พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ · ธรรมิกวรรค
๕. สันทิฏฐิกสูตร ที่ ๑ เล่ม ๒๒
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๑๘ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๕/๑๒ ในธรรมิกวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
๕. สันทิฏฐิกสูตรที่ ๑
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ ธรรมิกวรรค สันทิฏฐิกสูตร ที่ ๑ (ฉบับหลวง เล่ม ๒๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๒)
๔๗ อถ โข โมฬิยสิวโก ๑ ปริพฺพาชโก เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควตา สทฺธึ สมฺโมทิ สมฺโมทนียํ กถํ สาราณียํ วีติสาเรตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข โมฬิยสิวโก ปริพฺพาชโก ภควนฺตํ เอตทโวจ สนฺทิฏฺฐิโก ธมฺโม สนฺทิฏฺฐิโก ธมฺโมติ ภนฺเต วุจฺจติ กิตฺตาวตา นุ โข ภนฺเต สนฺทิฏฺฐิโก ธมฺโม โหติ อกาลิโก เอหิปสฺสิโก โอปนยิโก ๒ ปจฺจตฺตํ เวทิตพฺโพ วิญฺญูหีติ เตนหิ สิวก ตญฺเญเวตฺถ ปฏิปุจฺฉิสฺสามิ ๓ ยถา เต ขเมยฺย ตถา นํ พฺยากเรยฺยาสิ ตํ กึ มญฺญสิ สิวก สนฺตํ วา อชฺฌตฺตํ โลภํ อตฺถิ เม อชฺฌตฺตํ โลโภติ ปชานาสิ อสนฺตํ วา อชฺฌตฺตํ โลภํ นตฺถิ เม อชฺฌตฺตํ โลโภติ ปชานาสีติ ฯ เอวํ ภนฺเต ฯ
ยํ โข ตฺวํ สิวก สนฺตํ วา อชฺฌตฺตํ โลภํ อตฺถิ เม อชฺฌตฺตํ โลโภติ ปชานาสิ อสนฺตํ วา อชฺฌตฺตํ โลภํ นตฺถิ เม อชฺฌตฺตํ โลโภติ ปชานาสิ เอวมฺปิ ๑ โข สิวก สนฺทิฏฺฐิโก ธมฺโม โหติ ฯเปฯ ตํ กึ มญฺญสิ สิวก สนฺตํ วา อชฺฌตฺตํ โทสํ ฯเปฯ สนฺตํ วา อชฺฌตฺตํ โมหํ สนฺตํ วา อชฺฌตฺตํ โลภธมฺมํ สนฺตํ วา อชฺฌตฺตํ โทสธมฺมํ สนฺตํ วา อชฺฌตฺตํ โมหธมฺมํ อตฺถิ เม อชฺฌตฺตํ โมหธมฺโมติ ปชานาสิ อสนฺตํ วา อชฺฌตฺตํ โมหธมฺมํ นตฺถิ เม อชฺฌตฺตํ โมหธมฺโมติ ปชานาสีติ ฯ เอวํ ภนฺเต ฯ ยํ โข ตฺวํ สิวก สนฺตํ วา อชฺฌตฺตํ โมหธมฺมํ อตฺถิ เม อชฺฌตฺตํ โมหธมฺโมติ ปชานาสิ อสนฺตํ วา อชฺฌตฺตํ โมหธมฺมํ นตฺถิ เม อชฺฌตฺตํ โมหธมฺโมติ ปชานาสิ เอวมฺปิ โข สิวก สนฺทิฏฺฐิโก ธมฺโม โหติ อกาลิโก เอหิปสฺสิโก โอปนยิโก ปจฺจตฺตํ เวทิตพฺโพ วิญฺญูหีติ ฯ อภิกฺกนฺตํ ภนฺเต ฯเปฯ อุปาสกํ มํ ภนฺเต ภควา ธาเรตุ อชฺชตคฺเค ปาณุเปตํ สรณํ คตนฺติ ฯ
๑ โป. ยุ. โมลิยสิวโก ฯ ม. โมฬิยสีวโก ฯ ๒ ม. โอปเนยฺยิโก ฯ ๓ ม. ปฏิปุจฺฉามิ ฯ
