พระอภิธรรมปิฎก ยมก · สังขารยมก
อุปปาทนิโรธวาร เล่ม ๓๘
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๑๘๒–๑๒๑๙ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๕/๖ ในสังขารยมกมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก สังขารยมก อุปปาทนิโรธวาร (ฉบับหลวง เล่ม ๓๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๒ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๘)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๓๘ หน้า ๕๙๑–๖๑๑
{๑๑๘๑} [๑๒๗] อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับไปแล้ว จิตตสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปหรือ ?
วิ. วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในภูมิที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารไม่เคยดับไปแล้ว แต่จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในภูมิที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต ของผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคลไม่เคยดับไปแล้วและจิตตสังขารก็จักไม่ดับไปปฏิ. หรือว่าจิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักไม่ดับไป วจีสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นไม่เคยดับไปแล้ว ?
วิ. จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในภูมิที่มีวิตกและวิจารในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตจักไม่ดับไป แต่วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในภูมิที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต ของผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคลจักไม่ดับไปและวจีสังขารก็ไม่เคยดับไปแล้ว
จบ นิโรธวาร
๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร
๑. ปัจจุปปันนวาร
อนุโลมบุคคล
{๑๑๘๒} [๑๒๘] อนุ. กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลใด วจีสังขารของบุคคลนั้นย่อมดับไปหรือ ?
วิ. หามิได้
ปฎิ. หรือว่าวจีสังขารของบุคคลใดย่อมดับไป กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้น ?
วิ. หามิได้
อนุ. กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลใด จิตตสังขารของบุคคลนั้นย่อมดับไปหรือ ?
วิ. หามิได้
ปฏิ. หรือว่าจิตตสังขารของบุคคลใดย่อมดับไป กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นวิ. หามิได้
[๑๒๙] อนุ. วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลใด จิตตสังขารของบุคคลนั้นย่อมดับไปหรือ ?
วิ. หามิได้
ปฏิ. หรือว่าจิตตสังขารของบุคคลใดย่อมดับไป วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นวิ. หามิได้
อนุโลมโอกาส
{๑๑๘๓} [๑๓๐] อนุ. กายสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด วจีสังขารในภูมินั้นย่อมดับไปหรือ ?
วิ. ... ในภูมินั้นซึ่งเป็นทุติยฌาน ตติยฌาน ...
(คำที่กำหนดว่า ในภูมิใด นอกจากนี้เป็นเช่นเดียวกัน)
อนุโลมปุคคโลกาส
[๑๓๑] อนุ. กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลใดในภูมิใด ...
(คำที่กำหนดว่า แก่บุคคลใด และว่า แก่บุคคลใดในภูมิใด ก็เป็นเช่นเดียวกัน)
ปัจจนีกบุคคล
[๑๓๒] อนุ. กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใด วจีสังขารของบุคคลนั้นย่อมไม่ดับไปหรือ ?
วิ. กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งวิตกวิจาร แต่วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งจิตเว้นลมอัสสาสปัสสาสะในภังคขณะแห่งจิต เว้นวิตกวิจาร แก่ผู้เข้านิโรธสมาบัติ และแก่ผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคลและวจีสังขารก็ย่อมไม่ดับไปปฏิ. หรือว่าวจีสังขารของบุคคลใดย่อมไม่ดับไป กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้น ?
วิ. วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะย่อมไม่ดับไป แต่กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นก็หาไม่ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสปัสสาสะในภังคขณะแห่งจิต เว้นวิตกวิจาร แก่ผู้เข้านิโรธสมาบัติ และแก่ผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคลย่อมไม่ดับไปและกายสังขารก็ย่อมไม่เกิดขึ้น{๑๑๘๔} อนุ. กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใด จิตตสังขารของบุคคลนั้นย่อมไม่ดับไปหรือ ?
วิ. กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิต แต่จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขาร
ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ แก่ผู้เข้านิโรธสมาบัติและแก่ผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคลและจิตตสังขารก็ย่อมไม่ดับไป
ปฏิ. หรือว่าจิตตสังขารของบุคคลใดย่อมไม่ดับไป กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้น ?
