arnon.world

พระอภิธรรมปิฎก ยมก · มูลยมก

นิทเทสวาร เล่ม ๓๘

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๖–๒๒ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๒/๒ ในมูลยมกมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระอภิธรรมปิฎก ยมก มูลยมก นิทเทสวาร (ฉบับหลวง เล่ม ๓๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๒ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๘)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๓๘ หน้า ๑๕–๓๓

หน้า ๑๕

๑. มูลวารนิทเทส

๑. กุสลบท นยจตุกกะ

{๖} [๕๐] อนุโลมปุจฉา สกาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งเป็นกุศล สกาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นกุศลมูลหรือ ?

วิสัชนา กุศลมูลมี ๓ เท่านั้น สกาวธรรมที่เหลือนอกนั้นเป็นกุศล แต่ไม่เป็นกุศลมูล

ปฏิโลมปุจฉา หรือว่าสภาวธรรมเหล่าใดเป็นกุศลมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นกุศล ?

วิสัชนา ถูกแล้ว

[๕๑] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งเป็นกุศล สกาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นกุศลมูลหรือ ?

วิ. ถูกแล้ว

ปฏิ. หรือว่าสภาวธรรมเหล่าใดเป็นมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นกุศลมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นกุศล ?

วิ. รูปที่มีกุศลเป็นสมุฏฐานเป็นมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นกุศลมูล แต่ไมใช่กุศล กุศลเป็นมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นกุศลมูลด้วย เป็นกุศลด้วย[๕๒] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งเป็นมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นกุศลมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นกุศลมูลหรือ ?

วิ. มูลเหล่าใดที่เป็นกุศลมูลเกิดร่วมกัน มูลเหล่านั้นเป็นมูลอย่างเดียวกันด้วย เป็นมูลที่อาศัยกันและกันด้วย สภาวธรรมที่เกิดร่วมกันกับกุศลมูลที่เหลือนอกนั้นเป็นมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นกุศลมูล แต่ไม่ใช่เป็นมูลอาศัยกันและกัน

หน้า ๑๖

ปฏิ. หรือว่าสภาวธรรมเหล่าใดเป็นมูลที่อาศัยกันและกันโดยเป็นกุศลมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นกุศล ?

วิ. ถูกแล้ว (๑)

{๗} [๕๓] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งเป็นกุศล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีกุศลมูลเป็นมูลหรือ ?

วิ. มูลที่เรียกว่ากุศลมูลมี ๓ เท่านั้น สภาวธรรมที่เป็นกุศลที่เหลือ นอกนั้นไม่ใช่มีมูลที่เป็นกุศลมูล

ปฏิ. หรือว่าสภาวธรรมเหล่าใดมีกุศลมูลเป็นมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นกุศล ?

วิ. ถูกแล้ว

[๕๔] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งเป็นกุศล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นกุศลมูลเป็นมูลหรือ ?

วิ. ถูกแล้ว

ปฏิ. หรือว่าสภาวธรรมเหล่าใดมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นกุศลมูลเป็นมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นกุศล ?

วิ. รูปที่มีกุศลเป็นสมุฏฐานมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นกุศลมูลเป็นมูล แต่ไม่ใช่กุศล กุศลมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นกุศลมูลเป็นมูลด้วย เป็นกุศลด้วย[๕๕] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นกุศลมูลเป็นมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นกุศลมูลเป็นมูลหรือ ?

วิ. มูลเหล่าใดเป็นกุศลมูลเกิดร่วมกัน มูลเหล่านั้นมีมูลอย่างเดียวกันเป็นมูลด้วย มีมูลอาศัยกันและกันเป็นมูลด้วย สภาวธรรมที่เกิดร่วมกัน

หน้า ๑๗

กับกุศลมูลที่เหลือนอกนั้นมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นกุศลมูลเป็นมูล แต่ไม่ใช่มีมูลอาศัยกันและกันเป็นมูลปฏิ. หรือว่าสภาวธรรมเหล่าใดมีมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นกุศลมูลเป็นมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นกุศล ?

