arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระวินัยปิฎก มหาวรรค · กฐินขันธกะ

หัวข้อประจำขันธกะ เล่ม ๕

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๒๗ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๔/๔ ในกฐินขันธกะมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระวินัยปิฎก มหาวรรค กฐินขันธกะ หัวข้อประจำขันธกะ (ฉบับหลวง เล่ม ๕ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๕ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๕)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๕ หน้า ๑๘๙–๑๙๔

หน้า ๑๘๙

๑๔. ว่าด้วยปลิโพธและสิ้นปลิโพธแห่งกฐิน

{๑๒๖} [๓๒๕] “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย กฐินมีปลิโพธ ๒ อย่าง และสิ้นปลิโพธ ๒ อย่าง

ปลิโพธ ๒

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย กฐินมีปลิโพธ ๒ อย่าง คืออะไรบ้าง คือ อาวาสปลิโพธ ๑ จีวรปลิโพธ ๑

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็อาวาสปลิโพธเป็นอย่างไร

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ยังอยู่ในอาวาสนั้นก็ดี หลีกไปโดยยังผูกใจอยู่ว่าจักกลับมาก็ดี อย่างนี้แลชื่อว่าอาวาสปลิโพธดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็จีวรปลิโพธเป็นอย่างไร

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ยังไม่ได้ทำจีวรก็ดี ทำค้างไว้ก็ดี ยังไม่สิ้นความหวังว่าจะได้จีวรก็ดี อย่างนี้แลชื่อว่าจีวรปลิโพธดูก่อนภิกษุทั้งหลาย กฐินมีปลิโพธ ๒ อย่างนี้แล

สิ้นปลิโพธ ๒

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย กฐินสิ้นปลิโพธ ๒ อย่าง คืออะไรบ้าง คือ สิ้นอาวาสปลิโพธ ๑ สิ้นจีวรปลิโพธ ๑

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑คำว่า ปลิโพธ แปลว่า เครื่องผูกพันหรือหน่วงเหนี่ยวเป็นเหตุให้จิตพะวักพะวน หมายถึง ความห่วงกังวล ในที่นี้เกี่ยวกับการเดาะกฐิน จึงหมายถึงความกังวลที่เป็นเหตุให้กฐินยังไม่เดาะ คือ ยังรักษาอานิสงส์กฐินและเขตแห่งจีวรกาลตามกำหนดไว้ได้ มี ๒ คือ
  2. (๑) อาวาสปลิโพธ ความห่วงกังวลในอาวาส คือแม้จะไปในที่อื่น แต่ก็ผูกใจว่าจะกลับมา
  3. (๒) จีวรปลิโพธ ความห่วงกังวลในจีวร คือยังมีความหวังว่าจะได้จีวร เมื่อสิ้นปลิโพธครบทั้งสอง จึงเป็นอันเดาะกฐิน
หน้า ๑๙๐

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็สิ้นอาวาสปลิโพธเป็นอย่างไร

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้หลีกไปจากอาวาสนั้นด้วยสละใจ วางใจ ปล่อยใจ ทอดธุระว่าจักไม่กลับมา อย่างนี้แลชื่อว่าสิ้นอาวาสปลิโพธดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็สิ้นจีวรปลิโพธเป็นอย่างไร

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ทำจีวรเสร็จแล้วก็ดี ทำเสียไปก็ดี ทำหายเสียก็ดี ทำไฟไหม้เสียก็ดี สิ้นความหวังว่าจะได้จีวรก็ดี อย่างนี้แลชื่อว่าสิ้นจีวรปลิโพธดูก่อนภิกษุทั้งหลาย กฐินสิ้นปลิโพธ ๒ อย่างนี้แล”

จบ กฐินขันธกะที่ ๗

หัวข้อประจำขันธกะ

๑. {๑๒๗} ภิกษุชาวปาเฐยยรัฐ ๓๐ รูป จำพรรษาอยู่ในเมืองสาเกตรัญจวนใจ ออกพรรษาแล้วมีจีวรเปียกปอนมาเฝ้าพระพุทธชินเจ้า๒. ต่อไปนี้เป็นเรื่องกฐิน คือ ได้อานิสงส์กฐิน ๕ คือ เที่ยวไปไหนไม่ต้องบอกลา เที่ยวไปไม่ต้องถือไตรจีวรครบสำรับ ฉันคณโภชน์ได้ เก็บอติเรกจีวรไว้ได้ตามปรารถนา จีวรลาภอันเกิดขึ้นในที่นั้นเป็นของภิกษุผู้ได้กรานกฐินแล้ว

๓. ญัตติทุติยกรรมวาจา

๔. อย่างนี้กฐินเป็นอันกราน อย่างนี้ไม่เป็นอันกราน คือ กฐินกรานด้วยอาการเพียงขีดรอย ซัก กะ ตัด เนา

