arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย โกสลสังยุตต์ · ตติยวรรค

๒. อัยยิกาสูตร เล่ม ๑๕

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๙๙–๔๐๑ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๒/๕ ในตติยวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ทุติยํ อยฺยิกาสุตฺตํ

อัยยิกาสูตรที่ ๒

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค โกสลสังยุตต์ ตติยวรรค อัยยิกาสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๕ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๕ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๔ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๕)

บาลี (สยามรัฐ)

สาวตฺถีนิทานํ ฯ อถ โข ราชา ปเสนทิโกสโล ทิวาทิวสฺส เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺนํ โข ราชานํ ปเสนทิโกสลํ ภควา เอตทโวจ หนฺท กุโต นุ ตฺวํ มหาราช อาคจฺฉสิ ทิวาทิวสฺสาติ ฯ อยฺยิกา ๑ เม ภนฺเต กาลกตา ชิณฺณา วุฑฺฒา ๒ มหลฺลิกา อทฺธคตา วโย อนุปฺปตฺตา วีสวสฺสสติกา ชาติยา อยฺยิกา โข ปน [๓]- ภนฺเต ปิยา อโหสิ มนาปา หตฺถิรตเนน เจปหํ ๔ ภนฺเต ลเภยฺยํ มา เม อยฺยิกา กาลมกาสีติ หตฺถิรตนํปหํ ทเทยฺยํ มา เม อยฺยิกา กาลมกาสีติ อสฺสรตเนน เจปหํ ภนฺเต ลเภยฺยํ มา เม อยฺยิกา กาลมกาสีติ อสฺสรตนํปหํ ทเทยฺยํ มา เม อยฺยิกา กาลมกาสีติ คามวเรน เจปหํ ภนฺเต ลเภยฺยํ มา เม อยฺยิกา กาลมกาสีติ คามวรํปหํ ทเทยฺยํ มา เม อยฺยิกา กาลมกาสีติ ชนปเทน ๕ เจปหํ ภนฺเต ลเภยฺยํ มา เม อยฺยิกา กาลมกาสีติ ชนปทํปหํ ๖ ทเทยฺยํ มา เม อยฺยิกา กาลมกาสีติ [๗]- อจฺฉริยํ ภนฺเต อพฺภูตํ ภนฺเต ยาว สุภาสิตญฺจิทํ ภนฺเต ภควตา สพฺเพ สตฺตา มรณธมฺมา มรณปริโยสานา มรณํ อนตีตาติ ฯ

ฉบับหลวง

สาวัตถีนิทาน ฯ

ครั้งนั้นแลเป็นเวลากลางวัน พระเจ้าปเสนทิโกศลเสด็จเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายอภิวาทพระผู้มีพระภาคแล้ว ประทับอยู่ ณ ที่ควร ส่วนข้างหนึ่ง ฯ

พระผู้มีพระภาคได้ตรัสกะท้าวเธอผู้ประทับนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งว่า เชิญเถิดมหา

บพิตร พระองค์เสด็จมาจากไหนหนอแต่วัน ฯ

พระเจ้าปเสนทิโกศลกราบทูลว่า พระพุทธเจ้าข้า พระอัยยิกาของหม่อม ฉัน ผู้ทรงชรา

เป็นผู้เฒ่า เป็นผู้ใหญ่ ล่วงกาลผ่านวัย มีพระชนม์พรรษา ๑๒๐ พรรษา ได้เสด็จทิวงคตเสีย

แล้ว ท่านเป็นที่รัก เป็นที่พอใจของหม่อมฉันมาก พระพุทธเจ้าข้า หากหม่อมฉันจะพึงได้

สมหวังว่า ขอพระอัยยิกาเจ้าของเราอย่าได้ เสด็จทิวงคตเลย ดังนี้ แม้ด้วยใช้ช้างแก้วแลกไซร้

หม่อมฉันพึงให้แม้ซึ่งช้างแก้ว เพื่อให้ได้สมหวัง ดังนี้ พระพุทธเจ้าข้า หากหม่อมฉันพึงได้

