arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก · สังขารยมก

นิโรธวาร เล่ม ๓๘

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๑๑๖–๑๑๘๑ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๔/๖ ในสังขารยมกมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก สังขารยมก นิโรธวาร (ฉบับหลวง เล่ม ๓๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๒ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๘)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๓๘ หน้า ๕๖๑–๕๙๑

หน้า ๕๖๑

วิ. วจีสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้เป็นภูมิที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร แต่จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ วจีสังขารไม่เคยเกิดขึ้นและจิตตสังขารก็จักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตในภูมิที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร แก่ผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคลปฏิ. หรือว่าจิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใดในภูมิใด วจีสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ?

วิ. จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตในภูมิที่มีวิตกและวิจาร แต่วจีสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นและวจีสังขารก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตในภูมิที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร แก่ผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคล

จบ อุปปาทวาร

๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร

๑. ปัจจุปปันนวาร

อนุโลมบุคคล

{๑๑๑๖} [๗๙] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดย่อมดับไป วจีสังขารของบุคคลนั้นย่อมดับไปหรือ ?

วิ. กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะเว้นวิตกวิจาร ย่อมดับไป แต่วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เป็นกามาวจรบุคคลในภังคขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะย่อมดับไปและวจีสังขารก็ย่อมดับไป

หน้า ๕๖๒

ปฏิ. หรือว่าวจีสังขารของบุคคลใดย่อมดับไป กายสังขารของบุคคลนั้นย่อมดับไป ?

วิ. วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งวิตกวิจาร เว้นลมอัสสาสปัสสาสะ ย่อมดับไป แต่กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เป็นกามาวจรบุคคลในภังคขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะย่อมดับไปและกายสังขารก็ย่อมดับไป{๑๑๑๗} อนุ. กายสังขารของบุคคลใดย่อมดับไป จิตตสังขารของบุคคลนั้นย่อมดับไปหรือ ?

วิ. ถูกแล้ว

ปฏิ. หรือว่าจิตตสังขารของบุคคลใดย่อมดับไป กายสังขารของบุคคลนั้นย่อมดับไป ?

วิ. จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสปัสลาสะ ย่อมดับไป แต่กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะย่อมดับไปและกายสังขารก็ย่อมดับไป{๑๑๑๘} [๘๐] อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดย่อมดับไป จิตตสังขารของบุคคลนั้นย่อมดับไปหรือ ?

วิ. ถูกแล้ว

ปฏิ. หรือว่าจิตตสังขารของบุคคลใดย่อมดับไป วจีสังขารของบุคคลนั้นย่อมดับไป ?

วิ. จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งจิต เว้นวิตกวิจารย่อมดับไป แต่วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งวิตกวิจารย่อมดับไปและวจีสังขารก็ย่อมดับไป

หน้า ๕๖๓

อนุโลมโอกาส

{๑๑๑๙} [๘๑] อนุ. กายสังขารในภูมิใดย่อมดับไป วจีสังขารในภูมินั้นย่อมดับไปหรือ ?

วิ. กายสังขารในภูมินั้นซึ่งเป็นทุติยฌาน ตติยฌานย่อมดับไป แต่วจีสังขารในภูมินั้นย่อมดับไปก็หาไม่ ...

อนุโลมปุคคโลกาส

{๑๑๒๐} [๘๒] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดย่อมดับไป วจีสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นย่อมดับไปหรือ ? ...

(คำที่กำหนดว่า แก่บุคคลใด และว่า แก่บุคคลใดในภูมิใด ก็เป็นเช่นเดียวกัน)

ปัจจนีกบุคคล

{๑๑๒๑} [๘๓] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดย่อมไม่ดับไป วจีสังขารของบุคคลนั้นย่อมไม่ดับไปหรือ ?

วิ. กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งวิตกวิจาร เว้นลมอัสสาสปัสสาสะ ย่อมไม่ดับไป แต่วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดในอุปปาทขณะแห่งจิตในภังคขณะแห่งจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเว้นลมอัสสาสปัสสาสะ ของผู้เข้านิโรธสมาบัติ ของผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคลย่อมไม่ดับไปและวจีสังขารก็ย่อมไม่ดับไปปฏิ. หรือว่าวจีสังขารของบุคคลใดย่อมไม่ดับไป กายสังขารของบุคคลนั้นย่อมไม่ดับไป ?

หน้า ๕๖๔

วิ. วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะ เว้นวิตกวิจาร ย่อมไม่ดับไป แต่กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเว้นลมอัสสาสปัสสาสะ ของผู้เข้านิโรธสมาบัติ ของผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคลย่อมไม่ดับไปและกายสังขารก็ย่อมไม่ดับไป{๑๑๒๒} อนุ. กายสังขารของบุคคลใดย่อมไม่ดับไป จิตตสังขารของบุคคลนั้นย่อมไม่ดับไปหรือ ?

วิ. กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสปัสสาสะ ย่อมไม่ดับไป แต่จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดในอุปปาทขณะแห่งจิต ของผู้เข้านิโรธสมาบัติ ของผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคลย่อมไม่ดับไปและจิตตสังขารก็ย่อมดับไปปฏิ. หรือว่าจิตตสังขารของบุคคลใดย่อมไม่ดับไป กายสังขารของบุคคลนั้นย่อมไม่ดับไป ?

