พระวินัยปิฎก จุลวรรค · สมุจจยขันธกะ
สงฆ์ให้ปริวาส ๑ เดือน เล่ม ๖
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๔๕๖–๔๖๕ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๓/๒๔ ในสมุจจยขันธกะมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระวินัยปิฎก จุลวรรค สมุจจยขันธกะ สงฆ์ให้ปริวาส ๑ เดือน (ฉบับหลวง เล่ม ๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๖)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๖ หน้า ๒๗๙–๒๘๘
ชำนาญ คัมภีร์ ทรงธรรม ทรงวินัย ทรงมาติกา เป็นบัณฑิต เฉียบแหลม มีปัญญา มีความละอาย มีความรังเกียจ ใคร่ต่อสิกขา มาหา เธอถามอย่างนี้ว่า ‘ท่านทั้งหลาย ภิกษุนี้ต้องอาบัติอะไร ภิกษุนี้อยู่ปริวาสเพื่ออาบัติอะไร’ ภิกษุเหล่านั้นตอบอย่างนี้ว่า ‘คุณ ภิกษุนี้ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือน คือ อาบัติตัวหนึ่งไม่สงสัยปิดบังไว้ อาบัติอีกตัวหนึ่งสงสัยปิดบังไว้ เธอได้ขอปริวาส ๒ เดือนเพื่ออาบัติเหล่านั้นที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาส ๒ เดือนเพื่ออาบัติเหล่านั้นที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนแก่เธอ คุณ ภิกษุนี้ต้องอาบัติเหล่านั้น ภิกษุนี้อยู่ปริวาสเพื่ออาบัติเหล่านั้น’ ภิกษุผู้เป็นพหูสูตนั้นกล่าวอย่างนี้ว่า ‘การให้ปริวาสเพื่ออาบัติที่ไม่สงสัย ที่ปิดบังไว้ เป็นธรรมความเป็นธรรมย่อมฟังขึ้น ส่วนการให้ปริวาสเพื่ออาบัติที่สงสัย ที่ปิดบังไว้ ไม่เป็นธรรม ความไม่เป็นธรรมย่อมฟังไม่ขึ้น ท่านทั้งหลาย ภิกษุเป็นผู้ควรมานัตเพื่ออาบัติตัวนี้”
การให้อยู่ปริวาส ๑ เดือน
{๔๕๖}[๑๔๗] ก็สมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือน เธอคิดอย่างนี้ว่า ‘เราเองต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือน อย่ากระนั้นเลย เราพึงขอปริวาส ๑ เดือนเพื่ออาบัติ ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์’ เธอขอปริวาส ๑ เดือนเพื่ออาบัติ ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาส ๑ เดือนเพื่ออาบัติ ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนแก่เธอ เมื่อเธอกำลังอยู่ปริวาสได้คิดละอายใจว่า ‘เราเองต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือน เรานั้นคิดว่า ‘เราเองต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือน อย่ากระนั้นเลย เราพึงขอปริวาส ๑ เดือนเพื่ออาบัติ ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์’ เรานั้นจึงขอปริวาส ๑ เดือนเพื่ออาบัติ ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาส ๑ เดือนเพื่ออาบัติ ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนแก่เรานั้น เมื่อเรานั้น
กำลังอยู่ปริวาสได้คิดละอายใจว่า ‘อย่ากระนั้นเลย เราพึงขอปริวาสสำหรับอีกเดือนหนึ่งเพื่ออาบัติ ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์’
เธอจึงแจ้งแก่ภิกษุทั้งหลายว่า ‘ท่านทั้งหลาย ผมต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือน ผมนั้นคิดว่า ‘เราเองต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือน อย่ากระนั้นเลย เราพึงขอปริวาส ๑ เดือนเพื่ออาบัติ ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์’ ผมนั้นขอปริวาส ๑ เดือนเพื่ออาบัติ ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาส ๑ เดือนเพื่ออาบัติ ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนแก่ผมนั้น เมื่อผมนั้นกำลังอยู่ปริวาสได้คิดละอายใจว่า ‘เราเองต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือน เรานั้นคิดว่า ‘เราเองต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือน อย่ากระนั้นเลย เราพึงขอปริวาส
