arnon.world

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธสังยุต มัชฌิมปัณณาสก์ · อุปายวรรค

๘. มหาลิสูตร เล่ม ๑๗

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๓๑–๑๓๒ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๘/๑๐ ในอุปายวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

๘. มหาลิสูตร

ว่าด้วยเหตุปัจจัยแห่งความบริสุทธิ์

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค ขันธสังยุต มัชฌิมปัณณาสก์ อุปายวรรค มหาลิสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๗)

บาลี (สยามรัฐ)

เอกํ สมยํ ภควา เวสาลิยํ วิหรติ มหาวเน กูฏาคารสาลายํ ฯ อถ โข มหลิ ๓ ลิจฺฉวี เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ ฯเปฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข มหลิ ลิจฺฉวี ภควนฺตํ เอตทโวจ ปูรโณ ภนฺเต กสฺสโป เอวมาห นตฺถิ เหตุ นตฺถิ ปจฺจโย สตฺตานํ สงฺกิเลสาย อเหตู อปฺปจฺจยา สตฺตา สงฺกิลิสฺสนฺติ นตฺถิ เหตุ นตฺถิ ปจฺจโย สตฺตานํ วิสุทฺธิยา อเหตู อปฺปจฺจยา สตฺตา วิสุชฺฌนฺตีติ ฯ อิธ ภควา กิมาหาติ ฯ อตฺถิ มหลิ เหตุ อตฺถิ ปจฺจโย สตฺตานํ สงฺกิเลสาย สเหตู สปฺปจฺจยา สตฺตา สงฺกิลิสฺสนฺติ อตฺถิ มหลิ เหตุ อตฺถิ ปจฺจโย สตฺตานํ วิสุทฺธิยา สเหตู สปฺปจฺจยา สตฺตา วิสุชฺฌนฺตีติ ฯ กตโม ปน ภนฺเต เหตุ กตโม ปจฺจโย สตฺตานํ สงฺกิเลสาย กถํ สเหตู สปฺปจฺจยา สตฺตา สงฺกิลิสฺสนฺตีติ ฯ

รูปญฺจ หิทํ มหลิ เอกนฺตทุกฺขํ อภวิสฺส ทุกฺขานุปติตํ ทุกฺขาวกฺกนฺตํ อนวกฺกนฺตํ สุเขน น ยิทํ สตฺตา รูปสฺมึ สารชฺเชยฺยุํ ฯ ยสฺมา จ โข มหลิ รูปํ สุขํ สุขานุปติตํ สุขาวกฺกนฺตํ อนวกฺกนฺตํ ๑ ทุกฺเขน ตสฺมา สตฺตา รูปสฺมึ สารชฺชนฺติ สาราคา สญฺญุชฺชนฺติ สญฺโญคา สงฺกิลิสฺสนฺติ ฯ อยํปิ ๒ โข มหลิ เหตุ อยํ ปจฺจโย สตฺตานํ สงฺกิเลสาย ฯ เอวํปิ ๓ สเหตู สปฺปจฺจยา สตฺตา สงฺกิลิสฺสนฺติ ฯ เวทนา จ หิทํ มหลิ เอกนฺตทุกฺขา อภวิสฺส ทุกฺขานุปติตา ทุกฺขาวกฺกนฺตา อนวกฺกนฺตา สุเขน น ยิทํ สตฺตา เวทนาย สารชฺเชยฺยุํ ฯ ยสฺมา จ โข มหลิ เวทนา สุขา สุขานุปติตา สุขาวกฺกนฺตา อนวกฺกนฺตา ทุกฺเขน ตสฺมา สตฺตา เวทนาย สารชฺชนฺติ สาราคา สญฺญุชฺชนฺติ สญฺโญคา สงฺกิลิสฺสนฺติ ฯ

