พระอภิธรรมปิฎก ยมก · สังขารยมก
สังขาร ๓ อุทเทสวาร เล่ม ๓๘
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๐๒๓–๑๐๒๙ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑/๖ ในสังขารยมกมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก สังขารยมก สังขาร ๓ อุทเทสวาร (ฉบับหลวง เล่ม ๓๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๒ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๘)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๓๘ หน้า ๕๑๖–๕๑๙
พระบาลีอภิธรรมปิฎก
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
๑. ปัณณัตติวารอุทเทส
{๑๐๒๓} [๑] สังขาร ๓ คือ
๑. กายสังขาร สภาวะที่ปรุงแต่งกาย
๒. วจีสังขาร สภาวะที่ปรุงแต่งวาจา
๓. จิตตสังขาร สภาวะที่ปรุงแต่งจิต
ลมอัสสาสะและปัสสาสะชื่อว่ากายสังขาร วิตกและวิจารชื่อว่าวจีสังขาร สัญญาและเวทนาชื่อว่าจิตตสังขาร สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยจิตแม้ทั้งหมด เว้นวิตกและวิจาร ชื่อว่าจิตตสังขาร
- ๑สังขารยมก ยมกที่ว่าด้วยหมวดสภาวธรรมที่เรียกว่าสังขาร จัดเป็นยมกที่ ๖ ของคัมภีร์ยมก ซึ่งคำว่า สังขาร แปลว่า สภาวะหรือสภาพที่ปรุงแต่ง มีหลายหมวด ในที่นี้หมายถึงสภาพที่ปรุงแต่ง สภาวธรรมคือขันธ์ อายตนะ ธาตุ หรือสภาพที่ปรุงแต่งกาย วาจา และจิต ซึ่งองค์ธรรมได้แก่สังขาร ๓ หมวด คือ (๑) กายสังขาร สภาวะที่ปรุงแต่งกาย ความปรุงแต่งที่กายให้เกิด ความปรุงแต่งที่เป็นไปทางกาย หรือความปรุงแต่งของกาย ได้แก่ อัสสาสะ ลมหายใจเข้า และ ปัสสาสะลมหายใจออก (๒) วจีสังขาร สภาวะที่ปรุงแต่งวาจา ความปรุงแต่งที่วาจาให้เกิด ความปรุงแต่งที่เป็นไปทางวาจา หรือความปรุงแต่งของวาจา ได้แก่ วิตก สภาวะที่ตรึกอารมณ์ และ วิจาร สภาวะที่ตรองตามอารมณ์ (๓) จิตตสังขาร สภาวะที่ปรุงแต่งจิต ความปรุงแต่งที่จิตให้เกิดความปรุงแต่งที่เป็นไปทางจิต หรือความปรุงแต่งของจิต ได้แก่ สัญญา สภาวะที่จดจำอารมณ์เวทนา สภาวะที่เสวยหรือรู้สึกอารมณ์ และสภาวธรรมที่สัมปยุตคือเกิดร่วมเป็นต้นกับจิตแม้ทั้งหมด ยกเว้นวิตกกับวิจาร (อภิ.วิ.อ. ๑๕๕, อภิ.ปญฺจ.อ. ๓๕๘)
- สังขารยมกมีโครงสร้างการดำเนินเนื้อหาประกอบด้วยนัยและวารอันเป็นวิธีการจำแนก แจกแจงองค์ธรรมด้วยวิธีการยมกเหมือนกับขันธยมกทุกประการ ต่างแต่เนื้อหาเท่านั้น
๑. ปทโสธนวาร
อนุโลม
{๑๐๒๔} [๒] กายคือกายสังขารหรือ ? กายสังขารคือกายหรือ ?
วจีคือวจีสังขารหรือ ? วจีสังขารคือวจีหรือ ?
จิตคือจิตตสังขารหรือ ? จิตตสังขารคือจิตหรือ ?
ปัจจนีกะ
{๑๐๒๕} [๓] สภาวธรรมที่ไม่ใช่กายไม่ใช่กายสังขารหรือ ? สภาวธรรมที่ไม่ใช่กายสังขารไม่ใช่กายหรือ ?
สภาวธรรมที่ไม่ใช่วจีไม่ใช่วจีสังขารหรือ ? สภาวธรรมที่ไม่ใช่วจีสังขารไม่ใช่วจีหรือ ?