๑ เดือนเพื่ออาบัติ ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์’ ผมนั้นขอปริวาส ๑ เดือนเพื่ออาบัติ ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาส ๑ เดือนเพื่ออาบัติ ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนแก่ผมนั้น เมื่อผมนั้นกำลังอยู่ปริวาสได้คิดละอายใจว่า ‘อย่ากระนั้นเลยเราพึงขอปริวาสสำหรับอีกเดือนหนึ่งเพื่ออาบัติ ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์’ ผมจะพึงปฏิบัติอย่างไร” ภิกษุเหล่านั้นจึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นแล สงฆ์จงให้ปริวาสสำหรับอีกเดือนหนึ่งเพื่ออาบัติ ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนแก่ภิกษุนั้น
วิธีให้ปริวาสสำหรับอีกเดือนหนึ่ง
{๔๕๗}“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็แลสงฆ์พึงให้ปริวาสนั้นอย่างนี้ คือ ภิกษุนั้นพึงเข้าไปหาสงฆ์ ห่มผ้าอุตตราสงค์เฉวียงบ่า ไหว้เท้าภิกษุผู้แก่กว่า นั่งกระหย่ง ประนมมือแล้วกล่าวคำขอ ว่าดังนี้
คำขอปริวาสสำหรับอีกเดือนหนึ่ง
‘ท่านเจ้าข้า ข้าพเจ้าต้องอาบัติลังฆาทิเสส ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนข้าพเจ้านั้นคิดว่า ‘เราเองต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนอย่ากระนั้นเลย เราพึงขอปริวาส ๒ เดือนเพื่ออาบัติ ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ ข้าพเจ้านั้นขอปริวาส ๑ เดือนเพื่ออาบัติ ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาส ๑ เดือนเพื่ออาบัติ ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนแก่ข้าพเจ้านั้น เมื่อข้าพเจ้านั้นกำลังอยู่ปริวาส ได้คิดละอายใจว่า ‘เราเองต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือน เรานั้นคิดว่า ‘เราเองต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือน อย่ากระนั้นเลย เราพึงขอปริวาส
๑ เดือนเพื่ออาบัติ ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์’ เรานั้นจึงขอปริวาส ๑ เดือนเพื่ออาบัติ ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาส ๑ เดือนเพื่ออาบัติ ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนแก่ข้าพเจ้านั้น เมื่อข้าพเจ้านั้นกำลังอยู่ปริวาส ได้คิดละอายใจว่า ‘อย่ากระนั้นเลย เราพึงขอปริวาสสำหรับอีกเดือนหนึ่งเพื่ออาบัติ ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ ท่านเจ้าข้า ข้าพเจ้านั้นขอปริวาสสำหรับอีกเดือนหนึ่งเพื่ออาบัติ ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์’พึงขอแม้ครั้งที่ ๒ ... พึงขอแม้ครั้งที่ ๓ ...
{๔๕๘}ภิกษุผู้ฉลาดสามารถพึงประกาศให้สงฆ์ทราบด้วยญัตติจตุตถกรรมวาจา ว่าดังนี้
กรรมวาจาให้ปริวาสสำหรับอีกเดือนหนึ่ง
[๑๔๘] ‘ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ภิกษุรูปนี้ชื่อนี้ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือน เธอคิดว่า ‘เราเองต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือน อย่ากระนั้นเลย เราพึงขอปริวาส ๑ เดือนเพื่ออาบัติ ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์’ เธอจึงขอปริวาส ๑ เดือนเพื่อ
อาบัติ ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ สงฆ์ได้เห้ปริวาส ๑ เดือนเพื่ออาบัติ ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนแก่เธอ เมื่อเธอกำลังอยู่ปริวาสได้คิดละอายใจว่า ‘เราเองต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือน เรานั้นคิดว่า ‘เราเองต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือน อย่ากระนั้นเลย เราพึงขอปริวาส ๑ เดือนเพื่ออาบัติ ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์’ เรานั้นจึงขอปริวาส ๑ เดือนเพื่ออาบัติ ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาส ๑ เดือนเพื่ออาบัติ ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนแก่เรานั้น เมื่อเรานั้นกำลังอยู่ปริวาสได้คิดละอายใจว่า ‘อย่ากระนั้นเลย เราพึงขอปริวาสสำหรับอีกเดือนหนึ่งเพื่ออาบัติ
๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์’ เธอขอปริวาสสำหรับอีกเดือนหนึ่งเพื่ออาบัติ ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์ถึงที่แล้ว สงฆ์พึงให้ปริวาสสำหรับอีกเดือนหนึ่งเพื่ออาบัติ ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนแก่ภิกษุชื่อนี้ นี่เป็นญัตติท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ภิกษุรูปนี้ชื่อนี้ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือน เธอคิดว่า ‘เราเองต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือน อย่ากระนั้นเลย เราพึงขอปริวาส ๑ เดือนเพื่ออาบัติ ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์’ เธอจึงขอปริวาส ๑ เดือนเพื่ออาบัติ ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาส
๑ เดือนเพื่ออาบัติ ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนแก่เธอ เมื่อเธอกำลังอยู่ปริวาสได้คิดละอายใจว่า ‘เราเองต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือน เรานั้นคิดว่า ‘เราเองต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือน อย่ากระนั้นเลย เราพึงขอปริวาส ๑ เดือนเพื่ออาบัติ ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์’ เรานั้นจึงขอปริวาส ๑ เดือนเพื่ออาบัติ ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาส ๑ เดือนเพื่ออาบัติ ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนแก่เรานั้น เมื่อเรานั้นกำลังอยู่ปริวาสได้คิดละอายใจว่า ‘อย่ากระนั้นเลย เราพึงขอปริวาสสำหรับอีกเดือนหนึ่งเพื่ออาบัติ ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์’ เธอขอปริวาสสำหรับอีก
เดือนหนึ่งเพื่ออาบัติ ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ สงฆ์ให้ปริวาสสำหรับอีกเดือนหนึ่งเพื่ออาบัติ ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนแก่ภิกษุชื่อนี้ การให้ปริวาสสำหรับอีกเดือนหนึ่งเพื่ออาบัติ ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนแก่ภิกษุชื่อนี้ชอบใจแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงนิ่ง ไม่ชอบใจแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงทักท้วง
ข้าพเจ้ากล่าวความนี้แม้ครั้งที่ ๒ ...
ข้าพเจ้ากล่าวความนี้แม้ครั้งที่ ๓ ...
ปริวาสสำหรับอีกเดือนหนึ่งเพื่ออาบัติ ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนอันสงฆ์ให้แล้วแก่ภิกษุชื่อนี้ชอบใจแก่สงฆ์ เหตุนั้นจึงนิ่ง ข้าพเจ้าขอทรงความข้อนี้ไว้ด้วยอาการอย่างนี้’
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนั้นพึงเทียบกับอาบัติตัวก่อนแล้วอยู่ปริวาส ๒ เดือน
การให้อยู่ปริวาส ๒ เดือน
{๔๕๙}[๑๔๙] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือน เธอคิดอย่างนี้ว่า ‘เราเองต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือน อย่ากระนั้นเลย เราพึงขอปริวาส ๑ เดือนเพื่ออาบัติ ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์’ เธอจึงขอปริวาส ๑ เดือนเพื่ออาบัติ ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ สงฆ์ให้ปริวาส ๑ เดือนเพื่ออาบัติ ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนแก่เธอ เมื่อเธอกำลังอยู่ปริวาสได้คิดละอายใจว่า ‘เราเองต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือน เรานั้นคิดว่า ‘เราเองต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือน อย่ากระนั้นเลย เราพึงขอปริวาส ๑ เดือนเพื่ออาบัติ ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์’ เรานั้นจึงขอปริวาส ๑ เดือนเพื่ออาบัติ ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาส ๑ เดือนเพื่ออาบัติ ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนแก่เรานั้น เมื่อเรา