วิ. ถูกแล้ว

{๑๑๒๓} [๘๔] อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดย่อมไม่ดับไป จิตตสังขารของบุคคลนั้นย่อมไม่ดับไปหรือ ?

วิ. วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งจิต เว้นวิตกวิจารย่อมไม่ดับไป แต่จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดในอุปปาทขณะแห่งจิต ของผู้เข้านิโรธสมาบัติ ของผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคลย่อมไม่ดับไปและจิตตสังขารก็ย่อมไม่ดับไปปฏิ. หรือว่าจิตตสังขารของบุคคลใดย่อมไม่ดับไป วจีสังขารของบุคคลนั้นย่อมไม่ดับไป ?

หน้า ๕๖๕

วิ. ถูกแล้ว

ปัจจนีกโอกาส

{๑๑๒๔} [๘๕] อนุ. กายสังขารในภูมิใดย่อมไม่ดับไป ...

ปัจจนีกปุคคโลกาส

{๑๑๒๕} [๘๖] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดย่อมไม่ดับไป วจีสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นย่อมไม่ดับไปหรือ ?

วิ. กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในภังคขณะแห่งวิตกวิจาร เว้นลมอัสลาสปัสสาสะ ย่อมไม่ดับไป แต่วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นทั้งหมดในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเว้นลมอัสสาสปัสลาสะ ของผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคลย่อมไม่ดับไปและวจีสังขารก็ย่อมไม่ดับไปปฏิ. หรือว่าวจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดย่อมไม่ดับไป ...

(คำที่กำหนดว่า ของบุคคลใด และว่า ของบุคคลใดในภูมิใด พึงให้พิสดารเช่นเดียวกัน ไม่พึงเพิ่มคำว่า ผู้เข้านิโรธสมาบัติ เข้าในคำที่กำหนดว่า ของบุคคลใดในภูมิใด)

๒. อตีตวาร

อนุโลมบุคคล

{๑๑๒๖} [๘๗] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดเคยดับไปแล้ว วจีสังขารของบุคคลนั้นเคยดับไปแล้วหรือ ?

วิ. ถูกแล้ว

หน้า ๕๖๖

ปฏิ. หรือว่าวจีสังขารของบุคคลใด ...

(ในอุปปาทวาร ท่านจำแนกอตีตปุจฉา ตลอดถึงคำที่กำหนดว่า ของบุคคลใด และว่า ของบุคคลใดในภูมิใด ทั้งฝ่ายอนุโลมและปัจจนีกะไว้แล้วฉันใด แม้ในนิโรธวาร ก็พึงจำแนก ฉันนั้น ไม่มีเหตุที่ทำให้ต่างกัน)

๓. อนาคตวาร

อนุโลมบุคคล

{๑๑๒๗} [๘๘] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดจักดับไป วจีสังขารของบุคคลนั้นจักดับไปหรือ ?

วิ. ถูกแล้ว

ปฏิ. หรือว่าวจีสังขารของบุคคลใดจักดับไป กายสังขารของบุคคลนั้นจักดับไป ?

วิ. วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นผู้เป็นกามาวจรบุคคลในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต ผู้เป็นกามาวจรบุคคลซึ่งจักมีปัจฉิมจิตเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ และผู้เข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิแล้วจักปรินิพพานซึ่งกำลังจุติอยู่จักดับไป แต่กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นนอกนี้จักดับไปและกายสังขารก็จักดับไป{๑๑๒๘} อนุ. กายสังขารของบุคคลใดจักดับไป จิตตสังขารของบุคคลนั้นจักดับไปหรือ ?

วิ. ถูกแล้ว

ปฏิ. หรือว่าจิตตสังขารของบุคคลใดจักดับไป กายสังขารของบุคคลนั้นจักดับไป ?

หน้า ๕๖๗

วิ. จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นผู้เป็นกามาวจรบุคคลในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต ผู้เป็นกามาวจรบุคคลซึ่งจักมีปัจฉิมจิตเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เป็นปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ และผู้เข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิแล้วจักปรินิพพานซึ่งกำลังจุติอยู่จักดับไป แต่กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นนอกนี้จักดับไปและกายสังขารก็จักดับไป{๑๑๒๙} [๘๙] อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดจักดับไป จิตตสังขารของบุคคลนั้นจักดับไปหรือ ?

วิ. ถูกแล้ว

ปฏิ. หรือว่าจิตตสังขารของบุคคลใดจักดับไปวจีสังขารของบุคคลนั้นจักดับไป ?

วิ. จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร ซึ่งจักมีปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใดจักดับไป แต่วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นนอกนี้จักดับไปและวจีสังขารก็จักดับไป

อนุโลมโอกาส

{๑๑๓๐} [๙๐] อนุ. กายสังขารในภูมิใดจักดับไป ...

อนุโลมปุคคโลกาส

{๑๑๓๑} [๙๑] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักดับไป วจีสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นจักดับไปหรือ ?