วิ. จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะย่อมไม่ดับไป แต่กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นก็หาไม่ จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสปัสสาสะ แก่ผู้เข้านิโรธสมาบัติ และแก่ผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคลย่อมไม่ดับไปและกายสังขารก็ย่อมไม่เกิดขึ้น{๑๑๘๕} [๑๓๓] อนุ. วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใด จิตตสังขารของบุคคลนั้นย่อมไม่ดับไปหรือ ?
วิ. วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิต แต่จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งจิต เว้นวิตกวิจาร แก่ผู้เข้านิโรธสมาบัติ และแก่ผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคลและจิตตสังขารก็ย่อมไม่ดับไปปฏิ. หรือว่าจิตตสังขารของบุคคลใดย่อมไม่ดับไป วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้น ?
วิ. จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งวิตกวิจารย่อมไม่ดับไป แต่วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นก็หาไม่ จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งจิต เว้นวิตกวิจาร แก่ผู้เข้านิโรธสมาบัติ และแก่ผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคลย่อมไม่ดับไปและวจีสังขารก็ย่อมไม่เกิดขึ้น
ปัจจนีกโอกาส
{๑๑๘๖} [๑๓๔] อนุ. กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ...
ปัจจนีกปุคคโลกาส
{๑๑๘๗} [๑๓๕] อนุ. กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใดในภูมิใด ...
(คำที่กำหนดว่า แก่บุคคลใด และว่า แก่บุคคลใดในภูมิใด ก็เป็นเช่นเดียวกัน คำว่า แก่ผู้เข้านิโรธสมาบัติ หาไม่ได้ในคำที่กำหนดว่า แก่บุคคลใดในภูมิใด)
๒. อตีตวาร
อนุโลมบุคคล
{๑๑๘๘} [๑๓๖] อนุ. กายสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลใด วจีสังขารของบุคคลนั้นเคยดับไปแล้วหรือ ?
วิ. ถูกแล้ว
(อตีตปุจฉาทั้งในอุปปาทวาร นิโรธวาร และอุปปาทนิโรธวาร พึงให้พิสดารเช่นเดียวกัน)
๓. อนาคตวาร
อนุโลมบุคคล
{๑๑๘๙} [๑๓๗] อนุ. กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่บุคคลใด วจีสังขารของบุคคลนั้นจักดับไปหรือ ?
วิ. ถูกแล้ว
ปฏิ. หรือว่าวจีสังขารของบุคคลใดจักดับไป กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้น ?
วิ. วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นผู้เป็นกามาวจรบุคคลในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต ผู้เป็นกามาวจรบุคคลซึ่งมีปัจฉิมจิตเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เป็นปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ และผู้เข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิแล้วจักปรินิพพานซึ่งกำลังจุติอยู่จักดับไป แต่กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นก็หาไม่ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นนอกนี้จักดับไปและกายสังขารก็จักเกิดขึ้น{๑๑๙๐} อนุ. กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่บุคคลใด จิตตสังขารของบุคคลนั้นจักดับไปหรือ ?
วิ. ถูกแล้ว
ปฏิ. หรือว่าจิตตสังขารของบุคคลใดจักดับไป กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้น
วิ. จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นผู้เป็นกามาวจรบุคคลในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต ผู้เป็นกามาวจรบุคคลซึ่งจักมีปัจฉิมจิตเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เป็นปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ และผู้เข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิแล้วจักปรินิพพานซึ่งกำลังจุติอยู่จักดับไป แต่กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นก็หาไม่ จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นนอกนี้จักดับไปและกายสังขารก็จักเกิดขึ้น{๑๑๙๑} [๑๓๘] อนุ. วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่บุคคลใด จิตตสังขารของบุคคลนั้นจักดับไปหรือ ?
วิ. ถูกแล้ว
ปฏิ. หรือว่าจิตตสังขารของบุคคลใดจักดับไปวจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้น ?
