พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ตติยปัณณาสก์ · สมณสัญญาวรรค
อเสขสูตร เล่ม ๒๔
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๑๑ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๑/๑๒ ในสมณสัญญาวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ตติยปัณณาสก์ สมณสัญญาวรรค อเสขสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๔ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๔ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๔)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๔ หน้า ๒๑๔–๒๑๕
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ความตั้งใจผิดอันบุคคลผู้มีความตั้งใจชอบปัดเป่าได้แล้ว ...
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ความรู้ผิดอันบุคคลผู้มีความรู้ชอบปัดเป่าได้แล้ว ...
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ความหลุดพ้นผิดอันบุคคลผู้มีความหลุดพ้นชอบ ปัดเป่าได้แล้ว อกุศลธรรมอันเลวทรามไม่น้อยซึ่งมีความหลุดพ้นผิดเป็นปัจจัย ย่อมเป็นอันถูกบุคคลนั้นปัดเป่าได้แล้วด้วย แต่กุศลธรรมไม่น้อยซึ่งมีความหลุดพ้นชอบเป็นปัจจัยย่อมถึงความเจริญบริบูรณ์ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรมทั้งหลายอันบุคคลพึงปัดเป่ามี ๑๐ ประการ นี้แล”
๑๑. ปฐมอเสขสูตร
ว่าด้วยเหตุที่เรียกว่าพระอเสขะ
{๑๑๑} [๑๑๑] ครั้งนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ ครั้นแล้วถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้า นั่ง ณ ที่สมควรข้างหนึ่ง แล้วได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ที่เรียกว่า ‘อเสขะ อเสขะ’ ดังนี้ ภิกษุเป็นอเสขะด้วยเหตุเพียงเท่าไรหนอแล”พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสตอบว่า “ดูก่อนภิกษุ ภิกษุในธรรมวินัยนี้
(๑) เป็นผู้ประกอบด้วยความเห็นชอบอันเป็นอเสขะ
(๒) เป็นผู้ประกอบด้วยความดำริชอบอันเป็นอเสขะ
(๓) เป็นผู้ประกอบด้วยวาจาชอบอันเป็นอเสขะ
(๔) เป็นผู้ประกอบด้วยการงานชอบอันเป็นอเสขะ
- ๑อันเป็นอเสขะ หมายถึงอันประกอบด้วยอรหัตตผล (ที.ปา.อ. ๒๕๒, ม.ม.อ. ๑๒๑) อนึ่ง คำว่า อเสขะ หมายถึงพระผู้ไม่ต้องศึกษาในไตรสิกขาอีกต่อไป ได้แก่ พระอรหันตขีณาสพ
(๕) เป็นผู้ประกอบด้วยการเลี้ยงชีพชอบอันเป็นอเสขะ
(๖) เป็นผู้ประกอบด้วยความพยายามชอบอันเป็นอเสขะ
(๗) เป็นผู้ประกอบด้วยการระลึกชอบอันเป็นอเสขะ
(๘) เป็นผู้ประกอบด้วยความตั้งใจชอบอันเป็นอเสขะ
(๙) เป็นผู้ประกอบด้วยความรู้ชอบอันเป็นอเสขะ
(๑๐) เป็นผู้ประกอบด้วยความหลุดพ้นชอบอันเป็นอเสขะ
ดูก่อนภิกษุ ภิกษุย่อมเป็นอเสขะด้วยประการอย่างนี้แล”
๑๒. ทุติยอเสขสูตร
ว่าด้วยธรรมที่เป็นของพระอเสขะ ๑๐ ประการ
{๑๑๒} [๑๑๒] “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรมที่เป็นของพระอเสขะมี ๑๐ ประการ นี้ ธรรม ๑๐ ประการคืออะไรบ้าง คือ
(๑) ความเห็นชอบอันเป็นอเสขะ
(๒) ความดำริชอบอันเป็นอเสขะ
(๓) วาจาชอบอันเป็นอเสขะ
(๔) การงานชอบอันเป็นอเสขะ
(๕) การเลี้ยงชีพชอบอันเป็นอเสขะ
(๖) ความพยายามชอบอันเป็นอเสขะ
(๗) การระลึกชอบอันเป็นอเสขะ
(๘) ความตั้งใจชอบอันเป็นอเสขะ
(๙) ความรู้ชอบอันเป็นอเสขะ
(๑๐) ความหลุดพ้นชอบอันเป็นอเสขะ
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรมที่เป็นของพระอเสขะมี ๑๐ ประการนี้แล”
จบ สมณสัญญาวรรคที่ ๑
--------------------------------------
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. สมณสัญญาสูตร ๒.โพชฌังคสูตร
๓. มิจฉัตตสูตร ๔. พีชสูตร
๕.วิชชาสูตร ๖. นิชชรสูตร
๗. โธวนสูตร ๘. ติกิจฉกสูตร
