พระอภิธรรมปิฎก · วรรคที่ ๒๑
กถาทั้ง ๓ เล่ม ๓๗
Text layerBuddha’s wordsItems ๑๘๖๘ (Royal Thai)13/16 in วรรคที่ ๒๑4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๒๑ กถาทั้ง ๓ (Royal Thai Volume 37 · Mahachula Volume 37 · Mahamakut Volume 81 · Chaloem Phrakiat Volume 37)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 37, pp. 1004–1006
{๑๘๖๖} ส. การบรรลุธรรมมีแก่สัตว์ผู้อยู่ในครรภ์หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ปัจจัยเพื่อความเกิดขึ้นแห่งสัมมาทิฏฐิมี ๒ อย่าง คือ (๑) ปรโตโฆสะ เสียงคือคำแนะนำจากผู้อื่น (๒) โยนิโสมนสิการการพิจารณาโดยอุบายอันแยบคาย มิใช่หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่าปัจจัยเพื่อความเกิดขึ้นแห่งสัมมาทิฏฐิมี ๒ อย่าง คือ (๑) ปรโตโฆสะ (๒) โยนิโสมนสิการ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “การบรรลุธรรมมีแก่สัตว์ผู้อยู่ในครรภ์”{๑๘๖๗} ส. การบรรลุธรรมมีแก่สัตว์ผู้อยู่ในครรภ์หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. การบรรลุธรรมมีแก่บุคคลผู้หลับแล้ว ผู้ประมาทแล้ว ผู้มีสติหลงลืม ผู้ไม่มีสัมปชัญญะหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น...
จบ ธัมมาภิสมยกถา
(๒๑๒-๒๑๔) ๕-๗. ติสโสปิกถา
ว่าด้วยเรื่องการบรรลุอรหัตตผลอีก ๓ เรื่อง
{๑๘๖๘} [๘๙๘] สกวาทีถามว่า การบรรลุอรหัตตผลมีแก่สัตว์ผู้อยู่ในครรภ์หรือ ?
ส. การบรรลุอรหัตตผลมีแก่บุคคลผู้หลับแล้ว ผู้ประมาทแล้ว ผู้มีสติหลงลืม ผู้ไม่มีสัมปชัญญะหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
[๘๙๙] ส. การบรรลุธรรมมีแก่บุคคลผู้ฝันหรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. การบรรลุธรรมมีแก่บุคคลผู้หลับแล้ว ผู้ประมาทแล้ว ผู้มีสติหลงลืม ผู้ไม่มีสัมปชัญญะหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
[๙๐๐] ส. การบรรลุอรหัตตผลมีแก่บุคคลผู้ฝันหรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. การบรรลุอรหัตตผลมีแก่บุคคลผู้หลับแล้ว ผู้ประมาทแล้ว ผู้มีสติหลงลืม ผู้ไม่มีสัมปชัญญะหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
จบ ติสโสปิกถา
- ๑ปรวาที ในกถาทั้ง ๓ เรื่องนี้หมายถึงพวกภิกษุนิกายอุตตราปถกะบางพวก ซึ่งมีความเห็นในเรื่องที่ ๑ ว่า สัตว์ผู้อยู่ในครรภ์สามารถบรรลุอรหัตตผลได้ เพราะเห็นเหล่าบุคคลที่เป็นพระโสดาบัน ซึ่งเกิดมาไม่นานก็บรรลุอรหัตตผล และเห็นบุตรของอุบาสิกาชื่อว่าสุปปวาสาบรรลุอรหัตตผลเมื่ออายุ ๗ ปี มีความเห็นในเรื่องที่ ๒ ว่า บุคคลผู้ฝันสามารถบรรลุธรรมได้ เพราะเห็นการเหาะเหินเดินอากาศเป็นต้นได้ขณะที่ฝัน และมีความเห็นในเรื่องที่ ๓ ว่า บุคคลผู้ฝันนั้นก็สามารถบรรลุอรหัตตผลได้ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๓๒๑)
(๒๑๕) ๘. อัพยากตกถา
ว่าด้วยเรื่องจิตของผู้ฝันเป็นอัพยากฤต
{๑๘๖๙} [๙๐๑] สกวาทีถามว่า จิตของบุคคลผู้ฝันทุกดวงเป็นอัพยากฤตหรือ ?
ส. บุคคลพึงฝันฆ่าสัตวัได้หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่าบุคคลพึงฝันฆ่าสัตว์ได้ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “จิตของบุคคลผู้ฝันทุกดวงเป็นอัพยากฤต”
{๑๘๗๐} ส. บุคคลพึงฝันลักทรัพย์ ... พึงฝันพูดเท็จ ... พึงฝันพูดส่อเสียด ... พึงฝันพูดคำหยาบ ... พึงฝันพูดเฟ้อเจ้อ ... พึงฝันตัดที่ต่อ ... พึงฝันปล้นสะดม ... พึงฝันปล้นเฉพาะเรือนหลังหนึ่ง ... พึงฝันดักปล้นที่ทางเปลี่ยว ... พึงฝันประพฤติผิดในภรรยาของผู้อื่น ... พึงฝันทำการฆ่าชาวบ้าน ... พึงฝันทำการฆ่าชาวนิคม ... พึงฝันเสพเมถุนธรรม ... อสุจิของบุคคลผู้ฝันพึงเคลื่อนได้ ... บุคคลพึงฝันให้ทาน ... พึงฝันให้จีวร ... พึงฝันให้บิณฑบาต ... พึงฝันให้เสนาสนะ ... พึงฝันให้คิลานปัจจัยเภสัชบริขาร ... พึงฝันให้ของเคี้ยว ... พึงฝันให้ของกิน ... พึงฝันให้นํ้าดื่ม ... พึงฝันไหว้พระเจดีย์ ... พึงฝันยกขึ้นซึ่งมาลา ... พึงฝันยกขึ้นซึ่งของหอม ... พึงฝันยกขึ้นซึ่งเครื่องลูบไล้ที่พระเจดีย์ ... พึงฝันทำประทักษิณพระเจดีย์หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
- ๑ปรวาที ในกถานี้หมายถึงพวกภิกษุนิกายอุตตราปถกะบางพวก ซึ่งมีความเห็นว่า จิตทุกดวงของบุคคลผู้ฝันเป็นอัพยากฤต คือ ไม่เป็นกุศลและอกุศล โดยยกพระพุทธพจน์ที่ว่า ‘ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เจตนานี้มีอยู่ แต่เจตนานั้นเป็นอัพโพหาริก’ (วิ.มหาวิ. (แปล) ๑/๒๓๕/๕๕๑) ดังนี้ เป็นข้ออ้าง (อภิ.ปญฺจ.อ. ๓๒๑)
End of กถาทั้ง ๓