arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน · เสกขัตติกะ

ปัจจยวาร เล่ม ๔๑

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๒๐๓–๑๒๒๓ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๒/๔ ในเสกขัตติกะมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ ปัจฉิมอนุโลมติกปัฏฐาน เสกขัตติกะ ปัจจยวาร (ฉบับหลวง เล่ม ๔๑ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๔๑ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๔๑)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๔๑ หน้า ๔๒๓–๔๓๔

หน้า ๔๒๓

๑๑. เสกขติกะ ๓. ปัจจยวาร

๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร

เหตุปัจจัย

{๑๒๐๓} [๑๘] สภาวธรรมที่เป็นของเสกขบุคคลทำสภาวธรรมที่เป็นของเสกขบุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๓ วาร (เหมือนกับปฏิจจวาร)สภาวธรรมที่เป็นของอเสกขบุคคลทำสภาวธรรมที่เป็นของอเสกขบุคคล

ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๓ วาร (เหมือนกับปฏิจจวาร)

{๑๒๐๔} [๑๙] สภาวธรรมที่ไม่ใช่เป็นของเสกขบุคคลและอเสกขบุคคลทำสภาวธรรมที่ไม่ใช่เป็นของเสกขบุคคลและอเสกขบุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (บริบูรณ์แล้ว) จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูปที่เป็น

อุปาทายรูปทำมหาภูตรูปทั้งหลายให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ที่ไม่ใช่เป็นของเสกขบุคคลและอเสกขบุคคลทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑)

สภาวธรรมที่เป็นของเสกขบุคคลทำสภาวธรรมที่ไม่ใช่เป็นของ

เสกขบุคคลและอเสกขบุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ

ขันธ์ที่เป็นของเสกขบุคคลทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒)

สภาวธรรมที่เป็นของอเสกขบุคคลทำสภาวธรรมที่ไม่ใช่เป็นของ

เสกขบุคคลและอเสกขบุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ

ขันธ์ที่เป็นของอเสกขบุคคลทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๓)

สภาวธรรมที่เป็นของเสกขบุคคลและที่ไม่ใช่เป็นของเสกขบุคคลและ

อเสกขบุคคลทำสภาวธรรมที่ไม่ใช่เป็นของเสกขบุคคลและอเสกขบุคคล

ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ที่เป็นของเสกขบุคคลทำ

หทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปทำมหาภูตรูปทั้งหลาย

ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๔)

หน้า ๔๒๔

สภาวธรรมที่เป็นของอเสกขบุคคลและที่ไม่ใช่เป็นของเสกขบุคคลและ

อเสกขบุคคลทำสภาวธรรมที่ไม่ใช่เป็นของเสกขบุคคลและอเสกขบุคคล

ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ที่เป็นของอเสกขบุคคลทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปทำมหาภูตรูปทั้งหลาย

ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๕)

{๑๒๐๕} [๒๐] สภาวธรรมที่เป็นของเสกขบุคคลทำสภาวธรรมที่เป็นของเสกขบุคคลและที่ไม่ใช่เป็นของเสกขบุคคลและอเสกขบุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นของเสกขบุคคลและหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ... ขันธ์ ๒ ... (๑)

สภาวธรรมที่ไม่ใช่เป็นของเสกขบุคคลและอเสกขบุคคลทำสภาวธรรม

ที่เป็นของเสกขบุคคลและที่ไม่ใช่เป็นของเสกขบุคคลและอเสกขบุคคล

ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ที่เป็น

ของเสกขบุคคลและมหาภูตรูปทั้งหลายให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒)

สภาวธรรมที่เป็นของเสกขบุคคลและที่ไม่ใช่เป็นของเสกขบุคคลและ

อเสกขบุคคลทำสภาวธรรมที่เป็นของเสกขบุคคลและที่ไม่ใช่เป็นของ

เสกขบุคคลและอเสกขบุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ

ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นของเสกขบุคคลและหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ...

