พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน · ปรามาสปรามัฏฐทุกะ
ปัญหาวาร เล่ม ๔๒
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๗๒๘–๗๒๙ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๒/๒ ในปรามาสปรามัฏฐทุกะมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
ปญฺหาวาโร
ปัญหาวาร
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ ปรามาสปรามัฏฐทุกะ ปัญหาวาร (ฉบับหลวง เล่ม ๔๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๔๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๔๒)
ปรามฏฺโฐเจวโนจปรามาโส ธมฺโม ปรามฏฺฐสฺสเจว- *โนจปรามาสสฺส ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย: ปรามฏฺฐาเจว- *โนจปรามาสา เหตู สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิ ฯ ปรามฏฺโฐเจวโนจปรามาโส ธมฺโม ปรามาสสฺสเจวปรามฏฺฐสฺสจ ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย: ปรามฏฺฐาเจวโนจปรามาสา เหตู ปรามาสสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปรามฏฺโฐเจวโนจปรามาโส ธมฺโม ปรามาสสฺสเจวปรามฏฺฐสฺสจ ปรามฏฺฐสฺสเจวโนจปรามาสสฺส จ ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย: ปรามฏฺฐาเจวโนจปรามาสา เหตู สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ ปรามาสสฺส จ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
ธรรมที่เป็นปรามัฏฐธรรม แต่ไม่ใช่ปรามาสธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นปรามัฏฐธรรม แต่ไม่ใช่ปรามาสธรรม โดยเหตุปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นปรามัฏฐธรรม แต่ไม่ใช่ปรามาสธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตต-ขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย ปฏิสนธิ
ธรรมที่เป็นปรามัฏฐธรรม แต่ไม่ใช่ปรามาสธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งปรามาสธรรมและปรามัฏฐธรรม โดยเหตุปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นปรามัฏฐธรรม แต่ไม่ใช่ปรามาสธรรม เป็นปัจจัยแก่ปรามาส-ธรรม โดยเหตุปัจจัย
ธรรมที่เป็นปรามัฏฐธรรม แต่ไม่ใช่ปรามาสธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งปรามาส-ธรรม และปรามัฏฐธรรม และธรรมที่เป็นปรามัฏฐธรรม แต่ไม่ใช่ปรามาสธรรม โดยเหตุปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นปรามัฏฐธรรม แต่ไม่ใช่ปรามาสธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตต-ขันธ์ทั้งหลาย และปรามาสธรรม และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย
ปรามาโสเจวปรามฏฺโฐจ ธมฺโม ปรามาสสฺสเจวปรามฏฺฐสฺสจ ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: ตีณิ อารพฺภ กาตพฺพา ปรามาสทุกสทิสา ฯ ปรามฏฺโฐเจวโนจปรามาโส ธมฺโม ปรามฏฺฐสฺสเจวโนจปรามาสสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: ทานํ ... สีลํ ... อุโปสถกมฺมํ กตฺวา ตํ ปจฺจเวกฺขติ อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ อารพฺภ ราโค วิจิกิจฺฉา อุทฺธจฺจํ โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ ปุพฺเพ ... ฌานา ... อริยา โคตฺรภุํ ปจฺจเวกฺขนฺติ โวทานํ ปจฺจเวกฺขนฺติ ปหีเน กิเลเส ... วิกฺขมฺภิเต กิเลเส ... ปุพฺเพ ... จกฺขุํ ... วตฺถุํ ... ปรามฏฺเฐเจวโนจปรามาเส ขนฺเธ อนิจฺจโต ... โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ ทิพฺเพน จกฺขุนา รูปํ ปสฺสติ ยาว อาวชฺชนาย สพฺพํ กาตพฺพํ ฯ