ครั้งนั้นแล โมฬิยสิวกปริพาชกเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ได้ปราศรัยกับพระผู้มีพระภาค ครั้นผ่านการปราศรัยพอให้ระลึกถึงกันไปแล้ว จึงนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระองค์ตรัสว่า ธรรมอันผู้บรรลุจะพึงเห็นเอง ธรรมอันผู้บรรลุจะพึงเห็นเอง ดังนี้ ธรรมอันผู้บรรลุจะพึงเห็นเอง
ไม่ประกอบด้วยกาล ควรเรียกให้มาดู ควรน้อมเข้ามา อันวิญญูชนพึงรู้เฉพาะตน ย่อมมีด้วยเหตุเท่าไรหนอแล พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรสิวกะ ถ้าเช่นนั้นเราจักย้อนถามท่านในข้อนี้ท่านพึงพยากรณ์ข้อนั้นตามที่ควรแก่ท่าน ท่านจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน คือท่านย่อมทราบชัดโลภะที่มีอยู่ในภายในว่า โลภะมีอยู่ในภายในของเรา หรือทราบชัดโลภะที่ไม่มีอยู่ในภายในว่า โลภะไม่มีอยู่ในภายใน ฯ
สิ. อย่างนั้น พระเจ้าข้า ฯ
พ. ดูกรสิวกะ การที่ท่านทราบชัดโลภะที่มีอยู่ในภายในว่า โลภะมีอยู่ในภายในของเรา หรือทราบชัดโลภะที่ไม่มีอยู่ในภายในว่า โลภะไม่มีอยู่ในภายในของเรา อย่างนี้แล เป็นธรรมอันผู้บรรลุจะพึงเห็นเอง ฯลฯ ดูกรสิวกะท่านจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน คือท่านทราบชัดโทสะที่มีอยู่ในภายใน ฯลฯโมหะที่มีอยู่ในภายใน ฯลฯ ธรรมที่ประกอบด้วยโลภะที่มีอยู่ในภายใน ฯลฯธรรมที่ประกอบด้วยโทสะที่มีอยู่ในภายใน ฯลฯ ธรรมที่ประกอบด้วยโมหะที่มีอยู่ในภายในว่า ธรรมที่ประกอบด้วยโมหะมีอยู่ในภายในของเรา หรือทราบชัดธรรมที่ประกอบด้วยโมหะที่ไม่มีอยู่ในภายในว่า ธรรมที่ประกอบด้วยโมหะไม่มีอยู่ในภายในของเรา ฯ
สิ. อย่างนั้น พระเจ้าข้า ฯ
พ. ดูกรสิวกะ การที่ท่านทราบชัดธรรมที่ประกอบด้วยโมหะที่มีอยู่ในภายในว่าธรรมที่ประกอบด้วยโมหะมีอยู่ในภายในของเรา หรือทราบชัดธรรมที่ประกอบด้วยโมหะที่ไม่มีอยู่ในภายในว่า ธรรมที่ประกอบด้วยโมหะไม่มีอยู่ในภายในของเรา อย่างนี้แล เป็นธรรมอันผู้บรรลุจะพึงเห็นเอง ไม่ประกอบด้วยกาลควรเรียกให้มาดู ควรน้อมเข้ามา อันวิญญูชนพึงรู้เฉพาะตน ฯ
สิ. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนัก ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนัก ฯลฯ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์นี้ขอถึงพระผู้มีพระภาคกับทั้งพระธรรมและพระภิกษุสงฆ์ว่าเป็นสรณะ ขอพระผู้มีพระภาคโปรดทรงจำข้าพระองค์ว่า
เป็นอุบาสกผู้ถึงสรณะตลอดชีวิต ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ฯ
จบสูตรที่ ๕
จบ ๕. สันทิฏฐิกสูตร ที่ ๑