี กาย-สังขารกำลังเกิด และวจีสังขารก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า วจีสังขารกำลังเกิดแก่บุคคลใด, กายสังขารก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เว้นลมอัสสสาสะปัสสาสะเสียแล้ว ในอุปปาทขณะแห่งวิตกและวิจาร วจีสังขารกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่กายสังขารไม่ใช่กำลัง
เกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่กำลังเช่าปฐมฌานอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะของบุคคลซึ่งเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี วจี-สังขารกำลังเกิด และกายสังขารก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี
กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๐๓๗] กาย สังขารกำลังเกิดแก่บุคคลใด, จิตตสังขารก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า จิตตสังขารกำลังเกิดแก่บุคคลใด, กายสังขารก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะเสียแล้ว ในอุปปาทขณะแห่งจิต จิตต-สังขารกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่กายสังขารไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ จิตตสังขารกำลังเกิด และกายสังขารก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
กายสังขารมูล จบ
วจีสังขารมูล
วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๐๓๘] วจีสังขารกำลังเกิดแก่บุคคลใด, จิตตสังขารก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า จิตตสังขารกำลังเกิดแก่บุคคลใด, วจีสังขารก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เว้นวิตกและวิจารเสียแล้ว ในอุปปาทขณะแห่งจิต จิตตสังขารกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่วจีสังขารไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า-นั้น, ในอุปปาทขณะแห่งวิตกและวิจาร จิตตสังขารกำลังเกิด และวจีสังขารก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
วจีสังขารมูล จบ
ปุคคลวาระ จบ
โอกาสวาระ
กายสังขารมูล
กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี :-
[๑๐๓๙] กายสังขารกำลังเกิดในภูมิใด, วจีสังขารก็กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในทุติยฌาน ในตติยฌาน กายสังขารกำลังเกิดในภูมินั้น แต่วจีสังขารไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น, ในปฐมฌาน ในกามาวจรภูมิ กาย-สังขารกำลังเกิด และวจีสังขารก็กำลังเกิดในภูมินั้น.
ก็หรือว่า วจีสังขารกำลังเกิดในภูมิใด, กายสังขารก็กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ วจีสังขารกำลังเกิดในภูมินั้นแต่กายสังขารไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น, ในปฐมฌาน ในกามาวจรภูมิวจีสังขารกำลังเกิด และกายสังขารก็กำลังเกิดในภูมินั้น.
จบ กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี
กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๐๔๐] กายสังขารกำลังเกิดในภูมิใด, จิตตสังขารก็กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า จิตตสังขารกำลังเกิดในภูมิใด, กายสังขารก็กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในจตุตถฌาน ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ จิตตสังขารกำลังเกิดในภูมินั้น แต่กายสังขารไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น, ในปฐม-ฌาน ในทุติยฌาน ในตติยฌาน ในกามาวจรภูมิ จิตตสังขารกำลังเกิด และกายสังขารก็กำลังเกิดขึ้นภูมินั้น.
จบ กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
กายสังขารมูล จบ
วจีสังขารมูล
วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๐๔๑] วจีสังขารกำลังเกิดในภูมิใด, จิตตสังขารก็กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า จิตตสังขารกำลังเกิดในภูมิใด, วจีสังขารก็กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในทุติยฌาน ในตติยฌาน ในจตุตถฌาน จิตตสังขารกำลังเกิดในภูมินั้น แต่วจีสังขารไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น, ในปฐมฌานในกามาวจรภูมิ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ จิตตสังขารกำลังเกิดและวจีสังขารก็กำลังเกิดในภูมินั้น.
จบ วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
วจีสังขารมูล จบ
โอกาสวาระ จบ
ปุคคโลกาสวาระ
กายสังขารมูล
กายสังขารมูละ ฯ ล ฯ
[๑๐๔๒] กายสังขารกำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฯลฯ
ปุคคลวาระก็ดี ปุคคโลกาสวาระก็ดี เป็นเช่นเดียวกัน.
กายสังขารมูล จบ
ปุคคโลกาสวาระ จบ
ปัจจุปปันนวาระ อนุโลม จบ
ปัจจุปปันนวาระ ปัจจนิก
ปุคคลวาระ
กายสังขารมูล
กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี :-
[๑๐๔๓] กายสังขารไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, วจีสังขารก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะเสียแล้ว ในอุปปาทขณะแห่งวิตกและวิจาร กายสังขารไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่วจีสังขารกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดเว้นลมอัสสาสะปัสสาสะเสียแล้ว ในอุปปาทขณะแห่งอวิตักกอวิจารจิตก็ดี บุคคลที่กำลังเข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตต-ภูมิก็ดี กายสังขารไม่ใช่กำลังเกิด และวจีสังขารก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า วจีสังขารไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, กายสังขารก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เว้นวิตกและวิจารเสียแล้ว ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัส-สาสะ วจีสังขารไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่กายสังขารกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมด
เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะเสียแล้ว ในอุปปาทขณะแห่งอวิตักกอวิจารจิตก็ดี บุคคลที่กำลังเข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตต-ภูมิก็ดี วจีสังขารไม่ใช่กำลังเกิด และกายสังขารก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี
กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๐๔๔] กายสังขารไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, จิตตสังขารก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะเสียแล้ว ในอุปปาทขณะแห่งจิต กาย-สังขารไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่จิตสังขารกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดก็ดี บุคคลที่กำลังเข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี กาย-สังขารไม่ใช่กำลังเกิด และจิตสังขารก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า-นั้น.
ก็หรือว่า จิตสังขารไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, กายสังขารก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
กายสังขารมูล จบ
วจีสังขารมูล
วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๐๔๕] วจีสังขารไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, จิตตสังขารก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เว้นวิตกและวิจารเสียแล้ว ในอุปปาทขณะแห่งจิต วจีสังขารไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่จิตตสังขารกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดก็ดี บุคคลที่กำลังเข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี วจี-สังขารไม่ใช่กำลังเกิด และจิตตสังขารก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่า-นั้น.
ก็หรือว่า จิตตสังขารไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, วจีสังขารก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
วจีสังขารมูล จบ
โอกาสวาระ
กายสังขารมูล
กายสังขารมูล วจีสังขารมูลี :-
[๑๐๔๖] กายสังขารไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, วจีสังขารก็ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ กายสังขารไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น แต่วจีสังขารกำลังเกิดในภูมินั้น, ในจตุตถฌาน ในอสัญญ-สัตตภูมิ กายสังขารไม่ใช่กำลังเกิด และวจีสังขารก็ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น.