นั้นกำลังอยู่ปริวาสได้คิดละอายใจว่า ‘อย่ากระนั้นเลย เราพึงขอปริวาสสำหรับอีกเดือนหนึ่งเพื่ออาบัติ ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ เธอจึงขอปริวาสสำหรับอีกเดือนหนึ่งเพื่ออาบัติ ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ สงฆ์ให้ปริวาสสำหรับอีกเดือนหนึ่งเพื่ออาบัติ ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนแก่เธอ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนั้นพึงเทียบกับอาบัติตัวก่อนแล้วอยู่ปริวาส ๒ เดือน”
{๔๖๐}[๑๕๐] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือน คือ เดือนหนึ่งรู้ เดือนหนึ่งไม่รู้ เธอขอปริวาสสำหรับเดือนที่รู้เพื่ออาบัติ ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ สงฆ์ให้ปริวาสสำหรับเดือนที่รู้เพื่ออาบัติ ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนแก่เธอ เมื่อเธอกำลังอยู่ปริวาส จึงรู้อีกเดือนหนึ่ง เธอคิดอย่างนี้ว่า ‘เราเองต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือน คือ เดือนหนึ่งรู้ เดือนหนึ่งไม่รู้ เรานั้นขอปริวาสสำหรับเดือนที่รู้เพื่ออาบัติ ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาสสำหรับเดือนที่รู้เพื่ออาบัติ ๒ ตัวที่ปิดบังไว้
๒ เดือนกะเรานั้น เรานั้นกำลังอยู่ปริวาส จึงได้รู้อีกเดือนหนึ่ง อย่ากระนั้นเลย เราพึงขอปริวาสสำหรับอีกเดือนหนึ่งเพื่ออาบัติ ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์’ เธอจึงขอปริวาสสำหรับอีกเดือนหนึ่งเพื่ออาบัติ ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ สงฆ์ให้ปริวาสสำหรับอีกเดือนหนึ่งเพื่ออาบัติ ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนแก่เธอ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนั้นพึงเทียบกับอาบัติตัวก่อนแล้วอยู่ปริวาส ๒ เดือน{๔๖๑}[๑๕๑] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือน คือ เดือนหนึ่งระลึกได้ เดือนหนึ่งระลึกไม่ได้ เธอขอปริวาสสำหรับเดือนที่ระลึกได้เพื่ออาบัติ ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ สงฆ์ให้ปริวาสสำหรับเดือนที่ระลึกได้เพื่ออาบัติ ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนแก่เธอ เธอกำลังอยู่ปริวาส จึงระลึกอีกเดือนหนึ่งได้ เธอคิดอย่างนี้ว่า
‘เราเองต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือน คือ เดือนหนึ่งระลึกได้ เดือนหนึ่งระลึกไม่ได้ เรานั้นขอปริวาสสำหรับเดือนที่ระลึกได้เพื่ออาบัติ ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาสสำหรับเดือนที่ระลึกได้เพื่ออาบัติ ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนแก่เรานั้น เรานั้นกำลังอยู่ปริวาส จึงระลึกอีกเดือนหนึ่งได้ อย่ากระนั้นเลย เราพึงขอปริวาสสำหรับอีกเดือนหนึ่งเพื่ออาบัติ ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์’ เธอจึงขอปริวาสสำหรับอีกเดือนหนึ่งเพื่ออาบัติ ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ สงฆ์ให้ปริวาสสำหรับอีกเดือนหนึ่งเพื่ออาบัติ ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนแก่เธอ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนั้นพึงเทียบกับอาบัติตัวก่อนแล้วอยู่ปริวาส ๒ เดือน