ขันธ์ ๒ ... จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ที่เป็นของเสกขบุคคลและมหาภูตรูปทั้งหลายให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๓)

... ทำสภาวธรรมที่เป็นของอเสกขบุคคลและที่ไม่ใช่เป็นของเสกขบุคคลและอเสกขบุคคล มี ๓ วาร (เหมือนกับสภาวธรรมที่เป็นของเสกขบุคคล)

อารัมมณปัจจัย

{๑๒๐๖} [๒๑] สภาวธรรมที่เป็นของเสกขบุคคลทำสภาวธรรมที่เป็นของเสกขบุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย มี ๑ วาร

หน้า ๔๒๕

สภาวธรรมที่เป็นของอเสกขบุคคลทำสภาวธรรมที่เป็นของอเสกข

บุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น มี ๑ วาร

สภาวธรรมที่ไม่ใช่เป็นของเสกขบุคคลและอเสกขบุคคลทำสภาวธรรม

ที่ไม่ใช่เป็นของเสกขบุคคลและอเสกขบุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย มี ๑ วาร คือ ขันธ์ที่ไม่ใช่เป็นของเสกขบุคคลและอเสกขบุคคลทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น จักขุวิญญาณทำจักขายตนะให้

เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ... กายวิญญาณทำกายายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ที่ไม่ใช่เป็นของเสกขบุคคลและอเสกขบุคคลทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑)

สภาวธรรมที่เป็นของเสกขบุคคลทำสภาวธรรมที่ไม่ใช่เป็นของ

เสกขบุคคลและอเสกขบุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย คือขันธ์ที่เป็นของเสกขบุคคลทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒)

สภาวธรรมที่เป็นของอเสกขบุคคลทำสภาวธรรมที่ไม่ใช่เป็นของ

เสกข บุคคลและอเสกขบุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย คือขันธ์ที่เป็นของอเสกขบุคคลทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๓)

{๑๒๐๗} สภาวธรรมที่เป็นของเสกขบุคคลทำสภาวธรรมที่เป็นของเสกขบุคคลและที่ไม่ใช่เป็นของเสกขบุคคลและอเสกขบุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นของเสกขบุคคลและหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ... ขันธ์ ๒ ... (๑)

{๑๒๐๘} สภาวธรรมที่เป็นของอเสกขบุคคลทำสภาวธรรมที่เป็นของอเสกขบุคคลและที่ไม่ใช่เป็นของเสกขบุคคลและอเสกขบุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นของอเสกขบุคคลและหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ... ขันธ์ ๒ ... (๑)

อธิปตยาทิปัจจัย

{๑๒๐๙} [๒๒] สภาวธรรมที่เป็นของเสกขบุคคลทำสภาวธรรมที่เป็นของเสกขบุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอธิปติปัจจัย เพราะอนันตรปัจจัย เพราะ

หน้า ๔๒๖

สมันตรปัจจัย เพราะสหชาตปัจจัย เพราะอัญญมัญญปัจจัย เพราะ

นิสสยปัจจัย เพราะอุปนิสสยปัจจัย เพราะปุเรชาตปัจจัย เพราะอาเสวนปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นของเสกขบุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ...

{๑๒๑๐} สภาวธรรมที่ไม่ใช่เป็นของเสกขบุคคลและอเสกขบุคคลทำสภาวธรรมที่ไม่ใช่เป็นของเสกขบุคคลและอเสกขบุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอาเสวนปัจจัย คือ ... ทำขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่เป็นของเสกขบุคคลและอเสกขบุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ... ขันธ์ที่ไม่ใช่เป็นของเสกขบุคคลและอเสกขบุคคลทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑)

สภาวธรรมที่เป็นของเสกขบุคคลทำสภาวธรรมที่ไม่ใช่เป็นของ

เสกขบุคคลและอเสกขบุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอาเสวนปัจจัย คือขันธ์ที่เป็นของเสกขบุคคลทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒)

