arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ตติยปัณณาสก์ · กุสินารวรรค

หัตถกสูตร เล่ม ๒๐

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๕๖๗ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๕/๑๐ ในกุสินารวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ตติยปัณณาสก์ กุสินารวรรค หัตถกสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๐ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๐ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๔ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๐)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๐ หน้า ๔๒๒–๔๒๓

หน้า ๔๒๒

๕. หัตถกสูตร

ว่าด้วยหัตถกเทพบุตรไม่อิ่มธรรม ๓ อย่าง

{๕๖๗} [๑๐๕๓] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกคฤหบดี ใกล้พระนครสาวัตถี ครั้งนั้นแล เมื่อปฐมยามล่วงไป หัตถกเทพบุตรมีรัศมีงามยิ่งนัก ทำพระวิหารเชตวันทั้งสิ้นให้สว่างไสวไปทั่ว เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ ครั้นแล้วคิดว่าจะยืน แต่ก็ทรุดตัวนั่งตรงพระพักตร์พระผู้มีพระภาคเจ้า ไม่สามารถที่จะยืนอยู่ได้ เปรียบเหมือนเนยใสหรือน้ำนมที่เขาเทลงไปที่ทรายย่อมจมหายลงไป ตั้งอยู่ไม่ได้ แม้ฉันใด หัตถกเทพบุตรก็ฉันนั้นเหมือนกัน คิดว่าจะยืน แต่ก็ทรุดตัวนั่งตรงพระพักตร์พระผู้มีพระภาคเจ้า ไม่สามารถที่จะยืนอยู่ได้ลำดับนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสกะหัตถกเทพบุตรว่า “ดูก่อนหัตถกะ ท่านจงเนรมิตอัตภาพที่หยาบสิ” หัตถกเทพบุตรทูลรับพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วเนรมิตอัตภาพที่หยาบ ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วได้ยืน ณ ที่สมควรข้างหนึ่ง ครั้นแล้วพระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสถามว่า

“ดูก่อนหัตถกะ ธรรมที่เป็นไปแก่ท่านครั้งเป็นมนุษย์แต่ก่อนนั้น บัดนี้ยังเป็นไปแก่ท่านอยู่บ้างหรือ”

หัตถกเทพบุตรกราบทูลว่า “พระพุทธเจ้าข้า ธรรมที่เป็นไปแก่ข้าพระองค์ ครั้งเป็นมนุษย์แต่ก่อนนั้น บัดนี้ก็ยังเป็นไปแก่ข้าพระองค์อยู่ และธรรมที่มิได้เป็นไปแก่ข้าพระองค์ครั้งเป็นมนุษย์แต่ก่อนนั้น บัดนี้ก็เป็นไปอยู่ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ บัดนี้พระผู้มีพระภาคเจ้าคับคั่งไปด้วยภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา พระราชา ราชมหาอำมาตย์ เดียรถีย์ สาวกของเดียรถีย์อยู่ แม้ฉันใด ข้าพระองค์ก็ฉันนั้น พระพุทธเจ้าข้า คับคั่งไปด้วยเทพบุตรอยู่ พวกเทพบุตรต่างมากันแม้จากที่ไกลก็ด้วยตั้งใจว่า ‘จักฟังธรรมในสำนักของหัตถกเทพบุตร’

หน้า ๔๒๓

ข้าพระองค์ยังไม่ทันอิ่ม ยังไม่ทันเบื่อธรรม ๓ อย่าง ก็ทำกาละเสียแล้ว ธรรม ๓ อย่างคืออะไรบ้าง คือ ข้าพระองค์ยังไม่ทันอิ่ม ยังไม่ทันเบื่อการเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า ๑ ข้าพระองค์ยังไม่ทันอิ่ม ยังไม่ทันเบื่อการฟังพระสัทธรรม ๑ ข้าพระองค์ยังไม่ทันอิ่ม ยังไม่ทันเบื่อการอุปัฏฐากพระสงฆ์ ๑ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญข้าพระองค์ยังไม่ทันอิ่ม ยังไม่ทันเบื่อธรรม ๓ อย่างนี้แลก็ทำกาละเสียแล้ว”ครั้นหัตถกเทพบุตรได้กล่าวไวยากรณภาษิตนี้จบแล้ว จึงได้กล่าวคาถาประพันธ์อื่นต่อไปอีกว่า

แน่ละ ในกาลไหนเล่าจึงจักอิ่มต่อการเฝ้าพระผู้มีพระ

ภาคเจ้า การอุปัฏฐากพระสงฆ์ และการฟังพระสัทธรรม

หัตถกอุบาสกยังศึกษาอธิศีลอยู่ ยินดีแล้วในการฟัง

พระสัทธรรม ยังไม่ทันอิ่มต่อธรรม ๓ อย่าง ก็ไปพรหม

โลกชั้นอวิหาเสียแล้ว

๖. กฏุวิยสูตร

ว่าด้วยบุคคลที่แมลงวันตอมและไม่ตอม

{๕๖๘} [๑๐๕๔] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ใกล้พระนครพาราณสี ครั้งนั้นแลเป็นเวลาเช้า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงครองอันตรวาสกแล้วถือบาตรจีวรเสด็จเข้าไปบิณฑบาตยังพระนครพาราณสี พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทอดพระเนตรเห็นภิกษุรูปหนึ่งผู้ไร้ความแช่มชื่น มีความแช่มชื่นแต่ภายนอก หลงลืมสติ ไม่มีสัมปชัญญะ ไม่มีสมาธิ มีจิตคิดจะสึก ไม่สำรวมอินทรีย์ กำลังเที่ยวบิณฑบาตอยู่ในสำนักของพวกมิลักขะซึ่งชุมนุมกันอยู่ ณ สถานที่ขายโค แล้วได้ตรัสกะภิกษุนั้นว่า “ดูก่อนภิกษุ

จบ หัตถกสูตร