วิ. กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌานจักดับไป แต่วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับไปก็หาไม่

หน้า ๕๖๘

กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เป็นกามาวจรบุคคล จักดับไปและวจีสังขารก็จักดับไป

ปฏิ. หรือว่าวจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักดับไป กายสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นจักดับไป

วิ. วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นซึ่งเป็นกามาวจรภูมิในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต ผู้เป็นกามาวจรบุคคลซึ่งจักมีปัจฉิมจิตเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เป็นรูปาวจรบุคคล อรูปาวจรบุคคลจักดับไป แต่กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับไปก็หาไม่ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เป็นกามาวจรบุคคลนอกนี้จักดับไปและกายสังขารก็จักดับไป{๑๑๓๒} อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักดับไป จิตตสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นจักดับไปหรือ ?

วิ. ถูกแล้ว

ปฏิ. หรือว่าจิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักดับไป กายสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นจักดับไป ?

วิ. จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้เป็นกามาวจรบุคคลในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต ผู้เป็นกามาวจรบุคคลซึ่งจักมีปัจฉิมจิตเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เป็นรูปาวจรบุคคล อรูปาวจรบุคคลจักดับไป แต่กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับไปก็หาไม่ จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้เข้าปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน ผู้เป็นกามาวจรบุคคลนอกนี้จักดับไปและกายสังขารก็จักดับไป{๑๑๓๓} [๙๒] อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักดับไป จิตตสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นจักดับไปหรือ ?

วิ. ถูกแล้ว

หน้า ๕๖๙

ปฏิ. หรือว่าจิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักดับไป วจีสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นจักดับไป ?

วิ. จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร ของผู้จักมีปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ของผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน จตุตถฌานจักดับไป แต่วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับไปก็หาไม่ จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เป็นกามาวจรบุคคล ผู้เป็นรูปาวจรบุคคล อรูปาวจรบุคคลนอกนี้จักดับไปและวจีสังขารก็จักดับไป

ปัจจนีกบุคคล

{๑๑๓๔} [๙๓] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดจักไม่ดับไป วจีสังขารของบุคคลนั้นจักไม่ดับไปหรือ ?

วิ. กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นผู้เป็นกามาวจรบุคคลในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต ผู้เป็นกามาวจรบุคคลซึ่งจักมีปัจฉิมจิตเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เป็นปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ และผู้เข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิแล้วจักปรินิพพานซึ่งกำลังจุติอยู่จักไม่ดับไป แต่วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีวิตกและวิจาร ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารซึ่งจักมีปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใดจักไม่ดับไปและวจีสังขารก็จักไม่ดับไปปฏิ. หรือว่าวจีสังขารของบุคคลใดจักไม่ดับไป กายสังขารของบุคคลนั้นจักไม่ดับไป ?

วิ. ถูกแล้ว

{๑๑๓๕} อนุ. กายสังขารของบุคคลใดจักไม่ดับไป จิตตสังขารของบุคคลนั้นจักไม่ดับไปหรือ ?

หน้า ๕๗๐

วิ. กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นผู้เป็นกามาวจรบุคคลในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต ผู้เป็นกามาวจรบุคคลซึ่งจักมีปัจฉิมจิตเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เป็นปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ และผู้เข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิแล้วจักปรินิพพานซึ่งกำลังจุติอยู่จักไม่ดับไป แต่จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตจักไม่ดับไปและจิตตสังขารก็จักไม่ดับไปปฏิ. หรือว่าจิตตสังขารของบุคคลใดจักไม่ดับไป กายสังขารของบุคคลนั้นจักไม่ดับไป ?

วิ. ถูกแล้ว

{๑๑๓๖} [๙๔] อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดจักไม่ดับไป จิตตสังขารของบุคคลนั้นจักไม่ดับไปหรือ ?

วิ. วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร ผู้จักมีปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใดจักไม่ดับไป แต่จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตจักไม่ดับไปและจิตตสังขารก็จักไม่ดับไป

ปฏิ. หรือว่าจิตตสังขารของบุคคลใดจักไม่ดับไป วจีสังขารของบุคคลนั้นจักไม่ดับไป ?

วิ. ถูกแล้ว

ปัจจนีกโอกาส

{๑๑๓๗} [๙๕] อนุ. กายสังขารในภูมิใดจักไม่ดับไป ...

หน้า ๕๗๑

ปัจจนีกปุคคโลกาส

{๑๑๓๘} [๙๖] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักไม่ดับไป วจีสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปหรือ ?

วิ. กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้เป็นกามาวจรบุคคลในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต ผู้เป็นกามาวจรบุคคลซึ่งจักมีปัจฉิมจิตเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เป็นรูปาวจรบุคคล อรูปาวจรบุคคลจักไม่ดับไป แต่วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีวิตกและวิจาร ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารซึ่งจักมีปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคลจักไม่ดับไปและวจีสังขารก็จักไม่ดับไปปฏิ. หรือว่าวจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักไม่ดับไป กายสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไป ?

วิ. วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌานจักไม่ดับไป แต่กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีวิตกและวิจาร ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารซึ่งจักมีปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าจตุตถฌานผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคลจักไม่ดับไปและกายสังขารก็จักไม่ดับไป{๑๑๓๙} อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักไม่ดับไป จิตตสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปหรือ ?

