arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ · ธรรมิกวรรค

๕. สันทิฏฐิกสูตร ที่ ๑ เล่ม ๒๒

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๑๘ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๕/๑๒ ในธรรมิกวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ ธรรมิกวรรค สันทิฏฐิกสูตร ที่ ๑ (ฉบับหลวง เล่ม ๒๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๒)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๒ หน้า ๕๐๙–๕๑๐

หน้า ๕๐๙

๕. ปฐมสันทิฏฐิกสูตร

ว่าด้วยการเห็นธรรมด้วยตนเอง สูตรที่ ๑

{๓๑๘} [๔๗] ครั้งนั้นแล ปริพาชกชื่อโมฬิยสิวกะเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า ถึงที่ประทับ ครั้นแล้วได้ปราศรัยกับพระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นผ่านการ ปราศรัยพอให้ระลึกถึงกันไปแล้วจึงนั่ง ณ ที่สมควรข้างหนึ่ง แล้วได้ทูลถาม พระผู้มีพระภาคเจ้าว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระองค์ตรัสว่า ‘ธรรมอันผู้ บรรลุจะพึงเห็นเอง ธรรมอันผู้บรรลุจะพึงเห็นเอง’ ดังนี้ ด้วยเหตุเพียง เท่าไรหนอแล ธรรมย่อมเป็นอันผู้ได้บรรลุจะพึงเห็นเอง ไม่ประกอบด้วยกาล ควรเรียกให้มาดู ควรน้อมเข้ามา อันวิญญูชนพึงรู้เฉพาะตน”พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า “ดูก่อนสิวกะ ถ้าเช่นนั้น เราขอย้อนถาม ท่านในข้อนี้ ท่านพึงพยากรณ์ข้อนั้นตามที่ควรแก่ท่าน ท่านจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน คือ โลภะที่มีอยู่ในภายในท่านย่อมรู้ประจักษ์ไหมว่า ‘เรามีโลภะภายใน’ หรือโลภะที่ไม่มีอยู่ภายในท่านย่อมรู้ประจักษ์ไหมว่า ‘เราไม่มีโลภะภายใน”

“รู้อย่างนั้น พระเจ้าข้า”

“ดูก่อนสิวกะ การที่ท่านรู้ประจักษ์ถึงโลภะที่มีอยู่ภายในว่า ‘เรามีโลภะอยู่ภายใน’ หรือรู้ประจักษ์ว่า ‘เราไม่มีโลภะภายใน’ อย่างนี้แลคือธรรมอันผู้ บรรลุจะพึงเห็นเอง ...

ดูก่อนสิวกะ ท่านจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน คือ โทสะที่มีอยู่ภายใน ... โมหะที่มีอยู่ภายใน ... ธรรมที่ประกอบด้วยโลภะที่มีอยู่ภายใน ... ธรรมที่ ประกอบด้วยโทสะที่มีอยู่ภายใน ... ธรรมที่ประกอบด้วยโมหะที่มีอยู่ภายใน ท่านรู้ประจักษ์ไหมว่า ‘เรามีธรรมที่ประกอบด้วยโมหะอยู่ภายใน’ หรือรู้ ประจักษ์ไหมว่า ‘เราไม่มีธรรมที่ประกอบด้วยโมหะอยู่ภายใน”

หน้า ๕๑๐

“รู้อย่างนั้น พระเจ้าข้า”

“ดูก่อนสิวกะ การที่ท่านรู้ประจักษ์ถึงธรรมที่ประกอบด้วยโมหะที่มีอยู่ภายในว่า ‘เรามีธรรมที่ประกอบด้วยโมหะอยู่ในภายใน’ หรือรู้ประจักษ์ถึงธรรมที่ ประกอบด้วยโมหะที่ไม่มีอยู่ภายในว่า ‘เราไม่มีธรรมที่ประกอบด้วยโมหะอยู่ ในภายใน’ อย่างนี้แลคือธรรมอันผู้ได้บรรลุจะพึงเห็นเอง ไม่ประกอบด้วยกาล ควรเรียกให้มาดู ควรน้อมเข้ามา อันวิญญูชนพึงรู้เฉพาะตน”

“ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนัก ... ข้าแต่ พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์นี้ขอถึงพระผู้มีพระภาคเจ้า พร้อมทั้งพระธรรม และพระภิกษุสงฆ์ว่าเป็นสรณะ ขอพระผู้มีพระภาคเจ้าได้โปรดจำข้าพระองค์ ว่าเป็นอุบาสกผู้มอบชีวิตถึงสรณะจำเดิมแต่วันนี้เป็นต้นไป”

๖. ทุติยสันทิฏฐิกสูตร

ว่าด้วยการเห็นธรรมด้วยตนเอง สูตรที่ ๒

{๓๑๙} [๔๘] ครั้งนั้นแล พราหมณ์คนหนึ่งเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ ประทับ ครั้นแล้วได้ปราศรัยกับพระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นผ่านการปราศรัย พอให้ระลึกถึงกันไปแล้วจึงนั่ง ณ ที่สมควรข้างหนึ่ง แล้วได้ทูลถามพระผู้มี พระภาคเจ้าว่า “ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ พระองค์ตรัสว่า ‘ธรรมอันผู้บรรลุ จะพึงเห็นเอง ธรรมอันผู้บรรลุจะพึงเห็นเอง’ ดังนี้ด้วยเหตุเพียงเท่าไรหนอแล ธรรมย่อมเป็นอันผู้ได้บรรลุจะพึงเห็นเอง ไม่ประกอบด้วยกาล ควรเรียกให้มาดู ควรน้อมเข้ามา อันวิญญูชนพึงรู้เฉพาะตน”พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า “ดูก่อนพราหมณ์ ถ้าเช่นนั้น เราขอย้อน ถามท่านในข้อนี้ ท่านพึงพยากรณ์ข้อนั้นตามที่ควรแก่ท่าน ท่านจะสำคัญความ ข้อนั้นเป็นไฉน คือ ราคะที่มีอยู่ในภายในท่านย่อมรู้ประจักษ์ไหมว่า ‘เรามี

จบ ๕. สันทิฏฐิกสูตร ที่ ๑