พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · ปัญญาวรรค
๖. ปาฏิหาริยกถา เล่ม ๓๑
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๗๑๘–๗๒๒ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๖/๑๐ ในปัญญาวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
ปญฺญาวคฺเค ปาฏิหาริยกถา
ปัญญาวรรค ปาฏิหาริยกถา
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ปัญญาวรรค ปาฏิหาริยกถา (ฉบับหลวง เล่ม ๓๑ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๑ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๖๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๑)
ตีณีมานิ ภิกฺขเว ปาฏิหาริยานิ กตมานิ ตีณิ อิทฺธิปาฏิหาริยํ อาเทสนาปาฏิหาริยํ อนุสาสนีปาฏิหาริยํ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปาฏิหาริย์ ๓ ประการนี้ ๓ ประการเป็นไฉน คืออิทธิปาฏิหาริย์ ๑ อาเทศนาปฏิหาริย์ ๑ อนุศาสนีปาฏิหาริย์ ๑ ฯ
กตมญฺจ ภิกฺขเว อิทฺธิปาฏิหาริยํ อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ อเนกวิหิตํ อิทฺธิวิธํ ปจฺจนุโภติ เอโกปิ หุตฺวา พหุธา โหติ พหุธาปิ หุตฺวา เอโก โหติ อาวิภาวํ ติโรภาวํ ฯเปฯ ยาว พฺรหฺมโลกาปิ กาเยน วสํ วตฺเตติ อิทํ วุจฺจติ ภิกฺขเว อิทฺธิปาฏิหาริยํ ฯ
๑ ม. วิญฺญาณจริยาย ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็อิทธิปาฏิหาริย์เป็นไฉน ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุบางรูปในธรรมวินัยนี้ ย่อมแสดงฤทธิ์ได้หลายอย่าง คือ คนเดียวเป็นหลายคนก็ได้ หลายคนเป็นคนคนเดียวก็ได้ทำให้ปรากฏก็ได้ ทำให้หายไปก็ได้ ฯลฯ ใช้อำนาจทางกายไปตลอดพรหมโลกก็ได้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้เรียกว่าอิทธิปาฏิหาริย์ ฯ
กตมญฺจ ภิกฺขเว อาเทสนาปาฏิหาริยํ อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ นิมิตฺเตน อาทิสติ เอวมฺปิ เต มโน อิตฺถมฺปิ เต มโน อิติปิ เต จิตฺตนฺติ โส พหุญฺเจปิ อาทิสติ ตเถว ตํ โหติ โน อญฺญถา อิธ ปน ภิกฺขเว เอกจฺโจ น เหว โข นิมิตฺเตน อาทิสติ อปิ จ โข มนุสฺสานํ วา อมนุสฺสานํ วา เทวานํ วา สทฺทํ สุตฺวา อาทิสติ เอวมฺปิ เต มโน อิตฺถมฺปิ เต มโน อิติปิ เต จิตฺตนฺติ โส พหุญฺเจปิ อาทิสติ ตเถว ตํ โหติ โน อญฺญถา อิธ ปน ภิกฺขเว เอกจฺโจ น เหว โข นิมิตฺเตน อาทิสติ นปิ มนุสฺสานํ วา อมนุสฺสานํ วา เทวานํ วา สทฺทํ สุตฺวา อาทิสติ อปิ จ โข วิตกฺกยโต วิจารยโต วิตกฺกวิจารสทฺทํ สุตฺวา อาทิสติ เอวมฺปิ เต
