arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน · ปรามาสปรามัฏฐทุกะ

ปัญหาวาร เล่ม ๔๒

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๗๒๘–๗๒๙ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๒/๒ ในปรามาสปรามัฏฐทุกะมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

เหตุ

๕๓. ปรามาสปรามัฏฐทุกะ ๗. ปัญหาวาร

๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร

เหตุปัจจัย

พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ ปรามาสปรามัฏฐทุกะ ปัญหาวาร (ฉบับหลวง เล่ม ๔๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๔๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๔๒)

บาลี (มหาจุฬาฯ) เล่ม ๔๒ หน้า ๓๕๐–๓๕๐ · ไทย (มหาจุฬาฯ ๒) เล่ม ๔๒ หน้า ๔๘๐–๔๘๑

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ปรามฏฺโฐ เจว โน จ ปรามาโส ธมฺโม ปรามฏฺฐสฺส เจว โน จ ปรามาสสฺส ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย. ปรามฏฺฐา เจว โน จ ปรามาสา เหตู สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย. ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ (๑)

ปรามฏฺโฐ เจว โน จ ปรามาโส ธมฺโม ปรามาสสฺส เจว ปรามฏฺฐสฺส จ ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย. ปรามฏฺฐา เจว โน จ ปรามาสา เหตู ปรามาสสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย. (๒)

ปรามฏฺโฐ เจว โน จ ปรามาโส ธมฺโม ปรามาสสฺส เจว ปรามฏฺฐสฺส จ ปรามฏฺฐสฺส เจว โน จ ปรามาสสฺส จ ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย. ปรามฏฺฐา เจว โน จ ปรามาสา เหตู สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ ปรามาสสฺส จ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย. (๓)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของปรามาสแต่ไม่เป็นปรามาสเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของปรามาสแต่ไม่เป็นปรามาสโดยเหตุปัจจัย ได้แก่ เหตุที่เป็นอารมณ์ของปรามาสแต่ไม่เป็นปรามาสเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปโดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑)สภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของปรามาสแต่ไม่เป็นปรามาสเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นปรามาสและเป็นอารมณ์ของปรามาสโดยเหตุปัจจัย ได้แก่ เหตุที่เป็นอารมณ์ของปรามาสแต่ไม่เป็นปรามาสเป็นปัจจัยแก่ปรามาสโดยเหตุปัจจัย (๒)

สภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของปรามาสแต่ไม่เป็นปรามาสเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นปรามาสเป็นอารมณ์ของปรามาสและที่เป็นอารมณ์ของปรามาสแต่ไม่เป็นปรามาสโดยเหตุปัจจัย ได้แก่ เหตุที่เป็นอารมณ์ของปรามาสแต่ไม่เป็นปรามาสเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ ปรามาส และจิตตสมุฏฐานรูปโดยเหตุปัจจัย (๓)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อารมฺมณ ปรามาโส เจว ปรามฏฺโฐ จ ธมฺโม ปรามาสสฺส เจว ปรามฏฺฐสฺส จ ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย. ตีณิ. (อารพฺภ กาตพฺพานิ. ปรามาสทุกสทิสํ.)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

อารัมมณปัจจัย

สภาวธรรมที่เป็นปรามาสและเป็นอารมณ์ของปรามาสเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นปรามาสและเป็นอารมณ์ของปรามาสโดยอารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ (พึงเพิ่มคำว่า เพราะปรารภ เหมือนกับปรามาสทุกะ)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ปรามฏฺโฐ เจว โน จ ปรามาโส ธมฺโม ปรามฏฺฐสฺส เจว โน จ ปรามาสสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย. ทานํ ฯเปฯ สีลํ ฯเปฯ อุโปสถกมฺมํ กตฺวา ตํ ปจฺจเวกฺขติ, อสฺสาเทติ อภินนฺทติ, ตํ อารพฺภ ราโค ฯเปฯ วิจิกิจฺฉา ฯเปฯ อุทฺธจฺจํ ฯเปฯ โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ. ปุพฺเพ ฯเปฯ ฌานา ฯเปฯ อริยา โคตฺรภุํ ปจฺจเวกฺขนฺติ, โวทานํ ปจฺจเวกฺขนฺติ. ปหีเน กิเลเส ฯเปฯ วิกฺขมฺภิเต กิเลเส ฯเปฯ ปุพฺเพ ฯเปฯ จกฺขุํ ฯเปฯ วตฺถุํ ปรามฏฺเฐ เจว โน จ ปรามาเส ขนฺเธ อนิจฺจโต ฯเปฯ โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ. ทิพฺเพน จกฺขุนา รูปํ ปสฺสติ. (ยาว อาวชฺชนาย (๑) สพฺพํ กาตพฺพํ.) (๑)

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ.ม. อาวชฺชนา
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของปรามาสแต่ไม่เป็นปรามาสเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของปรามาสแต่ไม่เป็นปรามาสโดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถแล้วพิจารณากุศลนั้น ยินดีเพลิดเพลิน เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินกุศลนั้น ราคะ ฯลฯ วิจิกิจฉา ฯลฯ อุทธัจจะ ฯลฯ โทมนัสจึงเกิดขึ้น บุคคลพิจารณากุศลที่เคยสั่งสมไว้ดีแล้ว ฯลฯ ออกจาก ฌาน ฯลฯ พระอริยะพิจารณาโคตรภู พิจารณาโวทาน พิจารณากิเลสที่ละได้แล้ว พิจารณากิเลสที่ข่มได้แล้ว รู้กิเลสที่เคยเกิดขึ้น บุคคลเห็นแจ้งจักษุ ฯลฯ หทัยวัตถุและขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของปรามาสแต่ไม่เป็นปรามาสโดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัสจึงเกิดขึ้น

บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ (พึงเพิ่มบททั้งปวงจนถึงอาวัชชนจิต) (๑)สภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของปรามาสแต่ไม่เป็นปรามาสเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นปรามาสและเป็นอารมณ์ของปรามาสโดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถ ฯลฯ ยินดีเพลิดเพลินกุศลที่เคยสั่งสมไว้ดีแล้ว ฯลฯ ออกจากฌาน ฯลฯ ยินดีเพลิดเพลินจักษุ ฯลฯ หทัยวัตถุ และขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของปรามาสแต่ไม่เป็นปรามาส เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินจักษุเป็นต้นนั้น ทิฏฐิจึงเกิดขึ้น (๒)

สภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของปรามาสแต่ไม่เป็นปรามาสเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นปรามาสเป็นอารมณ์ของปรามาสและที่เป็นอารมณ์ของปรามาสแต่ไม่เป็นปรามาสโดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถ ฯลฯ ยินดีเพลิดเพลินกุศลที่เคยสั่งสมไว้ดีแล้ว ฯลฯ ออกจากฌาน ฯลฯ ยินดีเพลิดเพลินจักษุ ฯลฯ หทัยวัตถุ และขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของปรามาสแต่ไม่เป็นปรามาส เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินจักษุเป็นต้นนั้น ปรามาสและสัมปยุตตขันธ์จึงเกิดขึ้น (๓)

(แม้นอกนี้ก็มี ๓ วาระอย่างนี้ พึงเพิ่มคำว่า เพราะปรารภทุกะนี้เหมือน กับปรามาสทุกะ ไม่พึงเพิ่มโลกุตตระเข้าในที่ซึ่งมีไม่ได้)

จบ ปัญหาวาร