พระอภิธรรมปิฎก ยมก · สังขารยมก
นิโรธวาร เล่ม ๓๘
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๑๑๖–๑๑๘๑ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๔/๖ ในสังขารยมกมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก สังขารยมก นิโรธวาร (ฉบับหลวง เล่ม ๓๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๒ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๘)
ฉบับมหามกุฏฯ พิมพ์อรรถกถาไว้ในเล่มเดียวกับพระไตรปิฎก ข้อความในหน้านี้จึงมีอรรถกถาปนอยู่
ไทย (มหามกุฏฯ) เล่ม ๘๒ หน้า ๑๑๕๖–๑๒๒๑
นิโรธวาระ
ปัจจุปปันนวาระ อนุโลม
ปุคคลวาระ
กายสังขารมูล
กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี :-
[๑๑๑๖] กายสังขารกำลังดับแก่บุคคลใด, วจีสังขารก็กำลังดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เว้นวิตกและวิจารเสียแล้ว ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะกายสังขารกำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น แต่วจีสังขารไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่กำลังเข้าปฐมฌานอยู่ก็ดี ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะของบุคคลซึ่งเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี กายสังขารกำลังดับ และวจีสังขารก็กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า วจีสังขารกำลังดับแก่บุคคลใด, กายสังขารก็กำลังดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะเสียแล้ว ในภังคขณะแห่งวิตกและวิจารวจีสังขารกำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น แต่กายสังขารไม่ใช่กำลังดับแก่
บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่กำลังเข้าปฐมฌานอยู่ก็ดี ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะของบุคคลซึ่งเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี วจีสังขารกำลังดับ และกายสังขารก็กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี
กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๑๑๗] กายสังขารกำลังดับแก่บุคคลใด, จิตตสังขารก็กำลังดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า จิตตสังขารกำลังดับแก่บุคคลใด, กายสังขารก็กำลังดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะเสียแล้ว ในภังคขณะแห่งจิต จิตต-สังขารกำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น แต่กายสังขารไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น, ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ จิตตสังขารกำลังดับและกายสังขารก็กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
กายสังขารมูล จบ
วจีสังขารมูล
วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๑๑๘] วจีสังขารกำลังดับแก่บุคคลใด, จิตตสังขารก็กำลังดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า จิตตสังขารกำลังดับแก่บุคคลใด, วจีสังขารก็กำลังดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เว้นวิตกและวิจารเสียแล้ว ในภังคขณะแห่งจิต จิตตสังขารกำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น แต่วจีสังขารไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น,ในภังคขณะแห่งวิตกและวิจาร จิตตสังขารกำลังดับ และวจีสังขารก็กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
วจีสังขารมูล จบ
ปุคคลวาระ จบ
โอกาสวาระ
กายสังขารมูล
กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี :-
[ ๑๑๑๙ ] กายสังขารกำลังดับในภูมิใด, วจีสังขารก็กำลังดับในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในทุติยฌานภูมิก็ดี ในตติยฌานภูมิก็ดี กายสังขารกำลังดับในภูมินั้น แต่วจีสังขารไม่ใช่กำลังดับในภูมินั้น ฯ ล ฯ
จบ กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี
กายสังขารมูล จบ
โอกาสวาระ จบ
ปุคคโลกาสวาระ
กายสังขารมูล
กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี :-
[๑๑๒๐] กายสังขารกำลังดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, วจีสังขารก็กำลังดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ปุคคลวาระก็ดี ปุคคโลกาสวาระก็ดี มีการจำแนกเช่นเดียวกัน.
จบ กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี
กายสังขารมูล จบ
ปุคคโลกาสวาระ จบ
ปัจจุปปันนวาระ อนุโลม จบ
ปัจจุปปันนวาระ ปัจจนิก
ปุคคลวาระ
กายสังขารมูล
กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี :-
[๑๑๒๑] กายสังขารไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลใด, วจีสังขารก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะเสียแล้ว ในภังคขณะแห่งวิตกและวิจารกายสังขารไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น แต่วจีสังขารกำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น, ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมด เว้นลมอัสสสาสะปัสสาสะเสียแล้ว ในภังคขณะแห่งจิตที่ไม่มีวิตกและไม่มีวิจารก็ดี บุคคลที่กำลังเข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญ-สัตตภูมิก็ดี กายสังขารไม่ใช่กำลังดับ และวจีสังขารก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า วจีสังขารไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลใด, กายสังขารก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เว้นวิตกและวิจารเสียแล้ว ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะวจีสังขารไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น แต่กายสังขารกำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น, ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมด เว้น
ลมอัสสาสะปัสสาสะเสียแล้ว ในภังคขณะแห่งจิตที่ไม่มีวิตกและไม่มีวิจารก็ดี บุคคลที่กำลังเข้านิโรธสมาบิตอยู่ก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญ-สัตตภูมิก็ดี วจีสังขารไม่ใช่กำลังดับ และกายสังขารก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี
กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๑๒๒] กายสังขารไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลใด, จิตตสังขารก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะเสียแล้ว ในภังคขณะแห่งจิต กาย-สังขารไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น แต่จิตสังขารกำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น, ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดก็ดี บุคคลที่เข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี กาย-สังขารไม่ใช่กำลังดับ และจิตตสังขารก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า จิตตสังขารไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลใด, กายสังขารก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
กายสังขารมูล จบ
วจีสังขารมูล
วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๑๒๓] วจีสังขารไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลใด, จิตตสังขารก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เว้นวิตกและวิจารเสียแล้ว ในภังคขณะแห่งจิต วจีสังขารไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น แต่จิตตสังขารกำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น,ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดก็ดี บุคคลที่กำลังเข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี วจีสังขารไม่ใช่กำลังดับ และจิตตสังขารก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า จิตตสังขารไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลใด, วจีสังขารก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ วจีสังขารมูละ จิตสังขารมูลี
วจีสังขารมูล จบ
ปุคคลวาระ จบ
โอกาสวาระ
กายสังขารมูล
กายสังขารมูละ ฯ ล ฯ
[๑๑๒๔] กายสังขารไม่ใช่กำลังดับในภูมิใด, ฯ ล ฯ
กายสังขารมูล จบ
โอกาสวาระ จบ
ปุคคโลกาสวาระ
กายสังขารมูล
กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี :-
[๑๑๒๕] กายสังขารไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, วจี-สังขารก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะเสียแล้ว ในภังคขณะแห่งวิตกและวิจารกายสังขารไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่วจีสังขารกำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมด เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะเสียแล้ว ในภังคขณะแห่งจิตที่ไม่
มีวิตกและไม่มีวิจารก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี กายสังขารไม่ใช่กำลังดับ และวจีสังขารก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า วจีสังขารไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลใดในภูมิใด ฯ ล ฯ
ปุคคลวาระก็ดี ปุคคโลกาสวาระก็ดี ก็พึงให้พิสดารเช่นเดียวกันคำว่า นิโรธสมาปนฺนานํ บุคคลที่กำลังเข้านิโรธสมาบัติอยู่ ไม่พึงกระทำในปุคคโลกาสวาระ.