{๑๒๑๑} สภาวธรรมที่เป็นของเสกขบุคคลทำสภาวธรรมที่เป็นของเสกขบุคคลและที่ไม่ใช่เป็นของเสกขบุคคลและอเสกขบุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอาเสวนปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นของเสกขบุคคลและหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ... ขันธ์ ๒ … (๑)

กัมมาทิปัจจัย

{๑๒๑๒} [๒๓] สภาวธรรมที่เป็นของเสกขบุคคลทำสภาวธรรมที่เป็นของเสกขบุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะกัมมปัจจัย เพราะวิปากปัจจัย คือ ...

ขันธ์ ๑ ที่เป็นของเสกขบุคคลซึ่งเป็นวิบากให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น … เพราะอาหารปัจจัย เพราะอินทริยปัจจัย เพราะฌานปัจจัย เพราะมัคคปัจจัยเพราะสัมปยุตตปัจจัย เพราะวิปปยุตตปัจจัย เพราะอัตถิปัจจัย เพราะนัตถิปัจจัย เพราะวิคตปัจจัย เพราะอวิคตปัจจัย

หน้า ๔๒๗

๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร

สุทธนัย

{๑๒๑๓} [๒๔]ในเหตุปัจจัย มี ๑๗ วาร

ในอารัมมณปัจจัย ,, ๗ ,,

ในอธิปติปัจจัย ,, ๑๗ ,,

ในอนันตรปัจจัย ,, ๑๗ ,,

ในสมนันตรปัจจัย ,, ๗ ,,

ในสหชาตปัจจัย ,, ๑๗ ,,

ในอัญญมัญญปัจจัย ,, ๗ ,,

ในนิสสยปัจจัย ,, ๑๗ ,,

ในอุปนิสสยปัจจัย ,, ๗ ,,

ในปุเรชาตปัจจัย ,, ๗ ,,

ในอาเสวนปัจจัย ,, ๔ ,,

ในกัมมปัจจัย ,, ๑๗ ,,

ในวิปากปัจจัย ,, ๑๗ ,,

ในอาหารปัจจัย ,, ๑๗ ,,

ในอินทริยปัจจัย ,, ๑๗ ,,

ในฌานปัจจัย ,, ๑๗ ,,

ในมัคคปัจจัย ,, ๑๗ ,,

ในสัมปยุตตปัจจัย ,, ๗ ,,

ในวิปปยุตตปัจจัย ,, ๑๗ ,,

ในอัตถิปัจจัย ,, ๑๗ ,,

ในนัตถิปัจจัย ,, ๗ ,,

ในวิคตปัจจัย ,, ๗ ,,

ในอวิคตปัจจัย ,, ๑๗ ,,

(พึงนับอย่างนี้) จบ อนุโลม

หน้า ๔๒๘

๒. ปัจจยปัจจนียะ ๑. วิภังควาร

นเหตุปัจจัย

{๑๒๑๔} [๒๕] สภาวธรรมที่ไม่ใช่เป็นของเสกขบุคคลและอเสกขบุคคลทำสภาวธรรมที่ไม่ใช่เป็นของเสกขบุคคลและอเสกขบุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่เป็นของเสกขบุคคลและอเสกขบุคคลซึ่งเป็นอเหตุกะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ ๒... ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ ... หทัยวัตถุทำขันธ์ทั้งหลายให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นขันธ์ทั้งหลายทำหทัยวัตถุ มหาภูตรูป ๓ ทำมหาภูตรูป ๑ ที่เป็นภายนอก ...

ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ... สำหรับพวกอสัญญสัตตบุคคล ... จักขุวิญญาณทำจักขายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ... กายวิญญาณทำกายายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ที่ไม่ใช่เป็นของเสกขบุคคลและ

อเสกขบุคคลซึ่งเป็นอเหตุกะทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและอุทธัจจะทำขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและอุทธัจจะและ

หทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑)

นอารัมมณาทิปัจจัย

![๒๖] สภาวธรรมที่ไม่ใช่เป็นของเสกขบุคคลและอเสกขบุคคลทำสภาวธรรมที่เป็นของเสกขบุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนอารัมมณปัจจัย

ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ... (๑)

{๑๒๑๕} สภาวธรรมที่เป็นของเสกขบุคคลทำสภาวธรรมที่เป็นของเสกขบุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย คือ อธิปติธรรมที่เป็นของ

เสกขบุคคลทำขันธ์ที่เป็นของเสกขบุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑)

สภาวธรรมที่เป็นของอเสกขบุคคลทำสภาวธรรมที่เป็นของอเสกขบุคคล

ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย คือ อธิปติธรรมที่เป็นของ

อเสกขบุคคลทำขันธ์ที่เป็นของอเสกขบุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑)

หน้า ๔๒๙

สภาวธรรมที่ไม่ใช่เป็นของเสกขบุคคลและอเสกขบุคคลทำสภาวธรรม

ที่ไม่ใช่เป็นของเสกขบุคคลและอเสกขบุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย (บริบูรณ์แล้ว) คือ สำหรับพวกอสัญญสัตตบุคคล ...

จักขายตนะ ... ขันธ์ที่ไม่ใช่เป็นของเสกขบุคคลและอเสกขบุคคลทำ

หทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑)

สภาวธรรมที่เป็นของเสกขบุคคลทำสภาวธรรมที่ไม่ใช่เป็นของ

เสกขบุคคลและอเสกขบุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย คืออธิปติธรรมที่เป็นของเสกขบุคคลทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒)

สภาวธรรมที่เป็นของอเสกขบุคคลทำสภาวธรรมที่ไม่ใช่เป็นของ

เสกขบุคคลและอเสกขบุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย คืออธิปติ ปัจจัยที่เป็นของอเสกขบุคคลทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๓)

{๑๒๑๖} สภาวธรรมที่เป็นของเสกขบุคคลทำสภาวธรรมที่เป็นของเสกขบุคคลและที่ไม่ใช่เป็นของเสกขบุคคลและอเสกขบุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย คือ อธิปติธรรมที่เป็นของเสกขบุคคลทำขันธ์ที่เป็นของเสกขบุคคลและหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑)

สภาวธรรมที่เป็นของอเสกขบุคคลทำสภาวธรรมที่เป็นของอเสกขบุคคล

และที่ไม่ใช่เป็นของเสกขบุคคลและอเสกขบุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย คือ อธิปติธรรมที่เป็นของอเสกขบุคคลทำขันธ์ที่เป็นของ

อเสกขบุคคลและหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑)

นอนันตราทิปัจจัย

{๑๒๑๗} [๒๗] สภาวธรรมที่ไม่ใช่เป็นของเสกขบุคคลและอเสกขบุคคลทำสภาวธรรมที่เป็นของเสกขบุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนอนันตรปัจจัยเพราะนสมนันตรปัจจัย เพราะนอัญญมัญญปัจจัย เพราะนอุปนิสสยปัจจัย

หน้า ๔๓๐

เพราะนปุเรชาตปัจจัย เพราะนปัจฉาชาตปัจจัย (มี ๗ วาร) เพราะนอาเสวนปัจจัย เพราะนกัมมปัจจัย คือ เจตนาที่เป็นของเสกขบุคคลทำขันธ์ที่เป็นของเสกขบุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น

{๑๒๑๘} สภาวธรรมที่ไม่ใช่เป็นของเสกขบุคคลและอเสกขบุคคลทำสภาวธรรมที่ไม่ใช่เป็นของเสกขบุคคลและอเสกขบุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย คือ เจตนาที่ไม่ใช่เป็นของเสกขบุคคลและอเสกขบุคคล

ทำขันธ์ที่ไม่ใช่เป็นของเสกขบุคคลและอเสกขบุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ...

ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ...

เจตนาที่ไม่ใช่เป็นของเสกขบุคคลและอเสกขบุคคลทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑)

สภาวธรรมที่เป็นของเสกขบุคคลทำสภาวธรรมที่ไม่ใช่เป็นของเสกข

บุคคลและอเสกขบุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย คือ เจตนาที่เป็นของเสกขบุคคลทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒)

สภาวธรรมที่เป็นของเสกขบุคคลทำสภาวธรรมที่เป็นของเสกขบุคคล

และที่ไม่ใช่เป็นของเสกขบุคคลและอเสกขบุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย คือ เจตนาที่เป็นของเสกขบุคคลทำขันธ์ที่เป็นของเสกขบุคคลและหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑)

นวิปากปัจจัย

{๑๒๑๙} [๒๘] สภาวธรรมที่เป็นของเสกขบุคคลทำสภาวธรรมที่เป็นของเสกขบุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนวิปากปัจจัย (ในบทที่มีเสกขบุคคลเป็นมูล มี ๓ วาร)

สภาวธรรมที่ไม่ใช่เป็นของเสกขบุคคลและอเสกขบุคคลทำสภาวธรรม

ที่ไม่ใช่เป็นของเสกขบุคคลและอเสกขบุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนวิปากปัจจัย (ในบทที่มีเนวเสกขานาเสกขบุคคลเป็นมูล มี ๓ วาร)

หน้า ๔๓๑

สภาวธรรมที่เป็นของเสกขบุคคลทำสภาวธรรมที่เป็นของเสกขบุคคล

และที่ไม่ใช่เป็นของเสกขบุคคลและอเสกขบุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนวิปากปัจจัย (ในเสกขฆฏนา มี ๓ วาร)

นอาหาราทิปัจจัย

{๑๒๒๐} [๒๙] สภาวธรรมที่ไม่ใช่เป็นของเสกขบุคคลและอเสกขบุคคลทำสภาวธรรมที่ไม่ใช่เป็นของเสกขบุคคลและอเสกขบุคคลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนอาหารปัจจัย เพราะนอินทริยปัจจัย เพราะนฌานปัจจัย เพราะนมัคคปัจจัย เพราะนสัมปยุตตปัจจัย เพราะนวิปปยุตตปัจจัย เพราะ

นนัตถิปัจจัย เพราะนวิคตปัจจัย ...

๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร

สุทธนัย

{๑๒๒๑} [๓๐] ในนเหตุปัจจัย มี ๑ วาร

ในนอารัมมณปัจจัย ,, ๕ ,,

ในนอธิปติปัจจัย ,, ๗ ,,

ในนอนันตรปัจจัย ,, ๕ ,,

ในนสมนันตรปัจจัย ,, ๕ ,,

ในนอัญญมัญญปัจจัย ,, ๕ ,,

ในนอุปนิสสยปัจจัย ,, ๕ ,,

ในนปุเรชาตปัจจัย ,, ๗ ,,

ในนปัจฉาชาตปัจจัย ,, ๑๗ ,,

ในนอาเสวนปัจจัย ,, ๑๗ ,,

ในนกัมมปัจจัย ,, ๔ ,,

หน้า ๔๓๒

ในนวิปากปัจจัย มี ๙ วาร

ในนอาหารปัจจัย ,, ๑ ,,

ในนอินทริยปัจจัย ,, ๑ ,,

ในนฌานปัจจัย ,, ๑ ,,

ในนมัคคปัจจัย ,, ๑ ,,

ในนสัมปยุตตปัจจัย ,, ๕ ,,

ในนวิปปยุตตปัจจัย ,, ๓ ,,

ในโนนัตถิปัจจัย ,, ๕ ,,

ในโนวิคตปัจจัย ,, ๕ ,,

(พึงนับอย่างนี้)

