arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธสังยุต มัชฌิมปัณณาสก์ · อุปายวรรค

๘. มหาลิสูตร เล่ม ๑๗

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๓๑–๑๓๒ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๘/๑๐ ในอุปายวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค ขันธสังยุต มัชฌิมปัณณาสก์ อุปายวรรค มหาลิสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๗)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๑๗ หน้า ๙๒–๙๕

หน้า ๙๒

ด้วยปัญญาอันชอบตามความเป็นจริงอย่างนี้ว่า ‘นั่นไม่ใช่ของเรา เราไม่เป็นนั่น นั่นไม่ใช่อัตตาของเรา’

วิญญาณอย่างใดอย่างหนึ่งที่เป็นอดีตก็ดี อนาคตก็ดี ปัจจุบันก็ดี ที่มีภายในหรือภายนอกก็ดี หยาบหรือละเอียดก็ดี เลวหรือประณีตก็ดี ทั้งที่อยู่ในที่ไกลหรือใกล้ก็ดี ทั้งหมดนั้นก็สักแต่ว่าวิญญาณ เธอทั้งหลายพึงเห็นวิญญาณนั้นด้วยปัญญาอันชอบตามความเป็นจริงอย่างนี้ว่า ‘นั่นไม่ใช่ของเรา เราไม่เป็นนั่น นั่นไม่ใช่อัตตาของเรา’

{๑๓๐} ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อริยสาวกผู้ได้สดับแล้วเห็นอยู่อย่างนี้ ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในรูป ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในเวทนา ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในสัญญา ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในสังขารทั้งหลาย ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในวิญญาณ เมื่อเบื่อหน่าย ย่อมคลายกำหนัด เพราะคลายกำหนัด ย่อมหลุดพ้น เมื่อหลุดพ้นแล้ว ย่อมมีญาณหยั่งรู้ว่าหลุดพ้นแล้ว รู้ชัดว่า ‘ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำได้ทำเสร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มีอีก ดังนี้”พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสพระภาษิตนี้จบแล้ว ภิกษุปัญจวัคคีย์ต่างยินดีชื่นชมพระภาษิตของพระผู้มีพระภาคเจ้า ก็แลเมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้ากำลังตรัสไวยากรณภาษิตนี้อยู่ จิตของภิกษุปัญจวัคคีย์ได้หลุดพ้นแล้วจากอาสวะทั้งหลายเพราะไม่ถือมั่น

๘. มหาลิสูตร

ว่าด้วยเหตุปัจจัยแห่งความบริสุทธิ์

{๑๓๑} [๖๐] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ กูฏาคารศาลา ป่ามหาวัน ใกล้พระนครเวสาลี

ครั้งนั้นแล เจ้ามหาลิลิจฉวีได้เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ ครั้นแล้วถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้า นั่ง ณ ที่สมควรข้างหนึ่งแล้วได้

หน้า ๙๓

กราบทูลพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ท่านปูรณกัสสปะ สอนอย่างนี้ว่า ‘เหตุไม่มี ปัจจัยไม่มีเพื่อความเศร้าหมองของสัตว์ทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลายไม่มีเหตุ ไม่มีปัจจัย ย่อมเศร้าหมองเอง เหตุไม่มี ปัจจัยไม่มีเพื่อความบริสุทธิ์ของสัตว์ทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลายไม่มีเหตุ ไม่มีปัจจัย ย่อมบริสุทธิ์เอง’ ดังนี้ ในข้อนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสสอนอย่างไร”

พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า “ดูก่อนมหาลิ เหตุมี ปัจจัยมีเพื่อความเศร้าหมองของสัตว์ทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลายมีเหตุ มีปัจจัย จึงเศร้าหมอง ดูก่อนมหาลิ เหตุมี ปัจจัยมีเพื่อความบริสุทธิ์ของสัตว์ทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลายมีเหตุมีปัจจัย จึงบริสุทธิ์”

“ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ก็เหตุปัจจัยเพื่อความเศร้าหมองของสัตว์ทั้งหลายเป็นไฉน สัตว์ทั้งหลายมีเหตุ มีปัจจัย จึงเศร้าหมองอย่างไร”

