พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย โกสลสังยุตต์ · ตติยวรรค
๒. อัยยิกาสูตร เล่ม ๑๕
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๙๙–๔๐๑ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๒/๕ ในตติยวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค โกสลสังยุตต์ ตติยวรรค อัยยิกาสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๕ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๕ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๔ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๕)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๑๕ หน้า ๑๖๗–๑๖๘
๒. อัยยิกาสูตร
ว่าด้วยสัตว์ย่อมเป็นไปตามยถากรรม
{๓๙๙} [๑๓๓] เรื่องเกิดขึ้นที่พระนครสาวัตถี
ครั้งนั้นแล พระเจ้าปเสนทิโกศลเสด็จเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับแต่วัน ครั้นแล้วได้ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วประทับนั่ง ณ ที่สมควรข้างหนึ่ง
พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสกะท้าวเธอผู้ประทับนั่งแล้วว่า “เชิญเถอะ มหาบพิตร มหาบพิตรเสด็จมาจากไหนหนอแต่ยังวัน”
พระเจ้าปเสนทิโกศลกราบทูลว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระอัยยิกาของหม่อมฉันผู้ทรงพระชรา เป็นผู้เฒ่าผู้ใหญ่ ล่วงกาลผ่านวัย มีพระชนมายุถึง ๑๒๐ พรรษา ได้เสด็จทิวงคตเสียแล้ว พระองค์เป็นที่รักเป็นที่พอใจของหม่อมฉันมาก พระพุทธเจ้าข้า แม้หากหม่อมฉันจะพึงได้สมหวังว่า ‘ขอพระอัยยิกาของเราอย่าได้เสด็จทิวงคตเลย’ ดังนี้ ด้วยการใช้ช้างแก้วเข้าแลก หม่อมฉันก็จะให้ช้างแก้วแลกไว้เพื่อให้ได้สมหวัง พระพุทธเจ้าข้า แม้หากหม่อมฉันจะพึงได้สมหวังว่า ‘ขอพระอัยยิกาของเราอย่าได้เสด็จทิวงคตเลย’ ดังนี้ ด้วยการใช้ม้าแก้วเข้าแลกหม่อมฉันก็จะให้ม้าแก้วแลกไว้เพื่อให้ได้สมหวัง
พระพุทธเจ้าข้า แม้หากหม่อมฉันจะพึงได้สมหวังว่า ‘ขอพระอัยยิกาของเราอย่าได้เสด็จทิวงคตเลย’ ดังนี้ ด้วยการใช้หมู่บ้านเข้าแลก หม่อมฉันก็จะให้หมู่บ้านแลกไว้ พระพุทธเจ้าข้า แม้หากหม่อมฉันจะพึงได้สมหวังว่า ‘ขอพระอัยยิกาของเราอย่าได้เสด็จทิวงคตเลย’ ดังนี้ ด้วยการใช้ชนบทเข้าแลก หม่อมฉันก็จะให้ชนบทแลกไว้เพื่อให้ได้สมหวัง พระผู้มีพระภาคเจ้าเคยตรัสไว้ดังนี้ว่า ‘สัตว์ทั้งหลายทั้งปวงมีความตายเป็นธรรมดา มีความตายเป็นที่สุด ไม่ล่วงพ้นความตายไปได้เลย’ ดังนี้ น่าอัศจรรย์นัก พระพุทธเจ้าข้า น่าแปลกใจนัก พระพทธเจ้าข้า ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสพระดำรัสนี้ได้
แจ่มแจ้งว่า ‘สัตว์ทั้งหลายทั้งปวงมีความตายเป็นธรรมดา มีความตายเป็นที่สุด ไม่ล่วงพ้นความตายไปได้เลย’ ดังนี้”
{๔๐๐} พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า “ข้อนั้นเป็นอย่างนั้น มหาบพิตร ข้อนั้นเป็นอย่างนั้น มหาบพิตร สัตว์ทั้งหลายทั้งปวงมีความตายเป็นธรรมดา มีความตายเป็นที่สุด ไม่ล่วงพ้นความตายไปได้เลย ดูก่อนมหาบพิตร เปรียบเหมือนภาชนะของช่างหม้อชนิดใดชนิดหนึ่ง ไม่ว่ายังดิบหรือเผาสุกแล้ว ภาชนะเหล่านั้นทั้งหมดมีความแตกเป็นธรรมดา มีความแตกเป็นที่สุด ไม่ล่วงพ้นความแตกไปได้ ฉันใด สัตว์ทั้งหลายทั้งปวงก็มีความตายเป็นธรรมดา มีความตายเป็นที่สุด ไม่ล่วงพ้นความตายไปได้ ฉันนั้นเหมือนกัน”{๔๐๑} พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้สุคตศาสดาครั้นตรัสไวยากรณภาษิตนี้จบแล้ว จึงได้ตรัสพระคาถาประพันธ์ต่อไปอีกว่า
สัตว์ทั้งหลายทั้งปวงจักต้องตายแน่ เพราะว่าชีวิตมีความตายเป็นที่สุด สัตว์ทั้งหลายจักไปตามกรรม เข้าถึงผลแห่งบุญและบาป
ผู้มีกรรมเป็นบาปจักไปสู่นรก ส่วนผู้มีกรรมเป็นบุญจักไปสู่สุคติ เพราะฉะนั้น พึงทำกัลยาณกรรมสะสมไว้เป็นสมบัติในปรโลก เพราะว่าบุญทั้งหลายย่อมเป็นที่พึ่งของเหล่าสัตว์ในปรโลก
๓. โลกสูตร
ว่าด้วยธรรมที่ไม่เกิดประโยชน์แก่ชาวโลก
{๔๐๒} [๑๓๔] เรื่องเกิดขึ้นที่พระนครสาวัตถี
พระเจ้าปเสนทิโกศลผู้ประทับนั่ง ณ ที่สมควรข้างหนึ่งแล้วได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ มีธรรมกี่ประการ ที่เมื่อเกิดขึ้น
จบ ๒. อัยยิกาสูตร