หน้า ๑๙๑

เย็บ ด้น ติดห่วงดุม ติดผ้าดาม เพิ่มผ้าอนุวาตไว้ด้านนอก เพิ่มผ้าอนุวาตไว้ด้านใน เพิ่มผ้าดาม ย้อมทำนิมิต พูดเลียบเคียง ผ้าที่ยืมเขามา ผ้าที่เก็บไว้ค้างคืน ผ้าเป็นนิสสัคคีย์ ผ้าไม่ได้ทำกัปปะพินทุ ผ้านอกจากไตรจีวร ผ้านอกจากจีวรมี ๕ ขัณฑ์ หรือเกินกว่า ซึ่งตัดดีแล้วทำให้เป็นจีวรมีมณฑล นอกจากบุคคลกราน กรานโดยไม่ชอบ ภิกษุอยู่นอกสีมาอนุโมทนากฐินอย่างนี้ พระพุทธเจ้าทรงแสดงว่าไม่เป็นอันกราน๕. กฐินกรานด้วยผ้าใหม่ ผ้าเทียมใหม่ ผ้าเก่า ผ้าบังสุกุล ผ้าขายตามร้านค้า ผ้าที่ไม่ได้ทำนิมิตได้มา ผ้าที่ไม่ได้พูดเลียบเคียงได้มา ไม่ใช่ผ้าที่ยืมเขามา ไม่ใช่ผ้าที่ทำค้างคืน ไม่ใช่ผ้าที่เป็นนิสสัคคีย์ ผ้าที่ทำพินทุกัปปะแล้ว ผ้าไตรจีวร ผ้ามี ๕ ขัณฑ์ หรือเกินกว่าซึ่งตัดดีแล้ว ทำให้เป็นจีวรมีมณฑลเสร็จในวันนั้น บุคคลกราน กรานโดยชอบ ภิกษุอยู่ในสีมาอนุโมทนา อย่างนี้ชื่อว่ากรานกฐิน๖. มาติกาเพื่อเดาะกฐิน ๘ ข้อ คือ (๑) กำหนดด้วยหลีกไป (๒) กำหนดด้วยทำจีวรเสร็จ (๓) กำหนดด้วยตกลงใจ (๔) กำหนดด้วยผ้าเสียหาย (๕) กำหนดด้วยได้ยินข่าว (๖) กำหนดด้วยสิ้นหวัง (๗) กำหนดด้วยล่วงเขต (๘) กำหนดด้วยการเดาะพร้อมกัน

๗. อาทายวาร ๗ หมวด คือ (๑) ถือจีวรที่ทำเสร็จแล้วไปคิดว่าจักไม่กลับมา การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยหลีกไป (๒) ถือจีวรไปนอกสีมา คิดว่าจักทำ ณ

หน้า ๑๙๒

ที่นี้ จักไม่กลับมา การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยทำจีวรเสร็จ (๓) ถือจีวรไปนอกสีมา คิดว่าจักไม่ให้ทำ จักไม่กลับมา การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยตกลงใจ (๔) ถือจีวรไปนอกสีมา คิดว่าจักให้ทำจีวร ณ ที่นี้ จักไม่กลับมา กำลังทำอยู่ จีวรเสียหาย การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยผ้าเสียหาย (๕) ถือจีวรไป คิดว่าจักกลับมา ให้ทำจีวรนอกสีมา ครั้นทำจีวรเสร็จแล้วได้ยินข่าวว่าในอาวาสนั้นกฐินเดาะแล้ว การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยได้ยินข่าว (๖) ถือจีวรไปคิดว่าจักกลับมา ให้ทำจีวรนอกสีมา ครั้นทำจีวรเสร็จแล้วโอ้เอ้อยู่นอกสีมาจนกฐินเดาะ การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยล่วงเขต (๗) ถือจีวรไปคิดว่าจักกลับมา ให้ทำจีวรภายนอกสีมา ครั้นทำจีวรเสร็จแล้ว คิดว่าจักกลับมา กลับมาทันกฐินเดาะ การเดาะกฐินของภิกษุนั้นพร้อมกับภิกษุทั้งหลาย

๘. สมาทายวาร ๗ หมวด

๙. อาทายวาร และสมาทายวาร คือ ถือจีวรที่ทำค้างไว้ไปอย่างละ ๖ หมวด ไม่มีการเดาะกำหนดด้วยหลีกไป

๑๐. อาทายภาณวาร กล่าวถึงภิกษุถือจีวรไปนอกสีมา คิดว่าจักให้ทำจีวร มี ๓ มาติกา คือ กำหนดด้วยทำจีวรเสร็จ กำหนดด้วยตกลงใจ กำหนดด้วยผ้าเสียหาย กล่าวถึงภิกษุถือจีวรหลีกไป คิดว่าจักไม่กลับมา ไปนอกสีมาแล้วคิดว่าจักทำมี ๓ มาติกา คือ กำหนดด้วยทำจีวรเสร็จ กำหนดด้วยตกลงใจ กำหนดด้วยผ้า

