พระวินัยปิฎก มหาวรรค · มหาขันธกะ
อชปาลนิโครธกถา เล่ม ๔
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๔ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๒/๕๒ ในมหาขันธกะมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
อชปาลนิโครธกถา
เรื่องพราหมณ์หุหุกชาติ
พระวินัยปิฎก มหาวรรค มหาขันธกะ อชปาลนิโครธกถา (ฉบับหลวง เล่ม ๔ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๔ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๔)
อถโข ภควา สตฺตาหสฺส อจฺจเยน ตมฺหา สมาธิมฺหา วุฏฺฐหิตฺวา โพธิรุกฺขมูลา เยน อชปาลนิโคฺรโธ เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา อชปาลนิโคฺรธรุกฺขมูเล ๓ สตฺตาหํ เอกปลฺลงฺเกน นิสีทิ วิมุตฺติสุขปฏิสํเวที ฯ
อถโข อญฺญตโร หหหุกชาติโก ๔ พฺราหฺมโณ เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควตา สทฺธึ สมฺโมทิ สมฺโมทนียํ กถํ สาราณียํ วีติสาเรตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ ฯ เอกมนฺตํ ฐิโต โข โส พฺราหฺมโณ ภควนฺตํ เอตทโวจ กิตฺตาวตา นุ โข โภ โคตม พฺราหฺมโณ โหติ กตเม จ ปน พฺราหฺมณกรณา ธมฺมาติ ฯ อถโข ภควา เอตมตฺถํ วิทิตฺวา ตายํ เวลายํ อิมํ อุทานํ อุทาเนสิ
โย พฺราหฺมโณ พาหิตปาปธมฺโม
นีหหหุโก ๑ นิกฺกสาโว ยตตฺโต
เวทนฺตคู วูสิตพฺรหฺมจริโย
ธมฺเมน โส ๒ พฺรหฺมวาทํ วเทยฺย
ยสฺสุสฺสทา นตฺถิ กุหิญฺจิ โลเกติ ฯ
อชปาลนิโคฺรธกถา นิฏฺฐิตา ๓ ฯ
๑ ม. สูริโยว ฯ กตฺถจิ สูโรว อิติปิ ทิสฺสติ ฯ ๒ สี. อิทํ ปาฐทฺวยํ น ทิสฺสติ ฯ
๓ ม. อชปาลนิโคฺรธมูเล ฯ ๔ ยุ. รา. หหหุกชาติโก ฯ หหหุกชาติโกติ โส กิร
ทิฏฺฐมงฺคลิโก นาม มานวเสน โกธวเสน จ หหหุนฺติ กโรนฺโต วิจรติ ตสฺมา
หหหุกชาติโกติ วุจฺจติ ฯ หุหุกฺกชาติโกติปิ ปฐนฺตีติ ตพฺพณฺณนา ฯ
ครั้นล่วง ๗ วัน พระผู้มีพระภาคทรงออกจากสมาธินั้น เสด็จจากควงไม้โพธิพฤกษ์ เข้าไปยังต้นไม้อชปาลนิโครธ แล้วประทับนั่งด้วยบัลลังก์เดียว เสวยวิมุตติสุข ณควงไม้อชปาลนิโครธตลอด ๗ วัน.
ครั้งนั้น พราหมณ์หุหุกชาติคนหนึ่ง ได้ไปในพุทธสำนัก ครั้นถึงแล้วได้ทูลปราศรัยกับพระผู้มีพระภาค ครั้นผ่านการทูลปราศรัยพอให้เป็นที่บันเทิง เป็นที่ระลึกถึงกันไปแล้ว ได้ยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง. พราหมณ์นั้นได้ยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว ได้ทูลคำนี้แด่ผู้มีพระภาคว่า ท่านพระโคดม บุคคลชื่อว่าเป็นพราหมณ์ ด้วยเหตุเพียงเท่าไรหนอ ก็แลธรรมเหล่าไหนทำบุคคลให้เป็นพราหมณ์?
ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงทราบเนื้อความนั้นแล้ว จึงทรงเปล่งอุทานนี้ในเวลานั้นว่าดังนี้:-
พุทธอุทานคาถา
พราหมณ์ใดมีบาปธรรมอันลอยเสียแล้ว ไม่
ตวาดผู้อื่นว่า หึ หึ ไม่มีกิเลสดุจน้ำฝาด มีตน
สำรวมแล้ว ถึงที่สุดแห่งเวท มีพรหมจรรย์
อยู่จบแล้ว พราหมณ์นั้นไม่มีกิเลสเครื่องฟูขึ้น
ในอารมณ์ไหนๆ ในโลก ควรกล่าวถ้อยคำว่า
ตนเป็นพราหมณ์โดยธรรม.
อชปาลนิโครธกถา จบ
จบ อชปาลนิโครธกถา