{๔๖๒}[๑๕๒] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือน คือ เดือนหนึ่งไม่สงสัย เดือนหนึ่งสงสัย เธอขอปริวาสสำหรับเดือนที่ไม่สงสัยเพื่ออาบัติ ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ สงฆ์ให้ปริวาสสำหรับเดือนที่ไม่สงสัยเพื่ออาบัติ ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนแก่เธอ เธอกำลังอยู่ปริวาส เกิดไม่สงสัยอีกเดือนหนึ่ง เธอคิดอย่างนี้ว่า ‘เราเองต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือน คือ เดือนหนึ่งไม่สงสัย เดือนหนึ่งสงสัย เรานั้นขอปริวาสสำหรับเดือนที่ไม่สงสัยเพื่ออาบัติ ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาสสำหรับเดือนที่ไม่สงสัยเพื่ออาบัติ ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนแก่เรานั้น เรานั้นกำลังอยู่ปริวาส เกิดไม่สงสัยอีกเดือนหนึ่ง อย่ากระนั้นเลย เราพึงขอปริวาสสำหรับอีกเดือนหนึ่งเพื่ออาบัติ ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์’ เธอจึงขอปริวาสสำหรับอีกเดือนหนึ่งเพื่ออาบัติ ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ สงฆ์ให้ปริวาสสำหรับอีกเดือนหนึ่งเพื่ออาบัติ ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนแก่เธอ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนั้นพึงเทียบกับอาบัติตัวก่อนแล้วอยู่ปริวาส ๒ เดือน
ภิกษุผู้ควรมานัตเพื่อ<*>เดือน
{๔๖๓}[๑๕๓] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือน คือ เดือนหนึ่งรู้ปิดบังไว้ เดือนหนึ่งไม่รู้ปิดบังไว้ เธอขอปริวาส ๒ เดือนเพื่ออาบัติ ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ สงฆ์ให้ปริวาส ๒ เดือนเพื่ออาบัติ ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนแก่เธอ เมื่อเธอกำลังอยู่ปริวาส มีภิกษุรูปอื่นผู้เป็นพหูสูต ชำนาญคัมภีร์ ทรงธรรม ทรงวินัย ทรงมาติกา เป็นบัณฑิต เฉียบแหลม มีปัญญา มีความละอาย มีความรังเกียจ ใคร่ต่อสิกขา มาหา เธอถามอย่างนี้ว่า ‘ท่านทั้งหลาย ภิกษุนี้ต้องอาบัติอะไร ภิกษุนี้อยู่ปริวาสเพื่ออาบัติอะไร’ ภิกษุเหล่านั้นตอบอย่างนี้ว่า
‘คุณ ภิกษุนี้ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือน คือ เดือนหนึ่งรู้ปิดบังไว้ เดือนหนึ่งไม่รู้ปิดบังไว้ เธอขอปริวาส ๒ เดือนเพื่ออาบัติ ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาส ๒ เดือนเพื่ออาบัติ ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนแก่เธอ คุณ ภิกษุนี้ต้องอาบัติเหล่านั้น ภิกษุนี้อยู่ปริวาสเพื่ออาบัติเหล่านั้น’ ภิกษุผู้เป็นพหูสูตนั้นกล่าวอย่างนี้ว่า ‘ท่านทั้งหลาย การให้ปริวาสเพื่อเดือนที่รู้ปิดบังไว้ เป็นธรรม ความเป็นธรรมย่อมฟังขึ้น ส่วนการให้ปริวาสเพื่อเดือนที่ไม่รู้ปิดบังไว้ ไม่เป็นธรรม ความไม่เป็นธรรมย่อมฟังไม่ขึ้น ท่านทั้งหลาย ภิกษุเป็นผู้ควรมานัตเพื่อเดือนนี้’{๔๖๔}[๑๕๔]
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือน คือ เดือนหนึ่งระลึกได้ปิดบังไว้ เดือนหนึ่งระลึกไม่ได้ปิดบังไว้ เธอขอปริวาส ๒ เดือนเพื่ออาบัติ ๒ ตัว ที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ สงฆ์ให้ปริวาส ๒ เดือนเพื่ออาบัติ ๒ ตัว ที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนแก่เธอ เมื่อเธอกำลังอยู่ปริวาส มีภิกษุรูปอื่นผู้เป็นพหูสูต ชำนาญคัมภีร์ ทรงธรรม ทรงวินัย ทรงมาติกา เป็นบัณฑิต เฉียบแหลม มีปัญญา มีความละอาย มีความรังเกียจ ใคร่ต่อสิกขา มาหา เธอถามอย่างนี้ว่า ‘ท่านทั้งหลาย ภิกษุรูปนี้ต้องอาบัติอะไร ภิกษุรูปนี้อยู่ปริวาสเพื่ออาบัติอะไร’
- เพื่อ - ผู้รวบรวม