จบ กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี
กายสังขารมูล จบ
ปุคคโลกาสวาระ จบ
ปัจจุปปันนวาระ ปัจจนิก จบ
อตีตวาระ อนุโลม
ปุคคลวาระ
กายสังขารมูล
กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี :-
[๑๑๒๖] กายสังขารเคยดับแก่บุคคลใด, วจีสังขารก็เคยดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ก็หรือว่า วจีสังขารเคยดับแก่บุคคลใด ฯ ล ฯ
ในอุปปาทวาระ ปุจฉาในอตีตวาระที่เป็นปุคคลวาระก็ดี ปุคค-โลกาสวาระก็ดี ทั้งที่เป็นอนุโลมและปัจจนิก ท่านจำแนกไว้โดยประการโด แม้ในนิโรธวาระ ก็พึงจำแนกโดยประการนั้น ไม่มีอะไรต่างกัน.
จบ กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี
กายสังขารมูล จบ
ปุคคลวาระ จบ
อตีตวาระ อนุโลม จบ
อนาคตวาระ อนุโลม
ปุคคลวาระ
กายสังขารมูล
กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี :-
[๑๑๒๗] กายสังขารจักดับแก่บุคคลใด, วจีสังขารก็จักดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า วจีสังขารจักดับแก่บุคคลใด, กายสังขารก็จักดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตของบุคคลที่เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี ปัจฉิมจิตของบุคคลที่เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิจักเกิดในลำดับแห่งจิตใดก็ดี ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใดจักเกิดในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังตายก็ดี วจีสังขารจักดับแก่บุคคลเหล่านั้น แต่กายสังขารไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น บุคคลที่นอกจากนั้น วจีสังขารจักดับและกายสังขารก็จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี
กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๑๒๘] กายสังขารจักดับแก่บุคคลใด จิตตสังขารก็จักดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า จิตตสังขารจักดับแก่บุคคลใด, กายสังขารก็จักดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตของบุคคลที่เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี ปัจฉิมจิตของบุคคลที่เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิจักเกิดในลำดับแห่งจิตใดก็ดี ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใดจักเกิดในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังตายก็ดี จิตตสังขารจักดับแก่บุคคลเหล่านั้น แต่กายสังขารไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่นอกจากนั้น จิตตสังขารจักดับและกายสังขารก็จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
กายสังขารมูล จบ
วจีสังขารมูล
วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๑๒๙] วจีสังขารจักดับแก่บุคคลใด, จิตตสังขารก็จักดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ก็หรือว่า จิตตสังขารจักดับแก่บุคคลใด, วจีสังขารก็จักดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตที่ไม่มีวิตกและไม่มีวิจารก็ดี ปัจฉิม-จิตที่ไม่มีวิตกและไม่มีวิจารจักเกิดขึ้นลำดับแห่งจิตใดก็ดี จิตตสังขารจักดับแก่บุคคลเหล่านั้น แต่วจีสังขารไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น,บุคคลที่นอกจากนั้น จิตตสังขารจักดับ และวจีสังขารก็จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
วจีสังขารมูล จบ
ปุคคลวาระ จบ
โอกาสวาระ
กายสังขารมูล
กายสังขารมูละ ฯ ล ฯ
[๑๑๓๐] กายสังขารจักดับในภูมิใด, ฯ ล ฯ
กายสังขารมูล จบ
ปุคคโลกาสวาระ
กายสังขารมูล
กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี :-
[๑๑๓๑] กายสังขารจักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, วจีสังขารจักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังเข้าทุติยฌาน ตติยฌานอยู่ กายสังขารจักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่วจีสังขารไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังเข้าปฐมฌานอยู่ก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในกามาวจร-ภูมิก็ดี กายสังขารจักดับ และวจีสังขารก็จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า วจีสังขารจักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, กายสังขารก็จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตของบุคคลที่เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี ปัจฉิมจิตของบุคคลที่เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิจักเกิดในลำดับแห่งจิตใดก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปาวจรภูมิก็ดี วจีสังขารจักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่กายสังขารไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังเข้าปฐมฌานอยู่ก็ดีบุคคลที่นอกจากนั้นที่เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี วจีสังขารจักดับ และกายสังขารก็จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี
กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๑๓๒] กายสังขารจักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, จิตตสังขารก็จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า จิตตสังขารจักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, กายสังขารก็จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตของบุคคลที่เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี ปัจฉิมจิตของบุคคลที่เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิจักเกิดในลำดับแห่งจิตใดก็ดี บุคคลที่กำลังเข้าจตุตถฌานอยู่ก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปาวจรภูมิก็ดี จิตตสังขารจักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่กายสังขารไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังเข้าปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌานอยู่ก็ดี บุคคลที่นอกจากนั้นที่เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี จิตตสังขารจักดับ และกาย-สังขารก็จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
กายสังขารมูล จบ
วจีสังขารมูล
วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๑๓๓] วจีสังขารจักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, จิตตสังขารก็จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า จิตตสังขารจักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, วจีสังขารก็จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตที่ไม่มีวิตกและไม่มีวิจารก็ดี ปัจฉิม-จิตที่ไม่มีวิตกและไม่มีวิจารจักเกิดในลำดับแห่งจิตใดก็ดี บุคคลที่กำลังเข้าทุติยฌาน ตติยฌาน จตุตถฌานอยู่ก็ดี จิตตสังขารจักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่วจีสังขารไม่ใช่จับดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,บุคคลที่กำลังเข้าปฐมฌานอยู่ก็ดี บุคคลซึ่งเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดีบุคคลที่นอกจากนั้นเกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิก็ดี จิตต-สังขารจักดับ และวจีสังขารก็จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