วิ. กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้เป็นกามาวจรบุคคลในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต ผู้เป็นกามาวจรบุคคลซึ่งจักมีปัจฉิมจิตเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เป็นรูปาวจรบุคคล อรูปาวจรบุคคลจักไม่ดับไป แต่จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่

หน้า ๕๗๒

กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต ผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคลจักไม่ดับไปและจิตตสังขารก็จักไม่ดับไปปฏิ. หรือว่าจิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักไม่ดับไป กายสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไป ?

วิ. ถูกแล้ว

{๑๑๔๐} [๙๗] อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักไม่ดับไป จิตตสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปหรือ ?

วิ. วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร ผู้จักมีปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน จตุตถฌานจักไม่ดับไป แต่จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต ผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคลจักไม่ดับไปและจิตตสังขารก็จักไม่ดับไปปฏิ. หรือว่าจิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักไม่ดับไป วจีสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไป ?

วิ. ถูกแล้ว

๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร

อนุโลมบุคคล

{๑๑๔๑} [๙๘] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดย่อมดับไป วจีสังขารของบุคคลนั้นเคยดับไปแล้วหรือ ?

วิ. ถูกแล้ว

ปฏิ. หรือว่าวจีสังขารของบุคคลใดเคยดับไปแล้ว กายสังขารของบุคคลนั้นย่อมดับไป ?

หน้า ๕๗๓

วิ. วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังค,ขณะแห่งจิต เว้นลมอัสลาสปัสสาสะ ของผู้เข้านิโรธสมาบัติ และของผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคลเคยดับไปแล้ว แต่กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะเคยดับไปแล้วและกายสังขารก็ย่อมดับไป{๑๑๔๒} อนุ. กายสังขารของบุคคลใดย่อมดับไป จิตตสังขารของบุคคลนั้นเคยดับไปแล้วหรือ ?

วิ. ถูกแล้ว

ปฏิ. หรือว่าจิตตสังขารของบุคคลใดเคยดับไปแล้ว กายสังขารของบุคคลนั้นย่อมดับไป

วิ. จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดในอุปปาทขณะแห่งจิตในภังคขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสปัสสาสะ ของผู้เข้านิโรธสมาบัติ และของผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคลเคยดับไปแล้ว แต่กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะเคยดับไปแล้วและกายสังขารก็ย่อมดับไป{๑๑๔๓} [๙๙] อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดย่อมดับไป จิตตสังขารของบุคคลนั้นเคยดับไปแล้วหรือ ?

วิ. ถูกแล้ว

ปฏิ. หรือว่าจิตตสังขารของบุคคลใดเคยดับไปแล้ว วจีสังขารของบุคคลนั้นย่อมดับไป ?

วิ. จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งจิต เว้นวิตกวิจาร ของผู้เข้านิโรธสมาบัติ และของผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคลเคยดับไปแล้ว แต่วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งวิตกวิจารเคยดับไปแล้วและวจีสังขารก็ย่อมดับไป

หน้า ๕๗๔

อนุโลมโอกาส

{๑๑๔๔} [๑๐๐] อนุ. กายสังขารในภูมิใดย่อมดับไป ...

อนุโลมปุคคโลกาส

{๑๑๔๕} [๑๐๑] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดย่อมดับไป วจีสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นเคยดับไปแล้วหรือ ?

วิ. กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌานในภังคขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสย่อมดับไป แต่วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับไปแล้วก็หาไม่ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เป็นกามาวจรบุคคลในภังคขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะ ย่อมดับไปและวจีสังขารก็เคยดับไปแล้ว

ปฏิ. หรือว่าวจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับไปแล้ว กายสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้น ย่อมดับไป ?

วิ. วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เป็นกามาวจรบุคคลในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะ ในภังคขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสปัสสาสะ ของบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละซึ่งเป็นรูปาวจรบุคคล อรูปาวจรบุคคลเคยดับไปแล้ว แต่กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นย่อมดับไปก็หาไม่ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เป็นกามาวจรบุคคลในภังคขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะเคยดับไปแล้วและกายสังขารก็ย่อมดับไป{๑๑๔๖} อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดย่อมดับไป จิตตสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นเคยดับไปแล้วหรือ ?

วิ. ถูกแล้ว

หน้า ๕๗๕

ปฏิ. หรือว่าจิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับไปแล้วกายสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นย่อมดับไป ?

วิ. จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดในภูมินั้นในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสปัสสาสะเคยดับไปแล้ว แต่กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นย่อมดับไปก็หาไม่ จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในภังคขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะเคยดับไปแล้วและกายสังขารก็ย่อมดับไป{๑๑๔๗} [๑๐๒] อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดย่อมดับไป จิตตสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นเคยดับไปแล้วหรือ ?

วิ. ถูกแล้ว

ปฏิ. หรือว่าจิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับไปแล้ว วจีสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นย่อมดับไป ?

วิ. จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดในภูมินั้นในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งจิต เว้นวิตกวิจารเคยดับไปแล้ว แต่วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นย่อมดับไปก็หาไม่ จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในภังคขณะแห่งวิตกและวิจารเคยดับไปแล้วและวจีสังขารก็ย่อมดับไป

ปัจจนีกบุคคล

{๑๑๔๘} [๑๐๓] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดย่อมไม่ดับไป วจีสังขารของบุคคลนั้นไม่เคยดับไปแล้วหรือ ?

