arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระวินัยปิฎก มหาวรรค · กฐินขันธกะ

ความสิ้นหวัง ๑๒ หมวด เล่ม ๕

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๑๓–๑๒๖ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๓/๔ ในกฐินขันธกะมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระวินัยปิฎก มหาวรรค กฐินขันธกะ ความสิ้นหวัง ๑๒ หมวด (ฉบับหลวง เล่ม ๕ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๕ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๕)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๕ หน้า ๑๗๖–๑๘๙

หน้า ๑๗๖

ภิกษุได้กรานกฐินแล้วนำจีวรที่ทำค้างไว้หลีกไปด้วยคิดว่าจักกลับมา เธออยู่นอกสีมาให้ทำจีวรผืนนั้น เธอทำจีวรเสร็จแล้วคิดว่า ‘จักกลับมา จักกลับมา’ แล้วกลับมาทันกฐินเดาะ การเดาะกฐินของภิกษุนั้นพร้อมกับภิกษุทั้งหลาย (๑๕)

จบ สมาทายวาร ๑๕ หมวด

จบ อาทายภาณวาร

๙. อนาสาโทฬสกวาร ความสิ้นหวัง ๑๒ หมวด

{๑๑๓} [๓๑๘] ภิกษุได้กรานกฐินแล้วหลีกไปด้วยหวังว่าจะได้จีวร เธออยู่นอกสีมาเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังจะได้จีวรนั้น ได้ไม่สมหวัง ไม่ได้ตามหวัง เธอมีความคิดอย่างนี้ว่า ‘จักให้ทำจีวรผืนนี้ภายนอกสีมานี้แหละ จักไม่กลับมา’ เธอให้ทำจีวรผืนนั้น การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยทำจีวรเสร็จ (๑)ภิกษุได้กรานกฐินแล้วหลีกไปด้วยหวังว่าจะได้จีวร เธออยู่นอกสีมาเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังจะได้จีวรนั้น ได้ไม่สมหวัง ไม่ได้ตามหวัง เธอมีความคิดอย่างนี้ว่า ‘จักให้ทำจีวรผืนนี้ จักไม่กลับมา’ การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยตกลงใจ (๒)ภิกษุได้กรานกฐินแล้วหลีกไปด้วยหวังว่าจะได้จีวร เธออยู่นอกสีมาเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังจะได้จีวรนั้น ได้ไม่สมหวัง ไม่ได้ตามหวัง เธอมีความคิดอย่างนี้ว่า ‘จักให้ทำจีวรผืนนี้ภายนอกสีมานี้แหละ จักไม่กลับมา’ เธอให้ทำจีวรผืนนั้น จีวรของเธอที่ทำอยู่นั้นเสียหายไป การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยผ้าเสียหาย (๓)ภิกษุได้กรานกฐินแล้วหลีกไปด้วยหวังว่าจะได้จีวร เธออยู่นอกสีมามีความคิดอย่างนี้ว่า ‘จักเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังจะได้จีวรนี้ภายนอกสีมานี้แหละ

หน้า ๑๗๗

จักไม่กลับมา’ เธอเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังว่าจะได้จีวรนั้น เธอสิ้นหวังว่าจะได้จีวรนั้น การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยสิ้นหวัง (๔)

{๑๑๔} ภิกษุได้กรานกฐินแล้วหลีกไปด้วยหวังว่าจะได้จีวร คิดว่าจักไม่กลับมา เธออยู่นอกสีมา เข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังจะได้จีวรนั้น ได้ไม่สมหวัง ไม่ได้ตามหวัง เธอมีความคิดอย่างนี้ว่า ‘จักให้ทำจีวรผืนนี้ภายนอกสีมานี้แหละ’ เธอให้ทำจีวรผืนนั้น การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยทำจีวรเสร็จ (๕)ภิกษุได้กรานกฐินแล้วหลีกไปด้วยหวังว่าจะได้จีวร คิดว่าจักไม่กลับมา เธออยู่นอกสีมาเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังจะได้จีวรนั้น ได้ไม่สมหวัง ไม่ได้ตามหวัง เธอมีความคิดอย่างนี้ว่า ‘จักไม่ให้ทำจีวรผืนนี้ภายนอกสีมานี้แหละ จักไม่กลับมา’ เธอให้ทำจีวรผืนนั้น การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยตกลงใจ (๖)ภิกษุได้กรานกฐินแล้วหลีกไปด้วยหวังว่าจะได้จีวร

คิดว่าจักไม่กลับมา เธออยู่นอกสีมาเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังจะได้จีวรนั้น ได้ไม่สมหวัง ไม่ได้ตามหวัง เธอมีความคิดอย่างนี้ว่า ‘จักให้ทำจีวรผืนนี้ ณ ภายนอกสีมานี้แหละ’ เธอให้ทำจีวรผืนนั้น จีวรของเธอที่ทำอยู่นั้นเสียหายไป การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยผ้าเสียหาย (๗)ภิกษุได้กรานกฐินแล้วหลีกไปด้วยหวังว่าจะได้จีวร คิดว่าจักไม่กลับมา เธออยู่นอกสีมามีความคิดอย่างนี้ว่า ‘จักเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังจะได้จีวรนี้ ภายนอกสีมานี้แหละ’ เธอเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังจะได้จีวรนั้น เธอสิ้นหวังว่าจะได้จีวรนั้น การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยสิ้นหวัง (๘){๑๑๕} ภิกษุได้กรานกฐินแล้วหลีกไปด้วยหวังว่าจะได้จีวรโดยไม่ตั้งใจ คือ เธอไม่มีความคิดว่าจะกลับมา และไม่มีความคิดว่าจักไม่กลับมา เธออยู่นอกสีมาเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังจะได้จีวรนั้น ได้ไม่สมหวัง ไม่ได้ตามหวัง เธอมีความคิดอย่างนี้ว่า ‘จักให้ทำจีวรผืนนี้ภายนอกสีมานี้แหละ จักไม่กลับ