วจีสังขารมูล จบ
ปุคคโลกาสวาระ จบ
อนาคตวาระ อนุโลม จบ
อนาคตวาระ ปัจจนิก
ปุคคลวาระ
กายสังขารมูล
กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี :-
[๑๑๓๔] กายสังขารไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใด, วจีสังขารก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตของบุคคลที่เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี ปัจฉิมจิตของบุคคลที่เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิจักเกิดในลำดับแห่งจิตใดก็ดี ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใดจักเกิดในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังตายก็ดี กายสังขารไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น แต่วจีสังขารจักดับแก่บุคคลเหล่านั้น, ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีวิตกและมีวิจารก็ดี บุคคลที่ถึงพร้อมด้วยปรินิพพานจิตที่ไม่มีวิตกและไม่มีวิจารก็ดี ปัจฉิมจิตที่ไม่มีวิตกและไม่มีวิจารจักเกิดในลำดับแห่งจิตใดก็ดีกายสังขารไม่ใช่จักดับ และวจีสังขารก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า วจีสังขารไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใด, กายสังขารก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี
กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๑๓๕] กายสังขารไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใด, จิตตสังขารก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตของบุคคลที่เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี ปัจฉิมจิตของบุคคลที่เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิจักเกิดขึ้นลำดับแห่งจิตใดก็ดี ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลเหล่าใดจักเกิดในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน บุคคลเหล่านั้นกำลังตายก็ดี กายสังขารไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น แต่จิตตสังขารจักดับแก่บุคคลเหล่านั้น, ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต กาย-สังขารไม่ใช่จักดับ และจิตตสังขารก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า จิตตสังขารไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใด, กายสังขารก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
กายสังขารมูล จบ
วจีสังขารมูล
วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๑๓๖] วจีสังขารไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใด, จิตตสังขารก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตที่ไม่มีวิตกและไม่มีวิจารก็ดี ปัจ-ฉิมจิตที่ไม่มีวิตกและไม่มีวิจารจักเกิดในลำดับแห่งจิตใดก็ดี วจีสังขารไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น และจิตตสังขารจักดับแก่บุคคลเหล่านั้น,ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต วจีสังขารไม่ใช่จักดับ และจิตตสังขารก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้น.
ก็หรือว่า จิตตสังขารไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใด, วจีสังขารก็ไม่ใช่จัดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
วจีสังขารมูล จบ
ปุคคลวาระ จบ
โอกาสวาระ
กายสังขารมูล
กายสังขารมูละ ฯ ล ฯ
[๑๑๓๗] กายสังขารไม่ใช่จักดับในภูมิใด, ฯ ล ฯ
กายสังขารมูล จบ
โอกาสวาระ จบ
ปุคคโลกาสวาระ
กายสังขารมูล
กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี :-
[๑๑๓๘] กายสังขารไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, วจี-สังขารก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตของบุคคลที่เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี ปัจฉิมจิตของบุคคลที่เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิจักเกิดในลำดับ แห่งจิต
ใดก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปาวจรภูมิก็ดี กายสังขารไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่วจีสังขารจักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีวิตกและมีวิจารก็ดี บุคคลที่ถึงพร้อมด้วยปรินิพพานจิตที่ไม่มีวิตกและไม่มีวิจารก็ดี ปัจฉิมจิตที่ไม่มีวิตกและไม่มีวิจารจักเกิดในลำดับแห่งจิตใดก็ดีบุคคลที่กำลังเข้าจตุตถฌานอยู่ก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดีกายสังขารไม่ใช่จักดับ และวจีสังขารก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า วจีสังขารไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, กายสังขารก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังเข้าทุติยฌาน ตติยฌานอยู่ วจีสังขารไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่กายสังขารจักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีวิตกและมีวิจารก็ดี บุคคลที่ถึงพร้อมด้วยปรินิพพานจิตที่ไม่มีวิตกและไม่มีวิจารก็ดี ปัจฉิมจิตที่ไม่มีวิตกและไม่มีวิจารจักเกิดในลำดับแห่งจิตใดก็ดี บุคคลที่กำลังเข้าจตุตถ-ฌานอยู่ก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี วจีสังขารไม่ใช่จักดับและกายสังขารก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี
กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๑๓๙] กายสังขารไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, จิตต-สังขารก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตของบุคคลที่เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี ปัจฉิมจิตของบุคคลที่เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิจักเกิดในลำดับแห่งจิตใดก็ดี บุคคลที่กำลังเข้าจตุตถฌาณอยู่ก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปาวจรภูมิก็ดี กายสังขารไม่ใช่จักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จิตตสังขารจักเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี กาย-สังขารไม่ใช่จักดับ และจิตตสังขารก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า จิตตสังขารไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, กาย-สังขารก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
กายสังขารมูล จบ
วจีสังขารมูล
วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๑๔๐] วจีสังขารไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, จิตต-สังขารก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตที่ไม่มีวิตกและไม่มีวิจารก็ดี ปัจ-ฉิมจิตที่ไม่มีวิตกและไม่มีวิจารจักเกิดในลำดับแห่งจิตใดก็ดี บุคคลที่เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน จตุตถฌานอยู่ก็ดี วจีสังขารไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จิตตสังขารจักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี วจี-สังขารไม่ใช่จักดับ และจิตตสังขารก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า จิตตสังขารไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, วจีสังขารก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