ก็หรือว่า วจีสังขารไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, กายสังขารก็ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในทุติยฌาน ในตติยฌาน วจีสังขารไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้นแต่กายสังขารกำลังเกิดในภูมินั้น, ในจตุตถฌาน ในอสัญญสัตตภูมิวจีสังขารไม่ใช่กำลังเกิด และกายสังขารก็ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น.
จบ กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี
กายสังขารมูล จิตตสังขารมูลี :-
[๑๐๔๗] กายสังขารไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, จิตตสังขารก็ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในจตุตถฌาน ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ กายสังขารไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น แต่จิตตสังขารกำลังเกิดในภูมินั้น, ในอสัญญ-สัตตภูมิ กายสังขารไม่ใช่กำลังเกิด และจิตตสังขารก็ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น.
ก็หรือว่า จิตตสังขารไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, กายสังขารก็ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
กายสังขารมูล จบ
วจีสังขารมูล
วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๐๔๘] วจีสังขารไม่ใช่กำลังเกิดใดในภูมิใด, จิตตสังขารก็ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในทุติยฌาน ในตติยฌาน ในจตุตถฌาน วจีสังขารไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น แต่จิตตสังขารกำลังเกิดในภูมินั้น, ในอสัญญ-
สัตตภูมิ วจีสังขารไม่ใช่กำลังเกิด และจิตสังขารก็ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น.
ก็หรือว่า จิตตสังขารไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, วจีสังขารก็ไม่ใช่กำลังเกิดในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
วจีสังขารมูล จบ
โอกาสวาระ จบ
ปุคคโลกาสวาระ
กายสังขารมูล
กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี :-
[๑๐๔๙] กายสังขารไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, วจี-สังขารก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะเสียแล้ว ในอุปปาทขณะแห่งวิตกและวิจาร กายสังขารไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่วจี-
สังขารกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมด เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะเสียแล้ว ในอุปปาท-ขณะแห่งอวิตักกอวิจารจิตก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี กาย-สังขารไม่ใช่กำลังเกิด และวจีสังขารก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า วจีสังขารไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, ฯ ล ฯ
ปุคคลวาระก็ดี ปุคคโลกาสวาระก็ดี ก็พึงให้พิสดารเช่นเดียวกันคำว่า นิโรธสมาปนฺนานํ - บุคคลที่กำลังเข้านิโรธสมาบัติอยู่ ย่อมไม่ได้ในปุคคโลกาสวาระ.
จบ กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
กายสังขารมูล จบ
ปุคคโลกาสวาระ จบ
ปัจจุปปันนวาระ ปัจจนิก จบ
อตีตวาระ อนุโลม
ปุคคลวาระ
กายสังขารมูล
กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี :-
[๑๐๕๐] กายสังขารเคยเกิดแก่บุคคลใด, วจีสังขารก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า วจีสังขารเคยเกิดแก่บุคคลใด, ฯ ล ฯ
ใช่.
จบ กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี
กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
กายสังขารเคยเกิดแก่บุคคลใด, จิตตสังขารก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า จิตตสังขารเคยเกิดแก่บุคคลใด, ฯ ล ฯ
ใช่.
จบ กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
กายสังขารมูล จบ
วจีสังขารมูล
วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
วจีสังขารเคยเกิดแก่บุคคลใด, จิตตสังขารก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า จิตตสังขารเคยเกิดแก่บุคคลใด, ฯ ล ฯ
ใช่.
จบ วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
วจีสังขารมูล จบ
ปุคคลวาระ จบ
โอกาสวาระ
กายสังขารมูล
กายสังขารมูละ ฯ ล ฯ
[๑๐๕๑] กายสังขารเคยเกิดในภูมิใด, ฯ ล ฯ
แม้โอกาสวาระ ในภูมิใด เป็นเช่นเดียวกันทุกวาระ
กายสังขารมูล จบ
โอกาสวาระ จบ
ปุคคโลกาสวาระ
กายสังขารมูล
กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี :-
[๑๐๕๒] กายสังขารเคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, วจีสังขารก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังเข้าทุติยฌานก็ดี เข้าตติยฌานก็ดี กายสังขารเคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่วจีสังขารไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังเข้าปฐมฌานอยู่ก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี กายสังขารเคยเกิด และวจีสังขารก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า วจีสังขารเคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, กายสังขารก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี ในอรูปาวจรภูมิก็ดี วจีสังขารก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่กายสังขารไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังเข้าปฐมฌานอยู่ก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี วจีสังขารเคยเกิด และกายสังขารก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี
กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๐๕๓] กายสังขารเคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จิตตสังขารก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า จิตตสังขารเคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, กายสังขารก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังเข้าจตุตถฌานอยู่ก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปาวจรภูมิก็ดี จิตตสังขารเคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่กายสังขารไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังเข้าปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌานอยู่ก็ดี บุคคลซึ่งเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี จิตตสังขารเคยเกิด และกายสังขารก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
กายสังขารมูล จบ
วจีสังขาร มูล
วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๐๕๔] วจีสังขารเคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จิตตสังขารก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า จิตตสังขารเคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, วจีสังขารก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังเข้าทุติยฌาน ตติยฌาน จตุตถฌานอยู่ก็ดี เมื่อทุติยจิตเกิดขึ้นแก่บุคคลที่เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิก็ดี จิตตสังขารเคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่วจีสังขารไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่า-นั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังเข้าปฐมฌานอยู่ก็ดี บุคคลซึ่งเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่นอกจากนั้นเกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิก็ดี จิตตสังขารเคยเกิด และวจีสังขารก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
วจีสังขารมูล จบ
ปุคคโลกาสวาระ จบ
อตีตวาระ อนุโลม จบ
อตีตวาระ ปัจจนิก
ปุคคลวาระ
กายสังขารมูล
กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี :-
[๑๐๕๕] กายสังขารไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใด, วจีสังขารก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า วจีสังขารไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใด, กายสังขารก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
จบ กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี
กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
กายสังขารไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใด จิตตสังขารก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า จิตตสังขารไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใด, กายสังขารก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
จบ กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
กายสังขารมูล จบ
วจีสังขารมูล
วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
วจีสังขารไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใด, จิตตสังขารก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า จิตตสังขารไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใด, วจีสังขารก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
จบ วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
วจีสังขารมูล จบ
ปุคคลวาระ จบ
โอกาสวาระ
กายสังขารมูล
กายสังขารมูละ ฯ ล ฯ
[๑๐๕๖] กายสังขารไม่ใช่เคยเกิดในภูมิใด, ฯ ล ฯ
กายสังขารมูล จบ
โอกาสวาระ จบ
ปุคคโลกาสวาระ
กายสังขารมูล
กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี :-