หน้า ๑๗๘

มา’ เธอให้ทำจีวรผืนนั้นเสร็จ การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยทำจีวรเสร็จ (๙)

ภิกษุได้กรานกฐินแล้วหลีกไปด้วยหวังว่าจะได้จีวรโดยไม่ตั้งใจ คือ เธอไม่มีความคิดว่าจะกลับมา และไม่มีความคิดว่าจักไม่กลับมา เธออยู่นอกสีมาเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังจะได้จีวรนั้น ได้ไม่สมหวัง ไม่ได้ตามหวัง เธอมีความคิดอย่างนี้ว่า ‘จักไม่ให้ทำจีวรผืนนี้ จักไม่กลับมา’ การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยตกลงใจ (๑๐)ภิกษุได้กรานกฐินแล้วหลีกไปด้วยหวังว่าจะได้จีวรโดยไม่ตั้งใจ คือ เธอไม่มีความคิดว่าจะกลับมา และไม่มีความคิดว่าจักไม่กลับมา เธออยู่นอกสีมาเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังจะได้จีวรนั้น ได้ไม่สมหวัง ไม่ได้ตามหวัง เธอมีความคิดอย่างนี้ว่า ‘จักให้ทำจีวรผืนนี้ภายนอกสีมานี้แหละ จักไม่กลับมา’ เธอให้ทำจีวรผืนนั้น จีวรของเธอที่ทำอยู่นั้นเสียหาย การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยผ้าเสียหาย (๑๑)ภิกษุได้กรานกฐินแล้วหลีกไปด้วยหวังว่าจะได้จีวรโดยไม่ตั้งใจ คือ เธอไม่มีความคิดว่าจักกลับมา และไม่มีความคิดว่าจักไม่กลับมา เธออยู่นอกสีมามีความคิดอย่างนี้ว่า ‘จักเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังจะได้จีวรนี้ภายนอกสีมานี้แหละ จักไม่กลับมา’ เธอเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังจะได้จีวรนั้น เธอสิ้นหวังว่าจะได้จีวรนั้น การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยสิ้นหวัง (๑๒)

จบ อนาสาโทฬสกวาร ๑๒ หมวด

๑๐. อาสาโทฬสกวาร ความสมหวัง ๑๒ หมวด

{๑๑๖} [๓๑๙] ภิกษุได้กรานกฐินแล้วหลีกไปด้วยหวังว่าจะได้จีวร คิดว่าจักกลับมา เธออยู่นอกสีมาเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังจะได้จีวรนั้น ได้สมหวัง ไม่ได้ผิดหวัง เธอมีความคิดอย่างนี้ว่า ‘จักให้ทำจีวรผืนนี้ภายนอกสีมานี้แหละ

หน้า ๑๗๙

จักไม่กลับมา’ เธอให้ทำจีวรผืนนั้น การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยทำจีวรเสร็จ (๑)

ภิกษุได้กรานกฐินแล้วหลีกไปด้วยหวังว่าจะได้จีวร คิดว่าจักกลับมา เธออยู่นอกสีมาเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังจะได้จีวรนั้น ได้สมหวัง ไม่ได้ผิดหวัง เธอมีความคิดอย่างนี้ว่า ‘จักไม่ให้ทำจีวรผืนนี้ จักไม่กลับมา’ การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยตกลงใจ (๒)

ภิกษุได้กรานกฐินแล้วหลีกไปด้วยหวังว่าจะได้จีวร คิดว่าจักกลับมา เธออยู่นอกสีมาเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังจะได้จีวรนั้น ได้สมหวัง ไม่ได้ผิดหวัง เธอมีความคิดอย่างนี้ว่า ‘จักให้ทำจีวรผืนนี้ภายนอกสีมานี้แหละ จักไม่กลับมา’ เธอให้ทำจีวรผืนนั้น จีวรของเธอที่ทำอยู่นั้นเสียหาย การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยผ้าเสียหาย (๓)

ภิกษุได้กรานกฐินแล้วหลีกไปด้วยหวังว่าจะได้จีวร คิดว่าจักกลับมา เธออยู่นอกสีมามีความคิดอย่างนี้ว่า ‘จักเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังจะได้จีวรนี้ภายนอกสีมานี้แหละ จักไม่กลับมา’ เธอเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังว่าจะได้จีวรนั้น เธอสิ้นหวังว่าจะได้จีวรนั้น การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยสิ้นหวัง (๔)