วจีสังขารมูล จบ
ปุคคโลกาสวาระ จบ
อนาคตวาระ ปัจจนิก จบ
ปัจจุปปันนาตีตวาระ อนุโลม
ปุคคลวาระ
กายสังขารมูล
กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี :-
[๑๑๔๑] กายสังขารกำลังดับแก่บุคคลใด, วจีสังขารก็เคยดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า วจีสังขารเคยดับแก่บุคคลใด, กายสังขารก็กำลังดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมด เว้นลมอัส-สาสะปัสสาสะสู่เสียแล้ว ในภังคขณะแห่งจิตก็ดี บุคคลที่กำลังเข้านิโรธ-สมาบัติอยู่ก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี วจีสังขารเคยดับแก่บุคคลเหล่านั้น แต่กายสังขารไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น, ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ วจีสังขารเคยดับ และกายสังขารก็กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี
กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๑๔๒] กายสังขารกำลังดับแก่บุคคลใด, จิตตสังขารก็เคยดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า จิตตสังขารเคยดับแก่บุคคลใด, กายสังขารก็กำลังดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมด เว้นลมอัส-สาสะปัสสาสะเสียแล้ว ในภังคขณะแห่งจิตก็ดี บุคคลที่กำลังเข้านิโรธ-สมาบัติอยู่ก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี จิตตสังขารเคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่กายสังขารไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น, ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ จิตตสังขารเคยดับ และกายสังขารก็กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
กายสังขารมูล จบ
วจีสังขารมูล
วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๑๔๓] วจีสังขารกำลังดับแก่บุคคลใด, จิตตสังขารก็เคยดับแก่บุคคล นั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า จิตตสังขารเคยดับแก่บุคคลใด, วจีสังขารก็กำลังดับแก่บุคคลนั้นใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมด เว้นวิตกและวิจารเสียแล้ว ในภังคขณะแห่งจิตก็ดี บุคคลที่กำลังเข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี จิตตสังขารเคยดับแก่บุคคลเหล่านั้น แต่วจีสังขารไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น, ในภังคขณะแห่งวิตกและวิจาร จิตตสังขารเคยดับ และวจีสังขารก็กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
วจีสังขารมูล จบ
ปุคคลวาระ จบ
โอกาสวาระ
กายสังขารมูล
กายสังขารมูละ ฯ ล ฯ
[๑๑๔๔] กายสังขารกำลังดับในภูมิใด, ฯ ล ฯ
กายสังขารมูล จบ
โอกาสวาระ จบ
ปุคคโลกาสวาระ
กายสังขารมูล
กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี :-
[๑๑๔๕] กายสังขารกำลังดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, วจีสังขารก็เคยดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังเข้าทุติยฌาน ตติยฌานอยู่ก็ดี ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะก็ดี กายสังขารกำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นแต่วจีสังขารไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังเข้า
ปฐมฌานซึ่งเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัส-สาสะก็ดี กายสังขารกำลังดับ และวจีสังขารก็เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า วจีสังขารเคยดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, กายสังขารก็กำลังดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังเข้าปฐมฌานอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งลม-อัสสาสะปัสสาสะของบุคคลที่เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี เว้นลมอัสสาสะ-ปัสสาสะของบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในภังคขณะแห่งจิตก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปาวจรภูมิก็ดี วจีสังขารเคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่กายสังขารไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังเข้าปฐมฌานอยู่ก็ดี ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะของบุคคลที่เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี วจีสังขารเคยดับ และกายสังขารก็กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี
กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๑๔๖] กายสังขารกำลังดับ แก่บุคคลใดในภูมิใด, จิตต-สังขารก็เคยดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า จิตตสังขารเคยดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, กายสังขารก็กำลังดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมด เว้นลมอัส-สาสะปัสสาสะเสียแล้ว ในภังคขณะแห่งจิต จิตตสังขารเคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่กายสังขารไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ จิตตสังขารเคยดับ และกายสังขารก็กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
กายสังขารมูล จบ
วจีสังขารมูล
วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๑๔๗] วจีสังขารกำลังดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, จิตตสังขารก็เคยดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า จิตตสังขารเคยดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, วจีสังขารก็กำลังดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมด เว้นวิตกและวิจารเสียแล้ว ในภังคขณะแห่งจิต จิตตสังขารเคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่วจีสังขารไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ในภังคขณะแห่งวิตกและวิจาร จิตตสังขารเคยดับ และวจีสังขารก็กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
วจีสังขารมูล จบ
ปุคคโลกาสวาระ จบ
ปัจจุปปันนาตีตวาระ อนุโลม จบ
ปัจจุปปันนาตีตวาระ ปัจจนิก
ปุคคลวาระ
กายสังขารมูล
กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี :-
[๑๑๔๘] กายสังขารไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลใด, วจีสังขารก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เคยดับ.
ก็หรือว่า วจีสังขารไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลใด, กายสังขารก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
จบ กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี
กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๑๔๙] กายสังขารไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลใด, จิตตสังขารก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เคยดับ.