สภาวธรรมที่ไม่ใช่จิตไม่ใช่จิตตสังขารหรือ ? สภาวธรรมที่ไม่ใช่จิตตสังขารไม่ใช่จิตหรือ ?
๒. ปทโสธนมูลจักกวาร
อนุโลม
{๑๐๒๖} [๔] กายคือกายสังขารหรือ ? สังขารคือวจีสังขารหรือ ?
กายคือกายสังขารหรือ ? สังขารคือจิตสังขารหรือ ?
วจีคือวจีสังขารหรือ ? สังขารคือกายสังขารหรือ ?
วจีคือวจีสังขารหรือ ? สังขารคือจิตสังขารหรือ ?
จิตคือจิตตสังขารหรือ ? สังขารคือกายสังขารหรือ ?
จิตคือจิตตสังขารหรือ ? สังขารคือวจีสังขารหรือ ?
ปัจจนีกะ
{๑๐๒๗} [๕] สภาวธรรมที่ไม่ใช่กายไม่ใช่กายสังขารหรือ ? สภาวธรรมที่ไม่ใช่สังขารไม่ใช่วจีสังขารหรือ ?
สภาวธรรมที่ไม่ใช่กายไม่ใช่กายสังขารหรือ ? สภาวธรรมที่ไม่ใช่สังขารไม่ใช่จิตตสังขารหรือ ?
สภาวธรรมที่ไม่ใช่วจีไม่ใช่วจีสังขารหรือ ? สภาวธรรมที่ไม่ใช่สังขารไม่ใช่กายสังขารหรือ ?
สภาวธรรมที่ไม่ใช่วจีไม่ใช่วจีสังขารหรือ ? สภาวธรรมที่ไม่ใช่สังขารไม่ใช่จิตตสังขารหรือ ?
สภาวธรรมที่ไม่ใช่จิตไม่ใช่จิตตสังขารหรือ ? สภาวธรรมที่ไม่ใช่สังขารไม่ใช่กายสังขารหรือ ?
สภาวธรรมที่ไม่ใช่จิตไม่ใช่จิตตสังขารหรือ ? สภาวธรรมที่ไม่ใช่สังขารไม่ใช่วจีสังขารหรือ ?
๓. สุทธสังขารวาร
อนุโลม
{๑๐๒๘} [๖] กายสังขารคือวจีสังขารหรือ ? วจีสังขารคือกายสังขารหรือ ?
กายสังขารคือจิตตสังขารหรือ ? จิตตสังขารคือกายสังขารหรือ ?
วจีสังขารคือจิตตสังขารหรือ ? จิตตสังขารคือวจีสังขารหรือ ?
ปัจจนีกะ
{๑๐๒๙} [๗] สภาวธรรมที่ไม่ใช่กายสังขารไม่ใช่วจีสังขารหรือ ? สภาวธรรมที่ไม่ใช่วจีสังขารไม่ใช่กายสังขารหรือ ?
สภาวธรรมที่ไม่ใช่กายสังขารไม่ใช่จิตตสังขารหรือ ? สภาวธรรมที่ไม่ใช่จิตตสังขารไม่ใช่กายสังขารหรือ ?
สภาวธรรมที่ไม่ใช่วจีสังขารไม่ใช่จิตตสังขารหรือ ? สภาวธรรมที่ไม่ใช่จิตตสังขารไม่ใช่วจีสังขารหรือ ?
จบ ปัณณัตติอุทเทสวาร
๑. ปัณณัตติวารนิทเทส
๑. ปทโสธนวาร
อนุโลม
{๑๐๓๐} [๘] อนุโลมปุจฉา กายคือกายสังขารหรือ ?
วิสัชนา หามิได้
ปฏิโลมปุจฉา กายสังขารคือกายหรือ ?
วิ. หามิได้
อนุ. วจีคือวจีสังขารหรือ ?
วิ. หามิได้
ปฏิ. วจีสังขารคือวจีหรือ ?
วิ. หามิได้
อนุ. จิตคือจิตตสังขารหรือ ?
วิ. หามิได้
ปฏิ. จิตตสังขารคือจิตหรือ ?
วิ. หามิได้
จบ สังขาร ๓ อุทเทสวาร