สมหวังว่า ขอพระอัยยิกาเจ้าของเราอย่าได้เสด็จทิวงคตเลย แม้ด้วยใช้ม้าแก้วแลกไซร้ หม่อมฉันพึงให้แม้ซึ่งม้าแก้วเพื่อให้ได้สมหวัง พระพุทธเจ้าข้า หากหม่อมฉันพึงได้สมหวัง ว่า ขอพระอัยยิกาเจ้าของเราอย่าได้เสด็จทิวงคตเลย ดังนี้ แม้ด้วยใช้บ้านส่วย แลกไซร้ หม่อมฉันพึงให้แม้ซึ่งบ้านส่วยเพื่อให้ได้สมหวัง พระพุทธเจ้าข้า หาก หม่อมฉันพึงได้สมหวังว่า ขอพระอัยยิกาเจ้าของเราอย่าได้เสด็จทิวงคตเลย ดังนี้แม้ด้วยใช้ชนบทแลกไซร้ หม่อมฉันพึงให้แม้ซึ่งชนบทเพื่อให้ได้สมหวัง พระพุทธเจ้าข้า พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสคำนี้ไว้ว่า สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง

มีมรณะ เป็นธรรมดา มีมรณะเป็นที่สุด ไม่ล่วงพ้นมรณะไปได้เลย ดังนี้นั้น เป็นคำตรัสที่ชอบเป็นของอัศจรรย์ ไม่เคยมีมาแล้ว ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

เอวเมตํ มหาราช เอวเมตํ มหาราช สพฺเพ สตฺตา มรณธมฺมา มรณปริโยสานา มรณํ อนตีตา ฯ เสยฺยถาปิ มหาราช ยานิกานิจิ กุมฺภการกภาชนานิ อามกานิ เจว ปกฺกานิ จ สพฺพานิ ตานิ เภทนธมฺมานิ เภทนปริโยสานานิ เภทนํ อนตีตานิ เอวเมว โข มหาราช สพฺเพ สตฺตา มรณธมฺมา มรณปริโยสานา มรณํ อนตีตาติ ฯ

๑ สี. ยุ. อยฺยกา ฯ ๒ สี. วุทฺธา ฯ ๓ ม. ยุ. เอตฺถนฺตเร เมสทฺโท ทิสฺสติ ฯ

๔ ม. ยุ. ปาหํ ฯ ๕ สี. ชนปทปเทเสน ฯ ๖ สี. ม. ชนปทปเทสํ ฯ ๗ ม. ยุ.

สพฺเพ สตฺตา ฯเปฯ มรณํ อนตีตาตีติ ฯ อิเม ปาฐา ทิสฺสนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ข้อนั้นเป็นอย่างนั้น มหาบพิตร ข้อนั้น เป็นอย่างนั้นมหาบพิตร สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง มีความตายเป็นธรรมดา มีความ ตายเป็นที่สุด ไม่ล่วงพ้นความตายไปได้เลย ดูกรมหาบพิตร ภาชนะดิน ชนิดใดชนิดหนึ่ง ทั้งที่ดิบทั้งที่สุก ภาชนะดินเหล่านั้นทั้งหมด มีความแตกเป็นธรรมดา มีความแตกเป็นที่สุด ไม่ล่วงพ้นความแตกไปได้เลยแม้ฉันใด ดูกรมหาบพิตร สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง มีความตายเป็นธรรมดา มีความตายเป็นที่สุดไม่ล่วงพ้นความตายไปได้เลย ฉันนั้นเหมือนกันแล ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

อิทมโวจ ฯเปฯ

สพฺเพ สตฺตา มริสฺสนฺติ มรณนฺตํ หิ ชีวิตํ

ยถากมฺมํ คมิสฺสนฺติ ปุญฺญปาปผลูปคา

นิรยํ ปาปกมฺมนฺตา ปุญฺญกมฺมา จ สุคตึ

ตสฺมา กเรยฺย กลฺยาณํ นิจยํ สมฺปรายิกํ

ปุญฺญานิ ปรโลกสฺมึ ปติฏฺฐา โหนฺติ ปาณินนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

พระผู้มีพระภาคผู้พระสุคตศาสดา ครั้นตรัสไวยากรณ์ภาษิตนี้จบลงแล้ว จึงได้ตรัสคาถาประพันธ์ต่อไปอีกว่า

สัตว์ทั้งหลายทั้งปวงต้องตาย เพราะชีวิตมีความตายเป็นที่สุด สัตว์

ทั้งหลายจักไปตามกรรม เข้าถึงผลแห่งบุญและบาป คือ ผู้มีกรรมเป็นบาป จักไปสู่นรก ส่วนผู้มีกรรมเป็นบุญ จักไปสู่สุคติ ฯ

เพราะฉะนั้น พึงทำกรรมงามอันจะนำไปสู่สัมปรายภพ สั่งสมไว้ บุญทั้งหลายย่อมเป็นที่พึ่งของสัตว์ทั้งหลายในปรโลก ฯ

จบ ๒. อัยยิกาสูตร