ก็หรือว่า จิตตสังขารไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลใด, กายสังขารก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
จบ กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
กายสังขารมูล จบ
วจีสังขารมูล
วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๑๕๐] วจีสังขารไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลใด, จิตตสังขารก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เคยดับ.
ก็หรือว่า จิตตสังขารไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลใด, วจีสังขารก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
จบ วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
วจีสังขารมูล จบ
ปุคคลวาระ จบ
โอกาสวาระ
กายสังขารมูล
กายสังขารมูละ ฯ ล ฯ
[๑๑๕๑] กายสังขารไม่ใช่กำลังดับในภูมิใด, ฯ ล ฯ
กายสังขารมูล จบ
โอกาสวาระ จบ
ปุคคโลกาสวาระ
กายสังขารมูล
กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี :-
[๑๑๕๒] กายสังขารไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, วจี-สังขารก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังเข้าปฐมฌานอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งลม-อัสสาสะปัสสาสะของบุคคลซึ่งเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะของบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในภังคขณะแห่งจิตก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปาวจรภูมิก็ดี กายสังขาร
ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่วจีสังขารเคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังเข้าทุติยฌาน ตติยฌานอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะของบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะเสียแล้ว ในภังคขณะแห่งจิตก็ดี บุคคลที่กำลังเข้าจตุตถฌานอยู่ก็ดี เมื่อทุติยจิตกำลังเป็นไปแก่บุคคลที่เกิดอยู่ในสุทธา-วาสภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี กายสังขารไม่ใช่กำลังดับ และวจีสังขารก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า วจีสังขารไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, กาย-สังขารก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังเข้าทุติยฌาน ตติยฌานอยู่ก็ดี ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะก็ดี วจีสังขารไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่กายสังขารกำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลกำลังเข้าทุติยฌาน ตติยฌานอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะของบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะเสียแล้ว ในภังคขณะแห่งจิตก็ดี บุคคลที่กำลังเข้าจตุตถฌานอยู่ก็ดี เมื่อทุติยจิตกำลังเป็นไปแก่บุคคลที่เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี วจีสังขารไม่ใช่เคยดับ และกายสังขารก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี
กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๑๕๓] กายสังขารไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, จิตต-สังขารก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมด เว้นลมอัส-สาสะปัสสาสะเสียแล้ว ในภังคขณะแห่งจิต กายสังขารไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จิตตสังขารเคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังเกิดในสุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี กายสังขารไม่ใช่กำลังดับ และจิตตสังขารก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า จิตตสังขารไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, กาย-สังขารก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
กายสังขารมูล จบ
วจีสังขารมูล
วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๑๕๔] วจีสังขารไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, จิตต-สังขารก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมด เว้นวิตกและวิจารเสียแล้ว ในภังคขณะแห่งจิต วจีสังขารไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จิตตสังขารเคยแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,บุคคลที่กำลังเกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตต-ภูมิก็ดี วจีสังขารไม่ใช่กำลังดับ และจิตตสังขารก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า จิตตสังขารไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, วจี-สังขารก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
วจีสังขารมูล จบ
ปุคคโลกาสวาระ จบ
ปัจจุปปันนาตีตวาระ ปัจจนิก จบ
ปัจจุปปันนานาคตวาระ อนุโลม
ปุคคลวาระ
กายสังขารมูล
กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี :-
[๑๑๕๕] กายสังขารกำลังดับแก่บุคคลใด, วจีสังขารก็จักดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า วจีสังขารจักดับแก่บุคคลใด, กายสังขารกำลังดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมด เว้นลมอัส-สาสะปัสสาสะเสียแล้ว ในภังคขณะแห่งจิตก็ดี บุคคลที่กำลังเข้านิโรธ-สมาบัติอยู่ก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี วจีสังขารจักดับแก่บุคคลเหล่านั้น แต่กายสังขารไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น, ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ วจีสังขารจักดับ และกายสังขารก็กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี
กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๑๕๖] กายสังขารกำลังดับแก่บุคคลใด, จิตตสังขารก็จักดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า จิตตสังขารจักดับแก่บุคคลใด, กายสังขารก็กำลังดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมด เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะเสียแล้ว ในภังคขณะแห่งจิตก็ดี บุคคลที่กำลังเข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี จิตตสังขารจักดับแก่บุคคลเหล่านั้น แต่กายสังขารไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น,ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ จิตตสังขารจักดับ และกายสังขารก็กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
กายสังขารมูล จบ
วจีสังขารมูล
วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๑๕๗] วจีสังขารกำลังดับแก่บุคคลใด, จิตตสังขารก็จักดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีวิตกและมีวิจาร วจสังขารกำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น แต่จิตตสังขารไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น, ในภังคขณะแห่งวิตกและวิจารของบุคคลที่นอกจากนั้น วจีสังขารกำลังดับและจิตตสังขารก็จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า จิตตสังขารจักดับแก่บุคคลใด, วจีสังขารก็กำลังดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมด เว้นวิตกและวิจารเสียแล้ว ในภังคขณะแห่งจิตก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี จิตตสังขารจักดับแก่บุคคลเหล่านั้น แต่วจีสังขารไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น, ในภังคขณะแห่งวิตกและวิจาร จิตตสังขารจักดับและวจีสังขารก็กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
วจีสังขารมูล จบ
ปุคคลวาระ จบ
โอกาสวาระ
กายสังขารมูล
กายสังขารมูละ ฯ ล ฯ
[๑๑๕๘] กายสังขารกำลังดับในภูมิใด, ฯ ล ฯ
กายสังขารมูล จบ
โอกาสวาระ จบ
ปุคคโลกาสวาระ
กายสังขารมูล
กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี :-
[๑๑๕๙] กายสังขารกำลังดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, วจีสังขารจักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังเข้าทุติยฌาน ตติยฌานอยู่ก็ดี ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะก็ดี กายสังขารกำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นแต่วจีสังขารไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังเข้า
ปฐมฌานอยู่ก็ดี ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะของบุคคลที่เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี กายสังขารกำลังดับ และวจีสังขารก็จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า วจีสังขารจักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, กายสังขารก็กำลังดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังเข้าปฐมฌานอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะของบุคคลที่เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะของบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในภังคขณะแห่งจิตก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปาวจรภูมิก็ดี วจีสังขารจักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่กายสังขารไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังเข้าปฐมฌานอยู่ก็ดี บุคคลซึ่งเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะก็ดี วจี-สังขารจักดับ และกายสังขารก็กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี
กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๑๖๐] กายสังขารกำลังดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, จิตตสังขารก็จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า จิตตสังขารจักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, กายสังขารก็กำลังดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมด เว้นลมอัส-สาสะปัสสาสะเสียแล้ว ในภังคขณะแห่งจิต จิตตสังขารจักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่กายสังขารไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ จิตตสังขารจักดับ และกายสังขารก็กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น ในภูมินั้น.
