arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ตติยปัณณาสก์ · กุสินารวรรค

กฏุวิยสูตร เล่ม ๒๐

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๕๖๘ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๖/๑๐ ในกุสินารวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

กฏุวิยสูตร

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ตติยปัณณาสก์ กุสินารวรรค กฏุวิยสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๐ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๐ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๔ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๐)

บาลี (สยามรัฐ)

๑๒๙ เอกํ สมยํ ภควา พาราณสิยํ วิหรติ อิสิปตเน มิคทาเย ฯ อถโข ภควา ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย พาราณสึ ปิณฺฑาย ปาวิสิ ฯ อทฺทสา โข ภควา โคโยคมิลกฺขสฺมึ ๓ ปิณฺฑาย จรมาโน อญฺญตรํ ภิกฺขข ริตฺตสฺสาทํ พาหิรสฺสาทํ มุฏฺฐสฺสตึ อสมฺปชานํ อสมาหิตํ วิพฺภนฺตจิตฺตํ ปากตินฺทฺริยํ ทิสฺวา ตํ ภิกฺขข เอตทโวจ มา ๑ โข ตฺวํ ภิกฺขุ อตฺตานํ กฏุวิยมกาสิ ตํ วต ภิกฺขุ กฏุวิยกตํ อตฺตานํ อามคนฺเธ ๒ อวสฺสุตํ มกฺขิกา นานุปติสฺสนฺติ นานฺวาสฺสวิสฺสนฺตีติ เนตํ ฐานํ วิชฺชตีติ ฯ อถโข โส ภิกฺขุ ภควตา อิมินา โอวาเทน โอวทิโต สํเวคมาปาทีติ ฯ

อถโข ภควา พาราณสิยํ ปิณฺฑาย จริตฺวา ปจฺฉาภตฺตํ ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺโต ภิกฺขู อามนฺเตสิ อิธาหํ ภิกฺขเว ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย พาราณสึ ปิณฺฑาย ปาวิสึ อทฺทสึ โข อหํ ภิกฺขเว โคโยคมิลกฺขสฺมึ ปิณฺฑาย จรมาโน อญฺญตรํ ภิกฺขข ริตฺตสฺสาทํ พาหิรสฺสาทํ มุฏฺฐสฺสตึ อสมฺปชานํ อสมาหิตํ วิพฺภนฺตจิตฺตํ ปากตินฺทฺริยํ ทิสฺวา ตํ ภิกฺขข เอตทโวจํ มา โข ตฺวํ ภิกฺขุ อตฺตานํ กฏุวิยมกาสิ ตํ วต ภิกฺขุ กฏุวิยกตํ อตฺตานํ อามคนฺเธ อวสฺสุตํ มกฺขิกา นานุปติสฺสนฺติ นานฺวาสฺสวิสฺสนฺตีติ เนตํ ฐานํ วิชฺชตีติ อถโข โส ภิกฺขเว ภิกฺขุ มยา อิมินา โอวาเทน โอวทิโต สํเวคมาปาทีติ ฯ เอวํ วุตฺเต อญฺญตโร ภิกฺขุ ภควนฺตํ เอตทโวจ กินฺนุโข ภนฺเต กฏุวิยํ โก อามคนฺโธ กา มกฺขิกาติ ฯ อภิชฺฌา โข ภิกฺขุ กฏุวิยํ พฺยาปาโท อามคนฺโธ ปาปกา อกุสลา วิตกฺกา มกฺขิกา ตํ วต ภิกฺขุ กฏุวิยกตํ อตฺตานํ อามคนฺเธ อวสฺสุตํ มกฺขิกา นานุปติสฺสนฺติ นานฺวาสฺสวิสฺสนฺตีติ เนตํ ฐานํ วิชฺชตีติ ฯ