{๑๑๗} ภิกษุได้กรานกฐินแล้วหลีกไปด้วยหวังว่าจะได้จีวร คิดว่าจักกลับมา เธออยู่นอกสีมา ได้ยินข่าวว่าในอาวาสนั้นกฐินเดาะเสียแล้ว เธอมีความคิดอย่างนี้ว่า ‘เพราะกฐินในอาวาสนั้นเดาะแล้ว จักเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังจะได้จีวรนี้ภายนอกสีมานี้แหละ’ เธอเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังจะได้จีวรนั้น ได้สมหวัง ไม่ได้ผิดหวัง เธอมีความคิดอย่างนี้ว่า ‘จักให้ทำจีวรผืนนี้ภายนอกสีมานี้แหละ จักไม่กลับมา’ เธอให้ทำจีวรผืนนั้น การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยทำจีวรเสร็จ (๕)ภิกษุได้กรานกฐินแล้วหลีกไปด้วยหวังว่าจะได้จีวร คิดว่าจักกลับมา เธออยู่นอกสีมา ได้ยินข่าวว่าในอาวาสนั้นกฐินเดาะเสียแล้ว เธอมีความคิดอย่างนี้ว่า ‘เพราะกฐินในอาวาสนั้นเดาะแล้ว จักเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังจะ

หน้า ๑๘๐

ได้จีวรนี้ภายนอกสีมานี้แหละ’ เธอเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังจะได้จีวรนั้น ได้สมหวัง ไม่ได้ผิดหวัง เธอมีความคิดอย่างนี้ว่า ‘จักไม่ให้ทำจีวรผืนนี้ จักไม่กลับมา’ การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยตกลงใจ (๖)

ภิกษุได้กรานกฐินแล้วหลีกไปด้วยหวังว่าจะได้จีวร คิดว่าจักกลับมา เธออยู่นอกสีมา ได้ยินข่าวว่าในอาวาสนั้นกฐินเดาะเสียแล้ว เธอมีความคิดอย่างนี้ว่า ‘เพราะกฐินในอาวาสนั้นเดาะแล้ว จักเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังจะได้จีวรนี้ภายนอกสีมานี้แหละ’ เธอเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังจะได้จีวรนั้น ได้สมหวัง ไม่ได้ผิดหวัง เธอมีความคิดอย่างนี้ว่า ‘จักให้ทำจีวรผืนนี้ภายนอกสีมานี้แหละ จักไม่กลับมา’ เธอให้ทำจีวรผืนนั้น จีวรของเธอที่ทำอยู่นั้นเสียหายไป การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยผ้าเสียหาย (๗)ภิกษุได้กรานกฐินแล้วหลีกไปด้วยหวังว่าจะได้จีวร คิดว่าจักกลับมา เธออยู่นอกสีมา ได้ยินข่าวว่าในอาวาสนั้นกฐินเดาะเสียแล้ว

เธอมีความคิดอย่างนี้ว่า ‘เพราะกฐินในอาวาสนั้นเดาะแล้ว จักเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังจะได้จีวรนี้ภายนอกสีมานี้แหละ จักไม่กลับมา’ เธอเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังจะได้จีวรนั้น เธอสิ้นหวังจะได้จีวรนั้น การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยสิ้นหวัง (๘){๑๑๘} ภิกษุได้กรานกฐินแล้วหลีกไปด้วยหวังว่าจะได้จีวร คิดว่าจักกลับมา เธออยู่นอกสีมาเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังจะได้จีวรนั้น ได้สมหวัง ไม่ได้ผิดหวัง เธอให้ทำจีวรผืนนั้น เธอทำจีวรเสร็จแล้ว ได้ยินข่าวว่าในอาวาสนั้นกฐินเดาะเสียแล้ว การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยได้ยินข่าว (๙)

ภิกษุได้กรานกฐินแล้วหลีกไปด้วยหวังว่าจะได้จีวร คิดว่าจักกลับมา เธออยู่นอกสีมามีความคิดอย่างนี้ว่า ‘จักเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังจะได้จีวรนี้ ภายนอกสีมานี้แหละ จักไม่กลับมา’ เธอเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังจะได้จีวรนั้น เธอสิ้นหวังจะได้จีวรนั้น การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยสิ้นหวัง (๑๐)

ภิกษุได้กรานกฐินแล้วหลีกไปด้วยหวังว่าจะได้จีวร คิดว่าจักกลับมา เธออยู่นอกสีมา เข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังจะได้จีวรนั้น ได้สมหวัง ไม่ได้ผิดหวัง

หน้า ๑๘๑

เธอทำจีวรผืนนั้น เธอทำจีวรเสร็จแล้วคิดว่า ‘จักกลับมา จักกลับมา’ ล่วงคราเดาะกฐินภายนอกสีมา การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยล่วงเขต (๑๑)

ภิกษุได้กรานกฐินแล้วหลีกไปด้วยหวังว่าจะได้จีวร คิดว่าจักกลับมา เธออยู่นอกสีมาเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังจะได้จีวรนั้น ได้สมหวัง ไม่ได้ผิดหวัง เธอให้ทำจีวรผืนนั้น เธอทำจีวรเสร็จแล้วคิดว่า ‘จักกลับมา จักกลับมา’ แล้วกลับมาทันกฐินเดาะ การเดาะกฐินของภิกษุนั้นพร้อมกับภิกษุทั้งหลาย (๑๒)