[๑๐๕๗] กายสังขารไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, วจี-สังขารก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปาวจร-ภูมิก็ดี กายสังขารไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่วจี-สังขารเคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังเข้าจตุตถฌานอยู่ก็ดี เมื่อทุติยจิตเกิดขึ้นแก่บุคคลที่เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี กายสังขารไม่ใช่เคยเกิด และวจีสังขารก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า วจีสังขารไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, กาย-สังขารก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังเข้าทุติยฌาน เข้าตติยฌาน วจีสังขารไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่กายสังขารเคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังเข้าจตุตถฌานอยู่ก็ดี เมื่อทุติยจิตเกิดขึ้นแก่บุคคลที่เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดีวจีสังขารไม่ใช่เคยเกิด และกายสังขารก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี
กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๐๕๘] กายสังขารไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จิตต-สังขารก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังเข้าจตุตถฌานอยู่ก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปาวจรภูมิก็ดี กายสังขารไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จิตตสังขารเคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,บุคคลที่กำลังเกิดขึ้นสุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดีกายสังขารไม่ใช่เคยเกิด และจิตตสังขารก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่า-นั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า จิตตสังขารไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, กาย-สังขารก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
กายสังขารมูล จบ
วจีสังขารมูล
วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๐๕๙] วจีสังขารไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จิตต-สังขารก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังเข้าทุติยฌาน ตติยฌาน จตุตถฌานอยู่ก็ดี เมื่อทุติยจิตเกิดขึ้นแก่บุคคลที่เกิดอยู่ในสุทธาสภูมิก็ดี วจีสังขารไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จิตตสังขารเคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังเกิดในสุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี วจีสังขารไม่ใช่เคยเกิด และจิตตสังขารก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า จิตตสังขารไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, วจี-สังขารก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
วจีสังขารมูล จบ
อตีตวาระ จบ
อนาคตวาระ อนุโลม
ปุคคลวาระ
กายสังขารมูล
กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี :-
[๑๐๖๐] กายสังขารจักเกิดแก่บุคคลใด, วจีสังขารก็จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า วจีสังขารจักเกิดแก่บุคคลใด, กายสังขารก็จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมจิตของบุคคลที่เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิจักเกิดในลำดับแห่งจิตใดก็ดี ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใดจักเกิดในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังตายก็ดี วจีสังขารจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่กายสังขารไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่นอกจากนั้น วจีสังขารจักเกิดและกายสังขารก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี
กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๐๖๑] กายสังขารจักเกิดแก่บุคคลใด, จิตตสังขารก็จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า จิตตสังขารจักเกิดแก่บุคคลใด, กายสังขารก็จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมจิตของบุคคลที่เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิจักเกิดในลำดับแห่งจิตใดก็ดี ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใดจักเกิดในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังตายก็ดี จิตตสังขารจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่วจีสังขารไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่นอกจากนั้น จิตตสังขารจักเกิดและกายสังขารก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
กายสังขารมูล จบ
วจีสังขารมูล
วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๐๖๒] วจีสังขารจักเกิดแก่บุคคลใด, จิตตสังขารก็จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า จิตตสังขารจักเกิดแก่บุคคลใด, วจีสังขารก็จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมจิตของบุคคลที่ไม่มีวิตกและไม่มีวิจารจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด จิตตสังขารจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่วจีสังขารไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่นอกจากนั้น จิตตสังขารจักเกิด และวจีสังขารก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
วจีสังขารมูล จบ
ปุคคลวาระ จบ
โอกาสวาระ
กายสังขารมูล
กายสังขารมูละ ฯ ล ฯ
[๑๐๖๓] กายสังขารจักเกิดในภูมิใด, ฯ ล ฯ
กายสังขารมูล จบ
โอกาสวาระ จบ
ปุคคโลกาสวาระ
กายสังขารมูล
กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี :-
[๑๐๖๔] กายสังขารจักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, วจีสังขารก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังเข้าทุติยฌาน ตติยฌานอยู่ กายสังขารจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่วจีสังขารไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,บุคคลที่กำลังเข้าปฐมฌานอยู่ก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี กายสังขารจักเกิด และวจีสังขารก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า วจีสังขารจักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, กายสังขารจักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมจิตของบุคคลที่เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิจักเกิดในลำดับแห่งจิตใดก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิ ในรูปาวจรภูมิก็ดี วจีสังขารจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่กายสังขารไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังเข้าปฐมฌานอยู่ก็ดี บุคคลที่นอกจากนั้นที่เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี วจีสังขารจักเกิด และกายสังขารก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี
กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูล :-
[๑๐๖๕] กายสังขารจักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จิตตสังขารก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า จิตตสังขารจักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, กายสังขารก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมจิตของบุคคลที่เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิจักเกิดลำดับแห่งจิตใดก็ดี บุคคลที่กำลังเข้าจตุตถฌานอยู่ก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจร-ภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปาวจรภูมิก็ดี จิตตสังขารจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่กายสังขารไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ-นั้น, บุคคลที่เข้าปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌานอยู่ก็ดี บุคคลที่นอกจากนั้นเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี จิตตสังขารจักเกิด และกายสังขารก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
กายสังขารมูล จบ
วจีสังขารมูล
วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๐๖๖] วจีสังขารจักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จิตตสังขารก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า จิตตสังขารจักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, วจีสังขารก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมจิตของบุคคลที่ไม่มีวิตกและไม่มีวิจารจักเกิดในลำดับแห่งจิตใดก็ดี บุคคลที่กำลังเข้าทุตติยฌาน ตติยฌาน จตุตถฌานอยู่ก็ดี จิตต-สังขารจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่วจีสังขารไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่เข้าปฐมฌานอยู่ก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลนอกจากนั้นที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปา-วจรภูมิก็ดี จิตตสังขารจักเกิด และวจีสังขารก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
วจีสังขารมูล จบ
อนาคตวาระ ปัจจนิก
ปุคคลวาระ
กายสังขารมูล
กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี :-
[๑๐๖๗] กายสังขารไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, วจีสังขารก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมจิตของบุคคลที่เกิดอยู่ในกามารวจรภูมิจักเกิดในลำดับแห่งจิตใดก็ดี ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใดจักเกิดในรูปาวจรภูมิ ในอรูปวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพานบุคคลเหล่านั้นกำลังตายก็ดี กายสังขารไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นแต่วจีสังขารจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยปรินิพพานจิตก็ดี ปัจฉิมจิตของบุคคลที่ไม่มีวิตกและไม่มีวิจารจักเกิดในลำดับแห่งจิตใดก็ดี กายสังขารไม่ใช่จักเกิด และวจีสังขารก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า วจีสังขารไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, กายสังขารก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี
กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๐๖๘] กายสังขารไม่ใช่จักเกิด แก่บุคคลใด, จิตตสังขารก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมจิตของบุคคลที่เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิจักเกิดในลำดับแห่งจิตใดก็ดี ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใดจักเกิดในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพานบุคคลเหล่านั้นกำลังตายก็ดี กายสังขารไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นแต่จิตสังขารจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่ถึงพร้อมด้วยปรินิพพานจิต กายสังขารไม่ใช่จักเกิด และจิตตสังขารก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า จิตตสังขารไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, กายสังขารก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบกายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
กายสังขารมูล จบ
วจีสังขารมูล
วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๐๖๙] วจีสังขารไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, จิตตสังขารก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมจิตของบุคคลที่ไม่มีวิตกและไม่มีวิจารจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด วจีสังขารไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่จิตตสังขารจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น บุคคลที่ถึงพร้อมด้วยปรินิพพานจิต วจีสังขารไม่ใช่จักเกิด และจิตตสังขารก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า จิตตสังขารไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, วจีสังขารก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
วจีสังขารมูล จบ
ปุคคลวาระ จบ
โอกาสวาระ
กายสังขารมูล
กายสังขารมูละ ฯ ล ฯ
[๑๐๗๐] กายสังขารไม่ใช่จักเกิดในภูมิใด, ฯ ล ฯ
กายสังขารมูล จบ
โอกาสวาระ จบ
ปุคคโลกาสวาระ
กายสังขารมูล
กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี :-
[๑๐๗๑] กายสังขารไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, วจี-สังขารที่ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมจิตของบุคคลที่เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิจักเกิดในลำดับแห่งจิตใดก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิก็ดี กายสังขารไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่วจีสังขารจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่ถึงพร้อมด้วยปรินิพพานจิตก็ดี ปัจฉิมจิตของบุคคลทีไม่มีวิตกและไม่มีวิจารจักเกิดในลำดับแห่งจิตใดก็ดี บุคคลที่
กำลังเข้าจตุตถฌานอยู่ก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี กาย-สังขารไม่ใช่จักเกิด และวจีสังขารก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า วจีสังขารไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, กาย-สังขารก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่เข้าทุติยฌาน ตติยฌานอยู่ วจีสังขารไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่กายสังขารจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่ถึงพร้อมด้วยปรินิพพานจิตก็ดี ปัจฉิมจิตของบุคคลที่ไม่มีวิตกและไม่มีวิจารจักเกิดในลำดับแห่งจิตใดก็ดี บุคคลที่กำลังเข้าจตุตถ-ฌานอยู่ก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี วจีสังขารไม่ใช่จักเกิดและกายสังขารก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี
กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๐๗๒] กายสังขารไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จิตต-สังขารก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมจิตของบุคคลที่เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิจักเกิดในลำดับแห่งจิตใดก็ดี บุคคลที่เข้าจตุตถฌานอยู่ก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี
บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปาวจรภูมิก็ดี กายสังขารไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จิตตสังขารจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,บุคคลที่ถึงพร้อมด้วยปรินิพพานจิตก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตต-ภูมิก็ดี กายสังขารไม่ใช่จักเกิด และจิตตสังขารก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า จิตตสังขารไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, กาย-สังขารก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
กายสังขารมูล จบ
วจีสังขารมูล
วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๐๗๓] วจีสังขารไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จิตต-สังขารก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ปัจฉิมจิตของบุคคลที่ไม่มีวิตกและไม่มีวิจารจักเกิดในลำดับแห่งจิตใดก็ดี บุคคลที่กำลังเข้าทุตติยฌาน ตติยฌาน จตุตถฌานอยู่ก็ดี
วจีสังขารไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จิตตสังขารจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่ถึงพร้อมด้วยปรินิพพานจิตก็ดีบุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี วจีสังขารไม่ใช่จักเกิด และจิตต-สังขารก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า จิตตสังขารไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, วจี-สังขารก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
วจีสังขารมูล จบ
อนาคตวาระ จบ
ปัจจุปปันนาตีตวาระ อนุโลม
ปุคคลวาระ
กายสังขารมูล
กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี :-
[๑๐๗๔] กายสังขารกำลังเกิดแก่บุคคลใด, วจีสังขารก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า วจีสังขารเคยเกิดแก่บุคคลใด, กายสังขารก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมด เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะเสียแล้ว ในอุปปาทขณะแห่งจิตก็ดี บุคคลที่กำลังเข้านิโรธ-สมาบัติอยู่ก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี วจีสังขารเคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่กายสังขารไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ วจีสังขารเคยเกิด และกายสังขารก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี
กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๐๗๕] กายสังขารกำลังเกิดแก่บุคคลใด, จิตสังขารก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า จิตตสังขารเคยเกิดแก่บุคคลใด, กายสังขารก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมด เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะเสียแล้ว บุคคลที่กำลังเข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี จิตตสังขารเคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่กาย-สังขารไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ จิตตสังขารเคยเกิด และกายสังขารก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
กายสังขารมูล จบ
วจีสังขารมูละ
วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๐๗๖] วจีสังขารกำลังเกิดแก่บุคคลใด, จิตตสังขารก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ก็หรือว่า จิตตสังขารเคยเกิดแก่บุคคลใด, วจีสังขารก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมด เว้นวิตกและวิจารเสียแล้ว ในอุปปาทขณะแห่งจิตก็ดี บุคคลที่กำลังเข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี จิตตสังขารเคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่วจีสังขารไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, ในอุปปาทขณะแห่งวิตกและวิจาร จิตตสังขารเคยเกิด และวจีสังขารก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
วจีสังขารมูล จบ
ปุคคลวาระ จบ
โอกาสวาระ
กายสังขารมูล
กายสังขารมูละ ฯ ล ฯ
[๑๐๗๗] กายสังขารกำลังเกิดในภูมิใด, ฯ ล ฯ
กายสังขารมูล จบ
โอกาสวาระ จบ
ปุคคโลกาสวาระ
กายสังขารมูล
กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี :-
[๑๐๗๘] กายสังขารกำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, วจีสังขารก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังเข้าทุติยฌาน ตติยฌานอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะก็ดี กายสังขารกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่วจีสังขารไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น บุคคล
ที่กำลังเข้าปฐมฌานอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะของบุคคลซึ่งเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี กายสังขารกำลังเกิด และวจีสังขารก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า วจีสังขารเคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, กายสังขารก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังเข้าปฐมฌานซึ่งเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ ในภังค-ขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะของบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ เว้นลมอัส-สาสะปัสสาสะเสียแล้ว ในเอุปปาทขณะแห่งจิตก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปาวจรภูมิก็ดี วจีสังขารเคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่กายสังขารไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังเข้าปฐมฌานอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะของบุคคลซึ่งเกิดยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี วจีสังขารเคยเกิด และกายสังขารก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี
กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๐๗๙] กายสังขารกำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จิตต-สังขารก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า จิตตสังขารเคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, กายสังขารก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมด เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะเสียแล้ว ในอุปปาทขณะแห่งจิต จิตตสังขารเคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่กายสังขารไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ จิตตสังขารเคยเกิดและกายสังขารก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
กายสังขารมูล จบ
วจีสังขารมูล
วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๐๘๐] วจีสังขารกำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จิตตสังขารก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า จิตตสังขารเคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, วจีสังขารก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมด เว้นวิตกและวิจารเสียแล้ว ในอุปปาทขณะแห่งจิต จิตตสังขารเคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่วจีสังขารไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ในอุปปาทขณะแห่งวิตกและวิจาร จิตตสังขารเคยเกิด และวจี-สังขารก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
วจีสังขารมูล จบ
ปัจจุปปันนาตีตวาระ อนุโลม จบ
ปัจจุปปันนาตีตวาระ ปัจจนิก
ปุคคลวาระ
กายสังขารมูล
กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี :-
[๑๐๘๑] กายสังขารไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, วจีสังขารก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เคยเกิด.
ก็หรือว่า วจีสังขารไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใด, กายสังขารก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
จบ กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี
กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๐๘๒] กายสังขารไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, จิตตสังขารก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เคยเกิด.
ก็หรือว่า จิตตสังขารไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใด, กายสังขารก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
จบ กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
กายสังขารมูล จบ
วจีสังขารมูล
วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๐๘๓] วจีสังขารไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, จิตตสังขารก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เคยเกิด.
ก็หรือว่า จิตตสังขารไม่ใช่เคยเกิดบุคคลใด, วจีสังขารก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
จบ วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
วจีสังขารมูล จบ
ปุคคลวาระ จบ
โอกาสวาระ
กายสังขารมูล
กายสังขารมูละ ฯ ล ฯ
[๑๐๘๔] กายสังขารไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, ฯ ล ฯ
กายสังขารมูล จบ
โอกาสวาระ จบ
ปุคคโลกาสวาระ
กายสังขารมูล
กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี :-
[๑๐๘๕] กายสังขารไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, วจี-สังขารก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังเข้าปฐมฌานซึ่งเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ ในภังค-ขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะของบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ เว้นลมอัส-สาสะปัสสาสะเสียแล้ว ในอุปปาทขณะแห่งจิตก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ใน
รูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปาวจรภูมิก็ดี กายสังขารไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่วจีสังขารเคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังเข้าทุติยฌาน ตติยฌานอยู่ก็ดี ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะของบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะเสียแล้ว ในอุปปาทขณะแห่งจิตก็ดี บุคคลที่กำลังเข้าจตุตถฌานอยู่ก็ดี เมื่อทุติยจิตเกิดขึ้นแก่บุคคลที่เกิดอยู่ในสุทธาวาส-ภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี กายสังขารไม่ใช่กำลังเกิดและวจีสังขารก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า วจีสังขารไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, กาย-สังขารก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังเข้าทุติยฌาน ตติยฌานอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะก็ดี วจีสังขารไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่กายสังขารกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังเข้าทุติยฌาน ตติตฌานอยู่ก็ดี ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะของบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะเสียแล้ว ในอุปปาทขณะแห่งจิตก็ดี บุคคลที่กำลังเข้าจตุตถฌานอยู่ก็ดี เมื่อทุติยจิตเกิดขึ้นแก่บุคคลที่เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญ-สัตตภูมิก็ดี วจีสังขารไม่ใช่เคยเกิด และกายสังขารก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี
กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๐๘๖] กายสังขารไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จิตต-สังขารก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมด เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะเสียแล้ว ในอุปปาทขณะแห่งจิต กายสังขารไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จิตตสังขารเคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังเกิด,ในสุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี กายสังขารไม่ใช่กำลังเกิด และจิตตสังขารก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า จิตตสังขารไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, กาย-สังขารก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
กายสังขารมูล จบ
วจีสังขารมูล
วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๐๘๗] วจีสังขารไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จิตต-สังขารก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมด เว้นวิตกและวิจารเสียแล้ว ในอุปปาทขณะแห่งจิต วจีสังขารไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จิตตสังขารเคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,บุคคลที่กำลังเกิดในสุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอลัญญสัตตภูมิก็ดี วจีสังขารไม่ใช่กำลังเกิด และจิตตสังขารก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า จิตตสังขารไม่ใช่เคยเกิดบุคคลใดในภูมิใด, วจีสังขารก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
วจีสังขารมูล จบ
ปัจจุปปันนาตีตวาระ ปัจจนิก จบ
ปัจจุปปันนานาคตวาระ อนุโลม
ปุคคลวาระ
กายสังขารมูล
กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี :-
[๑๐๘๘] กายสังขารกำลังเกิดแก่บุคคลใด, วจีสังขารก็จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า วจีสังขารจักเกิดแก่บุคคลใด, กายสังขารก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมด เว้นลมอัสสาสะปัสาสะเสียแล้ว ในอุปปาทขณะแห่งจิตก็ดี บุคคลที่กำลังเข้านิโรธ-สมาบัติอยู่ก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี วจีสังขารจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่กายสังขารไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ วจีสังขารจักเกิด และกายสังขารก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี
กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๐๘๙] กายสังขารกำลังเกิดแก่บุคคลใด, จิตตสังขารก็จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า จิตตสังขารจักเกิดแก่บุคคลใด, กายสังขารก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมด เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะเสียแล้ว ในอุปปาทขณะแห่งจิตก็ดี บุคคลที่กำลังเข้านิโรธ-สมาบัติก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี จิตตสังขารจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่กายสังขารไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ จิตตสังขารจักเกิด และกายสังขารก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
กายสังขารมูล จบ
วจีสังขารมูล
วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๐๙๐] วจีสังขารกำลังเกิดแก่บุคคลใด, จิตตสังขารก็จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีวิตกและวิจาร วจีสังขารกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่จิตตสังขารไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น,ในอุปปาทขณะแห่งวิตกและวิจารของบุคคลที่นอกจากนั้น วจีสังขารกำลังเกิด และจิตตสังขารก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า จิตตสังขารจักเกิดแก่บุคคลใด, วจีสังขารก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมด เว้นวิตกและวิจารเสียแล้ว ในอุปปาทขณะแห่งจิตก็ดี บุคคลที่กำลังเข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี จิตตสังขารจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่วจีสังขารไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, ในอุปปาท-ขณะแห่งวิตกและวิจาร จิตตสังขารจักเกิด และวจีสังขารก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
วจีสังขารมูล จบ
ปุคคลวาระ จบ
โอกาสวาระ
กายสังขารมูล
กายสังขารมูละ ฯ ล ฯ
[๑๐๙๑] กายสังขารกำลังเกิดในภูมิใด, ฯ ล ฯ
กายสังขารมูล จบ
โอกาสวาระ จบ
ปุคคโลกาสวาระ
กายสังขารมูล
กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี :-
[๑๐๙๒] กายสังขารกำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, วจีสังขารก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังเข้าทุติยฌาน ตติยฌานอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ กายสังขารกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นแต่วจีสังขารไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังเข้า
ปฐมฌานอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะของบุคคลซึ่งเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี กายสังขารกำลังเกิด และวจีสังขารก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า วจีสังขารจักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, กายสังขารก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังเข้าปฐมฌานซึ่งเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี ในภังค-ขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะของบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ เว้นลมอัส-สาสะปัสสาสะเสียแล้ว ในอุปปาทขณะแห่งจิตก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปาวจรภูมิก็ดี วจีสังขารจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่กายสังขารไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น,บุคคลที่กำลังเข้าปฐมฌานอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสา-สะของบุคคลซึ่งเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี วจีสังขารจักเกิด และกาย-สังขารก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
จบ กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี
กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๐๙๓] กายสังขารกำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จิตต-สังขารก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า จิตสังขารจักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, กายสังขารก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมด เว้นลมอัสสาะปัสสาสะเสียแล้ว ในอุปปาทขณะแห่งจิต จิตตสังขารจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่กายสังขารไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ จิตตสังขารจักเกิดและกายสังขารก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
กายสังขารมูล จบ
วจีสังขารมูล
วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๐๙๔] วจีสังขารกำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จิตตสังขารก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีวิตกและวิจาร วจีสังขารกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จิตตสังขารไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น, ในอุปปาทขณะแห่งวิตกและวิจารของบุคคลที่นอกจากนั้น วจีสังขารกำลังเกิด และจิตตสังขารก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า จิตตสังขารจักเกิดบุคคลใดในภูมิใด, วจีสังขารก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมด เว้นวิตกและวิจารเสียแล้ว ในอุปปาทขณะแห่งจิต จิตตสังขารจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่วจีสังขารไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,ในอุปปาทขณะแห่งวิตกและวิจาร จิตตสังขารจักเกิด และวจีสังขารก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
วจีสังขารมูล จบ
ปุคคโลกาสวาระ จบ
ปัจจุปปันนานาคตวาระ อนุโลม จบ
ปัจจุปปันนานาคตวาระ ปัจจนิก
ปุคคลวาระ
กายสังขารมูล
กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี :-
[๑๐๙๕] กายสังขารไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, วจีสังขารก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมด เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะเสียแล้ว ในอุปปาทขณะแห่งจิตก็ดี บุคคลที่เข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี กายสังขารไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่วจีสังขารจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น บุคคลที่ถึงพร้อมด้วยปรินิพพานจิตก็ดี ปัจฉิมจิตของบุคคลที่ไม่มีวิตกและไม่มีวิจารเกิดในลำดับแห่งจิตใดก็ดี กายสังขารไม่ใช่กำลังเกิด และวจีสังขารก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า วจีสังขารไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, กายสังขารก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี
กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๐๙๖] กายสังขารไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, จิตตสังขารก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมด เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะเสียแล้ว ในอุปปาทขณะแห่งจิตก็ดี บุคคลที่เข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี กายสังขารไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่จิตตสังขารจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่ถึงพร้อมด้วยปรินิพพานจิต กายสังขารไม่ใช่กำลังเกิด และจิตตสังขารก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า จิตตสังขารไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, กายสังขารก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
กายสังขารมูล จบ
วจีสังขารมูล
วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๐๙๗] วจีสังขารไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใด, จิตตสังขารก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมด เว้นวิตกและวิจารเสียแล้ว ในอุปปาทขณะแห่งจิตก็ดี บุคคลที่เข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดีบุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี วจีสังขารไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่จิตตสังขารจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีวิตกและมีวิจารก็ดี บุคคลที่ถึงพร้อมด้วยปรินิพพานจิตที่ไม่มีวิตกและไม่มีวิจารก็ดี วจีสังขารไม่ใช่กำลังเกิด และจิตตสังขารก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า จิตตสังขารไม่ใช่จักเกิดบุคคลใด, วจีสังขารก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมที่มีวิตกและมีวิจาร จิตตสังขารไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่วจีสังขารกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีวิตกและมีวิจารก็ดี บุคคลที่ถึงพร้อมด้วยปรินิพพานจิตที่ไม่มีวิตกและไม่มีวิจารก็ดี จิตตสังขารไม่ใช่จักเกิด และวจีสังขารก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
วจีสังขารมูล จบ
ปุคคลวาระ จบ
โอกาสวาระ
กายสังขารมูล
กายสังขารมูละ ฯ ล ฯ
[๑๐๙๘] กายสังขารไม่ใช่กำลังเกิดในภูมิใด, ฯ ล ฯ
กายสังขารมูล จบ
โอกาสวาระ จบ
ปุคคโลกาสวาระ
กายสังขารมูล
กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี :-
[๑๐๙๙] กายสังขารไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, วจี-สังขารก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังเข้าปฐมฌานอยู่ก็ดี บุคคลซึ่งเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะของบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละเว้นลมอัสสาสะปัสสาสะเสียแล้ว ในอุปปาทขณะแห่งจิตก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปาวจรภูมิก็ดี กายสังขารไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่วจีสังขารจักเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่ถึงพร้อมด้วยปรินิพพานจิตก็ดี ปัจฉิมจิตของบุคคลที่ไม่มีวิตกและไม่มีวิจารจักเกิดในลำดับแห่งจิตใดก็ดี บุคคลที่กำลังเข้าทุติยฌาน ตติยฌานอยู่ก็ดี ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะของบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะเสียแล้ว ในในอุปปาทขณะแห่งจิตก็ดี บุคคลที่กำลังเข้าจตุตถฌานอยู่ก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี กายสังขารไม่ใช่กำลังเกิด และวจีสังขารก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า วจีสังขารไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, กาย-สังขารก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังเข้าทุติยฌาน ตติยฌานอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะก็ดี วจีสังขารไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่กายสังขารกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่ถึงพร้อมด้วยปรินิพพานจิตก็ดี ปัจฉิมจิตของบุคคลที่ไม่มีวิตกและไม่มีวิจารจักเกิดในลำดับแห่งจิตใดก็ดี บุคคลที่กำลังเข้าทุติยฌาน ตติยฌานอยู่ก็ดี ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะของบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละเว้นลมอัสสาสะปัสสาสะเสียแล้ว ในอุปปาทขณะแห่งจิตก็ดี บุคคลที่กำลังเข้าจตุตถฌานอยู่ก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี วจี-สังขารไม่ใช่จักเกิด และกายสังขารก็ไม่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี
กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๑๐๐] กายสังขารไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จิตต-สังขารก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมด เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะเสียแล้ว ในอุปปาทขณะแห่งจิต กายสังขารไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จิตตสังขารจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่ถึงพร้อมด้วยปรินิพพานจิตก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี กายสังขารไม่ใช่กำลังเกิด และจิตตสังขารก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า จิตตสังขารไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, กาย-สังขารก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
กายสังขารมูล จบ
วจีสังขารมูล
วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๑๐๑] วจีสังขารไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จิตต-สังขารก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมด เว้นวิตกและวิจารเสียแล้ว ในอุปปาทขณะแห่งจิต วจีสังขารไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จิตตสังขารจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีวิตกและมีวิจารก็ดี บุคคลที่ถึงพร้อมด้วยปรินิพพานจิตที่ไม่มีวิตกและไม่มีวิจารก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญ-สัตตภูมิก็ดี วจีสังขารไม่ใช่กำลังเกิด และจิตตสังขารก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า จิตตสังขารไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, วจี-สังขารก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีวิตกและมีวิจาร จิตตสังขารไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่วจีสังขารกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีวิตกและมีวิจารก็ดี
บุคคลที่ถึงพร้อมด้วยปรินิพพานจิตที่ไม่มีวิตกและไม่มีวิจารก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี จิตตสังขารไม่ใช่จักเกิด และวจีสังขารก็ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
วจีสังขารมูล จบ
ปุคคโลกาสวาระ จบ
ปัจจุปปันนานาคตวาระ ปัจจนิก จบ
อตีตานาคตวาระ อนุโลม
ปุคคลวาระ
กายสังขารมูล
กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี :-
[๑๑๐๒] กายสังขารเคยเกิดแก่บุคคลใด, วจีสังขารก็จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่ถึงพร้อมด้วยปรินิพพานจิตก็ดี ปัจฉิมจิตของบุคคลที่ไม่มีวิตกและไม่มีวิจารจักเกิดในลำดับแห่งจิตใดก็ดี กายสังขารเคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่วจีสังขารไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่นอกจากนั้น กายสังขารเคยเกิด และวจีสังขารก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า วจีสังขารจักเกิดแก่บุคคลใด, กายสังขารก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี
กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๑๐๓] กายสังขารเคยเกิดแก่บุคคลใด, จิตตสังขารก็จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่ถึงพร้อมด้วยปรินิพพานจิต กายสังขารเคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่จิตตสังขารไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่เหลือนอกนั้น กายสังขารเคยเกิด และจิตสังขารก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า จิตตสังขารจักเกิดแก่บุคคลใด, กายสังขารก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
กายสังขารมูล จบ
วจีสังขารมูล
วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๑๐๔] วจีสังขารเคยเกิดแก่บุคคลใด, จิตตสังขารก็จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่ถึงพร้อมด้วยปรินิพพานจิต วจีสังขารเคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่จิตตสังขารไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่นอกจากนั้น วจีสังขารเคยเกิด และจิตตสังขารก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า จิตตสังขารจักเกิดแก่บุคคลใด, วจีสังขารก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
จบ วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
วจีสังขารมูล จบ
ปุคคลวาระ จบ
โอกาสวาระ
กายสังขารมูล
กายสังขารมูละ ฯ ล ฯ
[๑๑๐๕] กายสังขารเคยเกิดในภูมิใด, ฯ ล ฯ
กายสังขารมูล จบ
โอกาสวาระ จบ
ปุคคโลกาสวาระ
กายสังขารมูล
กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี :-
[๑๑๐๖] กายสังขารเคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, วจีสังขารก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่ถึงพร้อมด้วยปรินิพพานจิตในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่กำลังเข้าทุติยฌาน ตติยฌานอยู่ก็ดี กายสังขารเคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่วจีสังขารไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังเข้าปฐมฌานอยู่ก็ดี บุคคลซึ่งเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิที่นอกจากนั้นก็ดี กายสังขารเคยเกิด และวจีสังขารก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า วจีสังขารจักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, กายสังขารก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปาวจรภูมิก็ดี วจีสังขารจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่กายสังขารไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังเข้าปฐมฌานอยู่ก็ดีบุคคลซึ่งเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี วจีสังขารจักเกิด และกายสังขารก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี
กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๑๐๗] กายสังขารเคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จิตตสังขารก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่ถึงพร้อมด้วยปรินิพพานจิตในกามาวจรภูมิ กายสังขารเคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จิตตสังขารไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังเข้าปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌานอยู่ก็ดี บุคคลซึ่งเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิที่นอกจากนั้นก็ดี กายสังขารเคยเกิด และจิตตสังขารก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า จิตตสังขารจักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, กายสังขารก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังเข้าจตุตถฌานอยู่ก็ดี บุคคลซึ่งเกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี ในอรูปาวจรภูมิก็ดี จิตตสังขารจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นแต่กายสังขารไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังเข้าปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌานอยู่ก็ดี บุคคลซึ่งเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ จิตตสังขารจักเกิด กายสังขารก็เคยเกิดแก่บุคคลบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
กายสังขารมูล จบ
วจีสังขารมูล
วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๑๐๘] วจีสังขารเคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จิตตสังขารก็จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่ถึงพร้อมด้วยปรินิพพานจิตในภูมิที่มีวิตกและมีวิจาร วจี-สังขารเคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จิตตสังขารไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่นอกจากนั้นในภูมิที่มีวิตกและมีวิจาร วจีสังขารเคยเกิด และจิตตสังขารก็จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า จิตตสังขารจักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, วจีสังขารก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภูมิที่ไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร จิตตสังขารจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่วจีสังขารไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,ในภูมิที่มีวิตกและมีวิจาร จิตตสังขารจักเกิด และวจีสังขารก็เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
วจีสังขารมูล จบ
ปุคคโลกาสวาระ จบ
อตีตานาคตวาระ อนุโลม จบ
อตีตานาคตวาระ ปัจจนิก
ปุคคลวาระ
กายสังขารมูล
กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี :-
[๑๑๐๙] กายสังขารไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใด, วจีสังขารก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า วจีสังขารไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, กายสังขารก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เคยเกิด.