“ดูก่อนมหาลิ ก็ถ้ารูปนี้จักมีทุกข์โดยส่วนเดียว ได้แต่ถูกทุกข์ติดตาม ถูกทุกข์เยี่ยมกราย อันสุขมิได้เยี่ยมกรายบ้างแล้วไซร้ สัตว์ทั้งหลายก็จะไม่พึงยินดีในรูป แต่เพราะรูปยังมีสุข สุขยังติดตาม สุขยังเยี่ยมกราย มิได้มีแต่ทุกข์เยี่ยมกราย ฉะนั้น สัตว์ทั้งหลายจึงยังยินดีในรูป เพราะยินดี จึงประกอบกิจ เพราะยังประกอบกิจ จึงเศร้าหมอง ดูก่อนมหาลิ แม้ข้อนี้ก็เป็นเหตุเป็นปัจจัยเพื่อความเศร้าหมองของสัตว์ทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลายมีเหตุ มีปัจจัย จึงเศร้าหมองแม้ด้วยอาการอย่างนี้ดูก่อนมหาลิ ก็ถ้าเวทนานี้จักมีทุกข์โดยส่วนเดียว ได้แต่ถูกทุกข์ติดตาม ถูกทุกข์เยี่ยมกราย อันสุขมิได้เยี่ยมกรายบ้างแล้วไซร้ สัตว์ทั้งหลายก็จะไม่พึงยินดีในเวทนา แต่เพราะเวทนายังมีสุข สุขยังติดตาม สุขยังเยี่ยมกราย มิได้มีแต่ทุกข์เยี่ยมกราย ฉะนั้น สัตว์ทั้งหลายจึงยังยินดีในเวทนา เพราะยินดี จึงประกอบกิจ เพราะยังประกอบกิจ จึงเศร้าหมอง ดูก่อนมหาลิ แม้ข้อนี้ก็เป็นเหตุเป็นปัจจัยเพื่อความเศร้าหมองของสัตว์ทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลายมีเหตุ มีปัจจัย จึงเศร้าหมองแม้ด้วยอาการอย่างนี้

หน้า ๙๔

ดูก่อนมหาลิ ก็ถ้าสัญญานี้จักมีทุกข์โดยส่วนเดียว ได้แต่ถูกทุกข์ติดตาม ถูกทุกข์เยี่ยมกราย อันสุขมิได้เยี่ยมกรายบ้างแล้วไซร้ สัตว์ทั้งหลายก็จะไม่พึงยินดีในสัญญา แต่เพราะสัญญายังมีสุข สุขยังติดตาม สุขยังเยี่ยมกราย มิได้มีแต่ทุกข์เยี่ยมกราย ฉะนั้น สัตว์ทั้งหลายจึงยังยินดีในสัญญา เพราะยินดี จึงประกอบกิจ เพราะยังประกอบกิจ จึงเศร้าหมอง ดูก่อนมหาลิ แม้ข้อนี้ก็เป็นเหตุเป็นปัจจัยเพื่อความเศร้าหมองของสัตว์ทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลายมีเหตุ มีปัจจัย จึงเศร้าหมองแม้ด้วยอาการอย่างนี้ดูก่อนมหาลิ ก็ถ้าสังขารเหล่านี้จักมีทุกข์โดยส่วนเดียว ได้แต่ถูกทุกข์ติดตาม ถูกทุกข์เยี่ยมกราย