จบ อาสาโทฬสกวาร ๑๒ หมวด

๑๑. กรณียโทฬสกวาร มีกรณียกิจ ๑๒ หมวด

{๑๑๙} [๓๒๐] ภิกษุได้กรานกฐินแล้วหลีกไปด้วยกรณียกิจบางอย่าง เธออยู่นอกสีมามีความหวังว่าจะได้จีวร เธอเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังจะได้จีวรนั้น ได้ไม่สมหวัง ไม่ได้ตามหวัง เธอมีความคิดอย่างนี้ว่า ‘จักให้ทำจีวรผืนนี้ภายนอกสีมานี้แหละ จักไม่กลับมา’ เธอให้ทำจีวรผืนนั้น การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยทำจีวรเสร็จ (๑)ภิกษุได้กรานกฐินแล้วหลีกไปด้วยกรณียกิจบางอย่าง เธออยู่นอกสีมามีความหวังว่าจะได้จีวร เธอเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังจะได้จีวรนั้น ได้ไม่สมหวัง ไม่ได้ตามหวัง เธอมีความคิดอย่างนี้ว่า ‘จักไม่ให้ทำจีวรผืนนี้ จักไม่กลับมา’ การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยตกลงใจ (๒)ภิกษุได้กรานกฐินแล้วหลีกไปด้วยกรณียกิจบางอย่าง เธออยู่นอกสีมามีความหวังว่าจะได้จีวร เธอเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังจะได้จีวรนั้น ได้ไม่สมหวัง ไม่ได้ตามหวัง เธอมีความคิดอย่างนี้ว่า ‘จักให้ทำจีวรผืนนี้ภายนอกสีมานี้แหละ จักไม่กลับมา’ เธอให้ทำจีวรผืนนั้น จีวรของเธอที่ทำอยู่นั้นเสียหาย การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยผ้าเสียหาย (๓)

หน้า ๑๘๒

ภิกษุได้กรานกฐินแล้วหลีกไปด้วยกรณียกิจบางอย่าง เธออยู่นอกสีมามีความหวังว่าจะได้จีวร เธอมีความคิดอย่างนี้ว่า ‘จักเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังจะได้จีวรนี้ภายนอกสีมานี้แหละ จักไม่กลับมา’ เธอเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังว่าจะได้จีวรนั้น เธอสิ้นหวังว่าจะได้จีวรนั้น การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยสิ้นหวัง (๔){๑๒๐} ภิกษุได้กรานกฐินแล้วหลีกไปด้วยกรณียกิจบางอย่าง คิดว่าจักไม่กลับมา เธออยู่นอกสีมามีความหวังว่าจะได้จีวร เธอเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังจะได้จีวรนั้น ได้ไม่สมหวัง ไม่ได้ตามหวัง เธอมีความคิดอย่างนี้ว่า ‘จักให้ทำจีวรนี้ภายนอกสีมานี้แหละ’ เธอให้ทำจีวรนั้น การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยทำจีวรเสร็จ

(๕)ภิกษุได้กรานกฐินแล้วหลีกไปด้วยกรณียกิจบางอย่าง คิดว่าจักไม่กลับมา เธออยู่นอกสีมามีความหวังว่าจะได้จีวร เธอเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังจะได้จีวรนั้น ได้ไม่สมหวัง ไม่ได้ตามหวัง เธอมีความคิดอย่างนี้ว่า ‘จักไม่ให้ทำจีวรผืนนี้’ การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยตกลงใจ (๖)ภิกษุได้กรานกฐินแล้วหลีกไปด้วยกรณียกิจบางอย่าง คิดว่าจักไม่กลับมา เธออยู่นอกสีมามีความหวังว่าจะได้จีวร เธอเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังว่าจะได้จีวรนั้น ได้ไม่สมหวัง ไม่ได้ตามหวัง เธอมีความคิดอย่างนี้ว่า ‘จักให้ทำจีวรผืนนี้ภายนอกสีมานี้แหละ’ เธอให้ทำจีวรผืนนั้น จีวรของเธอที่ทำอยู่นั้นเสียหายไป การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยผ้าเสียหาย (๗)ภิกษุได้กรานกฐินแล้วหลีกไปด้วยกรณียกิจบางอย่าง คิดว่าจักไม่กลับมา เธออยู่นอกสีมามีความหวังว่าจะได้จีวร เธอมีความคิดอย่างนี้ว่า ‘จักเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังจะได้จีวรนี้ภายนอกสีมานี้แหละ’ เธอเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังว่าจะได้จีวรนั้น เธอสิ้นหวังจะได้จีวรนั้น การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยสิ้นหวัง (๘)

หน้า ๑๘๓

{๑๒๑} ภิกษุได้กรานกฐินแล้วหลีกไปด้วยกรณียกิจบางอย่างโดยไม่ตั้งใจ คือ เธอไม่มีความคิดว่าจักกลับมาและไม่มีความคิดว่าจักไม่กลับมา เธออยู่นอกสีมามีความหวังว่าจะได้จีวร เธอเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังจะได้จีวรนั้น ได้ไม่สมหวัง ไม่ได้ตามหวัง เธอมีความคิดอย่างนี้ว่า ‘จักให้ทำจีวรนี้ภายนอกสีมานี้แหละ จักไม่กลับมา’ เธอให้ทำจีวรนั้น การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยทำจีวรเสร็จ (๙)ภิกษุได้กรานกฐินแล้วหลีกไปด้วยกรณียกิจบางอย่างโดยไม่ตั้งใจ คือ เธอไม่มีความคิดว่าจักกลับมาและไม่มีความคิดว่าจักไม่กลับมา เธออยู่นอกสีมามีความหวังว่าจะได้จีวร เธอเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังจะได้จีวรนั้น