จบ กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
กายสังขารมูล จบ
วจีสังขารมูล
วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๑๖๑] วจีสังขารกำลังดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, จิตตสังขารก็จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีวิตกและมีวิจาร วจีสังขารกำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จิตตสังขารไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้น, ในภังคขณะแห่งวิตกและวิจารของบุคคลที่นอกจากนั้นวจีสังขารกำลังดับ และจิตตสังขารก็จับดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า จิตตสังขารจักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, วจีสังขารก็กำลังดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมด เว้นวิตกและวิจารเสียแล้ว ในภังคขณะแห่งจิต จิตตสังขารจักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่วจีสังขารไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ในภังคขณะแห่งวิตกและมีวิจาร จิตตสังขารจักดับ และวจีสังขารก็กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
วจีสังขารมูล จบ
ปุคคโลกาสวาระ จบ
ปัจจุปปันนานาคตวาระ ปัจจนิก
ปุคคลวาระ
กายสังขารมูล
กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี :-
[๑๑๖๒] กายสังขารไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลใด, วจีสังขารก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมด เว้นลมอัส-สาสะปัสสาสะเสียแล้ว ในภังคขณะแห่งจิตก็ดี บุคคลที่กำลังเข้านิโรธ-สมาบัติอยู่ก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี กายสังขารไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น แต่วจีสังขารจักดับแก่บุคคลเหล่านั้น, ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีวิตกและมีวิจารก็ดี บุคคลที่ถึงพร้อมด้วยปริ-นิพพานจิตที่ไม่มีวิตกและไม่มีวิจารก็ดี ปัจฉิมจิตที่ไม่มีวิตกและไม่มีวิจารจักเกิดในลำดับแห่งจิตใดก็ดี กายสังขารไม่ใช่กำลังดับ และวจี-สังขารก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า วจีสังขารไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใด, กายสังขารก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี
กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๑๖๓] กายสังขารไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลใด, จิตตสังขารก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมด เว้นลมอัส-สาสะปัสสาสะเสียแล้ว ในภังคขณะแห่งจิตก็ดี บุคคลที่กำลังเข้านิโรธ-สมาบัติอยู่ก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี กายสังขารไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น แต่จิตตสังขารจักดับแก่บุคคลเหล่านั้น, ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต กายสังขารไม่ใช่กำลังดับ และจิตตสังขารก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า จิตตสังขารไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใด ฯ ล ฯ
ใช่.
จบ กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
กายสังขารมูล จบ
วจีสังขารมูล
วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๑๖๔] วจีสังขารไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลใด, จิตตสังขารก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมด เว้นวิตกและวิจารเสียแล้ว ในภังคขณะแห่งจิตก็ดี บุคคลที่กำลังเข้านิโรธสมาบัติอยู่ก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี วจีสังขารไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น แต่จิตตสังขารจักดับแก่บุคคลเหล่านั้น, ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่ไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร วจีสังขารไม่ใช่กำลังดับ และจิตตสังขารก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า จิตตสังขารไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใด, วจีสังขารก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีวิตกและมีวิจาร จิตตสังขารไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น แต่วจีสังขารกำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น, ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่ไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร จิตตสังขารไม่ใช่จักดับและวจีสังขารก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
วจีสังขารมูล จบ
ปุคคลวาระ จบ
โอกาสวาระ
กายสังขารมูล
กายสังขารมูละ ฯ ล ฯ
[๑๑๖๕] กายสังขารไม่ใช่กำลังดับในภูมิใด ฯ ล ฯ
กายสังขารมูล จบ
โอกาสวาระ จบ
ปุคคโลกาสวาระ
กายสังขารมูล
กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี :-
[๑๑๖๖] กายสังขารไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลไดในภูมิใด, วจี-สังขารก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังเข้าปฐมฌานอยู่ก็ดี ในปุปปาทขณะแห่งลม
อัสสาสะปัสสาสะของบุคคลซึ่งเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิก็ดี เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะของบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในภังคขณะแห่งจิตก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปาวจรภูมิก็ดี กายสังขาร
ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่วจีสังขารจักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีวิตกและมีวิจารก็ดีบุคคลที่ถึงพร้อมด้วยปรินิพพานจิตที่ไม่มีวิตกและไม่มีวิจารก็ดี ปัจฉิม-จิตที่ไม่มีวิตกและไม่มีวิจารจักเกิดในลำดับแห่งจิตใดก็ดี บุคคลที่กำลังเข้าทุติยฌาน ตติยฌานอยู่ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะของบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะเสียแล้ว ในภังคขณะแห่งจิตก็ดี บุคคลที่กำลังเข้าจตุตถฌานอยู่ก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี กายสังขารไม่ใช่กำลังดับ และวจีสังขารก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า วจีสังขารไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, กายสังขารก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังเข้าทุติยฌาน ตติยฌานอยู่ก็ดี ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะก็ดี วจีสังขารไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่กายสังขารกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีวิตกและมีวิจารก็ดี บุคคลที่ถึงพร้อมด้วยปรินิพพานจิตที่ไม่มีวิตกและไม่มีวิจารก็ดี ปัจฉิมจิตที่ไม่มีวิตกและไม่มีวิจารจักเกิดในลำดับแห่งจิตใดก็ดี บุคคลที่กำลังเข้าทุติยฌาน ตติยฌานอยู่ก็ดีในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะของบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละเว้นลมอัสสาสะปัสสาสะเสียแล้ว ในภังคขณะแห่งจิตก็ดี บุคคลที่กำลัง
เข้าจตุตถฌาณอยู่ก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี วจีสังขารไม่ใช่จักดับ และกายสังขารก็ไม่ใช่กำลังแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี
กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๑๖๗] กายสังขารไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, จิตต-สังขารก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมด เว้นลมอัส-สาสะปัสสาสะเสียแล้ว ในภังคขณะแห่งจิต กายสังขารไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จิตตสังขารจักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ในภังคขณะแห่งจิตก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดีกายสังขารไม่ใช่กำลังดับ และจิตตสังขารก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า จิตตสังขารไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, กาย-สังขารก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