อันสุขมิได้เยี่ยมกรายบ้างแล้วไซร้ สัตว์ทั้งหลายก็จะไม่พึงยินดีในสังขารทั้งหลาย แต่เพราะสังขารทั้งหลายยังมีสุข สุขยังติดตาม สุขยังเยี่ยมกราย มิได้มีแต่ทุกข์เยี่ยมกราย ฉะนั้น สัตว์ทั้งหลายจึงยังยินดีในสังขารทั้งหลาย เพราะยินดี จึงประกอบกิจ เพราะยังประกอบกิจ จึงเศร้าหมอง ดูก่อนมหาลิ แม้ข้อนี้ก็เป็นเหตุเป็นปัจจัยเพื่อความเศร้าหมองของสัตว์ทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลายมีเหตุ มีปัจจัย จึงเศร้าหมองแม้ด้วยอาการอย่างนี้ดูก่อนมหาลิ ก็ถ้าวิญญาณนี้จักมีทุกข์โดยส่วนเดียว ได้แต่ถูกทุกข์ติดตาม ถูกทุกข์เยี่ยมกราย อันสุขมิได้เยี่ยมกรายบ้างแล้วไซร้ สัตว์ทั้งหลายก็จะไม่พึงยินดีในวิญญาณ แต่เพราะวิญญาณยังมีสุข สุขยังติดตาม สุขยังเยี่ยมกราย มิได้มีแต่ทุกข์เยี่ยมกราย ฉะนั้น สัตว์ทั้งหลายจึงยังยินดีในวิญญาณ เพราะยินดี จึงประกอบกิจ เพราะยังประกอบกิจ จึงเศร้าหมอง ดูก่อนมหาลิ แม้ข้อนี้ก็เป็นเหตุเป็นปัจจัยเพื่อความเศร้าหมองของสัตว์ทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลายมีเหตุ มีปัจจัย จึงเศร้าหมองแม้ด้วยอาการอย่างนี้”{๑๓๒} “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ก็เหตุปัจจัยเพื่อความบริสุทธิ์ของสัตว์ทั้งหลายเป็นไฉน สัตว์ทั้งหลายมีเหตุ มีปัจจัย จึงบริสุทธิ์อย่างไร”

หน้า ๙๕

“ดูก่อนมหาลิ ก็ถ้ารูปนี้จักมีสุขโดยส่วนเดียว ได้แต่ถูกสุขติดตาม ถูกสุขเยี่ยมกราย ทุกข์มิได้เยี่ยมกรายบ้างแล้วไซร้ สัตว์ทั้งหลายก็จะไม่พึงเบื่อหน่ายในรูป แต่เพราะรูปยังมีทุกข์ ยังถูกทุกข์ติดตาม ถูกทุกข์เยี่ยมกราย มิได้มีแต่สุขเยี่ยมกราย ฉะนั้น สัตว์ทั้งหลายจึงเบื่อหน่ายในรูป เมื่อเบื่อหน่าย ย่อมคลายกำหนัด เพราะคลายกำหนัด จึงบริสุทธิ์ ดูก่อนมหาลิ แม้ข้อนี้ก็เป็นเหตุเป็นปัจจัยเพื่อความบริสุทธิ์ของสัตว์ทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลายมีเหตุ มีปัจจัย จึงบริสุทธิ์แม้ด้วยอาการอย่างนี้ดูก่อนมหาลิ ก็ถ้าเวทนานี้จักมีสุขโดยส่วนเดียว ...

ดูก่อนมหาลิ ก็ถ้าสัญญานี้จักมีสุขโดยส่วนเดียว ...

ดูก่อนมหาลิ ก็ถ้าสังขารเหล่านี้จักมีสุขโดยส่วนเดียว ...

ดูก่อนมหาลิ ก็ถ้าวิญญาณนี้จักมีสุขโดยส่วนเดียว ได้แต่ถูกสุขติดตาม ถูกสุขเยี่ยมกราย ทุกข์มิได้เยี่ยมกรายบ้างแล้วไซร้ สัตว์ทั้งหลายก็จะไม่พึงเบื่อหน่ายในวิญญาณ แต่เพราะวิญญาณยังมีทุกข์ ยังถูกทุกข์ติดตาม ถูกทุกข์เยี่ยมกราย มิได้มีแต่สุขเยี่ยมกราย ฉะนั้น สัตว์ทั้งหลายจึงเบื่อหน่ายในวิญญาณ เมื่อเบื่อหน่าย ย่อมคลายกำหนัด เพราะคลายกำหนัด จึงบริสุทธิ์ ดูก่อนมหาลิ แม้ข้อนี้ก็เป็นเหตุเป็นปัจจัยเพื่อความบริสุทธิ์ของสัตว์ทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลายมีเหตุ มีปัจจัย จึงบริสุทธิ์แม้ด้วยอาการอย่างนี้”

๙. อาทิตตสูตร

ว่าด้วยขันธ์ ๕ เป็นของร้อน

{๑๓๓} [๖๑] เรื่องเกิดขึ้นที่พระนครสาวัตถี

ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสดังนี้ว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณเป็นของร้อน ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย

จบ ๘. มหาลิสูตร