ได้ไม่สมหวัง ไม่ได้ตามหวัง เธอมีความคิดอย่างนี้ว่า ‘จักไม่ให้ทำจีวรนี้ จักกลับมา’ การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยตกลงใจ (๑๐)ภิกษุได้กรานกฐินแล้วหลีกไปด้วยกรณียกิจบางอย่างโดยไม่ตั้งใจ คือ เธอไม่มีความคิดว่าจักกลับมาและไม่มีความคิดว่าจักไม่กลับมา เธออยู่นอกสีมามีความหวังว่าจะได้จีวร เธอเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังจะได้จีวรนั้น ได้ไม่สมหวัง ไม่ได้ตามหวัง เธอมีความคิดอย่างนี้ว่า ‘จักให้ทำจีวรนี้ภายนอกสีมานี้แหละ จักไม่กลับมา’ เธอให้ทำจีวรผืนนั้น จีวรของเธอที่ทำอยู่นั้นเสียหายไป การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยผ้าเสียหาย (๑๑)ภิกษุได้กรานกฐินแล้วหลีกไปด้วยกรณียกิจบางอย่างโดยไม่ตั้งใจ คือ เธอไม่มีความคิดว่าจักกลับมาและไม่มีความคิดว่าจักไม่กลับมา เธออยู่นอกสีมามีความหวังว่าจะได้จีวร เธอมีความคิดอย่างนี้ว่า ‘จักเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังจะได้จีวรนี้ภายนอกสีมานี้แหละ จักไม่กลับมา’ เธอเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังว่าจะได้จีวรนั้น เธอสิ้นหวังที่จะได้จีวรนั้น การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยสิ้นหวัง (๑๒)

จบ กรณียโทฬสกวาร ๑๒ หมวด

หน้า ๑๘๔

๑๒. อปวิลายนวาร หวังได้ส่วนจีวร ๙ หมวด

{๑๒๒} [๓๒๑] ภิกษุได้กรานกฐินแล้วประสงค์จะเดินทางไปตามทิศ จึงหลีกไป แต่ยังหวังว่าจะได้ส่วนจีวร เธอเดินทางไปตามทิศแล้ว ภิกษุทั้งหลายถามว่า ‘อาวุโส คุณจำพรรษาที่ไหน และส่วนจีวรของคุณอยู่ที่ไหน’ เธอตอบอย่างนี้ว่า ‘ผมจำพรรษาที่อาวาสโน้น และส่วนจีวรของผมก็อยู่ที่อาวาสนั้น’ ภิกษุเหล่านั้นกล่าวอย่างนี้ว่า ‘อาวุโส คุณจงไปนำจีวรนั้นมา พวกผมจักทำจีวรให้คุณ ณ ที่นี้’ เธอกลับไปยังอาวาสนั้นแล้วถามภิกษุทั้งหลายว่า ‘อาวุโส ส่วนจีวรของผมอยู่ที่ไหน’ ภิกษุเหล่านั้นตอบอย่างนี้ว่า ‘อาวุโส นี้ส่วนจีวรของคุณ คุณจักไปไหน’ เธอตอบอย่างนี้ว่า ‘ผมจักไปยังอาวาสชื่อโน้น ภิกษุทั้งหลายในอาวาสนั้นจักทำจีวรให้ผม’ ภิกษุเหล่านั้นกล่าวอย่างนี้ว่า ‘อย่าเลยอาวุโส คุณอย่าได้ไปเลย พวกผมจักทำจีวรให้คุณ ณ ที่นี้’ เธอมีความคิดอย่างนี้ว่า ‘จักให้ทำจีวรผืนนี้ภายนอกสีมานี้แหละ จักไม่กลับมา’ เธอให้ทำจีวรผืนนั้น การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยทำจีวรเสร็จ (๑)ภิกษุได้กรานกฐินแล้วประสงค์จะเดินทางไปตามทิศ จึงหลีกไป ... การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยตกลงใจ (๒)

ภิกษุได้กรานกฐินแล้วประสงค์จะเดินทางไปตามทิศ จึงหลีกไป... การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยผ้าเสียหาย (๓)

{๑๒๓} [๓๒๒] ภิกษุได้กรานกฐินแล้วประสงค์จะเดินทางไปตามทิศ จึงหลีกไป แต่ยังหวังว่าจะได้ส่วนจีวร เธอเดินทางไปตามทิศแล้ว ภิกษุทั้งหลายถามว่า ‘อาวุโส คุณจำพรรษาที่ไหน และส่วนจีวรของคุณอยู่ที่ไหน’ เธอตอบอย่างนี้ว่า ‘ผมจำพรรษาที่อาวาสโน้น และส่วนจีวรของผมก็อยู่ที่อาวาสนั้น’ ภิกษุเหล่านั้นกล่าวอย่างนี้ว่า ‘อาวุโส คุณจงไปนำจีวรนั้นมา พวกผมจักทำจีวรให้คุณ ณ ที่นี้’ เธอกลับไปยังอาวาสนั้นแล้วถามภิกษุทั้งหลายว่า ‘อาวุโส ส่วนจีวรของผมอยู่ที่ไหน’ ภิกษุเหล่านั้นตอบอย่างนี้ว่า ‘อาวุโส นี้ส่วนจีวรของคุณ’ เธอถือจีวรนั้นไปยังอาวาสแห่งนั้น ใน

