พระวินัยปิฎก มหาวรรค · มหาขันธกะ
อุททานคาถา เล่ม ๔
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๔๖ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๕๒/๕๒ ในมหาขันธกะมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระวินัยปิฎก มหาวรรค มหาขันธกะ อุททานคาถา (ฉบับหลวง เล่ม ๔ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๔ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๔)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๔ หน้า ๒๓๗–๒๔๒
หัวข้อประจำขันธกะ
{๑๔๖} [๑๓๑] พระวินัยมีประโยชน์มาก คือ นำมาซึ่งความสุขแก่พวกภิกษุผู้มีศีลเป็นที่รัก ข่มพวกที่มีความปรารถนาชั่ว ยกย่องพวกที่มีความละอาย และทรงไว้ซึ่งพระศาสนา เป็นอารมณ์ของพระสัพพัญญูชินเจ้า ไม่เป็นวิสัยของพวกอื่น เป็นแดนเกษม อันพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงบัญญัติไว้ดีแล้ว ไม่มีข้อที่น่าสงสัย ภิกษุผู้ฉลาดในขันธกะ วินัย บริวาร และมาติกา ปฏิบัติด้วยปัญญา อันหลักแหลม ชื่อว่าผู้ทำประโยชน์อันควรชนใดไม่รู้จักโค ชนนั้นย่อมรักษาฝูงโคไม่ได้ ฉันใด ภิกษุก็ฉันนั้น เมื่อไม่รู้จักศีล ไฉนเธอจะพึงรักษาสังวรไว้ได้ เมื่อพระสุตตันตะและพระอภิธรรมเลอะเลือนไปก่อน แต่พระวินัยยังไม่เสื่อมสูญ พระศาสนาชื่อว่ายังดำรงอยู่ต่อไป เพราะเหตุแห่งการสังคายนานั้น ข้าพเจ้าจักประมวลกล่าวโดยลำดับตามความรู้ ขอท่านทั้งหลาย จงฟังข้าพเจ้ากล่าว เพื่อจะมิให้ข้อที่ทำได้ยาก คือ วัตถุ นิทาน อาบัติ นัย และเปยยาลเหลือลง ขอท่านทั้งหลาย จงทราบข้อนั้นโดยนัยเถิดเรื่องประทับอยู่ ณ ควงไม้โพธิ์ เรื่องประทับอยู่ ณ ควงไม้อชปาลนิโครธ เรื่องประทับอยู่ ณ ควงไม้
- ๑อุททานคาถา หมายถึงคำประพันธ์ร้อยกรองในภาษาบาลีที่สรุปรวมเรื่องทั้งหมด
ราชายตนพฤกษ์ เรื่องท้าวสหัมบดีพรหม เรื่องฤๅษีอาฬาระ เรื่องฤๅษีอุททกะ เรื่องอุปกาชีวก เรื่องภิกษุปัญจวัคคีย์ คือ โกณฑัญญะ วัปปะ ภัททิยะ มหานามะ อัสสชิ เรื่องยสกุลบุตร เรื่องสหาย ๔ คน เรื่องสหาย ๕๐ คน เรื่องส่งพระอรหันต์ทั้งหมดไปในทิศต่าง ๆ
เรื่องมาร ๒ เรื่อง เรื่องภัททวัคคีย์กุมาร ๓๐ คน เรื่องชฎิลสามพี่น้อง มีอุรุเวลกัสสปะเป็นต้น เรื่องโรงบูชาไฟ เรื่องท้าวมหาราช เรื่องท้าวสักกะ เรื่องท้าวมหาพรหม เรื่องประชาชนชาวอังคะและมคธทั้งหมด เรื่องทรงซักผ้าบังสุกุล เรื่องสระโบกขรณี เรื่องศิลา เรื่องต้นรกฟ้า เรื่องผึ่งผ้าบังสุกุลที่แผ่นศิลา เรื่องไม้หว้า เรื่องไม้มะม่วง เรื่องไม้มะขามป้อม เรื่องทรงเก็บดอกไม้ปาริฉัตตกะเรื่องชฎิลพวกอุรุเวลกัสสปะผ่าฟืน เรื่องก่อไฟ เรื่องดับไฟ เรื่องดำนํ้า เรื่องกองไฟ เรื่องฝนตก เรื่องแม่น้ำคยา เรื่องสวนตาลหนุ่ม เรื่องพระเจ้าแผ่นดินมคธ เรื่องอุปติสสะและโกลิตะ เรื่องกุลบุตรที่มีชื่อเสียงบวช เรื่องภิกษุนุ่งห่มไม่เรียบร้อย เรื่องประณาม เรื่องพราหมณ์ซูบผอมหม่นหมอง