วิ. เคยดับไปแล้ว

ปฏิ. หรือว่าวจีสังขารของบุคคลใดไม่เคยดับไปแล้ว กายสังขารของบุคคลนั้นย่อมไม่ดับไป ?

วิ. ไม่มี

หน้า ๕๗๖

{๑๑๔๙} อนุ. กายสังขารของบุคคลใดย่อมไม่ดับไป จิตตสังขารของบุคคลนั้นไม่เคยดับไปแล้วหรือ ?

วิ. เคยดับไปแล้ว

ปฏิ. หรือว่าจิตตสังขารของบุคคลใดไม่เคยดับไปแล้ว กายสังขารของบุคคลนั้นย่อมไม่ดับไป ?

วิ. ไม่มี

{๑๑๕๐} [๑๐๔] อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดย่อมไม่ดับไป จิตตสังขารของบุคคลนั้นไม่เคยดับไปแล้วหรือ ?

วิ. เคยดับไปแล้ว

ปฏิ. หรือว่าจิตตสังขารของบุคคลใดไม่เคยดับไปแล้ว วจีสังขารของบุคคลนั้นย่อมไม่ดับไป

วิ. ไม่มี

ปัจจนีกโอกาส

{๑๑๕๑} [๑๐๕] อนุ. กายสังขารในภูมิใดย่อมไม่ดับไป ...

ปัจจนีกปุคคโลกาส

{๑๑๕๒} [๑๐๖] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดย่อมไม่ดับไป วจีสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นไม่เคยดับไปแล้วหรือ ?

วิ. กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เป็นกามาวจรบุคคลในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะ ในภังคขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสปัสสาสะ ของบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละผู้เป็นรูปาวจรบุคคล อรูปาวจรบุคคลย่อมไม่ดับไป แต่วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่

หน้า ๕๗๗

เคยดับไปแล้วก็หาไม่ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌานในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะ ในภังคขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสปัสสาสะ ของบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้อยู่ในชั้นสุทธาวาสในเมื่อจิตดวงที่ ๒ เป็นไปอยู่ ผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคลย่อมไม่ดับไปและวจีสังขารก็ไม่เคยดับไปแล้ว

ปฏิ. หรือว่าวจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับไปแล้ว กายสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นย่อมไม่ดับไป ?

วิ. วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌานในภังคขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะไม่เคยดับไปแล้ว แต่กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้เป็นผู้เข้าทุติยฌานตติยฌานในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะในภังคขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสปัสสาสะ ของบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้อยู่ในชั้นสุทธาวาสในเมื่อจิตดวงที่ ๒ เป็นไปอยู่ ผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคลไม่เคยดับไปแล้วและกายสังขารก็ย่อมไม่ดับไป{๑๑๕๓} อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดย่อมไม่ดับไป จิตตสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นไม่เคยดับไปแล้วหรือ ?

วิ. กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดในภูมินั้นในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสปัสสาสะ ย่อมไม่ดับไป แต่จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้เข้าถึงชั้นสุทธาวาส ผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคลย่อมไม่ดับไปและจิตตสังขารก็ไม่เคยดับไปแล้ว

ปฏิ. หรือว่าจิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับไปแล้ว กายสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นย่อมไม่ดับไป ?

วิ. ถูกแล้ว

หน้า ๕๗๘

{๑๑๕๔} [๑๐๗] อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดย่อมไม่ดับไป จิตตสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นไม่เคยดับไปแล้วหรือ ?

วิ. วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดในภูมินั้นในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งจิต เว้นวิตกวิจารย่อมไม่ดับไป แต่จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้เข้าถึงชั้นสุทธาวาส ผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคลย่อมไม่ดับไปและจิตตสังขารก็ไม่เคยดับไปแล้วปฏิ. หรือว่าจิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับไปแล้ว วจีสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นย่อมไม่ดับไป ?

วิ. ถูกแล้ว

๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร

อนุโลมบุคคล

{๑๑๕๕} [๑๐๘] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดย่อมดับไป วจีสังขารของบุคคลนั้นจักดับไปหรือ ?

วิ. ถูกแล้ว

ปฏิ. หรือว่าวจีสังขารของบุคคลใดจักดับไป กายสังขารของบุคคลนั้นย่อมดับไป ?

วิ. วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่ง;จิต เว้นลมอัสสาสปัสสาสะ ของผู้เข้านิโรธสมาบัติ ของผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคลจักดับไป แต่กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะจักดับไปและกายสังขารก็ย่อมดับไป

หน้า ๕๗๙

{๑๑๕๖} อนุ. กายสังขารของบุคคลใดย่อมดับไป จิตตสังขารของบุคคลนั้นจักดับไปหรือ ?

วิ. ถูกแล้ว

ปฏิ. หรือว่าจิตตสังขารของบุคคลใดจักดับไป กายสังขารของบุคคลนั้นย่อมดับไป ?

วิ. จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสปัสสาสะ ของผู้เข้านิโรธสมาบัติ ของผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคลจักดับไป แต่กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะจักดับไปและกายสังขารก็ย่อมดับไป{๑๑๕๗} [๑๐๙] อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดย่อมดับไป จิตตสังขารของบุคคลนั้นจักดับไปหรือ ?