จบ กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี
กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๑๑๐] กายสังขารไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใด, จิตตสังขารก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า จิตตสังขารไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, กายสังขารก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เคยเกิด.
จบ กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
กายสังขารมูล จบ
วจีสังขารมูล
วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๑๑๑] วจีสังขารไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใด, จิตตสังขารก็ไม้ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า จิตตสังขารไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใด, วจีสังขารก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เคยเกิด.
จบ วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
วจีสังขารมูล จบ
ปุคคลวาระ จบ
โอกาสวาระ
กายสังขารมูล
กายสังขารมูละ ฯ ล ฯ
[๑๑๑๒] กายสังขารไม่ใช่เคยเกิดในภูมิใด, ฯ ล ฯ
กายสังขารมูล จบ
โอกาสวาระ จบ
ปุคคโลกาสวาระ
กายสังขารมูล
กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี :-
[๑๑๑๓] กายสังขารไม่ใช่เคยเกิด แก่บุคคลใดในภูมิใด, วจี-สังขารก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปาวจรภูมิก็ดี กายสังขารไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่วจีสังขารจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีวิตกและมีวิจารในรูปาวจรภูมิ และอรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่ถึงพร้อมด้วยปรินิพพานจิตที่ไม่มีวิตกและไม่มีวิจารก็ดี ปัจฉิมจิตของบุคคลที่ไม่มี
วิตกและไม่มีวิจารจักเกิดในลำดับแห่งจิตใดก็ดี บุคคลที่กำลังเข้าจตุตถ-ฌานอยู่ก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี กายสังขารไม่ใช่เคยเกิด และวจีสังขารก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า วจีสังขารไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, กาย-สังขารก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่ถึงพร้อมด้วยปรินิพพานจิตในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่กำลังเข้าทุติยฌาน ตติยฌานอยู่ก็ดี วจีสังขารไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่กายสังขารเคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีวิตกและมีวิจารในรูปาวจรภูมิ และอรูปา-วจรภูมิก็ดี บุคคลที่ถึงพร้อมด้วยปรินิพพานจิตที่ไม่มีวิตกและไม่มีวิจารก็ดี ปัจฉิมจิตของบุคคลที่ไม่มีวิตกและไม่มีวิจารจักเกิดในลำดับแห่งจิตใดก็ดี บุคคลที่กำลังเข้าจตุตถฌานอยู่ก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตต-ภูมิก็ดี วจีสังขารไม่ใช่จักเกิด และกายสังขารก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี
กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๑๑๔] กายสังขารไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จิตต-สังขารก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังเข้าจตุตถฌานอยู่ก็ดี บุคคลซึ่งเกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิ และอรูปาวจรภูมิก็ดี กายสังขารไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จิตตสังขารจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่ถึงพร้อมด้วยปรินิพพานจิตในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี กายสังขารไม่ใช่เคยเกิด และจิตตสังขารไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า จิตตสังขารไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, กาย-สังขารก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่ถึงพร้อมด้วยปรินิพพานจิตในกามาวจรภูมิ จิตตสังขารไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่กายสังขารเคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่ถึงพร้อมด้วยปรินิพพานจิตในรูปาวจรภูมิในอรูปวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี จิตตสังขารไม่ใช่จักเกิด และกายสังขารก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
กายสังขารมูล จบ
วจีสังขารมูล
วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๑๑๕] วจีสังขารไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, จิตต-สังขารก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภูมิที่ไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร วจีสังขารไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จิตตสังขารจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นบุคคลที่ถึงพร้อมด้วยปรินิพพานจิตในภูมิที่ไม่มีวิตกและไม่มีวิจารก็ดีบุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี วจีสังขารไม่ใช่เคยเกิด และจิตต-สังขารก็ไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า จิตตสังขารไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, วจีสังขารก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่ถึงพร้อมด้วยปรินิพพานจิตในภูมิที่มีวิตกและมีวิจาร จิตต-สังขารไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่วจีสังขารเคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่ถึงพร้อมด้วยปรินิพพานจิตในภูมิที่ไม่มีวิตกและไม่มีวิจารก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี จิตต-
สังขารไม่ใช่จักเกิด และวจีสังขารก็ไม่ใช่เคยเกิด แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
วจีสังขารมูล จบ
ปุคคโลกาสวาระ จบ
อตีตานาคตวาระ ปัจจนิก จบ
อุปปาทวาระ จบ
นิโรธวาระ
ปัจจุปปันนวาระ อนุโลม
ปุคคลวาระ
กายสังขารมูล
กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี :-
[๑๑๑๖] กายสังขารกำลังดับแก่บุคคลใด, วจีสังขารก็กำลังดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เว้นวิตกและวิจารเสียแล้ว ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะกายสังขารกำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น แต่วจีสังขารไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่กำลังเข้าปฐมฌานอยู่ก็ดี ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะของบุคคลซึ่งเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี กายสังขารกำลังดับ และวจีสังขารก็กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า วจีสังขารกำลังดับแก่บุคคลใด, กายสังขารก็กำลังดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะเสียแล้ว ในภังคขณะแห่งวิตกและวิจารวจีสังขารกำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น แต่กายสังขารไม่ใช่กำลังดับแก่
จบ อุปปาทวาร