วิ. จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต ซึ่งจักมีปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใดจักดับไป แต่วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นก็หาไม่ จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นนอกนี้จักดับไปและวจีสังขารก็จักเกิดขึ้น
อนุโลมโอกาส
{๑๑๙๒} [๑๓๙] อนุ. กายสังขารจักเกิดขึ้นในภูมิใด ....
อนุโลมปุคคโลกาส
{๑๑๙๓} [๑๔๐] อนุ. กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่บุคคลใดในภูมิใด วจีสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นจักดับไปหรือ ?
วิ. กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌานแต่วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับไปก็หาไม่ กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เป็นกามาวจรบุคคลและวจีสังขารก็จักดับไป
ปฏิ. หรือว่าวจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักดับไป กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ?
วิ. วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้เป็นกามาวจรบุคคลในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต ผู้เป็นกามาวจรบุคคลซึ่งจักมีปัจฉิมจิตเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เป็นรูปาวจรบุคคล อรูปาวจรบุคคลจักดับไป แต่กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เป็นกามาวจรบุคคลนอกนี้จักดับไปและกายสังขารก็จักเกิดขึ้น
{๑๑๙๔} อนุ. กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่บุคคลใดในภูมิใด จิตตสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นจักดับไปหรือ ?
วิ. ถูกแล้ว
ปฏิ. หรือว่าจิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักดับไป กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ?
วิ. จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นผู้เป็นกามาวจรบุคคลในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต ผู้เป็นกามาวจรบุคคลซึ่งจักมีปัจฉิมจิตเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เป็นรูปาวจรบุคคล อรูปาวจรบุคคลจักดับไป แต่กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้เข้าปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน ผู้เป็นกามาวจรบุคคลนอกนี้จักดับไปและกายสังขารก็จักเกิดขึ้น{๑๑๙๕} [๑๔๑] อนุ. วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่บุคคลใดในภูมิใด จิตตสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นจักดับไปหรือ ?
วิ. ถูกแล้ว
ปฏิ. หรือว่าจิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักดับไป วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ?
วิ. จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต ผู้จักมีปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน จตุตถฌานจักดับไป แต่วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เป็นกามาวจรบุคคล ผู้เป็นรูปาวจรบุคคล อรูปาวจรบุคคล นอกนี้จักดับไปและวจีสังขารก็จักเกิดขึ้น
ปัจจนีกบุคคล
{๑๑๙๖} [๑๔๒] อนุ. กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใด วจีสังขารของบุคคลนั้นจักไม่ดับไปหรือ ?
วิ. กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นผู้เป็นกามาวจรบุคคลในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต ผู้เป็นกามาวจรบุคคลซึ่งจักมีปัจฉิมจิตเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เป็นปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ ผู้เข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิแล้วจักปรินิพพานซึ่งกำลังจุติอยู่ แต่วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีวิตกและวิจารผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารซึ่งจักมีปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใดและวจีสังขารก็จักไม่ดับไปปฏิ. หรือว่าวจีสังขารของบุคคลใด ...
วิ. ถูกแล้ว
{๑๑๙๗} อนุ. กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใด จิตตสังขารของบุคคลนั้นจักไม่ดับไปหรือ ?
วิ. กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นผู้เป็นกามาวจรบุคคลในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต ผู้เป็นกามาวจรบุคคลซึ่งจักมีปัจฉิมจิตเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เป็นปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ ผู้เข้าถึงรูปาวจรภ ูมิ อรูปาวจรภูมิแล้วจักปรินิพพานซึ่งกำลังจุติอยู่ แต่จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตและจิตตสังขารก็จักไม่ดับไปปฏิ. หรือว่าจิตตสังขารของบุคคลใด ...
วิ. ถูกแล้ว
{๑๑๙๘} [๑๔๓] อนุ. วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใด จิตตสังขารของบุคคลนั้นจักไม่ดับไปหรือ ?
วิ. วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารซึ่งจักมีปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด แต่จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตและจิตตสังขารก็จักไม่ดับไป
ปฏิ. หรือว่าจิตตสังขารของบุคคลใด ...
