arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ตติยปัณณาสก์ · สมณสัญญาวรรค

อเสขสูตร เล่ม ๒๔

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๑๑ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๑/๑๒ ในสมณสัญญาวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ตติยปัณณาสก์ สมณสัญญาวรรค อเสขสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๔ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๔ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๔)

ฉบับมหามกุฏฯ พิมพ์อรรถกถาไว้ในเล่มเดียวกับพระไตรปิฎก ข้อความในหน้านี้จึงมีอรรถกถาปนอยู่

ไทย (มหามกุฏฯ) เล่ม ๓๘ หน้า ๓๕๖–๓๕๗

หน้า ๓๕๖

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ความรู้ผิด อันบุคคลผู้มีความรู้ชอบปัดเป่าแล้ว . . .

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ความหลุดพ้นผิด อันบุคคลผู้มีความหลุดพ้นชอบปัดเป่าแล้ว และอกุศลธรรมอันลามกมิใช่น้อย ที่เกิดขึ้นเพราะความหลุดพ้นผิดเป็นปัจจัย อันเขาปัดเป่าแล้ว ส่วนกุศลธรรมมิใช่น้อยย่อมถึงความเจริญบริบูรณ์ เพราะความหลุดพ้นชอบเป็นปัจจัย ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรมทั้งหลายอันบุคคลพึงปัดเป่ามี ๑๐ ประการนี้แล.

จบนิทธมสูตรที่ ๑๐

อรรถกถานิทธมสูตรที่ ๑๐

นิทธมสูตรที่ ๑๐ พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้.

บทว่า นิทฺธมนิยา ได้แก่ พึงขจัดเสีย.

จบอรรถกถานิทธมสูตรที่ ๑๐

๑๑. อเสขสูตร

ว่าด้วยเหตุที่เรียกว่าพระอเสขะ

[๑๑๑] ครั้งนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งครั้นแล้วได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ที่เรียกว่าอเสขะ ๆ ดังนี้ ภิกษุเป็นอเสขะด้วยเหตุเพียงเท่าไรหนอ พระผู้มีพระภาค-เจ้าตรัสตอบว่า ดูก่อนภิกษุ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้ประกอบด้วยความเห็นชอบอันเป็นอเสขะ ๑ ประกอบด้วยความดำริชอบอันเป็นอเสขะ ๑ประกอบด้วยการเจรจาชอบอันเป็นอเสขะ ๑ ประกอบด้วยการงานชอบ

หน้า ๓๕๗

อันเป็นอเสขะ ๑ ประกอบด้วยการเลี้ยงชีพชอบอันเป็นอเสขะ ๑ ประกอบด้วยความพยายามชอบอันเป็นอเสขะ ๑ ประกอบด้วยการระลึกชอบอันเป็นอเสขะ ๑ ประกอบด้วยความรู้ชอบอันเป็นอเสขะ ๑ ประกอบด้วยความตั้งใจชอบอันเป็นอเสขะ ๑ ประการด้วยความหลุดพ้นชอบอันเป็นอเสขะ ๑ดูก่อนภิกษุ ภิกษุย่อมเป็นอเสขะ ด้วยประการอย่างนี้แล.

จบอเสขสูตรที่ ๑๑

อรรถกถาอเสขสูตรที่ ๑๑

อเสขสูตรที่ ๑๑ พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้.

พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสสัมมาทิฏฐิอย่างเดียวว่า สัมมาญาณะ เพื่อความบริบูรณ์แห่งองค์มรรค ธรรมคือพระอรหัตแม้ทั้งหมดนั้น ก็เป็นอย่างนั้น. แม้ปัจจเวกขณญาณ ก็ตรัสว่าอเสขะ เพราะอเสขธรรมดำเนินไปแล้ว.

จบอรรถกถาอเสขสูตรที่ ๑๑

๑๒. อเสขธรรมสูตร

ว่าด้วยธรรมของพระอเสขะ ๑๐ ประการ

[ ๑๑๒ ] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรมที่เป็นของพระอเสขะมี ๑๐ประการนี้ ๑๐ ประการเป็นไฉน คือ ความเห็นชอบอันเป็นอเสขะ ๑ความดำริชอบอันเป็นอเสขะ ๑ การเจรจาชอบอันเป็นอเสขะ ๑ การงานชอบอันเป็นอเสขะ ๑ การเลี้ยงชีพชอบอันเป็นอเสขะ ๑ ความพยายามชอบอันเป็นอเสขะ ๑ การระลึกชอบอันเป็นอเสขะ ๑ ความตั้งใจชอบ

จบ อเสขสูตร