อยํปิ โข มหลิ เหตุ อยํ ปจฺจโย สตฺตานํ สงฺกิเลสาย ฯ เอวํปิ สเหตู สปฺปจฺจยา สตฺตา สงฺกิลิสฺสนฺติ ฯ สญฺญา จ หิทํ มหลิ ฯ สงฺขารา จ หิทํ มหลิ เอกนฺตทุกฺขา อภวิสฺสํสุ ทุกฺขานุปติตา ทุกฺขาวกฺกนฺตา อนวกฺกนฺตา สุเขน น ยิทํ สตฺตา สงฺขาเรสุ สารชฺเชยฺยุํ ฯ ยสฺมา จ โข มหลิ สงฺขารา สุขา สุขานุปติตา สุขาวกฺกนฺตา อนวกฺกนฺตา ทุกฺเขน ตสฺมา สตฺตา สงฺขาเรสุ สารชฺชนฺติ สาราคา สญฺญุชฺชนฺติ สญฺโญคา สงฺกิลิสฺสนฺติ ฯ อยํปิ โข มหลิ เหตุ อยํ ปจฺจโย สตฺตานํ สงฺกิเลสาย ฯ เอวํปิ สเหตู สปฺปจฺจยา สตฺตา สงฺกิลิสฺสนฺติ ฯ วิญฺญาณญฺจ หิทํ มหลิ เอกนฺตทุกฺขํ อภวิสฺส ทุกฺขานุปติตํ ทุกฺขาวกฺกนฺตํ อนวกฺกนฺตํ สุเขน น ยิทํ สตฺตา วิญฺญาณสฺมึ สารชฺเชยฺยุํ ฯ ยสฺมา จ โข มหลิ วิญฺญาณํ สุขํ สุขานุปติตํ สุขาวกฺกนฺตํ อนวกฺกนฺตํ ทุกฺเขน ตสฺมา สตฺตา วิญฺญาณสฺมึ สารชฺชนฺติ สาราคา สญฺญุชฺชนฺติ สญฺโญคา สงฺกิลิสฺสนฺติ ฯ อยํปิ โข มหลิ เหตุ อยํ ปจฺจโย สตฺตานํ สงฺกิเลสาย ฯ เอวํปิ สเหตู สปฺปจฺจยา สตฺตา สงฺกิลิสฺสนฺตีติ ฯ

๑ วิมุตฺตมฺหีตีติ วา ปาโฐ ฯ ๒ โป. อภินนฺทุนฺติ ฯ ๓ โป. ม. ยุ. มหาลิ ฯ

๑ โป. อวกฺกนฺตํ ทุกฺเขน ฯ ๒ ม. อยํ ฯ ๓ ม. เอวํ ฯ

ฉบับหลวง

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ กูฏาคารศาลาป่ามหาวัน ใกล้พระนครเวสาลี. ครั้งนั้นแล เจ้ามหาลิลิจฉวีได้เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายอภิวาทแล้ว นั่งณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้ว ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ท่านปูรณกัสสปพูดอย่างนี้ว่า เหตุไม่มี ปัจจัยไม่มี เพื่อความเศร้าหมองของสัตว์ สัตว์ทั้งหลายไม่มีเหตุ ไม่มีปัจจัย ย่อมเศร้าหมองเอง เหตุไม่มี ปัจจัยไม่มี เพื่อความบริสุทธิ์ของสัตว์ สัตว์ทั้งหลาย ไม่มีเหตุ ไม่มีปัจจัย ย่อมบริสุทธิ์เอง. ในข้อนี้ พระผู้มีพระภาคตรัสอย่างไร? พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรมหาลิ เหตุมี ปัจจัยมี เพื่อความเศร้าหมองของสัตว์ สัตว์ทั้งหลายมีเหตุ มีปัจจัย ย่อมเศร้าหมอง เหตุมี ปัจจัยมี เพื่อความบริสุทธิ์ของสัตว์ สัตว์ทั้งหลายมีเหตุมีปัจจัย ย่อมบริสุทธิ์.

ม. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ก็เหตุปัจจัยเพื่อความเศร้าหมองของสัตว์เป็นไฉน? สัตว์ทั้งหลายมีเหตุ มีปัจจัย ย่อมเศร้าหมองอย่างไร?