วิ. ถูกแล้ว (๒)

[๕๖] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งเป็นกุศล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีกุศลเป็นมูลหรือ ?

วิ. ถูกแล้ว

ปฏิ. หรือว่าสภาวธรรมเหล่าใดมีกุศลเป็นมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นกุศล ?

วิ. รูปที่มีกุศลเป็นสมุฏฐานมีกุศลเป็นมูล แต่ไม่ใช่กุศล กุศลมีกุศลเป็นมูลด้วย เป็นกุศลด้วย

{๘} [๕๗] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งเป็นกุศลสภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นกุศลมูลหรือ ?

วิ. ถูกแล้ว

ปฏิ. หรือว่าสภาวธรรมเหล่าใดมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นกุศลมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นกุศล ?

วิ. รูปที่มีกุศลเป็นสมุฏฐานมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นกุศลมูล แต่ไม่ใช่กุศล กุศลมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นกุศลมูลด้วย เป็นกุศลด้วย[๕๘] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นกุศลมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นกุศลมูลหรือ ?

หน้า ๑๘

วิ. มูลเหล่าใดที่เป็นกุศลมูลเกิดร่วมกัน มูลเหล่านั้นมีมูลอย่างเดียวกันด้วย มีมูลที่อาศัยกันและกันด้วย สภาวธรรมที่เกิดร่วมกันกับกุศลมูลที่เหลือนอกนั้นมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นกุศลมูล แต่ไม่ใช่มีมูลอาศัยกันและกันปฏิ. หรือว่าสภาวธรรมเหล่าใดมีมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นกุศลมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นกุศล ?

วิ. ถูกแล้ว (๓)

{๙} [๕๙] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งเป็นกุศลสภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลที่เป็นกุศลมูลหรือ ?

วิ. ถูกแล้ว

ปฏิ. หรือว่าสภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นกุศลมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นกุศล ?

วิ. รูปที่มีกุศลเป็นสมุฏฐานมีมูลที่เป็นกุศลมูล แต่ไม่ใช่กุศล กุศลมีมูลที่เป็นกุศลมูลด้วย เป็นกุศลด้วย

[๖๐] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งเป็นกุศล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นกุศลมูลหรือ ?

วิ. ถูกแล้ว

ปฏิ. หรือว่าสภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นกุศลมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นกุศล ?

วิ. รูปที่มีกุศลเป็นสมุฏฐานมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นกุศลมูล แต่ไม่ใช่กุศล กุศลมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นกุศลมูลด้วยเป็นกุศลด้วย

หน้า ๑๙

[๖๑] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นกุศลมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นกุศลมูลหรือ ?

วิ. มูลเหล่าใดที่เป็นกุศลมูลเกิดร่วมกัน มูลเหล่านั้นมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันด้วย มีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันด้วย สภาวธรรมที่เกิดร่วมกันกับกุศลมูลที่เหลือนอกนั้นมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นกุศลมูลแต่ไม่ใช่มีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันปฏิ. หรือว่าสภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นกุศลมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นกุศล ?

วิ. ถูกแล้ว (๔)

๒. อกุสลบท นยจตุกกะ

{๑๐} [๖๒] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งเป็นอกุศล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นอกุศลมูลหรือ ?

วิ. อกุศลมูลมี ๓ เท่านั้น สภาวธรรมที่เป็นอกุศลที่เหลือนอกนั้นไม่ใช่อกุศลมูล

ปฏิ. หรือว่าสภาวธรรมเหล่าใดเป็นอกุศลมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นอกุศล ?

วิ. ถูกแล้ว

[๖๓] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งเป็นอกุศล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอกุศลมูลหรือ ?

วิ. อกุศลที่เป็นอเหตุกะไม่ใช่เป็นมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอกุศลมูล อกุศลที่เป็นสเหตุกะเป็นมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอกุศลมูล

หน้า ๒๐

ปฏิ. หรือว่าสภาวธรรมเหล่าใดเป็นมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอกุศลมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นอกุศล ?