ภิกษุเหล่านั้นตอบอย่างนี้ว่า ‘คุณ ภิกษุรูปนี้ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือน คือ เดือนหนึ่งระลึกได้ปิดบังไว้ เดือนหนึ่งระลึกไม่ได้ปิดบังไว้ เธอขอปริวาส ๒ เดือนเพื่ออาบัติ ๒ ตัว ที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ สงฆ์ให้ปริวาส ๒ เดือนเพื่ออาบัติ ๒ ตัว ที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนแก่เธอ คุณ ภิกษุนี้ต้องอาบัติเหล่านั้น ภิกษุนี้อยู่ปริวาสเพื่ออาบัติเหล่านั้น’ ภิกษุผู้เป็นพหูสูตนั้นกล่าวอย่างนี้ว่า ‘ท่านทั้งหลาย การให้ปริวาสเพื่อเดือนที่ระลึกได้ปิดบังไว้ เป็นธรรม ความเป็นธรรมย่อมฟังขึ้น ส่วนการให้ปริวาสเพื่อเดือนที่ระลึกไม่ได้ปิดบังไว้ ไม่เป็นธรรม ความไม่เป็นธรรมย่อมฟังไม่ขึ้น ท่านทั้งหลาย ภิกษุเป็นผู้ควรมานัตเพื่อเดือนนี้’
{๔๖๕}[๑๕๕] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือน คือ เดือนหนึ่งไม่สงสัยปิดบังไว้ เดือนหนึ่งสงสัยปิดบังไว้ เธอขอปริวาส ๒ เดือนเพื่ออาบัติ ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ สงฆ์ให้ปริวาส ๒ เดือนเพื่ออาบัติ ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนแก่เธอ เมื่อเธอกำลังอยู่ปริวาส มีภิกษุรูปอื่นผู้เป็นพหูสูต ชำนาญคัมภีร์ ทรงธรรม ทรงวินัย ทรงมาติกา เป็นบัณฑิต เฉียบแหลม มีปัญญา มีความละอาย มีความรังเกียจ ใคร่ต่อสิกขา มาหา เธอถามอย่างนี้ว่า ‘ท่านทั้งหลาย ภิกษุนี้ต้องอาบัติอะไร ภิกษุนี้อยู่ปริวาสเพื่ออะไร’ ภิกษุเหล่านั้นตอบอย่างนี้ว่า
‘คุณ ภิกษุนี้ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือน คือ เดือนหนึ่งไม่สงสัยปิดบังไว้ เดือนหนึ่งสงสัยปิดบังไว้ เธอขอปริวาส ๒ เดือนเพื่ออาบัติ ๒ ตัวที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ที่ปิดบังไว้ ๒ เดือนแก่เธอ คุณ ภิกษุนี้ต้องอาบัติเหล่านั้น ภิกษุนี้อยู่ปริวาสเพื่ออาบัติเหล่านั้น’ ภิกษุผู้เป็นพหูสูตนั้นกล่าวอย่างนี้ว่า ‘ท่านทั้งหลาย การให้ปริวาสเพื่อเดือนที่ไม่สงสัยปิดบังไว้ เป็นธรรม ความเป็นธรรมย่อมฟังขึ้น ส่วนการให้ปริวาสเพื่อเดือนที่สงสัยปิดบังไว้ ไม่เป็นธรรม ความไม่เป็นธรรมย่อมฟังไม่ขึ้น ท่านทั้งหลาย ภิกษุเป็นผู้ควรมานัตเพื่อเดือนนั้น”
สุทธันตปริวาส
สงฆ์ให้สุทธันตปริวาส
{๔๖๖}[๑๕๖] ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัวเธอไม่รู้ที่สุดอาบัติ ไม่รู้ที่สุดราตรี ระลึกที่สุดอาบัติไม่ได้ ระลึกที่สุดราตรีไม่ได้ สงสัยในที่สุดอาบัติ สงสัยในที่สุดราตรี จึงแจ้งแก่ภิกษุทั้งหลายว่า “ท่านทั้งหลาย ผมต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัว ผมไม่รู้ที่สุดอาบัติ ไม่รู้ที่สุดราตรี ระลึกที่สุดอาบัติไม่ได้ ระลึกในที่สุดราตรีไม่ได้ สงสัยในที่สุดอาบัติ สงสัยในที่สุดราตรี ผมจะพึงปฏิบัติอย่างไร” ภิกษุเหล่านั้นจึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นแล สงฆ์จงให้สุทธันุตปริวาสเพื่ออาบัติเหล่านั้นแก่ภิกษุนั้น”
วิธีให้สุทธันตปริวาส
{๔๖๗}ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็แลสงฆ์พึงให้สุทธันตปริวาสอย่างนี้ คือ ภิกษุนั้นพึงเข้าไปหาสงฆ์ ห่มผ้าอุตตราสงค์เฉวียงบ่า ไหว้เท้าภิกษุผู้แก่กว่า นั่งกระหย่ง ประนมมือแล้วกล่าวคำขอ ว่าดังนี้
คำขอสุทธันตปริวาส
‘ท่านเจ้าข้า ข้าพเจ้าต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัว ข้าพเจ้าไม่รู้ที่สุดอาบัติ ไม่รู้ที่สุดราตรี ระลึกที่สุดอาบัติไม่ได้ ระลึกที่สุดราตรีไม่ได้สงสัยในที่สุดอาบัติ สงสัยในที่สุดราตรี ท่านเจ้าข้า ข้าพเจ้านั้นขอสุทธันตปริวาสเพื่ออาบัติเหล่านั้นกะสงฆ์’
พึงขอแม้ครั้งที่ ๒ ... พึงขอแม้ครั้งที่ ๓ ...
{๔๖๘}ภิกษุผู้ฉลาดสามารถพึงประกาศให้สงฆ์ทราบด้วยญัตติจตุตถกรรมวาจา ว่าดังนี้
จบ สงฆ์ให้ปริวาส ๑ เดือน