พ. ดูกรมหาลิ ก็หากรูปนี้ จะเป็นทุกข์ถ่ายเดียว รังแต่ทุกข์ตามสนอง หยั่งลงสู่ความทุกข์ มิได้ประกอบด้วยสุขบ้างแล้ว สัตว์ทั้งหลาย ก็จะไม่พึงกำหนัดในรูป. ก็เพราะรูปเป็นสุขสุขตามสนอง หยั่งลงสู่ความสุข มิได้ประกอบด้วยทุกข์เสมอไป ฉะนั้น สัตว์ทั้งหลาย จึงกำหนัดในรูป เพราะกำหนัด จึงถูกประกอบเข้าไว้ เพราะถูกประกอบ จึงเศร้าหมอง ดูกรมหาลิแม้ข้อนี้ก็เป็นเหตุ เป็นปัจจัย เพื่อความเศร้าหมองของสัตว์. สัตว์ทั้งหลาย มีเหตุ มีปัจจัยจึงเศร้าหมอง แม้ด้วยอาการอย่างนี้.

ดูกรมหาลิ ก็หากเวทนานี้ เป็นทุกข์ถ่ายเดียว ฯลฯ ก็หากสัญญานี้ เป็นทุกข์ถ่ายเดียว ฯลฯ ก็หากสังขารนี้ เป็นทุกข์ถ่ายเดียว ฯลฯ ก็หากวิญญาณนี้เป็นทุกข์ถ่ายเดียว รังแต่ทุกข์ตามสนอง หยั่งลงสู่ความทุกข์ มิได้ประกอบด้วยสุขบ้างแล้วสัตว์ทั้งหลาย ก็จะไม่พึงกำหนัดในวิญญาณ. ก็เพราะวิญญาณเป็นสุข สุขตามสนอง หยั่งลงสู่ความสุข มิได้ประกอบด้วยทุกข์เสมอไป ฉะนั้น สัตว์ทั้งหลาย จึงกำหนัดในวิญญาณ เพราะกำหนัด จึงถูกประกอบเข้าไว้ เพราะถูกประกอบ จึงเศร้าหมอง. ดูกรมหาลิ แม้ข้อนี้แล ก็เป็นเหตุ เป็นปัจจัย เพื่อความเศร้าหมองของสัตว์. สัตว์ทั้งหลาย มีเหตุ มีปัจจัย จึงเศร้าหมองแม้ด้วยอาการอย่างนี้.

บาลี (สยามรัฐ)

กตโม ปน ภนฺเต เหตุ กตโม ปจฺจโย สตฺตานํ วิสุทฺธิยา กถํ สเหตู สปฺปจฺจยา สตฺตา วิสุชฺฌนฺตีติ ฯ รูปญฺจ หิทํ มหลิ เอกนฺตสุขํ อภวิสฺส สุขานุปติตํ สุขาวกฺกนฺตํ อนวกฺกนฺตํ ทุกฺเขน น ยิทํ สตฺตา รูปสฺมึ นิพฺพินฺเทยฺยุํ ฯ ยสฺมา จ โข มหลิ รูปํ ทุกฺขํ ทุกฺขานุปติตํ ทุกฺขาวกฺกนฺตํ อนวกฺกนฺตํ ๑ สุเขน ตสฺมา สตฺตา รูปสฺมึ นิพฺพินฺทนฺติ นิพฺพินฺทํ วิรชฺชนฺติ วิราคา วิสุชฺฌนฺติ ฯ อยํปิ โข มหลิ เหตุ อยํ ปจฺจโย สตฺตานํ วิสุทฺธิยา ฯ เอวํปิ สเหตู สปฺปจฺจยา สตฺตา วิสุชฺฌนฺติ ฯ เวทนา จ หิทํ มหลิ เอกนฺตสุขา อภวิสฺส ฯเปฯ สญฺญา จ หิทํ มหลิ ฯ สงฺขารา จ หิทํ มหลิ เอกนฺตสุขา อภวิสฺสํสุ ฯ วิญฺญาณญฺจ หิทํ มหลิ เอกนฺตสุขํ อภวิสฺส สุขานุปติตํ สุขาวกฺกนฺตํ อนวกฺกนฺตํ ทุกฺเขน น ยิทํ สตฺตา วิญฺญาณสฺมึ นิพฺพินฺเทยฺยุํ ฯ ยสฺมา จ โข มหลิ วิญฺญาณํ ทุกฺขํ ทุกฺขานุปติตํ ทุกฺขาวกฺกนฺตํ อนวกฺกนฺตํ ๒ สุเขน ตสฺมา สตฺตา วิญฺญาณสฺมึ นิพฺพินฺทนฺติ นิพฺพินฺทํ วิรชฺชนฺติ วิราคา วิสุชฺฌนฺติ ฯ อยํปิ โข มหลิ เหตุ อยํ ปจฺจโย สตฺตานํ วิสุทฺธิยา ฯ เอวํปิ สเหตู สปฺปจฺจยา สตฺตา วิสุชฺฌนฺตีติ ฯ