วิ. ถูกแล้ว
ปัจจนีกโอกาส
{๑๑๙๙} [๑๔๔] อนุ. กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ...
ปัจจนีกปุคคโลกาส
{๑๒๐๐} [๑๔๕] อนุ. กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใด ในภูมิใด วจีสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปหรือ ?
วิ. กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้เป็นกามาวจรบุคคลในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต ผู้เป็นกามาวจรบุคคลซึ่งจักมีปัจฉิมจิตเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เป็นรูปาวจรบุคคล อรูปาวจรบุคคล แต่วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีวิตกและวิจารผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารซึ่งจักมีปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคลและวจีสังขารก็จักไม่ดับไป
ปฏิ. หรือว่าวจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักไม่ดับไป กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ?
วิ. วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌานจักไม่ดับไป แต่กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีวิตกและวิจาร ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารซึ่งจักมีปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าจตุตถฌานผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคลจักไม่ดับไปและกายสังขารก็จักไม่เกิดขึ้น{๑๒๐๑} อนุ. กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใดในภูมิใด จิตตสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปหรือ ?
วิ. กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้เป็นกามาวจรบุคคลในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต ผู้เป็นกามาวจรบุคคลซึ่งจักมีปัจฉิมจิตเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เป็นรูปาวจรบุคคลอรูปาวจรบุคคล แต่จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคลและจิตตสังขารก็จักไม่ดับไปปฏิ. หรือว่าจิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใด ...
วิ. ถูกแล้ว
{๑๒๐๒} [๑๔๖] อนุ. วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใดในภูมิใด จิตตสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปหรือ ?
วิ. วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารซึ่งจักมีปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน จตุตถฌาน
แต่จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต ผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคลและจิตตสังขารก็จักไม่ดับไป
ปฏิ. หรือว่าจิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใด ...
วิ. ถูกแล้ว
๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
อนุโลมบุคคล
{๑๒๐๓} [๑๔๗] อนุ. กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลใด วจีสังขารของบุคคลนั้นเคยดับไปแล้วหรือ ?
วิ. ถูกแล้ว
ปฏิ. หรือว่าวจีสังขารของบุคคลใดเคยดับไปแล้ว กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้น ?
วิ. วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสปัสสาสะ ของผู้เข้านิโรธสมาบัติ และของผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคลเคยดับไปแล้วแต่กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นก็หาไม่ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะเคยดับไปแล้วและกายสังขารก็ย่อมเกิดขึ้น ...
(ในอุปปาทวาร ท่านจำแนกคำถามที่เป็นอดีตคู่กับปัจจุบันทั้งฝ่ายอนุโลมและปัจจนีกะไว้แล้ว ฉันใด แม้ในอุปปาทนิโรธวาร ก็พึงจำแนกคำถามที่เป็นอดีตคู่กับปัจจุบันทั้งฝ่ายอนุโลมและปัจจนีกะ ฉันนั้น)
๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
อนุโลมบุคคล
{๑๒๐๔} [๑๔๘] อนุ. กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลใด วจีสังขารของบุคคลนั้นจักดับไปหรือ ?
วิ. ถูกแล้ว
ปฏิ. หรือว่าวจีสังขารของบุคคลใดจักดับไป กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้น ?
วิ. วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสปัสสาสะ ของผู้เข้านิโรธสมาบัติ และของผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคลจักดับไปแต่กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นก็หาไม่ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะจักดับไปและกายสังขารก็ย่อมเกิดขึ้น{๑๒๐๕} อนุ. กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลใด จิตตสังขารของบุคคลนั้นจักดับไปหรือ ?
วิ. ถูกแล้ว
ปฏิ. หรือว่าจิตตสังขารของบุคคลใดจักดับไปกายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้น ?
