arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธสังยุต มัชฌิมปัณณาสก์ · อุปายวรรค

๖. พุทธสูตร เล่ม ๑๗

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๒๕–๑๒๖ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๖/๑๐ ในอุปายวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค ขันธสังยุต มัชฌิมปัณณาสก์ อุปายวรรค พุทธสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๗)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๑๗ หน้า ๘๖–๘๗

หน้า ๘๖

แล้ว สมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดหลุดพ้นดีแล้ว สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้นชื่อว่าเสร็จกิจแล้ว สมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดเสร็จกิจแล้ว สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้นย่อมไม่มีวัฏฏะเพื่อความปรากฏอีก

{๑๒๔} ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุชื่อว่าเป็นผู้ฉลาดในฐานะ ๗ ประการอย่างนี้แล

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุเป็นผู้เพ่งพินิจโดยวิธี ๓ ประการเป็นอย่างไรเล่า ภิกษุในธรรมวินัยนี้ย่อมเพ่งพินิจโดยความเป็นธาตุประการหนึ่ง โดยความเป็นอายตนะประการหนึ่ง โดยความเป็นปฏิจจสมุปบาทประการหนึ่ง ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุชื่อว่าเป็นผู้เพ่งพินิจโดยวิธี ๓ ประการอย่างนี้แล

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ฉลาดในฐานะ ๗ ประการ ผู้เพ่งพินิจโดยวิธี ๓ ประการ เราเรียกว่ายอดบุรุษ ผู้เสร็จกิจแล้ว ผู้อยู่จบพรหมจรรย์แล้ว ในธรรมวินัยนี้”

๖. สัมมาสัมพุทธสูตร

ว่าด้วยสาเหตุต่างกันระหว่างพระพุทธเจ้ากับพระสาวก

{๑๒๕} [๕๘] เรื่องเกิดขึ้นที่พระนครสาวัตถี

ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสดังนี้ว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าหลุดพ้นแล้วเพราะเบื่อหน่าย เพราะคลายกำหนัด เพราะความดับ เพราะไม่ถือมั่นรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ถูกเรียกว่า ‘พระสัมมาสัมพุทธเจ้า’ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย แม้ภิกษุผู้เป็นปัญญาวิมุตหลุดพ้นแล้วเพราะเบื่อหน่าย เพราะคลายกำหนัด เพราะความดับ เพราะไม่ถือมั่นรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ก็ถูกเรียกว่า ‘ผู้หลุดพ้นได้ด้วยปัญญา’

หน้า ๘๗

{๑๒๖} ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ในข้อนั้นมีอะไรเป็นข้อแปลกกัน มีอะไรเป็นข้อประสงค์ที่ยิ่งกว่ากัน มีอะไรเป็นเหตุทำให้ต่างกัน ระหว่างพระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้ากับภิกษุผู้เป็นปัญญาวิมุต”

ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ธรรมทั้งหลายของพวกข้าพระองค์มีพระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นหลัก มีพระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นผู้แนะนำ มีพระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นที่รวม ขอประทานพระวโรกาส พระพุทธเจ้าข้า ขอเนื้อความแห่งภาษิตนี้จงแจ่มแจ้งเฉพาะพระผู้มีพระภาคเจ้าเถิด ภิกษุทั้งหลายได้ฟังต่อพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วจักทรงจำไว้”

พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า “ถ้าอย่างนั้น เธอทั้งหลายจงฟัง จงใส่ใจให้ดี เราจักกล่าวให้ฟัง” ภิกษุเหล่านั้นทูลรับพระดำรัสพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว

พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสดังนี้ว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นผู้ยังทางที่ยังไม่เกิดให้เกิดขึ้น ยังประชุมชนให้รู้จักทางที่ใคร ๆ ไม่รู้จัก บอกทางที่ยังไม่มีใครบอก เป็นผู้รู้จักทาง ประกาศทางให้ปรากฏ ฉลาดในทาง ส่วนสาวกทั้งหลายในบัดนี้เป็นผู้ดำเนินไปตามทาง เป็นผู้ตามมาในภายหลัง นี้แลเป็นข้อแปลกกัน นี้เป็นข้อประสงค์ยิ่งกว่ากัน นี้เป็นเหตุทำให้ต่างกัน ระหว่างพระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า กับภิกษุผู้เป็นปัญญาวิมุต”

๗. อนัตตลักขณสูตร

ว่าด้วยลักษณะแห่งอนัตตา

{๑๒๗} [๕๙] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ใกล้พระนครพาราณสี ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเรียกภิกษุปัญจวัคคีย์ว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย” ภิกษุปัญจวัคคีย์ทูลรับพระดำรัสแล้ว พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสดังนี้ว่า

จบ ๖. พุทธสูตร