วิ. รูปที่มีอกุศลเป็นสมุฏฐานเป็นมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอกุศลมูลไม่ใช่อกุศล อกุศลเป็นมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอกุศลมูลด้วย เป็นอกุศลด้วย[๖๔] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งเป็นมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอกุศลมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นอกุศลมูลหรือ ?

วิ. มูลเหล่าใดที่เป็นอกุศลมูลเกิดร่วมกัน มูลเหล่านั้นเป็นมูลอย่างเดียวกันด้วย เป็นมูลอาศัยกันและกันด้วย สภาวธรรมที่เกิดร่วมกันกับอกุศลมูลที่เหลือนอกนั้นเป็นมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอกุศลมูล แต่ไม่ใช่เป็นมูลอาศัยกันและกันปฏิ. หรือว่าสภาวธรรมเหล่าใดเป็นมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นอกุศลมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นอกุศล ?

วิ. ถูกแล้ว (๑)

{๑๑} [๖๕] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งเป็นอกุศล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลที่เป็นอกุศลมูลหรือ ?

วิ. มูลที่เป็นอกุศลมูลมี ๓ เท่านั้น สภาวธรรมที่เป็นอกุศลที่เหลือนอกนั้นไม่ใช่มีมูลที่เป็นอกุศลมูล

ปฏิ. หรือว่าสภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นอกุศลมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นอกุศล ?

วิ. ถูกแล้ว

[๖๖] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งเป็นอกุศล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอกุศลมูลเป็นมูลหรือ ?

หน้า ๒๑

วิ. อกุศลที่เป็นอเหตุกะไม่ใช่มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอกุศลมูลเป็นมูล อกุศลที่เป็นสเหตุกะมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอกุศลมูลเป็นมูล

ปฏิ. หรือว่าสภาวธรรมเหล่าใดมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอกุศลมูลเป็นมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นอกุศล ?

วิ. รูปที่มีอกุศลเป็นสมุฏฐานมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอกุศลมูลเป็นมูล แต่ไม่ใช่อกุศล อกุศลมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอกุศลมูลเป็นมูลด้วยเป็นอกุศลด้วย

[๖๗] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอกุศลมูลเป็นมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นอกุศลมูลเป็นมูลหรือ ?

วิ. มูลเหล่าใดเป็นอกุศลมูลเกิดร่วมกัน มูลเหล่านั้นมีมูลอย่างเดียวกันเป็นมูลด้วย มีมูลอาศัยกันและกันเป็นมูลด้วย สภาวธรรมที่เกิดร่วมกันกับอกุศลมูลที่เหลือนอกนั้นมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอกุศลมูลเป็นมูลแต่ไม่ใช่มีมูลอาศัยกันและกันเป็นมูลปฏิ. หรือว่าสภาวธรรมเหล่าใดมีมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นอกุศลมูลเป็นมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นอกุศล ?

วิ. ถูกแล้ว (๒)

{๑๒} [๖๘] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งเป็นอกุศล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีอกุศลเป็นมูลหรือ ?

วิ. อกุศลที่เป็นอเหตุกะไม่ใช่มีอกุศลเป็นมูล อกุศลที่เป็นสเหตุกะมีอกุศลเป็นมูล

ปฏิ. หรือว่าสภาวธรรมเหล่าใดมีอกุศลเป็นมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นอกุศล ?

หน้า ๒๒

วิ. รูปที่มีอกุศลเป็นสมุฏฐานมีอกุศลเป็นมูล แต่ไม่ใช่อกุศล อกุศลมีอกุศลเป็นมูลด้วย เป็นอกุศลด้วย

[๖๙] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งเป็นอกุศล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอกุศลมูลหรือ ?

วิ. อกุศลที่เป็นอเหตุกะไม่ใช่มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอกุศลมูล อกุศลที่เป็นสเหตุกะมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอกุศลมูล

ปฏิ. หรือว่าสภาวธรรมเหล่าใดมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอกุศลมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นอกุศลมูล ?

วิ. รูปที่มีอกุศลเป็นสมุฏฐานมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอกุศลมูล แต่ไม่ใช่อกุศล อกุศลมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอกุศลมูลด้วย เป็นอกุศลด้วย

[๗๐] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอกุศลมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นอกุศลมูลหรือ ?

วิ. มูลเหล่าใดที่เป็นอกุศลมูลเกิดร่วมกัน มูลเหล่านั้นมีมูลอย่างเดียวกันด้วย มีมูลอาศัยกันและกันด้วย สภาวธรรมที่เกิดร่วมกันกับอกุศลมูลที่เหลือนอกนั้นมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอกุศลมูล แต่ไม่ใช่มีมูลอาศัยกันและกันปฏิ. หรือว่าสภาวธรรมเหล่าใดมีมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นอกุศลมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นอกุศล ?

วิ. ถูกแล้ว (๓)

{๑๓} [๗๑] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งเป็นอกุศล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลที่เป็นอกุศลมูลหรือ ?

หน้า ๒๓

วิ. อกุศลที่เป็นอเหตุกะไม่ใช่มีมูลที่เป็นอกุศลมูล อกุศลที่เป็นสเหตุกะมีมูลที่เป็นอกุศลมูล

ปฏิ. หรือว่าสภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นอกุศลมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นอกุศล ?

วิ. รูปที่มีอกุศลเป็นสมุฏฐานมีมูลที่เป็นอกุศลมูล แต่ไม่ใช่อกุศล อกุศลมีมูลที่เป็นอกุศลด้วย เป็นอกุศลด้วย

[๗๒] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งเป็นอกุศล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอกุศลมูลหรือ ?

วิ. อกุศลที่เป็นอเหตุกะไม่ใช่มีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอกุศลมูล อกุศลที่เป็นสเหตุกะมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอกุศลมูล

ปฏิ. หรือว่าสภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอกุศลมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นอกุศล ?

วิ. รูปที่มีอกุศลเป็นสมุฏฐานมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอกุศลมูล แต่ไม่ใช่อกุศล อกุศลมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอกุศลมูลด้วย เป็นอกุศลด้วย

[๗๓] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอกุศลมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นอกุศลมูลหรือ?

วิ. มูลเหล่าใดที่เป็นอกุศลมูลเกิดร่วมกัน มูลเหล่านั้นมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันด้วย มีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันด้วย สภาวธรรมที่เกิดร่วมกันกับอกุศลมูลที่เหลือนอกนั้นมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอกุศลมูล แต่ไม่ใช่มีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกัน

หน้า ๒๔

ปฏิ. หรือว่าสภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นอกุศลมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นอกุศล ?

วิ. ถูกแล้ว (๔)

๓. อัพยากตบท นยจตุกกะ

{๑๔} [๗๔] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งเป็นอัพยากฤต สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นอัพยากตมูลหรือ ?

วิ. อัพยากตมูลมี ๓ เท่านั้น สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตที่เหลือ นอกนั้นไม่ใช่อัพยากตมูล

ปฏิ. หรือว่าสภาวธรรมเหล่าใดเป็นอัพยากตมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นอัพยากฤต ?

วิ. ถูกแล้ว

[๗๕] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งเป็นอัพยากฤต สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอัพยากตมูลหรือ ?

วิ. อัพยากฤตที่เป็นอเหตุกะไม่ใช่เป็นมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอัพยากตมูล อัพยากฤตที่เป็นสเหตุกะเป็นมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอัพยากตมูลปฏิ. หรือว่าสภาวธรรมเหล่าใดเป็นมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอัพยากตมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นอัพยากฤต ?

วิ. ถูกแล้ว

[๗๖] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งเป็นมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอัพยากตมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นอัพยากตมูลหรือ ?