วิ. จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสปัสสาสะ ของผู้เข้านิโรธสมาบัติ และของผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคลจักดับไปแต่กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นก็หาไม่ จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะจักดับไปและกายสังขารก็ย่อมเกิดขึ้น{๑๒๐๖} [๑๔๙] อนุ. วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลใด จิตตสังขารของบุคคลนั้นจักดับไปหรือ ?
วิ. ถูกแล้ว
ปฏิ. หรือว่าจิตตสังขารของบุคคลใดจักดับไป วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้น ?
วิ. จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิต เว้นวิตกวิจาร ของผู้เข้านิโรธสมาบัติ และของผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคลจักดับไป แต่วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นก็หาไม่ จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งวิตกวิจารจักดับไป และวจีสังขารก็ย่อมเกิดขึ้น
อนุโลมโอกาส
{๑๒๐๗} [๑๕๐] อนุ. กายสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด ...
อนุโลมปุคคโลกาส
{๑๒๐๘} [๑๕๑] อนุ. กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลใดในภูมิใด วจีสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นจักดับไปหรือ ?
วิ. กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌานในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะ แต่วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับไปก็หาไม่ กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เป็นกามาวจรบุคคลในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะและวจีสังขารก็จักดับไปปฏิ. หรือว่าวจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักดับไป กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ?
วิ. วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เป็นกามาวจรบุคคลในภังคขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะ ในอุปปาทขณะแห่งจิต
เว้นลมอัสสาสปัสสาสะ ของบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละซึ่งเป็นรูปาวจรบุคคล อรูปาวจรบุคคลจักดับไป แต่กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เป็นกามาวจรบุคคลในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะจักดับไปและกายสังขารก็ย่อมเกิดขึ้น{๑๒๐๙} อนุ. กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลใดในภูมิใด จิตตสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นจักดับไปหรือ ?
วิ. ถูกแล้ว
ปฏิ. หรือว่าจิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักดับไป กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ?
วิ. จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสปัสสาสะจักดับไป แต่กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะจักดับไปและกายสังขารก็ย่อมเกิดขึ้น{๑๒๑๐} [๑๕๒] อนุ. วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลใดในภูมิใด จิตตสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นจักดับไปหรือ ?
วิ. ถูกแล้ว
ปฏิ. หรือว่าจิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักดับไป วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ?
วิ. จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดในภูมินั้นในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิต เว้นวิตกวิจาร จักดับไป แต่วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งวิตกวิจารจักดับไปและวจีสังขารก็ย่อมเกิดขึ้น
ปัจจนีกบุคคล
{๑๒๑๑} [๑๕๓] อนุ. กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใด วจีสังขารของบุคคลนั้นจักไม่ดับไปหรือ ?
วิ. กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสปัสสาสะ แก่ผู้เข้านิโรธสมาบัติ และแก่ผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคล แต่วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีวิตกและวิจาร ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารซึ่งจักมีปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใดและวจีสังขารก็จักไม่ดับไปปฏิ. หรือว่าวจีสังขารของบุคคลใดจักไม่ดับไปกายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้น ?
วิ. ถูกแล้ว
{๑๒๑๒} อนุ. กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใด จิตตสังขารของบุคคลนั้นจักไม่ดับไปหรือ ?
วิ. กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสปัสสาสะ แก่ผู้เข้านิโรธสมาบัติ และแก่ผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคล แต่จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตและจิตตสังขารก็จักไม่ดับไป
ปฏิ. หรือว่าจิตตสังขารของบุคคลใดจักไม่ดับไป กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้น ?
วิ. ถูกแล้ว
{๑๒๑๓} [๑๕๔] อนุ. วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใด จิตตสังขารของบุคคลนั้นจักไม่ดับไปหรือ ?
วิ. วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิต เว้นวิตกวิจาร แก่ผู้เข้านิโรธสมาบัติและแก่ผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคล แต่จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตและจิตตสังขารก็จักไม่ดับไป
ปฏิ. หรือว่าจิตตสังขารของบุคคลใดจักไม่ดับไป วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้น ?