หน้า ๑๘๕

ระหว่างทางมีพวกภิกษุถามเธอว่า ‘อาวุโส คุณจักไปไหน’ เธอตอบอย่างนี้ว่า ‘ผมจักไปยังอาวาสชื่อโน้น ภิกษุทั้งหลายในอาวาสนั้นจักทำจีวรให้ผม’ ภิกษุเหล่านั้นกล่าวอย่างนี้ว่า ‘อย่าเลยอาวุโส คุณอย่าได้ไปเลย พวกผมจักทำจีวรให้คุณ ณ ที่นี้’ เธอมีความคิดอย่างนี้ว่า ‘จักให้ทำจีวรผืนนี้ ภายนอกสีมานี้แหละ จักไม่กลับมา’ เธอให้ทำจีวรผืนนั้น การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยทำจีวรเสร็จ (๔)

ภิกษุได้กรานกฐินแล้วประสงค์จะเดินทางไปตามทิศ จึงหลีกไป แต่ยังหวังว่าจะได้ส่วนจีวร เธอเดินทางไปตามทิศแล้ว ภิกษุทั้งหลายถามว่า ‘อาวุโส คุณจำพรรษาที่ไหน และส่วนจีวรของคุณอยู่ที่ไหน’ เธอตอบอย่างนี้ว่า ‘ผมจำพรรษาที่อาวาสโน้น และส่วนจีวรของผมก็อยู่ที่อาวาสนั้น’ ภิกษุเหล่านั้นกล่าวอย่างนี้ว่า ‘อาวุโส คุณจงไปนำจีวรนั้นมา พวกผมจักทำจีวรให้คุณ ณ ที่นี้’ เธอกลับไปยังอาวาสนั้นแล้วถามภิกษุทั้งหลายว่า ‘อาวุโส ส่วนจีวรของผมอยู่ที่ไหน’ ภิกษุเหล่านั้นตอบอย่างนี้ว่า ‘อาวุโส นี้ส่วนจีวรของคุณ’ เธอถือจีวรนั้นไปยังอาวาสแห่งนั้น ในระหว่างทางมีพวกภิกษุถามเธอว่า ‘อาวุโส คุณจักไปไหน’

เธอตอบอย่างนี้ว่า ‘ผมจักไปยังอาวาสชื่อโน้น ภิกษุทั้งหลายในอาวาสนั้นจักทำจีวรให้ผม’ ภิกษุเหล่านั้นกล่าวอย่างนี้ว่า ‘อย่าเลยอาวุโส คุณอย่าได้ไปเลย พวกผมจักทำจีวรให้คุณ ณ ที่นี้’ เธอมีความคิดอย่างนี้ว่า ‘จักไม่ให้ทำจีวรนี้ จักไม่กลับมา’ การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยตกลงใจ (๕)ภิกษุได้กรานกฐินแล้วประสงค์จะเดินทางไปตามทิศ จึงหลีกไป แต่ยังหวังว่าจะได้ส่วนจีวร เธอเดินทางไปตามทิศแล้ว ภิกษุทั้งหลายถามว่า ‘อาวุโส คุณจำพรรษาที่ไหน และส่วนจีวรของคุณอยู่ที่ไหน’ เธอตอบอย่างนี้ว่า ‘ผมจำพรรษาที่อาวาสโน้น และส่วนจีวรของผมก็อยู่ที่อาวาสนั้น’ ภิกษุเหล่านั้นกล่าวอย่างนี้ว่า ‘อาวุโส คุณจงไปนำจีวรนั้นมา พวกผมจักทำจีวรให้คุณ ณ ที่นี้’ เธอกลับไปยังอาวาสนั้นแล้วถามภิกษุทั้งหลายว่า ‘อาวุโส ส่วนจีวรของผมอยู่ที่ไหน’ ภิกษุเหล่านั้นตอบอย่างนี้ว่า ‘อาวุโส

หน้า ๑๘๖

นี้ส่วนจีวรของคุณ’ เธอถือจีวรนั้นไปยังอาวาสแห่งนั้น ในระหว่างทางมีพวกภิกษุถามเธอว่า ‘อาวุโส คุณจักไปไหน’ เธอตอบอย่างนี้ว่า ‘ผมจักไปยังอาวาสชื่อโน้น ภิกษุทั้งหลายในอาวาสนั้นจักทำจีวรให้ผม’ ภิกษุเหล่านั้นกล่าวอย่างนี้ว่า ‘อย่าเลย อาวุโส คุณอย่าได้ไปเลย พวกผมจักทำจีวรให้คุณ ณ ที่นี้’ เธอมีความคิดอย่างนี้ว่า ‘จักให้ทำจีวรนี้ภายนอกสีมานี้แหละ จักไม่กลับมา’ เธอให้ทำจีวรผืนนั้น จีวรของเธอที่ทำอยู่นั้นได้เสียหายไป การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยผ้าเสียหาย (๖)