กายสังขารมูล จบ
วจีสังขารมูล
วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๑๖๘] วจีสังขารไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, จิตตสังขารก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมด เว้นวิตกและวิจารเสียแล้ว ในภังคขณะแห่งจิต วจีสังขารไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จิตตสังขารจักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่ไม่มีวิตกและไม่มีวิจารก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี วจีสังขารไม่ใช่กำลังดับ และจิตตสังขารก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า จิตตสังขารไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, วจี-สังขารก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีวิตกและมีวิจาร จิตตสังขารไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นแต่วจีสังขารกำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่ไม่มีวิตกและไม่มีวิจารก็ดี
บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี จิตตสังขารไม่ใช่จักดับ และวจี-สังขารก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
วจีสังขารมูล จบ
ปุคคโลกาสวาระ จบ
ปัจจุปปันนาคตวาระ ปัจจนิก จบ
อตีตานาคตวาระ อนุโลม
ปุคคลวาระ
กายสังขารมูล
กายสังขารมูล วจีสงขารมูลี :-
[๑๑๖๙] กายสังขารเคยดับแก่บุคคลใด, วจีสังขารก็จักดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีวิตกและมีวิจารก็ดี บุคคลที่ถึงพร้อมด้วยปรินิพพานจิตที่ไม่มีวิตกและไม่มีวิจารก็ดี ปัจฉิมจิตที่ไม่มีวิตกและไม่มีวิจารจักเกิดในลำดับแห่งจิตใดก็ดี กายสังขารเคยดับแก่บุคคลเหล่านั้น แต่วจีสังขารไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่นอกจากนั้น กายสังขารเคยดับ และวจีสังขารก็จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า วจีสังขารจักดับแก่บุคคลใด ฯ ล ฯ
ใช่.
จบ กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี
กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๑๗๐] กายสังขารเคยดับแก่บุคคลใด, จิตตสังขารก็จักดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต กายสังขารเคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นแต่จิตตสังขารไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่นอกจากนั้น กาย-สังขารเคยดับ และจิตตสังขารก็จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า จิตตสังขารจักดับแก่บุคคลใด ฯ ล ฯ
ใช่.
จบ กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
กายสังขารมูล จบ
วจีสังขารมูล
วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
วจีสังขารเคยดับแก่บุคคลใด, จิตตสังขารก็จักดับแก่บุคคลนั้นใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต วจีสังขารเคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นแต่จิตตสังขารไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่นอกจากนั้น วจี-สังขารเคยดับ และจิตตสังขารก็จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า จิตตสังขารจักดับแก่บุคคลใด ฯ ล ฯ
ใช่.
จบ วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
วจีสังขารมูล จบ
ปุคคลวาระ จบ
โอกาสวาระ
กายสังขารมูล
กายสังขารมูละ ฯ ล ฯ
[๑๑๗๑] กายสังขารเคยดับในภูมิใด, ฯ ล ฯ
กายสังขารมูล จบ
โอกาสวาระ จบ
ปุคคโลกาสวาระ
กายสังขารมูล
กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี :-
[๑๑๗๒] กายสังขารเคยดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, วจีสังขารก็จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตตในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่กำลังเข้าทุติยฌาน ตติยฌานอยู่ก็ดี กายสังขารเคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นแต่วจีสังขารไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังเข้าปฐมฌานซึ่งเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิที่นอกจากนั้น กายสังขารเคยดับและวจีสังขารก็จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า วจีสังขารจักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, กายสังขารก็เคยดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปาวจรภูมิก็ดี วจีสังขารจักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่กายสังขารไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังเข้าปฐมฌานซึ่งเกิดอยู่ในกามาวจรภูมิ วจีสังขารจักดับ และกายสังขารก็เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี
กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๑๗๓] กายสังขารเคยดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, จิตตสังขารก็จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตในกามาวจรภูมิ กายสังขารเคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จิตตสังขารไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังเข้าปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌานอยู่ก็ดีบุคคลที่เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิที่นอกจากนั้นก็ดี กายสังขารเคยดับ และจิตตสังขารก็จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า จิตตสังขารจักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, กายสังขารก็เคยดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังเข้าจตุตถฌานอยู่ก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิในอรูปาวจรภูมิก็ดี จิตตสังขารจักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่กายสังขารไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, บุคคลที่กำลังเข้าปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌานอยู่ก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในกามาวจรภูมิจิตตสังขารจักดับ และกายสังขารก็เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
กายสังขารมูล จบ
วจีสังขารมูล
วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๑๗๔] วจีสังขารเคยดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, จิตตสังขารก็จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตในภูมิที่มีวิตกและมีวิจาร วจีสังขารเคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จิตตสังขารไม่ใช่จักดับแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น, ในภูมิที่มีวิตกและมีวิจารที่นอกจากนั้น วจีสังขารเคยดับ และจิตตสังขารก็จับดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า จิตตสังขารจักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, วจีสังขารก็เคยดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภูมิที่ไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร จิตตสังขารจักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่วจีสังขารไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,ในภูมิที่มีวิตกและมีวิจาร จิตตสังขารจักดับ และวจีสังขารก็เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
วจีสังขารมูล จบ
ปุคคโลกาสวาระ จบ
อตีตานาคตวาระ อนุโลม จบ
อตีตานาคตวาระ ปัจจนิก
ปุคคลวาระ
กายสังขารมูล
กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี :-
[๑๑๗๕] กายสังขารไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลใด, วจีสังขารก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า วจีสังขารไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใด, กายสังขารก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เคยดับ.