วิ. วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีวิตกและวิจารย่อมดับไป แต่จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นนอกนี้ในภังคขณะแห่งวิตกวิจารย่อมดับไปและจิตตสังขารก็จักดับไป

ปฏิ. หรือว่าจิตตสังขารของบุคคลใดจักดับไป วจีสังขารของบุคคลนั้นย่อมดับไป ?

วิ. จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งจิต เว้นวิตกวิจาร ของผู้เข้านิโรธสมาบัติ ของผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคลจักดับไป แต่วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งวิตกวิจารจักดับไปและวจีสังขารก็ย่อมดับไป

หน้า ๕๘๐

อนุโลมโอกาส

{๑๑๕๘} [๑๑๐] อนุ. กายสังขารในภูมิใดย่อมดับไป ...

อนุโลมปุคคโลกาส

{๑๑๕๙} [๑๑๑] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดย่อมดับไป วจีสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นจักดับไปหรือ ?

วิ. กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌานในภังคขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะ ย่อมดับไป แต่วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับไปก็หาไม่ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เป็นกามาวจรบุคคลในภังคขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะย่อมดับไปและวจีสังขารก็จักดับไป

ปฏิ. หรือว่าวจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักดับไป กายสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นย่อมดับไป ?

วิ. วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เป็นกามาวจรบุคคลในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะ ในภังคขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสปัสสาสะ ของบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละผู้เป็นรูปาวจรบุคคล อรูปาวจรบุคคลจักดับไป แต่กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นย่อมดับไปก็หาไม่ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เป็นกามาวจรบุคคลในภังคขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะจักดับไปและกายสังขารก็ย่อมดับไป{๑๑๖๐} อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดย่อมดับไป จิตตสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นจักดับไปหรือ ?

วิ. ถูกแล้ว

หน้า ๕๘๑

ปฏิ. หรือว่าจิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักดับไป กายสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นย่อมดับไป ?

วิ. จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดในภูมินั้นในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสปัสสาสะ จักดับไป แต่กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นย่อมดับไปก็หาไม่ จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในภังคขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะจักดับไปและกายสังขารก็ย่อมดับไป{๑๑๖๑} [๑๑๒] อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดย่อมดับไป จิตตสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นจักดับไปหรือ ?

วิ. วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีวิตกและวิจารย่อมดับไป แต่จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับไปก็หาไม่ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นนอกนี้ในภังคขณะแห่งวิตกวิจารย่อมดับไปและจิตตสังขารก็จักดับไปปฏิ. หรือว่าจิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักดับไป วจีสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นย่อมดับไป ?

วิ. จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดในภูมินั้นในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งจิต เว้นวิตกวิจารจักดับไป แต่วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นย่อมดับไปก็หาไม่ จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งวิตกวิจารจักดับไปและวจีสังขารก็ย่อมดับไป

ปัจจนีกบุคคล

{๑๑๖๒} [๑๑๓] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดย่อมไม่ดับไป วจีสังขารของบุคคลนั้นจักไม่ดับไปหรือ ?

หน้า ๕๘๒

วิ. กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดในอุปปาทขณะแห่งจิตในภังคขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสปัสลาสะ ของผู้เข้านิโรธสมาบัติ และของผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคลย่อมไม่ดับไป แต่วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต ที่มีวิตกและวิจาร ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร ซึ่งจักมีปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใดย่อมไม่ดับไปและวจีสังขารก็จักไม่ดับไปปฏิ. หรือว่าวจีสังขารของบุคคลใดจักไม่ดับไป กายสังขารของบุคคลนั้นย่อมไม่ดับไป

วิ. ถูกแล้ว

{๑๑๖๓} อนุ. กายสังขารของบุคคลใดย่อมไม่ดับไป จิตตสังขารของบุคคลนั้นจักไม่ดับไปหรือ ?

วิ. กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสปัสสาสะ ของผู้เข้านิโรธสมาบัติ และของผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคลย่อมไม่ดับไป แต่จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตย่อมไม่ดับไปและจิตตสังขารก็จักไม่ดับไป

ปฏิ. หรือว่าจิตตสังขารของบุคคลใด ...

วิ. ถูกแล้ว

{๑๑๖๔} [๑๑๔] อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดย่อมไม่ดับไป จิตตสังขารของบุคคลนั้นจักไม่ดับไปหรือ ?

วิ. วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งจิต เว้นวิตกวิจาร ของผู้เข้านิโรธสมาบัติ และของผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคลย่อมไม่ดับไปแต่จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นจักไม่ดับ

หน้า ๕๘๓

ไปก็หาไม่ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารย่อมไม่ดับไปและจิตตสังขารก็จักไม่ดับไป

ปฏิ. หรือว่าจิตตสังขารของบุคคลใดจักไม่ดับไป วจีสังขารของบุคคลนั้นย่อมไม่ดับไป ?

วิ. จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีวิตกและวิจารจักไม่ดับไป แต่วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารจักไม่ดับไปและวจีสังขารก็ย่อมไม่ดับไป

ปัจจนีกโอกาส

{๑๑๖๕} [๑๑๕] อนุ. กายสังขารในภูมิใดย่อมไม่ดับไป ...