อคุตฺตํ จกฺขุโสตสฺมึ อินฺทฺริเยสุ อสํวุตํ

มกฺขิกานุปติสฺสนฺติ สงฺกปฺปา ราคนิสฺสิตา ฯ

กฏุวิยกโต ภิกฺขุ อามคนฺเธ อวสฺสุโต

อารกา โหติ นิพฺพานา วิฆาตสฺเสว ภาควา ฯ

คาเม วา ยทิ วา รญฺเญ อลทฺธา สมมตฺตโน ๑

จเร ๒ พาโล ทุมฺเมโธ มกฺขิกาหิ ปุรกฺขโต ฯ

เย จ สีเลน สมฺปนฺนา ปญฺญายูปสเม รตา

อุปสนฺตา สุขํ เสนฺติ นาสยิตฺวาน มกฺขิกาติ ฯ

๑ ยุ. ทสฺสนาย ฯ ๒ โป. ม. ยุ. นาหํ ภควโต ทสฺสนสฺส ติตฺติมชฺฌคา กุทาจนํ ฯ

๓ ม. โคโยคปิลกฺขสฺมึ ฯ อิโต ปรํ อีทิสเมว ฯ

๑ ยุ. ภิกฺขุ ภิกฺขุ มา โข ตฺวํ ฯ อิโต ปรํ อีทิสเมว ฯ ๒ ม. อามคนฺเธน ฯ อิโต

ปรํ อีทิสเมว ฯ

ฉบับหลวง

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ใกล้พระนครพาราณสี ครั้งนั้นแล เวลาเช้า พระผู้มีพระภาคทรงผ้าอันตรวาสก ทรงถือบาตรและจีวร เสด็จเข้าไปยังพระนครพาราณสีเพื่อบิณฑบาต พระผู้มีพระภาคได้ทอดพระเนตรเห็นภิกษุรูปหนึ่ง ผู้ไร้ความแช่มชื่น มีความแช่มชื่นแต่ภายนอก หลงลืมสติ ไม่มีสัมปชัญญะ ไม่มีสมาธิ มีจิตกวัดแกว่ง ไม่สำรวมอินทรีย์ กำลังเที่ยวบิณฑบาตอยู่ในสำนักของพวกมิลักขะ ซึ่งชุมนุมกันอยู่ ณสถานที่ขายโค แล้วได้ตรัสกะภิกษุนั้นว่า ดูกรภิกษุ เธออย่าได้ทำตนให้เป็นคนมักใหญ่ใฝ่สูงข้อที่ว่า แมลงวันจักไม่ไต่ตอม จักไม่กัดตนที่ทำให้มักใหญ่ใฝ่สูง ชุ่มเพราะกลิ่นดิบนั้นแลไม่เป็นฐานะที่จะมีได้

ครั้งนั้นแล ภิกษุนั้น อันพระผู้มีพระภาคตรัสสอนด้วยพระโอวาทนี้ ได้ถึงความสลดใจแล้ว ลำดับนั้นแล พระผู้มีพระภาคเสด็จเที่ยวบิณฑบาตในพระนครพาราณสี ในเวลาภายหลังภัต เสด็จกลับจากเที่ยวบิณฑบาตแล้ว ตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายมาตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อเช้านี้ เรานุ่งผ้าอันตรวาสก ถือบาตรและจีวรเข้าไปยังพระนครพาราณสีเพื่อบิณฑบาต เราได้เห็นภิกษุรูปหนึ่งผู้ไร้ความแช่มชื่น มีความแช่มชื่นแต่ภายนอก หลงลืมสติไม่มีสัมปชัญญะ ไม่มีสมาธิ มีจิตกวัดแกว่งไม่สำรวมอินทรีย์ กำลังเที่ยวบิณฑบาตอยู่ในสำนักของพวกมิลักขะ ซึ่งชุมนุมกันอยู่ ณ สถานที่ขายโค ครั้นแล้ว เราได้กล่าวกะภิกษุนั้นว่า

ดูกรภิกษุ เธออย่าได้ทำตนให้เป็นคนมักใหญ่ใฝ่สูง ข้อที่ว่าแมลงวันจักไม่ไต่ตอม จักไม่กัดตนที่ทำให้มักใหญ่ใฝ่สูง ชุ่มเพราะกลิ่นดิบนั้นแล ไม่เป็นฐานะที่จะมีได้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ครั้งนั้นแลภิกษุนั้นอันเราสอนด้วยโอวาทนี้ ได้ถึงความสลดใจแล้ว เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสดังนี้ ภิกษุรูปหนึ่งได้ทูลถามว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ความมักใหญ่ใฝ่สูงคืออะไร กลิ่นดิบคืออะไร แมลงวันคืออะไร พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า ดูกรภิกษุ ความมักใหญ่ใฝ่สูง คือ อภิชฌา กลิ่นดิบคือ พยาบาท แมลงวัน คือ วิตกที่เป็นบาปเป็นอกุศล ดูกรภิกษุ ข้อที่ว่า แมลงวันจักไม่ไต่ตอม จักไม่กัดตนที่ทำให้มักใหญ่ใฝ่สูง ชุ่มเพราะกลิ่นดิบนั้นแล ไม่เป็นฐานะที่จะมีได้ ฯ

แมลงวันคือความดำริที่อิงราคะ จักไม่ตอมบุคคลผู้ไม่คุ้มครองในจักษุ

และโสต ไม่สำรวมในอินทรีย์ทั้งหลาย ภิกษุผู้ทำตนให้เป็นคนมักใหญ่

ใฝ่สูง ชุ่มเพราะกลิ่นดิบ ย่อมอยู่ห่างไกลจากนิพพาน เป็นผู้มีส่วน

แห่งความคับแค้นถ่ายเดียว คนพาลสันดานเขลา ถูกแมลงวันทั้งหลาย

ไต่ตอมไม่ได้เพื่อนที่เสมอตน พึงเที่ยวไปในบ้านบ้าง ในป่าบ้าง

ส่วนชนพวกที่สมบูรณ์ด้วยศีล ยินดีในธรรมเป็นที่เข้าไปสงบด้วยปัญญา

เป็นผู้สงบระงับ อยู่เป็นสุข แมลงวันไม่อาศัยเขา ฯ

จบ กฏุวิยสูตร