พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ · ธรรมิกวรรค
๔. มหาจุนทสูตร เล่ม ๒๒
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๑๗ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๔/๑๒ ในธรรมิกวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
๔. มหาจุนทสูตร
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ ธรรมิกวรรค มหาจุนทสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๒)
๔๖ [๑]- เอกํ สมยํ อายสฺมา มหาจุนฺโท เจตีสุ วิหรติ สญฺชาติยํ ๒ ฯ ตตฺร โข อายสฺมา มหาจุนฺโท ภิกฺขู อามนฺเตสิ อาวุโส ภิกฺขโวติ ฯ อาวุโสติ โข เต ภิกฺขู อายสฺมโต มหาจุนฺทสฺส ปจฺจสฺโสสุํ ฯ อายสฺมา มหาจุนฺโท เอตทโวจ อิธ อาวุโส ธมฺมโยคา ภิกฺขู ฌายี ภิกฺขู อปสาเทนฺติ อิเม ปน ฌายิโนมฺหา ฌายิโนมฺหาติ ฌายนฺติ ปชฺฌายนฺติ [๓]- กิญฺหิเม ฌายนฺติ กินฺติเม ฌายนฺติ กถญฺหิเม ๔ ฌายนฺตีติ ตตฺถ ธมฺมโยคา จ ภิกฺขู นปฺปสีทนฺติ ฌายี จ ภิกฺขู นปฺปสีทนฺติ น จ พหุชนหิตาย ปฏิปนฺนา โหนฺติ พหุชนสุขาย พหุโน ชนสฺส อตฺถาย หิตาย สุขาย เทวมนุสฺสานํ อิธ ปนาวุโส ฌายี ภิกฺขู ธมฺมโยเค ภิกฺขู อปสาเทนฺติ
อิเม ปน ธมฺมโยคมฺหา ธมฺมโยคมฺหาติ อุทฺธตา อุนฺนฬา จปลา มุขรา วิกิณฺณวาจา มุฏฺฐสฺสติโน ๕ อสมฺปชานา อสมาหิตา วิพฺภนฺตจิตฺตา ปากฏินฺทฺริยา กิญฺหิเม ธมฺมโยคา กินฺติเม ธมฺมโยคา กถญฺหิเม ธมฺมโยคาติ ตตฺถ ฌายี จ ภิกฺขู นปฺปสีทนฺติ ธมฺมโยคา จ ภิกฺขู นปฺปสีทนฺติ น จ พหุชนหิตาย ปฏิปนฺนา โหนฺติ พหุชนสุขาย พหุโน ชนสฺส อตฺถาย หิตาย สุขาย เทวมนุสฺสานํ อิธ ปนาวุโส ธมฺมโยคา ภิกฺขู ธมฺมโยคานญฺเญว ภิกฺขูนํ วณฺณํ ภาสนฺติ โน ฌายีนํ ภิกฺขูนํ วณฺณํ ภาสนฺติ ตตฺถ ธมฺมโยคา จ ภิกฺขู นปฺปสีทนฺติ ฌายี จ ภิกฺขู นปฺปสีทนฺติ น จ พหุชนหิตาย ปฏิปนฺนา โหนฺติ พหุชนสุขาย พหุโน ชนสฺส อตฺถาย หิตาย
สุขาย เทวมนุสฺสานํ อิธ ปนาวุโส ฌายี ภิกฺขู ฌายีนญฺเญว ภิกฺขูนํ วณฺณํ ภาสนฺติ โน ธมฺมโยคานํ ภิกฺขูนํ วณฺณํ ภาสนฺติ ตตฺถ ฌายี จ ภิกฺขู นปฺปสีทนฺติ ธมฺมโยคา จ ภิกฺขู นปฺปสีทนฺติ น จ พหุชนหิตาย ปฏิปนฺนา โหนฺติ พหุชนสุขาย พหุโน ชนสฺส อตฺถาย หิตาย สุขาย เทวมนุสฺสานํ ตสฺมา ติหาวุโส เอวํ สิกฺขิตพฺพํ ธมฺมโยคา สมานา ฌายีนํ ภิกฺขูนํ วณฺณํ ภาสิสฺสามาติ เอวญฺหิ โว อาวุโส สิกฺขิตพฺพํ ตํ กิสฺส เหตุ อจฺฉริยา เหเต อาวุโส ปุคฺคลา ทุลฺลภา โลกสฺมึ เย อมตํ ธาตุํ กาเยน ผุสิตฺวา วิหรนฺติ ตสฺมา ติหาวุโส เอวํ สิกฺขิตพฺพํ ฌายี สมานา ธมฺมโยคานํ ภิกฺขูนํ วณฺณํ ภาสิสฺสามาติ เอวญฺหิ โว อาวุโส สิกฺขิตพฺพํ ตํ กิสฺส เหตุ อจฺฉริยา เหเต อาวุโส ปุคฺคลา ทุลฺลภา โลกสฺมึ เย คมฺภีรอตฺถปทํ ปญฺญาย อติวิชฺฌปสฺสนฺตีติ ฯ
๑ โป. ม. ยุ. เอวํ เม สุตํ ฯ ๒ สยํ ชาติยํ ฯ ยุ. สหชาติยํ ฯ ๓ ม. เอตฺถนฺตเร
นิชฺฌายนฺติ อวชฺฌายนฺติ กิมิเมติ ทิสฺสนฺติ ฯ ๔ ม. กถํ อิเม ฯ ๕ โป. ม. ยุ.