หน้า ๒๕

วิ. มูลเหล่าใดที่เป็นอัพยากตมูลเกิดร่วมกัน มูลเหล่านั้นเป็นมูลอย่างเดียวกันด้วย เป็นมูลอาศัยกันและกันด้วย สภาวธรรมที่เกิดร่วมกันกับอัพยากตมูลที่เหลือนอกนั้นเป็นมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอัพยากตมูล แต่ไม่ใช่เป็นมูลอาศัยกันและกันปฏิ. หรือว่าสภาวธรรมเหล่าใดเป็นมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นอัพยากตมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นอัพยากฤต ?

วิ. ถูกแล้ว (๑)

{๑๕} [๗๗] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งเป็นอัพยากฤต สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีอัพยากตมูลเป็นมูลหรือ ?

วิ. มูลที่เป็นอัพยากตมูลมี ๓ เท่านั้น สภาวธรรมที่เป็นอัพยกฤตที่เหลือนอกนั้นไม่ใช่มีอัพยากตมูลเป็นมูล

ปฏิ. หรือว่าสภาวธรรมเหล่าใดมีอัพยากตมูลเป็นมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นอัพยากฤต ?

วิ. ถูกแล้ว

[๗๘] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งเป็นอัพยากฤต สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอัพยากตมูลเป็นมูลหรือ ?

วิ. อัพยากฤตที่เป็นอเหตุกะไม่ใช่มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอัพยากตมูลเป็นมูล อัพยากฤตที่เป็นสเหตุกะมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอัพยากตมูลเป็นมูลปฏิ. หรือว่าสกาวธรรมเหล่าใดมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอัพยากตมูลเป็นมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นอัพยากฤต ?

วิ. ถูกแล้ว

หน้า ๒๖

[๗๙] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอัพยากตมูลเป็นมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นอัพยากตมูลเป็นมูลหรือ ?

วิ. มูลเหล่าใดที่เป็นอัพยากตมูลเกิดร่วมกัน มูลเหล่านั้นมีมูลอย่างเดียวกันเป็นมูลด้วย มีมูลอาศัยกันและกันเป็นมูลด้วย สภาวธรรมที่เกิดร่วมกันกับอัพยากตมูลที่เหลือนอกนั้นมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอัพยากตมูลเป็นมูล แต่ไม่ใช่มีมูลอาศัยกันและกันเป็นมูลปฏิ. หรือว่าสภาวธรรมเหล่าใดมีมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นอัพยากตมูลเป็นมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นอัพยากฤต ?

วิ. ถูกแล้ว (๒)

{๑๖} [๘๐] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งเป็นอัพยากฤต สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีอัพยากฤตเป็นมูลหรือ ?

วิ. อัพยากฤตที่เป็นอเหตุกะไม่ใช่มีอัพยากฤตเป็นมูล อัพยากฤตที่เป็นสเหตุกะมีอัพยากฤตเป็นมูล

ปฏิ. หรือว่าสภาวธรรมเหล่าใดมีอัพยากฤตเป็นมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นอัพยากฤต ?

วิ. ถูกแล้ว

[๘๑] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งเป็นอัพยากฤต สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอัพยากตมูลหรือ ?

วิ. อัพยากฤตที่เป็นอเหตุกะไม่ใช่มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอัพยากตมูล อัพยากฤตที่เป็นสเหตุกะมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอัพยากตมูลปฏิ. หรือว่าสภาวธรรมเหล่าใดมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอัพยากตมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นอัพยากฤต ?

วิ. ถูกแล้ว

หน้า ๒๗

[๘๒] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอัพยากตมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นอัพยากตมูลหรือ ?