วิ. ถูกแล้ว
ปัจจนีกโอกาส
{๑๒๑๔} [๑๕๕] อนุ. กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ...
ปัจจนีกปุคคโลกาส
{๑๒๑๕} [๑๕๖] อนุ. กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใดในภูมิใด วจีสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปหรือ ?
วิ. กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้เข้าปฐมฌานผู้เป็นกามาวจรบุคคลในภังคขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะ ในอุปปาทขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสปัสสาสะ แก่บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละผู้เป็นรูปาวจรบุคคล อรูปาวจรบุคคล แต่วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีวิตกและวิจาร ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารซึ่งจักมีปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด
ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌานในภังคขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะ ในอุปปาทขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสปัสสาสะ แก่บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละผู้เข้าจตุตถฌาน และผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคลและวจีสังขารก็จักไม่ดับไป
ปฏิ. หรือว่าวจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักไม่ดับไป กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น
วิ. วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะจักไม่ดับไป แต่กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีวิตกและวิจาร ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารซึ่งจักมีปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌานในภังคขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะ ในอุปปาทขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสปัสสาสะ ของบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละผู้เข้าจตุตถฌาน และผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคลจักไม่ดับไปและกายสังขารก็ย่อมไม่เกิดขึ้น{๑๒๑๖} อนุ. กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใดในภูมิใด จิตตสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปหรือ ?
วิ. กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นทั้งหมดในภูมินั้นในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสปัสสาสะ แต่จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต แก่ผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคลและจิตตสังขารก็จักไม่ดับไป
ปฏิ. หรือว่าจิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักไม่ดับไป กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ?
วิ. ถูกแล้ว
{๑๒๑๗} [๑๕๗] อนุ. วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใดในภูมิใด จิตตสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปหรือ ?
วิ. วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นทั้งหมดในภูมินั้นในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิต เว้นวิตกวิจาร แต่จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต แก่ผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคลและจิตตสังขารก็จักไม่ดับไปปฏิ. หรือว่าจิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักไม่ดับไป วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ?
วิ. ถูกแล้ว
๖. อตีตานาคตวาร
อนุโลมบุคคล
{๑๒๑๘} [๑๕๘] อนุ. กายสังขารเคยเกิดขึ้นแก่บุคคลใด วจีสังขารของบุคคลนั้นจักดับไปหรือ ?
วิ. กายสังขารเคยเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีวิตกและวิจาร ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารซึ่งจักมีปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด แต่วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ กายสังขารเคยเกิดขึ้นแก่บุคคลทั้งหลายนอกนี้และวจีสังขารก็จักดับไปปฏิ. หรือว่าวจีสังขารของบุคคลใดจักดับไป กายสังขารเคยเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้น ?
วิ. ถูกแล้ว
{๑๒๑๙} อนุ. กายสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลใด จิตตสังขารของบุคคลนั้นจักดับไปหรือ ?
วิ. กายสังขารเคยเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตแต่จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ กายสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลทั้งหลายนอกนี้และจิตตสังขารก็จักดับไป
ปฏิ. หรือว่าจิตตสังขารของบุคคลใดจักดับไป กายสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลนั้น ?
วิ. ถูกแล้ว
(ในนิโรธวาร ท่านจำแนกคำถามที่เป็นอนาคตคู่กับอดีตทั้งฝ่ายอนุโลมและปัจจนีกะไว้แล้ว ฉันใด แม้ในอุปปาทนิโรธวาร ผู้มีปัญญาก็พึงจำแนกคำถามที่เป็นอนาคตคู่กับอดีตทั้งฝ่ายอนุโลมและปัจจนีกะ ฉันนั้น คำถามนั้นเป็นเช่นเดียวกันกับนิโรธวาร ไม่มีเหตุที่ทำให้ต่างกัน)
จบ อุปปาทนิโรธวาร
๓. ปริญญาวาร
{๑๒๒๐} [๑๕๙] อนุ. บุคคลใดย่อมกำหนดรู้กายสังขาร บุคคลนั้นย่อมกำหนดรู้วจีสังขารหรือ ?