มุฏฺฐสฺสตี ฯ
สมัยหนึ่ง ท่านพระมหาจุนทะอยู่ที่นิคมชื่อสัญชาติในแคว้นเจดีย์ ครั้งนั้น
ท่านพระมหาจุนทะเรียกภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรท่านผู้มีอายุทั้งหลายภิกษุเหล่านั้นรับคำท่านพระมหาจุนทะแล้ว ท่านพระมหาจุนทะได้กล่าวดังนี้ว่าดูกรท่านผู้มีอายุทั้งหลาย ภิกษุผู้ประกอบธรรมในธรรมวินัยนี้ ย่อมรุกรานภิกษุผู้เพ่งฌานว่า ก็ภิกษุผู้เพ่งฌานเหล่านี้ ย่อมเพ่งฌาน ยึดหน่วงฌานว่า เราเพ่งฌานๆ ดังนี้ ก็ภิกษุเหล่านี้ เพ่งฌานทำไม เพ่งฌานเพื่ออะไร เพ่งฌานเพราะเหตุไร ภิกษุผู้ประกอบธรรมย่อมไม่เลื่อมใสในการเพ่งฌานนั้น และภิกษุผู้เพ่งฌานย่อมไม่เลื่อมใสในการประกอบธรรมนั้น ทั้งไม่ปฏิบัติเพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่ชนหมู่มาก เพื่อความสุขแก่ชนหมู่มาก เพื่อประโยชน์ เพื่อเกื้อกูลแก่ชนหมู่มากเพื่อความสุขแก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ฯ
ดูกรท่านผู้มีอายุทั้งหลาย อนึ่ง ภิกษุผู้เพ่งฌานในธรรมวินัยนี้ ย่อมรุกรานพวกภิกษุผู้ประกอบธรรมว่า ก็ภิกษุผู้ประกอบธรรมเหล่านี้ ย่อมเป็นผู้ฟุ้งเฟ้อ เย่อหยิ่ง วางท่า ปากจัดพูดพล่าม มีสติหลงใหล ไม่มีสัมปชัญญะ มีใจไม่ตั้งมั่น มีจิตฟุ้งซ่าน มีอินทรีย์ปรากฏว่า เราประกอบธรรมๆ ดังนี้ ก็ภิกษุเหล่านี้ประกอบธรรมทำไม ประกอบธรรมเพื่ออะไร ประกอบธรรมเพราะเหตุไร ภิกษุผู้เพ่งฌานย่อมไม่เลื่อมใสในการประกอบธรรมนั้น และภิกษุผู้ประกอบธรรมย่อมไม่เลื่อมใสในการเพ่งฌานนั้น ทั้งไม่ปฏิบัติเพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่ชนหมู่มาก ... ฯ
ดูกรท่านผู้มีอายุทั้งหลาย อนึ่ง ภิกษุผู้ประกอบธรรมในธรรมวินัยนี้ ย่อมสรรเสริญภิกษุผู้ประกอบธรรมเท่านั้น ไม่สรรเสริญภิกษุผู้เพ่งฌาน ภิกษุผู้ประกอบธรรมย่อมไม่เลื่อมใสในการเพ่งฌานนั้น และภิกษุผู้เพ่งฌานย่อมไม่เลื่อมใสในการประกอบธรรมนั้น ทั้งไม่เป็นผู้ปฏิบัติเพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่ชนหมู่มาก ... ฯ
ดูกรท่านผู้มีอายุทั้งหลาย อนึ่ง ภิกษุผู้เพ่งฌานในธรรมวินัยนี้ ย่อมสรรเสริญภิกษุผู้เพ่งฌานเท่านั้น ไม่สรรเสริญภิกษุผู้ประกอบธรรม ภิกษุผู้เพ่งฌานย่อมไม่เลื่อมใสในการประกอบธรรมนั้น และภิกษุผู้ประกอบธรรมย่อมไม่เลื่อมใสในการเพ่งฌานนั้น ทั้งไม่ปฏิบัติเพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่ชนหมู่มาก เพื่อความสุขแก่ชนหมู่มาก เพื่อประโยชน์ เพื่อเกื้อกูลแก่ชนหมู่มาก เพื่อความสุขแก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ฯ
เพราะเหตุนั้นแหละ ท่านทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้ว่า เราทั้งหลายเป็นผู้ประกอบธรรมจักสรรเสริญภิกษุผู้เพ่งฌาน ดูกรท่านผู้มีอายุทั้งหลาย ท่านทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้แล ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะว่า บุคคลผู้ที่ถูกต้องอมตธาตุด้วยกาย เป็นอัจฉริยบุคคล หาได้ยากในโลก ฯ
เพราะเหตุนั้นแหละ ท่านทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้ว่า เราทั้งหลายเป็นผู้เพ่งฌานจักสรรเสริญภิกษุผู้ประกอบธรรม ดูกรท่านผู้มีอายุทั้งหลาย ท่านทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้แลข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะว่า บุคคลผู้ที่แทงทะลุเห็นข้ออรรถอันลึกซึ้งด้วยปัญญานั้น เป็นอัจฉริยบุคคล หาได้ยากในโลก ฯ
จบสูตรที่ ๔
จบ ๔. มหาจุนทสูตร