๙. วมนสูตร ๑๐. นิทธมนียสูตร
๑๑. ปฐมอเสขสูตร ๑๒. ทุติยอเสขสูตร
(๑๒)๒. ปัจโจโรหณิวรรค
๑. ปฐมอธัมมสูตร
ว่าด้วยสิ่งที่เป็นธรรมและไม่เป็นธรรม สูตรที่ ๑
{๑๑๓} [๑๑๓] “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สิ่งที่ไม่เป็นธรรมและสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ บุคคลควรทราบ สิ่งที่เป็นธรรมและสิ่งที่เป็นประโยชน์บุคคลก็ควรทราบ ครั้นทราบสิ่งที่ไม่เป็นธรรมและสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ ทั้งสิ่งที่เป็นธรรมและสิ่งที่เป็นประโยชน์แล้วพึงปฏิบัติตามสิ่งที่เป็นธรรมและสิ่งที่เป็นประโยชน์ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็สิ่งที่ไม่เป็นธรรมและสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์คือ อะไรบ้าง คือ มิจฉาทิฏฐิ ความเห็นผิด มิจฉาสังกัปปะ ความดำริผิด มิจฉาวาจา วาจาผิด มิจฉากัมมันตะ การงานผิด มิจฉาอาชีวะ การเลี้ยงชีพผิด มิจฉาวายามะ ความพยายามผิด มิจฉาสติ ความระลึกผิด มิจฉาสมาธิ ความตั้งใจมั่นผิด มิจฉาญาณะ ความรู้ผิด มิจฉาวิมุตติ ความหลุดพ้นผิด ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย นี้เรียกว่าสิ่งที่ไม่เป็นธรรมและสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์-----------------------------
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็สิ่งที่เป็นธรรมและสิ่งที่เป็นประโยชน์คืออะไรบ้าง คือ สัมมาทิฏฐิ ความเห็นชอบ สัมมาสังกัปปะ ความดำริชอบ สัมมาวาจา วาจาชอบ สัมมากัมมันตะ การงานชอบ สัมมาอาชีวะ การเลี้ยงชีพชอบ สัมมาวายามะ ความพยายามชอบ สัมมาสติ การระลึกชอบ สัมมาสมาธิ ความตั้งใจชอบ สัมมาญาณะ ความรู้ชอบ สัมมาวิมุตติ ความหลุดพ้นชอบ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย นี้เรียกว่าสิ่งที่เป็นธรรมและสิ่งที่เป็นประโยชน์ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สิ่งที่ไม่เป็นธรรมและสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์บุคคล ควรทราบ สิ่งที่เป็นธรรมและสิ่งที่เป็นประโยชน์บุคคลก็ควรทราบ ครั้น ทราบสิ่งที่ไม่เป็นธรรมและสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ ทั้งสิ่งที่เป็นธรรมและสิ่งที่เป็นประโยชน์แล้วพึงปฏิบัติตามสิ่งที่เป็นธรรมและสิ่งที่เป็นประโยชน์ คำที่ เรากล่าวดังนี้ เราอาศัยความข้อนี้กล่าวแล้ว”
๒. ทุติยอธัมมสูตร
ว่าด้วยสิ่งที่เป็นธรรมและไม่เป็นธรรม สูตรที่ ๒
{๑๑๔} [๑๑๔] “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สิ่งที่ไม่เป็นธรรมและสิ่งที่เป็นธรรมบุคคลควรทราบ สิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์และสิ่งที่เป็นประโยชน์ บุคคลก็ควรทราบ ครั้นทราบสิ่งที่ไม่เป็นธรรมและสิ่งที่เป็นธรรม ทั้งสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์และสิ่ง ที่เป็นประโยชน์แล้วพึงปฏิบัติตามสิ่งที่เป็นธรรมและสิ่งที่เป็นประโยชน์ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สิ่งที่ไม่เป็นธรรมเป็นไฉน สิ่งที่เป็นธรรมเป็นไฉน สิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์เป็นไฉน และสิ่งที่เป็นประโยชน์เป็นไฉน
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มิจฉาทิฏฐิเป็นสิ่งที่ไม่เป็นธรรม สัมมาทิฏฐิเป็นสิ่งที่เป็นธรรม อกุศลธรรมอันเลวทรามไม่น้อยซึ่งมีมิจฉาทิฏฐิเป็นปัจจัยเกิดขึ้น นี้เป็นสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ และกุศลธรรมไม่น้อยซึ่งมีสัมมาทิฏฐิเป็นปัจจัยถึง ความเจริญบริบูรณ์ นี้เป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์
จบ อเสขสูตร