{๑๒๔} [๓๒๓] ภิกษุได้กรานกฐินแล้วประสงค์จะเดินทางไปตามทิศ จึงหลีกไป แต่ยังหวังว่าจะได้ส่วนจีวร เธอเดินทางไปตามทิศแล้ว ภิกษุทั้งหลายถามว่า ‘อาวุโส คุณจำพรรษาที่ไหน และส่วนจีวรของคุณอยู่ที่ไหน’ เธอตอบอย่างนี้ว่า ‘ผมจำพรรษาที่อาวาสโน้น และส่วนจีวรของผมก็อยู่ที่อาวาสนั้น’ ภิกษุเหล่านั้นกล่าวอย่างนี้ว่า ‘อาวุโส คุณจงไปนำจีวรนั้นมา พวกผมจักทำจีวรให้คุณ ณ ที่นี้’ เธอกลับไปสู่อาวาสนั้นแล้วถามภิกษุทั้งหลายว่า ‘อาวุโส ส่วนจีวรของผมอยู่ที่ไหน’ ภิกษุเหล่านั้นตอบอย่างนี้ว่า ‘อาวุโส นี้ส่วนจีวรของคุณ’ เธอถือจีวรนั้นไปยังอาวาสแห่งนั้น เธอไปถึงอาวาสนั้นแล้วมีความคิดอย่างนี้ว่า ‘จักให้ทำจีวรนี้ภายนอกสีมานี้แหละ จักไม่กลับมา’ เธอให้ทำจีวรผืนนั้น การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยทำจีวรเสร็จ (๗)ภิกษุได้กรานกฐินแล้วประสงค์จะเดินทางไปตามทิศ จึงหลีกไป ... เธอมีความคิดอย่างนี้ว่า ‘จักไม่ให้ทำจีวรนี้ จักไม่กลับมา’ การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยตกลงใจ (๘)

ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว ประสงค์จะเดินทางไปตามทิศ จึงหลีกไป ... เธอมีความคิดอย่างนี้ว่า ‘จักให้ทำจีวรนี้ภายนอกสีมานี้แหละ จักไม่กลับมา’ เธอให้ทำจีวรผืนนั้น จีวรของเธอที่ทำอยู่นั้นได้เสียหายไป การเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยผ้าเสียหาย (๙)

จบ อปวิลายนวาร ๙ หมวด

หน้า ๑๘๗

๑๓. ผาสุวิหารวาร อยู่ตามสบาย ๕ หมวด

{๑๒๕} [๓๒๔] ภิกษุได้กรานกฐินแล้วต้องการจะอยู่ตามสบาย จึงถือจีวรไปด้วยตั้งใจว่า ‘จักไปยังอาวาสชื่อโน้น ถ้าในอาวาสนั้น ความสบายจักมีแก่เรา เราก็จักอยู่ ถ้าความสบายไม่มีแก่เรา เราก็จักไปยังอาวาสชื่อโน้น ถ้าในอาวาสนั้น ความสบายจักมีแก่เรา เราก็จักอยู่ ถ้าความสบายจักไม่มีแก่เรา เราก็จักไปยังอาวาสชื่อโน้น ถ้าในอาวาสนั้นความสบายจักมีแก่เรา เราก็จักอยู่ ถ้าความสบายจักไม่มีแก่เรา เราก็จักกลับมา’ เธออยู่นอกสีมามีความคิดอย่างนี้ว่า ‘จักให้ทำจีวรผืนนี้ที่นี้แหละ จักไม่กลับมา’ เธอให้ทำจีวรผืนนั้น การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยทำจีวรเสร็จ (๑)ภิกษุได้กรานกฐินแล้วต้องการจะอยู่ตามสบาย

จึงถือจีวรไปด้วยตั้งใจว่า ‘จักไปยังอาวาสชื่อโน้น ถ้าในอาวาสนั้น ความสบายจักมีแก่เรา เราก็จักอยู่ ถ้าความสบายไม่มีแก่เรา เราก็จักไปยังอาวาสชื่อโน้น ถ้าในอาวาสนั้น ความสบายจักมีแก่เรา เราก็จักอยู่ ถ้าความสบายจักไม่มีแก่เรา เราก็จักไปยังอาวาสชื่อโน้น ถ้าในอาวาสนั้นความสบายจักมีแก่เรา เราก็จักอยู่ ถ้าความสบายจักไม่มีแก่เรา เราก็จักกลับมา’ เธออยู่นอกสีมามีความคิดอย่างนี้ว่า ‘จักไม่ให้ทำจีวรผืนนี้ จักไม่กลับมา’ เธอให้ทำจีวรผืนนั้น การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยตกลงใจ (๒)ภิกษุได้กรานกฐินแล้วต้องการจะอยู่ตามสบาย จึงถือจีวรไปด้วยตั้งใจว่า ‘จักไปยังอาวาสชื่อโน้น ถ้าในอาวาสนั้น ความสบายจักมีแก่เรา เราก็จักอยู่ ถ้าความสบายไม่มีแก่เรา เราก็จักไปยังอาวาสชื่อโน้น ถ้าในอาวาสนั้น ความสบายจักมีแก่เรา เราก็จักอยู่ ถ้าความสบายจักไม่มีแก่เรา เราก็จักไปยังอาวาสชื่อโน้น ถ้าในอาวาสนั้นความสบายจักมีแก่เรา เราก็จักอยู่ ถ้าความสบายจักไม่มีแก่เรา เราก็จักกลับมา’ เธออยู่นอกสีมามี