เรื่องประพฤติอนาจาร เรื่องบวชเห็นแก่ท้อง เรื่องมาณพ เรื่องให้อุปสมบทด้วยคณะ เรื่องอุปัชฌาย์มีพรรษาเดียวบวชให้กุลบุตร เรื่องอุปัชฌาย์โง่เขลา เรื่องอุปัชฌาย์หลีกไป เรื่องถือนิสสัยกะอาจารย์ผู้มีพรรษา ๑๐ เรื่องอันเตวาสิกไม่ประพฤติชอบ เรื่องทรงอนุญาตให้
ประณาม เรื่องอาจารย์โง่เขลาให้นิสสัย เรื่องนิสสัยระงับ เรื่องภิกษุประกอบด้วยคุณสมบัติ ๕ ประการ เรื่องภิกษุประกอบด้วยคุณสมบัติ ๖ ประการ เรื่องชีเปลือย เรื่องไม่โกนผม เรื่องชฎิลบูชาไฟ เรื่องอัญเดียรถีย์ที่เป็นศากยะบวช
เรื่องอาพาธ ๕ อย่างในมคธรัฐ เรื่องราชภัฏบวช เรื่ององคุลิมาลโจร เรื่องพระเจ้าแผ่นดินมคธมีพระบรมราชานุญาตไว้ เรื่องห้ามบวชนักโทษแหกคุก เรื่องห้ามบวชนักโทษที่ถูกออกหมายจับ เรื่องห้ามบวชคนถูกเฆี่ยนมีรอยหวายติดตัว เรื่องห้ามบวชคนถูกอาญาสักหมายโทษ เรื่องห้ามบวชคนมีหนี้สิน เรื่องห้ามบวชทาส เรื่องบุตรชายช่างทอง เรื่องเด็กชายอุบาลี เรื่องอหิวาตกโรค เรื่องตระกูลมีศรัทธา เรื่องสามเณรกัณฏกะ เรื่องทิศคับแคบเรื่องถือนิสสัย เรื่องเด็กบรรพชา เรื่องสิกขาบทของสามเณร เรื่องสามเณรไม่เคารพภิกษุ เรื่องคำนึงว่าจะลงทัณฑกรรมอย่างไรดี เรื่องลงทัณฑกรรมคือห้ามสังฆารามทุกแห่ง เรื่องห้ามปาก เรื่องไม่บอกอุปัชฌาย์ เรื่องเกลี้ยกล่อมสามเณรไว้ใช้ เรื่องสามเณรกัณฏกะ
เรื่องห้ามอุปสมบทบัณเฑาะก์คนลักเพศ เรื่องห้ามอุปสมบทคนเข้ารีตเดียรถีย์ เรื่องห้ามอุปสมบทนาค คนฆ่ามารดา คนฆ่าบิดา คนฆ่าพระอรหันต์ คนทำร้ายภิกษุณี ภิกษุผู้ทำสังฆเภท คนทำร้ายพระพุทธเจ้าจนถึงห้อพระโลหิต อุภโตพยัญชนก เรื่องห้ามอุปสมบทคน
ไม่มีอุปัชฌาย์ คนมีสงฆ์เป็นอุปัชฌาย์ คนมีคณะเป็นอุปัชฌาย์ คนมีบัณเฑาะก์เป็นอุปัชฌาย์ เรื่องห้ามอุปสมบท คนไม่มีบาตร คนไม่มีจีวร คนไม่มีบาตรจีวรทั้งสองอย่าง เรื่องห้ามอุปสมบทคนที่ยืมบาตร คนที่ยืมจีวร คนที่ยืมทั้งบาตรจีวร รวม ๓ เรื่อง
เรื่องห้ามบรรพชาคนมือด้วน ห้ามบรรพชาคนเท้าด้วน ห้ามบรรพชาคนมือเท้าด้วน ห้ามบรรพชาคนหูขาด ห้ามบรรพชาคนจมูกแหว่ง ห้ามบรรพชาคนทั้งหูขาดและจมูกแหว่ง ห้ามบรรพชาคนนิ้วมือนิ้วเท้าขาด ห้ามบรรพชาคนง่ามมือง่ามเท้าขาด ห้ามบรรพชาคนเอ็นขาด ห้ามบรรพชาคนมือเป็นแผ่น ห้ามบรรพชาคนค่อม ห้ามบรรพชาคนเตี้ย ห้ามบรรพชาคนคอพอก ห้ามบรรพชาคนถูกสักหมายโทษ ห้ามบรรพชาคนถูกเฆี่ยนมีรอยหวาย ห้ามบรรพชาคนถูกออกหมายสั่งจับ ห้ามบรรพชาคนเท้าปุก ห้ามบรรพชาคนมีโรคเรื้อรัง ห้ามบรรพชาคนมีรูปร่างไม่สมประกอบ ห้ามบรรพชาคนตาบอดข้างเดียว ห้ามบรรพชาคนง่อย ห้ามบรรพชาคนกระจอก ห้ามบรรพชาคนเป็นโรคอัมพาต ห้ามบรรพชาคนมีอิริยาบถขาด ห้ามบรรพชาคนชราทุพพลภาพ ห้ามบรรพชาคนตาบอดสองข้าง ห้ามบรรพชาคนใบ้ ห้ามบรรพชาคนหูหนวก ห้ามบรรพชาคนทั้งบอดทั้งใบ้ ห้ามบรรพชาคนทั้งบอดทั้งหนวก ห้ามบรรพชาคนทั้งใบ้ทั้งหนวก ห้ามบรรพชาคนทั้งบอดทั้งใบ้ทั้งหนวก เรื่องให้นิสสัยแก่อลัชชี