๑-๒ โป. อวกฺกนฺตํ ทุกฺเขน ฯ

ฉบับหลวง

ม. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ส่วนเหตุปัจจัย เพื่อความบริสุทธิ์ของสัตว์เป็นไฉน? สัตว์ทั้งหลาย มีเหตุ มีปัจจัย ย่อมบริสุทธิ์ได้อย่างไร?

พ. ดูกรมหาลิ ก็หากว่ารูปนี้ จักเป็นสุขถ่ายเดียว สุขตามสนอง หยั่งลงสู่ความสุขมิได้ประกอบด้วยทุกข์บ้างแล้ว สัตว์ทั้งหลาย ก็จะไม่พึงเบื่อหน่ายในรูป. ก็เพราะรูปเป็นทุกข์ทุกข์ตามสนอง หยั่งลงสู่ความทุกข์ มิได้ประกอบด้วยสุขเสมอไป ฉะนั้น สัตว์ทั้งหลาย จึงเบื่อหน่ายในรูป เมื่อเบื่อหน่าย ย่อมคลายกำหนัด เพราะคลายกำหนัดจึงบริสุทธิ์. แม้ข้อนี้แลก็เป็นเหตุ เป็นปัจจัย เพื่อความบริสุทธิ์ของสัตว์. สัตว์ทั้งหลาย มีเหตุ มีปัจจัย จึงบริสุทธิ์แม้ด้วยอาการอย่างนี้. ดูกรมหาลิ ก็หากว่าเวทนาเป็นสุขถ่ายเดียว ฯลฯ สัญญาเป็นสุขถ่ายเดียวฯลฯ สังขารเป็นสุขถ่ายเดียว ฯลฯ วิญญาณเป็นสุขถ่ายเดียว สุขตามสนอง หยั่งลงสู่ความสุข มิได้ประกอบด้วยทุกข์บ้างแล้วไซร้ สัตว์ทั้งหลาย ก็จะไม่พึงเบื่อหน่ายในวิญญาณ.

ก็เพราะวิญญาณเป็นทุกข์ ทุกข์ตามสนอง หยั่งลงสู่ความทุกข์ มิได้ ประกอบด้วยสุขเสมอไปฉะนั้น สัตว์ทั้งหลาย จึงเบื่อหน่ายในวิญญาณ เมื่อเบื่อหน่าย ย่อมคลายกำหนัด เพราะคลายกำหนัด จึงบริสุทธิ์ แม้ข้อนี้แล ก็เป็นเหตุ เป็นปัจจัย เพื่อความบริสุทธิ์ของสัตว์. สัตว์ทั้งหลายมีเหตุ มีปัจจัย จึงบริสุทธิ์ แม้ด้วยอาการอย่างนี้.

จบ สูตรที่ ๘.

จบ ๘. มหาลิสูตร