หน้า ๑๘๘

ความคิดอย่างนี้ว่า ‘จักให้ทำจีวรผืนนี้ ณ ที่นี้แหละ จักไม่กลับมา’ เธอให้ทำจีวรผืนนั้นเสร็จ จีวรของเธอที่ทำอยู่นั้นเสียหายไป การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยผ้าเสียหาย (๓)

ภิกษุได้กรานกฐินแล้วต้องการจะอยู่ตามสบาย จึงถือจีวรไปด้วยตั้งใจว่า ‘จักไปยังอาวาสชื่อโน้น ถ้าในอาวาสนั้น ความสบายจักมีแก่เรา เราก็จักอยู่ ถ้าความสบายไม่มีแก่เรา เราก็จักไปยังอาวาสชื่อโน้น ถ้าในอาวาสนั้น ความสบายจักมีแก่เรา เราก็จักอยู่ ถ้าความสบายจักไม่มีแก่เรา เราก็จักไปยังอาวาสชื่อโน้น ถ้าในอาวาสนั้นความสบายจักมีแก่เรา เราก็จักอยู่ ถ้าความสบายจักไม่มีแก่เรา เราก็จักกลับมา’ เธออยู่นอกสีมา ให้ทำจีวรผืนนั้น เธอทำเสร็จแล้วคิดว่า ‘จักกลับมา จักกลับมา’ แล้วล่วงคราวกฐินเดาะ ณ ภายนอกสีมา การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยล่วงเขต (๔)ภิกษุได้กรานกฐินแล้วต้องการจะอยู่ตามสบาย

จึงถือจีวรไปด้วยตั้งใจว่า ‘จักไปยังอาวาสชื่อโน้น ถ้าในอาวาสนั้น ความสบายจักมีแก่เรา เราก็จักอยู่ ถ้าความสบายไม่มีแก่เรา เราก็จักไปยังอาวาสชื่อโน้น ถ้าในอาวาสนั้น ความสบายจักมีแก่เรา เราก็จักอยู่ ถ้าความสบายจักไม่มีแก่เรา เราก็จักไปยังอาวาสชื่อโน้น ถ้าในอาวาสนั้นความสบายจักมีแก่เรา เราก็จักอยู่ ถ้าความสบายจักไม่มีแก่เรา เราก็จักกลับมา’ เธออยู่นอกสีมา ให้ทำจีวรผืนนั้น เธอทำเสร็จแล้วคิดว่า ‘จักกลับมา จักกลับมา’ แล้วกลับมาทันกฐินเดาะ การเดาะกฐินของภิกษุนั้นพร้อมกับภิกษุทั้งหลาย” (๕)

จบ ผาสุวิหารวาร ๕ หมวด

หน้า ๑๘๙

๑๔. ว่าด้วยปลิโพธและสิ้นปลิโพธแห่งกฐิน

{๑๒๖} [๓๒๕] “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย กฐินมีปลิโพธ ๒ อย่าง และสิ้นปลิโพธ ๒ อย่าง

ปลิโพธ ๒

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย กฐินมีปลิโพธ ๒ อย่าง คืออะไรบ้าง คือ อาวาสปลิโพธ ๑ จีวรปลิโพธ ๑

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็อาวาสปลิโพธเป็นอย่างไร

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ยังอยู่ในอาวาสนั้นก็ดี หลีกไปโดยยังผูกใจอยู่ว่าจักกลับมาก็ดี อย่างนี้แลชื่อว่าอาวาสปลิโพธดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็จีวรปลิโพธเป็นอย่างไร

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ยังไม่ได้ทำจีวรก็ดี ทำค้างไว้ก็ดี ยังไม่สิ้นความหวังว่าจะได้จีวรก็ดี อย่างนี้แลชื่อว่าจีวรปลิโพธดูก่อนภิกษุทั้งหลาย กฐินมีปลิโพธ ๒ อย่างนี้แล

สิ้นปลิโพธ ๒

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย กฐินสิ้นปลิโพธ ๒ อย่าง คืออะไรบ้าง คือ สิ้นอาวาสปลิโพธ ๑ สิ้นจีวรปลิโพธ ๑

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑คำว่า ปลิโพธ แปลว่า เครื่องผูกพันหรือหน่วงเหนี่ยวเป็นเหตุให้จิตพะวักพะวน หมายถึง ความห่วงกังวล ในที่นี้เกี่ยวกับการเดาะกฐิน จึงหมายถึงความกังวลที่เป็นเหตุให้กฐินยังไม่เดาะ คือ ยังรักษาอานิสงส์กฐินและเขตแห่งจีวรกาลตามกำหนดไว้ได้ มี ๒ คือ
  2. (๑) อาวาสปลิโพธ ความห่วงกังวลในอาวาส คือแม้จะไปในที่อื่น แต่ก็ผูกใจว่าจะกลับมา
  3. (๒) จีวรปลิโพธ ความห่วงกังวลในจีวร คือยังมีความหวังว่าจะได้จีวร เมื่อสิ้นปลิโพธครบทั้งสอง จึงเป็นอันเดาะกฐิน

จบ ความสิ้นหวัง ๑๒ หมวด