จบ กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี
กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๑๗๖] กายสังขารไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลใด, จิตตสังขารก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า จิตตสังขารไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใด, กายสังขารก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เคยดับ.
จบ กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
กายสังขารมูล จบ
วจีสังขารมูล
วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๑๗๗] วจีสังขารไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลใด, จิตตสังขารก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า จิตตสังขารไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใด, วจีสังขารก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เคยดับ.
จบ วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
วจีสังขารมูล จบ
ปุคคลวาระ จบ
โอกาสวาระ
กายสังขารมูล
กายสังขารมูละ ฯ ล ฯ
[๑๑๗๘] กายสังขารไม่ใช่เคยดับในภูมิใด, ฯ ล ฯ
กายสังขารมูล จบ
โอกาสวาระ จบ
ปุคคโลกาสวาระ
กายสังขารมูล
กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี :-
[๑๑๗๙] กายสังขารไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, วจี-สังขารก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปาวจรภูมิก็ดี กายสังขารไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่วจีสังขารจักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ในภังคขณะแห่งปัจฉิมที่จิตที่มีวิตกและมีวิจารในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่ถึงพร้อมด้วยปรินิพ-พานจิตที่ไม่มีวิตกและไม่มีวิจารก็ดี ปัจฉิมจิตที่ไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร
จักเกิดในลำดับแห่งจิตใดก็ดี บุคคลที่กำลังเข้าจตุตถฌานอยู่ก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี กายสังขารไม่ใช่เคยดับ และวจีสังขารก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า วจีสังขารไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, กายสังขารก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตในกามาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่กำลังเข้าทุติยฌาน ตติยฌานอยู่ก็ดี วจีสังขารไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่กายสังขารเคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ในภังค-ขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีวิตกและมีวิจารในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิก็ดีบุคคลที่ถึงพร้อมด้วยปรินิพพานจิตที่ไม่มีวิตกและไม่มีวิจารก็ดี ปัจฉิมจิตที่ไม่มีวิตกและไม่มีวิจารจักเกิดในลำดับแห่งจิตใดก็ดี บุคคลที่กำลังเข้าจตุตถฌานอยู่ก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี วจีสังขารไม่ใช่จักดับ และกายสังขารก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
จบ กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี
กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๑๘๐] กายสังขารไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลใดในภูมิใด จิตต-สังขารก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่กำลังเข้าจตุตถฌานอยู่ก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอรูปาวจรภูมิก็ดี กายสังขารไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จิตตสังขารจักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี กายสังขารไม่ใช่เคยดับ และจิตตสังขารก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า จิตตสังขารไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, กาย-สังขารก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตในกามาวจรภูมิ จิตตสังขารไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่กายสังขารเคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจร-ภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี จิตตสังขารไม่ใช่จักดับและกายสังขารก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
กายสังขารมูล จบ
วจีสังขารมูล
วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี :-
[๑๑๘๑] วจีสังขารไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, จิตต-สังขารก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภูมิที่ไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร วจีสังขารไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่จิตตสังขารจักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตในภูมิที่ไม่มีวิตกและไม่มีวิจารก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี วจีสังขารไม่ใช่เคยดับ และจิตตสังขารก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า จิตตสังขารไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, วจี-สังขารก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตในภูมิที่มีวิตกและมีวิจาร จิตตสังขารไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่วจีสังขารเคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตในภูมิที่ไม่มีวิตกและไม่มีวิจารก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี จิตตสังขารไม่ใช่จักดับและวจีสังขารก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ วจีสังขารมูละ จิตตสังขารมูลี
วจีสังขารมูล จบ
ปุคคโลกาสวาระ จบ
อตีตานาคตวาระ ปัจจนิก จบ
นิโรธวาระ จบ
อุปปาทนิโรธวาระ
ปัจจุปปันนวาระ อนุโลม
ปุคคลวาระ
กายสังขารมูล
กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี :-
[๑๑๘๒] กายสังขารกำลังเกิดแก่บุคคลใด, วจีสังขารก็กำลังดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
ก็หรือว่า วจีสังขารกำลังดับแก่บุคคลใด, กายสังขารก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ กายสังขารมูละ วจีสังขารมูลี
กายสังขารมูละ จิตตสังขารมูละ :-
กายสังขารกำลังเกิดแก่บุคคลใด, จิตตสังขารก็กำลังดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่ใช่.
จบ นิโรธวาร