มโน อิตฺถมฺปิ เต มโน อิติปิ เต จิตฺตนฺติ โส พหุญฺเจปิ อาทิสติ ตเถว ตํ โหติ โน อญฺญถา อิธ ปน ภิกฺขเว เอกจฺโจ น เหว โข นิมิตฺเตน อาทิสติ นปิ มนุสฺสานํ วา อมนุสฺสานํ วา เทวานํ วา สทฺทํ สุตฺวา อาทิสติ น วิตกฺกยโต วิจารยโต วิตกฺกวิจารสทฺทํ สุตฺวา อาทิสติ อปิ จ โข อวิตกฺกํ อวิจารํ สมาธึ สมาปนฺนสฺส เจตสา เจโต ปริจฺจ ปชานาติ ยถา อิมสฺส โภโต มโนสงฺขารา ปณิหิตา ตถา ๑ อิมสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อมุนฺนาม ๒ วิตกฺกํ วิตกฺเกสฺสตีติ ๓ โส พหุญฺเจปิ อาทิสติ ตเถว ตํ โหติ โน อญฺญถา อิทํ วุจฺจติ ภิกฺขเว อาเทสนาปาฏิหาริยํ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็อาเทศนาปาฏิหาริย์เป็นไฉน ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุบางรูปในธรรมวินัยนี้ ย่อมทายใจได้ตามเหตุที่กำหนดว่า ใจของท่านเป็นอย่างนี้ ใจของท่านเป็นประการนี้ จิตของท่านเป็นดังนี้ ถึงแม้ภิกษุนั้นจะทายใจเป็นอันมาก การทายใจนั้นก็คงเป็นอย่างนั้นไม่เป็นอย่างอื่น ดูกรภิกษุทั้งหลาย ส่วนภิกษุบางรูปในธรรมวินัยนี้ ไม่ทายใจตามเหตุที่กำหนดเลย แต่เมื่อได้ฟังเสียงของมนุษย์ก็ดี ของอมนุษย์ก็ดี หรือของเทวดาก็ดี ก็ทายใจได้ว่า ใจของท่านเป็นอย่างนี้ ใจของท่านเป็นประการนี้จิตของท่านเป็นดังนี้ ถึงแม้ภิกษุนั้นจะทายใจเป็นอันมาก การทายใจนั้นก็คงเป็นอย่างนั้น ไม่เป็นอย่างอื่น
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ส่วนภิกษุบางรูปในธรรมวินัยนี้ไม่ทายใจตามเหตุที่กำหนดเลย และหาได้ฟังเสียงของมนุษย์ของอมนุษย์ หรือของเทวดาแล้วทายใจไม่ แต่เมื่อได้ฟังเสียงตรึกตรองของผู้กำลังตรึกตรองอยู่ ก็ทายใจได้ว่า ใจของท่านเป็นอย่างนี้ ใจของท่านเป็นประการนี้ จิตของท่านเป็นดังนี้ถึงแม้ภิกษุนั้นจะทายใจเป็นอันมาก การทายใจนั้นก็คงเป็นอย่างนั้น ไม่เป็นอย่างอื่นดูกรภิกษุทั้งหลาย ส่วนภิกษุบางรูปในธรรมวินัยนี้ ไม่ทายใจตามเหตุที่กำหนดเลยหาได้ฟังเสียงของมนุษย์ ของอมนุษย์ หรือของเทวดาแล้วทายใจไม่ และหาได้ฟังเสียงตรึกตรองของผู้กำลังตรึกตรองแล้วทายใจไม่ แต่เมื่อกำหนดใจของผู้เข้าสมาธิอันไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร ด้วยใจของตนแล้วก็รู้ได้ว่า ท่านผู้นี้ตั้งมโนสังขารไว้อย่างใด ก็จักตรึกถึงวิตกชื่อโน้นในระหว่างจิตนี้อย่างนั้น ถึงแม้ภิกษุนั้นจะทายใจเป็นอันมาก การทายใจนั้นก็คงเป็นอย่างนั้น ไม่เป็นอย่างอื่น ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้เรียกว่าอาเทศนาปาฏิหาริย์ ฯ
กตมญฺจ ภิกฺขเว อนุสาสนีปาฏิหาริยํ อิธ ปน ภิกฺขเว เอกจฺโจ เอวํ อนุสาสติ เอวํ วิตกฺเกถ มา เอวํ วิตกฺกยิตฺถ เอวํ มนสิ กโรถ มา เอวํ มนสากริตฺถ อิทํ ปชหถ อิทํ อุปสมฺปชฺช วิหรถาติ อิทํ วุจฺจติ ภิกฺขเว อนุสาสนีปาฏิหาริยํ อิมานิ โข ภิกฺขเว ตีณิ ปาฏิหาริยานิ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็อนุศาสนีปาฏิหาริย์เป็นไฉน ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุบางรูปในธรรมวินัยนี้ ย่อมพร่ำสอนอย่างนี้ว่า จงตรึกอย่างนี้อย่าตรึกอย่างนั้น จงมนสิการอย่างนี้ อย่ามนสิการอย่างนั้น จงละธรรมนี้ จงเข้าถึงธรรมนี้อยู่เถิดดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้เรียกว่าอนุศาสนีปาฏิหาริย์ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปาฏิหาริย์ ๓ ประการนี้แล ฯ
เนกฺขมฺมํ อิชฺฌตีติ อิทฺธิ กามจฺฉนฺทํ ปฏิหรตีติ ปาฏิหาริยํ เย เตน เนกฺขมฺเมน สมนฺนาคตา สพฺเพ เต วิสุทฺธิจิตฺตา อนาวิลสงฺกปฺปาติ อาเทสนาปาฏิหาริยํ ตํ โข ปน เนกฺขมฺมํ เอวํ อาเสวิตพฺพํ เอวํ ภาเวตพฺพํ เอวํ พหุลีกาตพฺพํ เอวํ ตทนุธมฺมตาสติ อุปฏฺฐาเปตพฺพาติ อนุสาสนีปาฏิหาริยํ อพฺยาปาโท อิชฺฌตีติ อิทฺธิ พฺยาปาทํ ปฏิหรตีติ ปาฏิหาริยํ เย เตน อพฺยาปาเทน สมนฺนาคตา สพฺเพ เต วิสุทฺธิจิตฺตา อนาวิลสงฺกปฺปาติ อาเทสนาปาฏิหาริยํ โส โข ปน อพฺยาปาโท เอวํ อาเสวิตพฺโพ เอวํ ภาเวตพฺโพ เอวํ พหุลีกาตพฺโพ เอวํ ตทนุธมฺมตาสติ อุปฏฺฐาเปตพฺพาติ อนุสาสนีปาฏิหาริยํ อาโลกสญฺญา อิชฺฌตีติ อิทฺธิ