วิ. มูลเหล่าใดที่เป็นอัพยากตมูลเกิดร่วมกัน มูลเหล่านั้นมีมูลอย่างเดียวกันด้วย มีมูลอาศัยกันและกันด้วย สภาวธรรมที่เกิดร่วมกันกับอัพยากตมูลที่เหลือนอกนั้นมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอัพยากตมูล แต่ไม่ใช่มีมูลอาศัยกันและกันปฏิ. หรือว่าสภาวธรรมเหล่าใดมีมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นอัพยากตมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นอัพยากฤต ?

วิ. ถูกแล้ว (๓)

{๑๗} [๘๓] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งเป็นอัพยากฤต สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลที่เป็นอัพยากตมูลหรือ ?

วิ. อัพยากฤตที่เป็นอเหตุกะไม่ใช่มีมูลที่เป็นอัพยากตมูล อัพยากฤตที่เป็นสเหตุกะมีมูลที่เป็นอัพยากตมูล

ปฏิ. หรือว่าสภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นอัพยากตมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นอัพยากฤต ?

วิ. ถูกแล้ว

[๘๔] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งเป็นอัพยากฤต สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอัพยากตมูลหรือ ?

วิ. อัพยากฤตที่เป็นอเหตุกะไม่ใช่มีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอัพยากตมูล อัพยากฤตที่เป็นสเหตุกะมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอัพยากตมูลปฏิ. หรือว่าสภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอัพยากตมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นอัพยากฤต ?

หน้า ๒๘

วิ. ถูกแล้ว

[๘๕] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอัพยากตมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นอัพยากตมูลหรือ ?

วิ. มูลเหล่าใดที่เป็นอัพยากตมูลเกิดร่วมกัน มูลเหล่านั้นมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันด้วย มีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันด้วย สภาวธรรมที่เกิดร่วมกันกับอัพยากตมูลที่เหลือนอกนั้นมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอัพยากตมูล แต่ไม่ใช่มีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันปฏิ. หรือว่าสภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นอัพยากตมูลเป็นมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นอัพยากฤต ?

วิ. ถูกแล้ว (๔)

๔. นามบท นยจตุกกะ

{๑๘} [๘๖] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งเป็นนาม สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นนามมูลหรือ ?

วิ. นามมูลมี ๙ เท่านั้น สภาวธรรมที่เป็นนามที่เหลือนอกนั้นไม่ใช่นามมูล

ปฏิ. หรือว่าสภาวธรรมเหล่าใดเป็นนามมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นนาม ?

วิ. ถูกแล้ว

[๘๗] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งเป็นนาม สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นนามมูลหรือ ?

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. นามมูลมี ๙ คือ กุศลมูล ๓ อกุศลมูล ๓ อัพยากตมูล ๓ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๓๓๒)
หน้า ๒๙

วิ. นามที่เป็นอเหตุกะไม่ใช่เป็นมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นนามมูล นามที่เป็นสเหตุกะเป็นมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นนามมูลปฏิ. หรือว่าสภาวธรรมเหล่าใดเป็นมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นนามมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นนาม ?

วิ. รูปที่มีนามเป็นสมุฏฐานเป็นมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นนามมูล แต่ไม่ใช่นาม นามเป็นมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นนามมูลด้วย เป็นนามด้วย[๘๘] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งเป็นมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นนามมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นนามมูลหรือ ?

วิ. มูลเหล่าใดเป็นนามมูลเกิดร่วมกัน มูลเหล่านั้นเป็นมูลอย่างเดียวกันด้วย เป็นมูลอาศัยกันและกันด้วย สภาวธรรมที่เกิดร่วมกันกับสภาวธรรมที่เป็นนามมูลที่เหลือนอกนั้นเป็นมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นนามมูล แต่ไม่ใช่เป็นมูลอาศัยกันและกันปฏิ. หรือว่าสภาวธรรมเหล่าใดเป็นมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นนามมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นนาม ?

วิ. ถูกแล้ว (๑)

{๑๙} [๘๙] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งเป็นนาม สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีนามมูลเป็นมูลหรือ ?