เรื่องถือนิสสัยต่ออลัชชี เรื่องเดินทางไกล เรื่องขอร้อง เรื่องพิจารณา เรื่องจงมาสวด เรื่องแย่งกันอุปสมบทก่อน เรื่องอุปสมบทมีอุปัชฌาย์องค์เดียว เรื่องพระกุมารกัสสปะ เรื่องอุปสัมบันปรากฏถูกโรคเบียดเบียน เรื่องอุปสัมปทาเปกขะยังมิได้สอนซ้อมสะทกสะท้าน เรื่องสอนซ้อมในท่ามกลางสงฆ์นั้นแหละ เรื่องห้ามภิกษุโง่เขลาสอนซ้อม เรื่องห้ามภิกษุยังไม่ได้รับสมมติสอนซ้อม เรื่องผู้สอนซ้อมกับอุปสัมปทาเปกขะมาพร้อมกัน เรื่องขอจงยกขึ้น เรื่องญัตติจตุตถกรรมอุปสัมปทา เรื่องบอกนิสสัย เรื่องละอุปสัมบันไว้แต่ลำพัง เรื่องภิกษุถูกสงฆ์ยกวัตร ๓ เรื่อง
รวมเรื่องในขันธกะนี้ ๑๗๒ เรื่อง
จบ มหาขันธกะ
๑. ว่าด้วยพระพุทธานุญาตให้สงฆ์ประชุมกัน
มูลเหตุให้ทรงอนุญาต
{๑๔๗} [๑๓๒] ก็โดยสมัยนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ ภูเขาคิชฌกูฏ ใกล้พระนครราชคฤห์ ครั้งนั้น พวกอัญเดียรถีย์ปริพาชก ประชุมกันกล่าวธรรมในวัน ๑๔ ค่ำ ๑๕ ค่ำ และ ๘ คํ่าแห่งปักษ์ คนทั้งหลาย พากันเข้าไปหาอัญเดียรถีย์ปริพาชกเหล่านั้นเพื่อฟังธรรม พวกเขาได้ความรัก ได้ความเลื่อมใสในพวกอัญเดียรถีย์ปริพาชก พวกอัญเดียรถีย์ปริพาชก ก็ได้พรรคพวก
ครั้งนั้น พระเจ้าพิมพิสารจอมเสนามาคธราชปลีกพระองค์เร้นอยู่ในที่สงัด ได้มีพระทัยปริวิตกเกิดขึ้นอย่างนี้ว่า “เดี๋ยวนี้พวกอัญเดียรถีย์ปริพาชกประชุมกันกล่าวธรรมในวัน ๑๔ ค่ำ ๑๕ ค่ำ และ ๘ คํ่าแห่งปักษ์ คนทั้งหลายพากันเข้าไปหาอัญเดียรถีย์ปริพาชกเหล่านั้นเพื่อฟังธรรม พวกเขาได้ความรัก ได้ความเลื่อมใสในพวกอัญเดียรถีย์ปริพาชก พวกอัญเดียรถีย์ปริพาชกก็ได้พรรคพวก ไฉนหนอแม้พระคุณเจ้าทั้งหลายก็พึงประชุมกันในวัน ๑๔ ค่ำ ๑๕ ค่ำ และ ๘ ค่ำแห่งปักษ์บ้าง” จึงท้าวเธอเสด็จเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ ครั้นแล้วได้ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้า แล้วประทับนั่งเฝ้าอยู่ ณ ที่สมควรข้างหนึ่ง ครั้นประทับนั่งแล้วได้ทูลข้อปริวิตกนั้นต่อพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า “ขอประทานพระวโรกาสเถิด พระพุทธเจ้าข้า หม่อมฉันปลีกตัวเร้นอยู่ในที่สงัด ได้มีจิตปริวิตกเกิดขึ้นอย่างนี้
- ๑อุโปสถขันธกะ ตอนว่าด้วยอุโบสถกรรม คือ การทำอุโบสถหรือการสวดปาติโมกข์ของพระสงฆ์ทุกครึ่งเดือน มีเนื้อหาเป็นพระพุทธานุญาตจำนวน ๓๘ หัวข้อ
- ๒อัญเดียรถีย์ปริพาชก หมายถึงนักบวชในลัทธิอื่นจากพระพุทธศาสนา (วิ.อ. ๓/๑๐๕)
จบ อุททานคาถา