วิ. ถูกแล้ว
ปฏิ. หรือว่าบุคคลใดย่อมกำหนดรู้วจีสังขาร บุคคลนั้นย่อมกำหนดรู้กายสังขารวิ. ถูกแล้ว
(ในขันธยมก ท่านจำแนกปริญญาวารไว้แล้ว ฉันใด แม้ในสังขารยมกก็พึงจำแนกปริญญาวาร ฉันนั้น
จบ ปริญญาวาร
จบ พระบาลีสังขารยมก
-----
พระบาลีอภิธรรมปิฎก
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
[๑] อนุสัย ๗ คือ
๑. กามราคานุสัย สภาวะที่นอนเนื่องในสันดานคือกามราคะ
๒. ปฏิฆานุสัย สภาวะที่นอนเนื่องในสันดานคือปฏิฆะ
๓. มานานุสัย สภาวะที่นอนเนื่องในสันดานคือมานะ
๔. ทิฏฐานุสัย สภาวะที่นอนเนื่องในสันดานคือทิฏฐิ
๕. วิจิกิจฉานุสัย สภาวะที่นอนเนื่องในสันดานคือวิจิกิจฉา
๖. ภวราคานุสัย สภาวะที่นอนเนื่องในสันดานคือภวราคะ
๗. อวิชชานุสัย สภาวะที่นอนเนื่องในสันดานคืออวิชชา
- ๑อนุสยยมก ยมกที่ว่าด้วยหมวดสภาวธรรมที่เรียกว่าอนุสัย จัดเป็นยมกที่ ๗ ของคัมภีร์ยมก ซึ่งคำว่า อนุสัย แปลว่า สภาวะที่นอนเนื่อง หมายถึงกิเลสพวกหนึ่งซึ่งมีสภาวะนอนเนื่องฝังตัวแอบแฝงอยู่ในจิตสันดานของสรรพสัตว์ จำแนกเป็น ๗ อย่าง คือ (๑) กามราคะ ความกำหนัดในกาม (๒) ปฏิฆะ ความกระทบกระทั่งแห่งจิตหรือความขัดเคืองใจ (๓) มานะ ความสำคัญตัว (๔) ทิฏฐิ ความเห็นผิด (๕) วิจิกิจฉา ความลังเลสงสัย (๖) ภวราคะ ความติดใจในภพ ความอยากมีอยากเป็น ความอยากคงอยู่ (๗) อวิชชา ความไม่รู้สภาพจริง (ในฝ่ายพระสูตร จัดมานะเป็นอนุสัยลำดับที่ ๕ ดู ที.ปา. (แปล) ๑๑/๓๓๒/๓๔๙) กิเลสทั้ง ๗ นี้ที่ชื่อว่าอนุสัย ซึ่งมีความหมายว่านอนเนื่องหรือแฝงตัวอยู่ในสันดานของสัตว์นั้น ท่านอธิบายว่า ในยามที่จิตปกติ กิเลสทั้ง ๗ นี้จะไม่ใคร่สำแดงตัวออกมาปรากฏ แต่เมื่อมีอารมณ์มากระตุ้นจิต หรือมีเหตุการณ์มาประจวบเหมาะ ก็จะฟุ้งสำแดงตัวออกมาทันที เปรียบเหมือนเมล็ดพืชที่งอกอยู่ใต้พื้นดิน ยังไม่โผล่ขึ้นมาแต่พอได้รับนํ้าฝนชะชุ่มก็ชำแรกแทรกแผ่นดินโผล่ขึ้นมาทันทีฉะนั้น ดังนั้น อนุสัยกิเลสนี้จึงมีภูมิหรือระดับการสำแดงตัวของตน ๓ ภูมิ คือ (๑) อนุสยภูมิ ระดับการนอนเนื่องแฝงตัวอยู่ในส่วนลึกของจิตใจ คือ ยังไม่เกิดในมโนทวาร (๒) ปริยุฎฐานภูมิ ระดับการนอนเนื่องที่ถูกกระตุ้นให้คุกรุ่น
จบ อุปปาทนิโรธวาร