วิ. มูลที่เป็นนามมูลมี ๙ เท่านั้น สภาวธรรมที่เป็นนามที่เหลือนอกนั้นไม่ใช่มีนามมูลเป็นมูล

ปฏิ. หรือว่าสภาวธรรมเหล่าใดมีนามมูลเป็นมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นนาม ?

วิ. ถูกแล้ว

หน้า ๓๐

{๒๐} [๙๐] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งเป็นนาม สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นนามมูลเป็นมูลหรือ ?

วิ. นามที่เป็นอเหตุกะไม่ใช่มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นนามมูลเป็นมูล นามที่เป็นสเหตุกะมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นนามเป็นมูล

ปฏิ. หรือว่าสภาวธรรมเหล่าใดมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นนามมูลเป็นมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นนาม ?

วิ. รูปที่มีนามเป็นสมุฏฐานมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นนามมูลเป็นมูล แต่ไม่ใช่นาม นามมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นนามมูลเป็นมูลด้วยเป็นนามด้วย

[๙๑] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นนามมูลเป็นมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นนามมูลเป็นมูลหรือ ?

วิ. มูลเหล่าใดที่เป็นนามมูลเกิดร่วมกัน มูลเหล่านั้นมีมูลอย่างเดียวกันเป็นมูลด้วย มีมูลอาศัยกันและกันเป็นมูลด้วย สภาวธรรมที่เกิดร่วมกันกับนามมูลที่เหลือนอกนั้นมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นนามมูลเป็นมูล แต่ไม่ใช่มีมูลอาศัยกันและกันเป็นมูลปฏิ. หรือว่าสภาวธรรมเหล่าใดมีมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นนามมูลเป็นมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นนาม ?

วิ. ถูกแล้ว (๒)

[๙๒] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งเป็นนาม สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีนามเป็นมูลหรือ ?

วิ. นามที่เป็นอเหตุกะไม่ใช่มีนามเป็นมูล นามที่เป็นสเหตุกะมีนามเป็นมูล

หน้า ๓๑

ปฏิ. หรือว่าสภาวธรรมเหล่าใดมีนามเป็นมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นนาม ?

วิ. รูปที่มีนามเป็นสมุฏฐานมีนามเป็นมูล แต่ไม่ใช่นาม นามมีนามเป็นมูลด้วย เป็นนามด้วย

{๒๑} [๙๓] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งเป็นนาม สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นนามมูลหรือ ?

วิ. นามที่เป็นอเหตุกะไม่ใช่มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นนามมูลนามที่เป็นสเหตุกะมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นนามเป็นมูลปฏิ. หรือว่าสภาวธรรมเหล่าใดมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นนามมูลสภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นนาม ?

วิ. รูปที่มีนามเป็นสมุฏฐานมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นนามมูล แต่ไม่ใช่นาม นามมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นนามมูลด้วย เป็นนามด้วย[๙๔] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นนามมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นนามมูลหรือ ?

วิ. มูลเหล่าใดที่เป็นนามมูลเกิดร่วมกัน มูลเหล่านั้นมีมูลอย่างเดียวกันด้วย มีมูลอาศัยกันและกันด้วย สภาวธรรมที่เกิดร่วมกันกับนามมูลที่เหลือนอกนั้นมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นนามมูล แต่ไม่ใช่มีมูลอาศัยกันและกันปฏิ. หรือว่าสภาวธรรมเหล่าใดมีมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นนามมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นนาม ?

วิ. ถูกแล้ว (๓)

[๙๕] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งเป็นนาม สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลที่เป็นนามมูลหรือ ?

หน้า ๓๒

วิ. นามที่เป็นอเหตุกะไม่ใช่มีมูลที่เป็นนามมูล นามที่เป็นสเหตุกะมีมูลที่เป็นนามมูล

ปฏิ. หรือว่าสภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นนามมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นนาม ?

วิ. รูปที่มีนามเป็นสมุฏฐานมีมูลที่เป็นนามมูล แต่ไม่ใช่นาม นามมีมูลที่เป็นนามมูลด้วย เป็นนามด้วย

[๙๖] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งเป็นนาม สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นนามมูลหรือ ?