จบ ปัจจนียะ

๓. ปัจจยานุโลมปัจจนียะ

เหตุทุกนัย

{๑๒๒๒} [๓๑] ในนอารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๕ วาร

ในนอธิปติปัจจัย ,, ,, ๗ ,,

ในนอนันตรปัจจัย ,, ,, ๕ ,,

ในนสมนันตรปัจจัย ,, ,, ๕ ,,

ในนอัญญมัญญปัจจัย ,, ,, ๕ ,,

ในนอุปนิสสยปัจจัย ,, ,, ๕ ,,

ในนปุเรชาตปัจจัย ,, ,, ๗ ,,

ในนปัจฉาชาตปัจจัย ,, ,, ๑๗ ,,

ในนอาเสวนปัจจัย ,, ,, ๑๗ ,,

ในนกัมมปัจจัย ,, ,, ๔ ,,

หน้า ๔๓๓

ในนวิปากปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๙ วาร

ในนสัมปยุตตปัจจัย ,, ,, ๕ ,,

ในนวิปปยุตตปัจจัย ,, ,, ๓ ,,

ในโนนัตถิปัจจัย ,, ,, ๕ ,,

ในโนวิคตปัจจัย ,, ,, ๕ ,,

(พึงนับอย่างนี้)

จบ อนุโลมปัจจนียะ

๔. ปัจจยปัจจนียานุโลม

{๑๒๒๓} [๓๒]ในอารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๑ วาร

ในอนันตรปัจจัย ,, ,, ๑ ,,

ในสมนันตรปัจจัย ,, ,, ๑ ,,

ในสหชาตปัจจัย ,, ,, ๑ ,,

ในอัญญมัญญปัจจัย ,, ,, ๑ ,,

ในอวิคตปัจจัย ,, ,, ๑ ,,

(พึงนับอย่างนี้)

จบ ปัจจนียานุโลม

จบ ปัจจยวาร

(นิสสยวารเหมือนกับปัจจยวาร)

หน้า ๔๓๔

๑๑. เสกขติกะ ๕. สังสัฏฐวาร

๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร

เหตุปัจจัย

{๑๒๒๔} [๓๓] สภาวธรรมที่เป็นของเสกขบุคคลระคนกับสภาวธรรมที่เป็นของเสกขบุคคลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ ระคนกับขันธ์ ๑ ที่เป็นของเสกขบุคคลเกิดขึ้น ... ขันธ์ ๒ ... (๑)

สภาวธรรมที่เป็นของอเสกขบุคคลระคนกับสภาวธรรมที่เป็นของ

อเสกขบุคคลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ ระคนกับขันธ์ ๑ ที่เป็นของอเสกขบุคคลเกิดขึ้น ... ขันธ์ ๒ ... (๑)

สภาวธรรมที่ไม่ใช่เป็นของเสกขบุคคลและอเสกขบุคคลระคนกับ

สภาวธรรมที่ไม่ใช่เป็นของเสกขบุคคลและอเสกขบุคคลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัยคือ ขันธ์ ๓ ระคนกับขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่เป็นของเสกขบุคคลและอเสกขบุคคลเกิดขึ้น ... ขันธ์ ๒ ... ในปฏิสนธิขณะ ... (๑)

อารัมมณาทิปัจจัย

{๑๒๒๕} [๓๔] สภาวธรรมที่เป็นของเสกขบุคคลระคนกับสภาวธรรมที่เป็นของเสกขบุคคลเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย เพราะอธิปติปัจจัย ... เพราะปุเรชาตปัจจัย เพราะอาเสวนปัจจัย (พึงทำเป็น ๒ วาร) ... เพราะอวิคตปัจจัย

๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร

{๑๒๒๖} [๓๕]ในเหตุปัจจัย มี ๓ วาร

ในอารัมมณปัจจัย ,, ๓ ,,

ในอธิปติปัจจัย ,, ๓ ,,

จบ ปัจจยวาร