ถีนมิทฺธํ ปฏิหรตีติ ปาฏิหาริยํ เย ตาย อาโลกสญฺญาย สมนฺนาคตา สพฺเพ เต วิสุทฺธิจิตฺตา อนาวิลสงฺกปฺปาติ อาเทสนาปาฏิหาริยํ สา โข ปน อาโลกสญฺญา เอวํ อาเสวิตพฺพา เอวํ ภาเวตพฺพา เอวํ พหุลีกาตพฺพา เอวํ ตทนุธมฺมตาสติ อุปฏฺฐาเปตพฺพาติ อนุสาสนีปาฏิหาริยํ อวิกฺเขโป อิชฺฌตีติ อิทฺธิ อุทฺธจฺจํ ปฏิหรตีติ ปาฏิหาริยํ เย เตน อวิกฺเขเปน สมนฺนาคตา สพฺเพ เต วิสุทฺธิจิตฺตา อนาวิลสงฺกปฺปาติ อาเทสนาปาฏิหาริยํ โส โข ปน อวิกฺเขโป เอวํ อาเสวิตพฺโพ เอวํ ภาเวตพฺโพ เอวํ พหุลีกาตพฺโพ เอวํ ตทนุธมฺมตาสติ อุปฏฺฐาเปตพฺพาติ อนุสาสนีปาฏิหาริยํ ฯเปฯ
อรหตฺตมคฺโค อิชฺฌตีติ อิทฺธิ สพฺพกิเลเส ปฏิหรตีติ ปาฏิหาริยํ เย เตน อรหตฺตมคฺเคน สมนฺนาคตา สพฺเพ เต วิสุทฺธิจิตฺตา อนาวิลสงฺกปฺปาติ อาเทสนาปาฏิหาริยํ โส โข ปน อรหตฺตมคฺโค เอวํ อาเสวิตพฺโพ เอวํ ภาเวตพฺโพ เอวํ พหุลีกาตพฺโพ เอวํ ตทนุธมฺมตาสติ อุปฏฺฐาเปตพฺพาติ อนุสาสนีปาฏิหาริยํ เนกฺขมฺมํ อิชฺฌตีติ อิทฺธิ กามจฺฉนฺทํ ปฏิหรตีติ ปาฏิหาริยํ ยา จ อิทฺธิ ยญฺจ ปาฏิหาริยํ อิทํ วุจฺจติ อิทฺธิปาฏิหาริยํ อพฺยาปาโท อิชฺฌตีติ อิทฺธิ พฺยาปาทํ ปฏิหรตีติ ปาฏิหาริยํ ยา จ อิทฺธิ ยญฺจ ปาฏิหาริยํ อิทํ วุจฺจติ อิทฺธิปาฏิหาริยํ อาโลกสญฺญา อิชฺฌตีติ อิทฺธิ ถีนมิทฺธํ ปฏิหรตีติ ปาฏิหาริยํ ฯเปฯ อรหตฺตมคฺโค อิชฺฌตีติ อิทฺธิ สพฺเพ กิเลเส ปฏิหรตีติ ปาฏิหาริยํ ยา จ อิทฺธิ ยญฺจ ปาฏิหาริยํ อิทํ วุจฺจติ อิทฺธิ ปาฏิหาริยนฺติ ฯ
ปาฏิหาริยกถา นิฏฺฐิตา ฯ
๑ ม. ตถาสทฺโท นตฺถิ ฯ ๒ ม. ยุ. อมุกํ นาม ฯ ๓ ม. วิตกฺกยิสฺสตีติ ฯ
เนกขัมมะย่อมสำเร็จ เพราะฉะนั้น เป็นอิทธิ เนกขัมมะย่อมกำจัดกามฉันทะได้ เพราะฉะนั้น เป็นปาฏิหาริย์ ชนเหล่าใดประกอบด้วยเนกขัมมะนั้น ชนเหล่านั้นทั้งหมดเป็นผู้มีจิตหมดจด มีความดำริไม่ขุ่นมัว เพราะฉะนั้น เนกขัมมะจึงเป็นอาเทศนาปาฏิหาริย์ และเนกขัมมะนั้น ท่านทั้งหลายพึงเสพอย่างนี้ พึงเจริญอย่างนี้ พึงทำให้มากอย่างนี้ พึงตั้งสติอันเป็นธรรมสมควรแก่เนกขัมมะนั้นไว้ให้มั่นอย่างนี้ เพราะฉะนั้น เนกขัมมะจึงเป็นอนุศาสนีปาฏิหาริย์ ฯ
ความไม่พยาบาทย่อมสำเร็จ เพราะฉะนั้น เป็นอิทธิ ความไม่พยาบาทย่อมกำจัดพยาบาทได้ เพราะฉะนั้น เป็นปาฏิหาริย์ ชนเหล่าใดประกอบด้วยความไม่พยาบาทนั้น ชนเหล่านั้นทั้งหมดเป็นผู้มีจิตหมดจด มีความดำริไม่ขุ่นมัวเพราะฉะนั้น ความไม่พยาบาทจึงเป็นอาเทศนาปาฏิหาริย์ และความไม่พยาบาทนั้นท่านทั้งหลายพึงเสพอย่างนี้ พึงเจริญอย่างนี้ พึงทำให้มากอย่างนี้ พึงตั้งสติอันเป็นธรรมสมควรแก่ความไม่พยาบาทนั้นไว้ให้มั่นอย่างนี้ เพราะฉะนั้น ความไม่พยาบาทจึงเป็นอนุศาสนีปาฏิหาริย์ ฯ