วิ. นามที่เป็นอเหตุกะไม่ใช่มีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นนามมูล นามที่เป็นสเหตุกะมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นนามมูล

ปฏิ. หรือว่าสภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นนามมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นนาม ?

วิ. รูปที่มีนามเป็นสมุฏฐาน มีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นนามมูล แต่ไม่ใช่นาม นามมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นนามมูลด้วยเป็นนามด้วย

[๙๗] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นนามมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นนามมูลหรือ ?

วิ. มูลเหล่าใดที่เป็นนามมูลเกิดร่วมกัน มูลเหล่านั้นมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันด้วย มีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันด้วย สภาวธรรมที่เกิดร่วมกันกับนามมูลที่เหลือนอกนั้นมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นนามมูล แต่ไม่ใช่มีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกัน

หน้า ๓๓

ปฏิ. หรือว่าสภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นนามมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นนาม ?

วิ. ถูกแล้ว (๔)

จบ มูลวารนิทเทส

๒-๑๐. เหตุวาราทินิทเทส

{๒๒} [๙๘] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งเป็นกุศล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นกุศลเหตุหรือ ?

วิ. กุศลเหตุมี ๓ เท่านั้น สภาวธรรมที่เป็นกุศลที่เหลือนอกนั้นไม่ใช่กุศลเหตุ ...

ฯลฯ เป็นกุศลนิทาน ... เป็นกุศลสมภพ ... เป็นกุศลประภพ ... เป็นกุศลสมุฏฐาน ... เป็นกุศลาหาร ... เป็นกุศลารมณ์ ... เป็นกุศลปัจจัย ... เป็นกุศลสมุทัย ...

[๙๙] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งเป็นอกุศล ... สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งเป็นอัพยากฤต ... สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งเป็นนามสภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นนามเหตุ ... เป็นนามนิทาน ... เป็นนามสมภพ ... เป็นนามประภพ ... เป็นนามสมุฏฐาน ... เป็นนามาหาร ... เป็นนามารมณ์ ... เป็นนามปัจจัย ... เป็นนามสมุทัย ...

มูล เหตุ นิทาน สมภพ ประภพ สมุฏฐาน

อาหาร อารมณ์ ปัจจัย และสมุทัยมีด้วยประการฉะนี้

จบ นิทเทสวาร

จบ พระบาลีมูลยมก

-----

พระบาลีอภิธรรมปิฎก

ขันธยมก

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

๑. ปัณณัตติวารอุทเทส

{๒๓} [๑] ขันธ์ ๕ คือ

๑. รูปขันธ์ ๒. เวทนาขันธ์

๓. สัญญาขันธ์ ๔. สังขารขันธ์

๕. วิญญาณขันธ์

๑. ปทโสธนวาร

อนุโลม

{๒๔} [๒] รูปคือรูปขันธ์หรือ ? เวทนาคือเวทนาขันธ์หรือ ?

สัญญาคือสัญญาขันธ์หรือ ? สังขารคือสังขารขันธ์หรือ ?

วิญญาณคือวิญญาณขันธ์หรือ ? วิญญาณขันธ์คือวิญญาณหรือ ?

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑ขันธยมก ยมกที่ว่าด้วยหมวดสภาวธรรมที่เรียกว่าขันธ์ จัดเป็นยมกที่ ๒ ของคัมภีร์ยมก คำว่าขันธ์ หมายถึงกองหรือหมวดหมู่แห่งสภาวธรรมทั้งหลาย ซึ่งในที่นี้ได้แก่ ขันธ์ ๕ คือ
  2. ๑รูปขันธ์ กองแห่งสภาวธรรมที่เป็นรูป
  3. ๒. เวทนาขันธ์ กองแห่งสภาวธรรมที่เป็นเวทนา

จบ นิทเทสวาร