ปรามฏฺโฐเจวโนจปรามาโส ธมฺโม ปรามาสสฺสเจวปรามฏฺฐสฺสจ ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: ทานํ ... สีลํ ... อุโปสถกมฺมํ ... ปุพฺเพ ... ฌานา ... จกฺขุํ ... วตฺถุํ ... ปรามฏฺเฐเจวโนจปรามาเส ขนฺเธ อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ อารพฺภ ทิฏฺฐิ ... ฯ ปรามฏฺโฐเจวโนจปรามาโส ธมฺโม ปรามาสสฺสเจวปรามฏฺฐสฺสจ ปรามฏฺฐสฺสเจวโนจปรามาสสฺส จ ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: ทานํ ... สีลํ ... อุโปสถกมฺมํ ... ปุพฺเพ ... ฌานา ... จกฺขุํ ... วตฺถุํ ... ปรามฏฺเฐเจวโนจปรามาเส ขนฺเธ อนิจฺจโต ... วิปสฺสติ อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ อารพฺภ ปรามาโส จ สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ เอวํ อิตเรปิ ตีณิ อารพฺภ กาตพฺพา ฯ อิมํ ทุกํ ปรามาสทุกสทิสํ ฯ โลกุตฺตรํ ยมฺหิ น ลพฺภติ ตมฺหิ น กาตพฺพํ ฯ
ปรามาสปรามฏฺฐทุกํ นิฏฺฐิตํ ฯ
ธรรมที่เป็นทั้งปรามาสธรรม และปรามัฏฐธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งปรามาสธรรมและปรามัฏฐธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
มี ๓ นัย พึงกระทำว่าปรารภ เหมือนกับปรามาสทุกะ
ธรรมที่เป็นปรามัฏฐธรรม แต่ไม่ใช่ปรามาสธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นปรามัฏฐ-ธรรม แต่ไม่ใช่ปรามาสธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ ทาน ฯลฯ ศีล ฯลฯ บุคคลกระทำอุโบสถกรรม แล้วพิจารณากุศลกรรมนั้นพิจารณาแล้ว ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภกุศลกรรมนั้น ราคะ วิจิกิจฉา อุทธัจจะ โทมนัสเกิดขึ้น
กุศลกรรมทั้งหลายที่เคยสั่งสมไว้แล้วในกาลก่อน ฯลฯ
จากฌาน ฯลฯ
พระอริยะทั้งหลายพิจารณาโคตรภู พิจารณาโวทาน กิเลสที่ละแล้ว ฯลฯ กิเลสที่ข่มแล้ว ฯลฯ กิเลสทั้งหลายที่เคยเกิดขึ้นแล้วในกาลก่อน ฯลฯ
จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นปรามัฏฐธรรม แต่ไม่ใช่ปรามาสธรรมโดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น
บุคคลเห็นรูปด้วยทิพยจักขุ ตลอดถึงอาวัชชนะ พึงกระทำทั้งหมด
ธรรมที่เป็นปรามัฏฐธรรม แต่ไม่ใช่ปรามาสธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งปรามาส-ธรรม และปรามัฏฐธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ ทาน ฯลฯ ศีล ฯลฯ อุโบสถกรรม ฯลฯ
กุศลกรรมทั้งหลายที่เคยสั่งสมไว้แล้วในกาลก่อน ฯลฯ
จากฌาน ฯลฯ
จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ บุคคลย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง ซึ่งขันธ์ทั้งหลายที่เป็นปรามัฏฐธรรม แต่ไม่ใช่ปรามาสธรรม เพราะปรารภจักขุเป็นต้นนั้น ทิฏฐิ ฯลฯ
ธรรมที่เป็นปรามัฏฐธรรม แต่ไม่ใช่ปรามาสธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งปรามาสธรรม แต่ไม่ใช่ปรามาสธรรมและปรามัฏฐธรรม และธรรมที่เป็นปรามัฏฐธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ ทาน ฯลฯ ศีล ฯลฯ อุโบสถกรรม ฯลฯ
กุศลกรรมทั้งหลายที่เคยสั่งสมไว้แล้วในกาลก่อน ฯลฯ
จากฌาน ฯลฯ
จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ บุคคลพิจารณาเห็นขันธ์ทั้งหลายที่เป็นปรามัฏฐธรรม แต่ไม่ใช่ปรามาสธรรม โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภจักขุเป็นต้นนั้น ปรามาสธรรม และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย เกิดขึ้น
ทั้ง ๓ นัยแม้นอกนี้ พึงกระทำว่าเพราะปรารภ
ทุกะนี้ เหมือนกับปรามาสทุกะ โลกุตตระไม่ได้ในที่ใด ก็ไม่พึงกระทำในที่นั้น
ปรามาสปรามัฏฐทุกะ จบ
จบ ปัญหาวาร