ปัจจนีกปุคคโลกาส

{๑๑๖๖} [๑๑๖] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดย่อมไม่ดับไป วจีสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปหรือ ?

วิ. กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เป็นกามาวจรบุคคลในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะ ในภังคขณะแห่งจิตเว้นลมอัสสาสปัสสาสะ ของบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละผู้เป็นรูปาวจรบุคคล อรูปาวจรบุคคลย่อมไม่ดับไป แต่วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีวิตกและวิจาร ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร ซึ่งจักมีปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌานในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะ ในภังคขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสปัสสาสะ ของบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคลย่อมไม่ดับไปและวจีสังขารก็จักไม่ดับไป

หน้า ๕๘๔

ปฏิ. หรือว่าวจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักไม่ดับไป กายสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นย่อมไม่ดับไป ?

วิ. วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌานในภังคขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะจักไม่ดับไป แต่กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีวิตกและวิจาร ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารซึ่งจักมีปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌานในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะ ในภังคขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสปัสสาสะ ของบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคลจักไม่ดับไปและกายสังขารก็ย่อมไม่ดับไป{๑๑๖๗} อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดย่อมไม่ดับไป จิตตสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปหรือ ?

วิ. กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดในภูมินั้นในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสปัสสาสะ ย่อมไม่ดับไป แต่จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต ผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคล ย่อมไม่ดับไปและจิตตสังขารก็จักไม่ดับไป

ปฏิ. หรือว่าจิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักไม่ดับไป กายสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นย่อมไม่ดับไป ?

วิ. ถูกแล้ว

{๑๑๖๘} [๑๑๗] อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดย่อมไม่ดับไป จิตตสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปหรือ ?

หน้า ๕๘๕

วิ. วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดในภูมินั้นในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งจิต เว้นวิตกวิจาร ย่อมไม่ดับไป แต่จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร ผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคลย่อมไม่ดับไปและจิตตสังขารก็จักไม่ดับไปปฏิ. หรือว่าจิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักไม่ดับไป วจีสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นย่อมไม่ดับไป ?

วิ. จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีวิตกและวิจารจักไม่ดับไป แต่วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร ผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคลจักไม่ดับไปและวจีสังขารก็ย่อมไม่ดับไป

๖. อตีตานาคตวาร

อนุโลมบุคคล

{๑๑๖๙} [๑๑๘] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดเคยดับไปแล้ว วจีสังขารของบุคคลนั้นจักดับไปหรือ ?

วิ. กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีวิตกและวิจาร ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารซึ่งจักมีปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใดเคยดับไปแล้ว แต่วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นนอกนี้เคยดับไปแล้วและวจีสังขารก็จักดับไปปฏิ. หรือว่าวจีสังขารของบุคคลใด ...

วิ. ถูกแล้ว

หน้า ๕๘๖

{๑๑๗๐} อนุ. กายสังขารของบุคคลใดเคยดับไปแล้ว จิตตสังขารของบุคคลนั้นจักดับไปหรือ ?

วิ. กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตเคยดับไปแล้ว แต่จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นนอกนี้เคยดับไปแล้วและจิตตสังขารก็จักดับไปปฏิ. หรือว่าจิตตสังขารของบุคคลใด ...

วิ. ถูกแล้ว

[๑๑๙] อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดเคยดับไปแล้ว จิตตสังขารของบุคคลนั้นจักดับไปหรือ ?

วิ. วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตเคยดับไปแล้ว แต่จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นนอกนี้เคยดับไปแล้วและจิตตสังขารก็จักดับไปปฏิ. หรือว่าของบุคคลใด ...

วิ. ถูกแล้ว

อนุโลมโอกาส

{๑๑๗๑} [๑๒๐] อนุ. กายสังขารในภูมิใดเคยดับไปแล้ว ...

อนุโลมปุคคโลกาส

{๑๑๗๒} [๑๒๑] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับไปแล้ว วจีสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นจักดับไปหรือ ?

วิ. กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตในกามาวจรภูมิ ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌานเคยดับไปแล้ว แต่วจีสังขาร

หน้า ๕๘๗

ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับไปก็หาไม่ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เป็นกามาวจรบุคคลนอกนี้เคยดับไปแล้วและวจีสังขารก็จักดับไป

ปฏิ. หรือว่าวจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักดับไป กายสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นเคยดับไปหรือ ?

วิ. วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้เป็นรูปาวจรบุคคล อรูปาวจรบุคคลจักดับไป แต่กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับไปแล้วก็หาไม่ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เป็นกามาวจรบุคคลจักดับไปและกายสังขารก็เคยดับไปแล้ว{๑๑๗๓} อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับไปแล้ว จิตตสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นจักดับไปหรือ ?

วิ. กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตในกามาวจรภูมิเคยดับไปแล้ว แต่จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับไปก็หาไม่ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้เข้าปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน ผู้เป็นกามาวจรบุคคลนอกนี้เคยดับไปแล้วและจิตตสังขารก็จักดับไปปฏิ. หรือว่าจิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักดับไป กายสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นเคยดับไปแล้ว ?