อาโลกสัญญาย่อมสำเร็จ เพราะฉะนั้น เป็นอิทธิ อาโลกสัญญาย่อมกำจัดถีนมิทธะได้เพราะฉะนั้น เป็นปาฏิหาริย์ ชนเหล่าใดประกอบด้วยอาโลกสัญญานั้น ชนเหล่านั้นทั้งหมดเป็นผู้มีจิตหมดจด มีความดำริไม่ขุ่นมัว เพราะฉะนั้น อาโลกสัญญาจึงเป็นอาเทศนาปาฏิหาริย์ และอาโลกสัญญานั้น ท่านทั้งหลายพึงเสพอย่างนี้ พึงเจริญอย่างนี้ พึงทำให้มากอย่างนี้ พึงตั้งสติอันเป็นธรรมสมควรแก่อาโลกสัญญานั้นไว้ให้มั่นอย่างนี้ เพราะฉะนั้น อาโลกสัญญาจึงเป็นอนุศาสนีปาฏิหาริย์ ฯ
ความไม่ฟุ้งซ่านย่อมสำเร็จ เพราะฉะนั้น เป็นอิทธิ ความไม่ฟุ้งซ่านย่อมกำจัดอุทธัจจะได้เพราะฉะนั้น เป็นปาฏิหาริย์ ชนเหล่าใดประกอบด้วยความไม่ฟุ้งซ่านนั้น ชนเหล่านั้นทั้งหมดเป็นผู้มีจิตหมดจด มีความดำริไม่ขุ่นมัว เพราะฉะนั้น ความไม่ฟุ้งซ่าน จึงเป็นอาเทศนาปาฏิหาริย์และความไม่ฟุ้งซ่านนั้นท่านทั้งหลาย พึงเสพอย่างนี้ พึงเจริญอย่างนี้ พึงทำให้มากอย่างนี้ พึงตั้งสติอันเป็นธรรมสมควรแก่ความไม่ฟุ้งซ่านนั้นไว้ให้มั่นอย่างนี้ เพราะฉะนั้น ความไม่ฟุ้งซ่านจึงเป็นอนุศาสนีปาฏิหาริย์ ฯลฯ ฯ
อรหัตมรรคย่อมสำเร็จ เพราะฉะนั้น เป็นอิทธิ อรหัตมรรคย่อมกำจัดกิเลสได้หมดเพราะฉะนั้น เป็นปาฏิหาริย์ ชนเหล่าใดประกอบด้วยอรหัตมรรคนั้น ชนเหล่านั้นทั้งหมดเป็นผู้มีจิตหมดจด มีความดำริไม่ขุ่นมัว เพราะฉะนั้นอรหัตมรรคจึงเป็นอาเทศนาปาฏิหาริย์ และอรหัตมรรคนั้น ท่านทั้งหลายพึงเสพอย่างนี้ พึงเจริญอย่างนี้ พึงทำให้มากอย่างนี้ พึงตั้งสติอันเป็นธรรมสมควรแก่อรหัตมรรคนั้นไว้ให้มั่นอย่างนี้ เพราะฉะนั้น อรหัตมรรคจึงเป็นอนุศาสนีปาฏิหาริย์ ฯ
เนกขัมมะย่อมสำเร็จ เพราะฉะนั้น เป็นอิทธิ ย่อมกำจัดกามฉันทะได้ เพราะฉะนั้นเป็นปาฏิหาริย์ อิทธิและปาฏิหาริย์นี้ ท่านเรียกว่าอิทธิปาฏิหาริย์ความไม่พยาบาทย่อมสำเร็จ เพราะฉะนั้น เป็นอิทธิ ย่อมกำจัดพยาบาทได้เพราะฉะนั้น เป็นปาฏิหาริย์ อิทธิและปาฏิหาริย์นี้ ท่านเรียกว่าอิทธิปาฏิหาริย์อาโลกสัญญาย่อมสำเร็จ เพราะฉะนั้น เป็นอิทธิ ย่อมกำจัดถีนมิทธะได้ เพราะฉะนั้น เป็นปาฏิหาริย์ ฯลฯ อรหัตมรรคย่อมสำเร็จ เพราะฉะนั้น เป็นอิทธิย่อมกำจัดกิเลสได้หมด
เพราะฉะนั้น เป็นปาฏิหาริย์ อิทธิและปาฏิหาริย์นี้ท่านเรียกว่าอิทธิปาฏิหาริย์ ฉะนี้แล ฯ
จบปาฏิหาริยกถา ฯ
จบ ๖. ปาฏิหาริยกถา