arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย · ภิกขุนีสังยุต

๑๐. วชิราสูตร เล่ม ๑๕

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๕๕๒–๕๕๔ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๐/๑๐ ในภิกขุนีสังยุตมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

. วชิราสุตฺต

๑๐. วชิราสูตร

ว่าด้วยวชิราภิกษุณี

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค ภิกขุนีสังยุต วชิราสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๕ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๕ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๕ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๕)

บาลี (มหาจุฬาฯ) เล่ม ๑๕ หน้า ๑๖๒–๑๖๓ · ไทย (มหาจุฬาฯ ๒) เล่ม ๑๕ หน้า ๒๒๗–๒๒๘

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เอวมฺเม สุตํ:- เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. อถ โข วชิรา ภิกฺขุนี ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย สาวตฺถึ ปิณฺฑาย ปาวิสิ, สาวตฺถิยํ ปิณฺฑาย จริตฺวา ปจฺฉาภตฺตํ ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺตา เยน อนฺธวนํ เตนุปสงฺกมิ ทิวาวิหาราย, อนฺธวนํ อชฺโฌคาเหตฺวา อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเล ทิวาวิหารํ นิสีทิ. อถ โข มาโร ปาปิมา วชิราย ภิกฺขุนิยา ภยํ ฉมฺภิตตฺตํ โลมหํสํ อุปฺปาเทตุกาโม สมาธิมฺหา จาเวตุกาโม เยน วชิรา ภิกฺขุนี เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา วชิรํ ภิกฺขุนึ คาถาย อชฺฌภาสิ:-

เกนายํ ปกโต สตฺโต กุวํ (๑) สตฺตสฺส การโก

กุวํ สตฺโต สมุปฺปนฺโน กุวํ สตฺโต นิรุชฺฌตีติ.

อถ โข วชิราย ภิกฺขุนิยา เอตทโหสิ “โก นุ ขฺวายํ, มนุสฺโส วา อมนุสฺโส วา คาถํ ภาสตี”ติ. อถ โข วชิราย ภิกฺขุนิยา เอตทโหสิ “มาโร โข อยํ ปาปิมา มม ภยํ ฉมฺภิตตฺตํ โลมหํสํ อุปฺปาเทตุกาโม สมาธิมฺหา จาเวตุกาโม คาถํ ภาสตี”ติ. อถ โข วชิรา ภิกฺขุนี “มาโร อยํ ปาปิมา” อิติ วิทิตฺวา มารํ ปาปิมนฺตํ คาถาหิ ปจฺจภาสิ:-

กึ นุ สตฺโตติ ปจฺเจสิ (๒) มาร ทิฏฺฐิคตํ นุ เต

สุทฺธสงฺขารปุญฺโชยํ นยิธ สตฺตุปลพฺภติ.

ยถา หิ องฺคสมฺภารา โหติ สทฺโท รโถ อิติ

เอวํ ขนฺเธสุ สนฺเตสุ โหติ สตฺโตติ สมฺมติ. (๓)

ทุกฺขเมว หิ สมฺโภติ ทุกฺขํ ติฏฺฐติ เวติ จ

นาญฺญตฺร ทุกฺขา สมฺโภติ นาญฺญตฺร (๔) ทุกฺขา นิรุชฺฌตีติ.

อถ โข มาโร ปาปิมา “ชานาติ มํ วชิรา ภิกฺขุนี”ติ ทุกฺขี ทุมฺมโน ตตฺเถวนฺตรธายีติ. ภิกฺขุนีสํยุตฺตํ สมตฺตํ. ตสฺสุทฺทานํ

อาฬวิกา จ โสมา จ โคตมี วิชยา สห

อุปฺปลวณฺณา จ จาลา อุปจาลา สีสุปจาลา จ

เสลา วชิราย เต ทสาติ.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ก. กฺวจิ
  2. ๒ก. ปจฺเจสิ
  3. ๓ฉ.ม.อิ. สมฺมุติ
  4. ๔ฉ.ม. นาญฺญํ
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี ครั้นเวลาเช้า วชิราภิกษุณีครองอันตรวาสก ถือบาตร และจีวร เข้าไปบิณฑบาตยังกรุงสาวัตถี กลับจากบิณฑบาต ภายหลังจากฉัน ภัตตาหารเสร็จแล้ว เข้าไปยังป่าอันธวันเพื่อพักกลางวัน ถึงป่าอันธวันแล้ว จึงนั่งพัก กลางวันที่โคนต้นไม้แห่งหนึ่งลำดับนั้น มารผู้มีบาปประสงค์จะให้วชิราภิกษุณีเกิดความกลัว ความหวาด สะดุ้ง ความขนพองสยองเกล้า และประสงค์จะให้เคลื่อนจากสมาธิ จึงเข้าไปหา วชิราภิกษุณีถึงที่นั่งพักแล้วได้กล่าวกับวชิราภิกษุณีด้วยคาถาว่าใครสร้างสัตว์นี้ ผู้สร้างสัตว์อยู่ที่ไหน

สัตว์เกิดขึ้นที่ไหน สัตว์ดับที่ไหน

ลำดับนั้น วชิราภิกษุณีได้มีความคิดดังนี้ว่า “นี่ใครหนอมากล่าวคาถา จะเป็น มนุษย์หรืออมนุษย์กันแน่” ทันใดนั้น วชิราภิกษุณีได้มีความคิดดังนี้อีกว่า “นี่คือมารผู้มีบาป ประสงค์จะให้เราเกิดความกลัว ความหวาดสะดุ้ง ความขนพองสยองเกล้า และประสงค์จะให้เคลื่อนจากสมาธิ จึงกล่าวคาถา”

ครั้งนั้นแล วชิราภิกษุณีทราบว่า “นี่คือมารผู้มีบาป” จึงได้กล่าวกับมาร ผู้มีบาปด้วยคาถาว่า

มารเอ๋ย ทิฏฐิของเจ้าเชื่อว่าอะไรเป็นสัตว์

กองแห่งสังขารล้วน ๆ นี้

บัณฑิตจะเรียกว่าสัตว์ไม่ได้เลย

เมื่อขันธ์ทั้งหลายมีอยู่ การสมมติว่าสัตว์ก็มีได้

เหมือนคำว่ารถมีได้เพราะประกอบส่วนต่าง ๆ เข้าด้วยกัน

อนึ่ง ทุกข์เท่านั้นเกิดขึ้น

ทุกข์เท่านั้นดำรงอยู่และแปรผันไป

นอกจากทุกข์ ไม่มีสิ่งอื่นเกิดขึ้น

นอกจากทุกข์ ไม่มีอะไรอื่นดับไป

ลำดับนั้น มารผู้มีบาปเป็นทุกข์เสียใจว่า “วชิราภิกษุณีรู้จักเรา” จึงหายตัวไป ณ ที่นั้นเอง

วชิราสูตรที่ ๑๐ จบ

ภิกขุนีสังยุต จบบริบูรณ์

รวมพระสูตรที่มีในสังยุตนี้ คือ

๑. อาฬวิกาสูตร ๒. โสมาสูตร

๓. กีสาโคตมีสูตร ๔. วิชยาสูตร

๕. อุปปลวัณณาสูตร ๖. จาลาสูตร

๗. อุปจาลาสูตร ๘. สีสุปจาลาสูตร

๙. เสลาสูตร ๑๐. วชิราสูตร

เชิงอรรถ (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. ๑ดูเทียบ ขุ.ม. (แปล) ๒๙/๑๘๖/๓๗๑

จบ ๑๐. วชิราสูตร