วิ. จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เป็นรูปาวจรบุคคล อรูปาวจรบุคคลจักดับไป แต่กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับไปแล้วก็หาไม่ จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้เข้าปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน ผู้เป็นกามาวจรบุคคลจักดับไปและกายสังขารก็เคยดับไปแล้ว

หน้า ๕๘๘

{๑๑๗๔} [๑๒๒] อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับไปแล้วจิตตสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นจักดับไปหรือ ?

วิ. วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตในภูมิที่มีวิตกและวิจารเคยดับไปแล้ว แต่จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับไปก็หาไม่ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในภูมิที่มิวิตกและวิจารนอกนี้เคยดับไปแล้วและจิตตสังขารก็จักดับไปปฏิ. หรือว่าจิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักดับไป วจีสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นเคยดับไปแล้ว ?

วิ. จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในภูมิที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารจักดับไป แต่วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับไปแล้วก็หาไม่ จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในภูมิที่มีวิตกและวิจารจักดับไปและวจีสังขารก็เคยดับไปแล้ว

ปัจจนีกบุคคล

{๑๑๗๕} [๑๒๓] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดไม่เคยดับไปแล้ว วจีสังขารของบุคคลนั้นจักไม่ดับไปหรือ ?

วิ. ไม่มี

ปฏิ. หรือว่าวจีสังขารของบุคคลใดจักไม่ดับไป กายสังขารของบุคคลนั้นไม่เคยดับไปแล้ว ?

วิ. เคยดับไปแล้ว

{๑๑๗๖} อนุ. กายสังขารของบุคคลใดไม่เคยดับไปแล้ว จิตตสังขารของบุคคลนั้นจักไม่ดับไปหรือ ?

วิ. ไม่มี

หน้า ๕๘๙

ปฏิ. หรือว่าจิตตสังขารของบุคคลใดจักไม่ดับไปกายสังขารของบุคคลนั้นไม่เคยดับไปแล้ว ?

วิ. เคยดับไปแล้ว

{๑๑๗๗} [๑๒๔] อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดไม่เคยดับไปแล้ว จิตตสังขารของบุคคลนั้นจักไม่ดับไปหรือ ?

วิ. ไม่มี

ปฏิ. หรือว่าจิตตสังขารของบุคคลใดจักไม่ดับไปวจีสังขารของบุคคลนั้นไม่เคยดับไปแล้ว ?

วิ. เคยดับไปแล้ว

ปัจจนีกโอกาส

{๑๑๗๘} [๑๒๕] อนุ. กายสังขารในภูมิใดไม่เคยดับไปแล้ว ...

ปัจจนีกปุคคโลกาส

{๑๑๗๙} [๑๒๖] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับไปแล้ว วจีสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปหรือ ?

วิ. กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้เป็นรูปาวจรบุคคล อรูปาวจรบุคคลไม่เคยดับไปแล้ว แต่วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นซึ่งเป็นรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีวิตกและวิจาร ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารซึ่งจักมีปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคล ไม่เคยดับไปแล้วและวจีสังขารก็จักไม่ดับไป

หน้า ๕๙๐

ปฏิ. หรือว่าวจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักไม่ดับไป กายสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นไม่เคยดับไปแล้ว ?

วิ. วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นซึ่งเป็นกามาวจรภูมิในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต ของผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌานจักไม่ดับไป แต่กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นซึ่งเป็นรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีวิตกและวิจาร ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารซึ่งจักมีปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคลจักไม่ดับไปและกายสังขารก็ไม่เคยดับไปแล้ว{๑๑๘๐} อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับไปแล้ว จิตตสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปหรือ ?

วิ. กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เป็นรูปาวจรบุคคล อรูปาวจรบุคคลไม่เคยดับไปแล้ว แต่จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นซึ่งเป็นรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต ของผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคลไม่เคยดับไปแล้วและจิตตสังขารก็จักไม่ดับไป

ปฏิ. หรือว่าจิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักไม่ดับไป กายสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นไม่เคยดับไปแล้ว ?

วิ. จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นซึ่งเป็นกามาวจรภูมิในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตจักไม่ดับไป แต่กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นซึ่งเป็นรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต ของผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคลจักไม่ดับไปและกายสังขารก็ไม่เคยดับไปแล้ว

หน้า ๕๙๑

{๑๑๘๑} [๑๒๗] อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับไปแล้ว จิตตสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปหรือ ?

วิ. วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในภูมิที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารไม่เคยดับไปแล้ว แต่จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในภูมิที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต ของผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคลไม่เคยดับไปแล้วและจิตตสังขารก็จักไม่ดับไปปฏิ. หรือว่าจิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักไม่ดับไป วจีสังขารของบุคคลนั้นในภูมินั้นไม่เคยดับไปแล้ว ?

วิ. จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในภูมิที่มีวิตกและวิจารในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตจักไม่ดับไป แต่วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในภูมิที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต ของผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคลจักไม่ดับไปและวจีสังขารก็ไม่เคยดับไปแล้ว

จบ นิโรธวาร

๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร

๑. ปัจจุปปันนวาร

อนุโลมบุคคล

{๑๑๘๒} [๑๒๘] อนุ. กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลใด วจีสังขารของบุคคลนั้นย่อมดับไปหรือ ?

วิ. หามิได้

จบ นิโรธวาร