หน้า ๑๙๓

เสียหาย กล่าวถึงภิกษุถือจีวรหลีกไป ด้วยไม่ตั้งใจ ภายหลังเธอคิดว่าจักไม่กลับ มี ๓ นัย กล่าวถึงภิกษุถือจีวรไปคิดว่าจักกลับมา อยู่นอกสีมาคิดว่าจักทำจีวร จักไม่กลับมา ให้ทำจีวรเสร็จ การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยทำจีวรเสร็จ ด้วยตกลงใจ ด้วยผ้าเสียหาย ด้วยได้ยินข่าว ด้วยล่วงเขต ด้วยเดาะพร้อมกับภิกษุทั้งหลาย รวมเป็น ๑๕ ภิกษุนำจีวรหลีกไปและนำจีวรที่ทำค้างไว้หลีกไปอีก ๔ วาระก็เหมือนกัน รวมทั้งหมด ๑๕ วิธี หลีกไปด้วยสิ้นหวัง ด้วยหวังว่าจะได้ หลีกไปด้วยกรณียะบางอย่าง ทั้งสามอย่างนั้นนักปราชญ์พึงทราบโดยนัยอย่างละ ๑๒ วิธี๑๑. หวังได้ส่วนจีวรผาสุวิหาร คือ อยู่ตามสบาย ๕ หมวด

๑๒. กฐินมีปลิโพธและสิ้นปลิโพธ นักปราชญ์พึงแต่งหัวข้อตามเค้าความเทอญ

รวมเรื่องในขันธกะนี้ ๑๒ เรื่อง และ ๑๑๘ เปยยาลมุข

จบ กฐินขันธกะ

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑ในเนื้อหามี ๑๔ หัวข้อ
หน้า ๑๙๔

๘. จีวรขันธกะ

๑. เรื่องหมอชีวกโกมารภัจจ์

ความมั่งคั่งของพระนครเวสาลี

{๑๒๘} [๓๒๖] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหารเวฬุวัน อันเป็นสถานที่พระราชทานเหยื่อแก่กระแต ใกล้พระนครราชคฤห์ ครั้งนั้นแล พระนครเวสาลีเป็นเมืองที่รุ่งเรือง กว้างขวาง มีผู้คนมาก มีผู้คนคับคั่ง และมีอาหารหาได้ง่าย มีปราสาท ๗,๗๐๗ หลัง มีเรือนยอด ๗,๗๐๗ หลัง มีสวนดอกไม้ ๗,๗๐๗ แห่ง มีสระโบกขรณี ๗,๗๐๗ สระ และมีหญิงคณิกาชื่ออัมพปาลีเป็นสตรีที่มีรูปงาม น่าดู น่าชื่นชม ประกอบด้วยผิวพรรณเฉิดฉายยิ่ง ชำนาญในการฟ้อนรำ ขับร้องและประโคมดนตรี คนทั้งหลายที่มีความประสงค์ต้องการพาตัวไปร่วมอภิรมย์ด้วยค่าตัวคืนละ ๕๐ กษาปณ์ และพระนครเวสาลีงามพริ้งยิ่งกว่าประมาณเพราะนางอัมพปาลีหญิงคณิกานั้นครั้งนั้น คณะพวกคนมีทรัพย์คณะหนึ่งชาวพระนครราชคฤห์ได้เดินทางไปพระนครเวสาลีด้วยกรณียกิจบางอย่าง และได้เห็นพระนครเวสาลีรุ่งเรืองกว้างขวาง มีผู้คนมาก มีผู้คนคับคั่ง และมีอาหารหาได้ง่าย มีปราสาท ๗,๗๐๗ หลัง มีเรือนยอด ๗,๗๐๗ หลัง มีสวนดอกไม้ ๗,๗๐๗

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑จีวรขันธกะ ตอนว่าด้วยจีวร มีเนื้อหาส่วนใหญ่เกี่ยวกับจีวร จึงตั้งชื่อว่า จีวรขันธกะ คำว่า จีวร โดยปกติหมายถึงผ้า ๓ ผืน (ไตรจีวร) คือ อันตรวาสก ผ้านุ่งหรือสบง อุตตราสงค์ ผ้าห่มหรือจีวร และสังฆาฏิ ผ้าทาบซ้อนนอก แต่ในขันธกะนี้เป็นคำรวมความที่หมายเอาทั้งผ้าทั่วไปซึ่งยังไม่สำเร็จเป็นไตรจีวร เช่น ผ้าปาวาร ผ้าไหม และผ้าโกเชาว์ เป็นต้น และผ้าที่ทำสำเร็จเป็นไตรจีวรแล้ว รวมทั้งผ้าที่ทรงอนุญาตให้ภิกษุใช้ได้อื่น ๆ เช่น ผ้าอาบนํ้าฝน ผ้าปูนอน ผ้าปิดฝี ผ้าเช็ดปาก ผ้าบริขารอื่น ๆ เป็นต้นเข้าด้วย กล่าวโดยสรุป หมายถึงผ้าทุกชนิดที่ทรงอนุญาตและทรงห้าม มี ๓๑ หัวข้อ ๙๖ เรื่อง

จบ หัวข้อประจำขันธกะ