พระอภิธรรมปิฎก · วรรคที่ ๑๙
ปัตติกถา เล่ม ๓๗
Text layerBuddha’s wordsItems ๑๗๘๑–๑๗๘๔ (Royal Thai)4/8 in วรรคที่ ๑๙4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๑๙ ปัตติกถา (Royal Thai Volume 37 · Mahachula Volume 37 · Mahamakut Volume 81 · Chaloem Phrakiat Volume 37)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 37, pp. 945–949
ส. โสดาปัตติผลเป็นอสังขตะ สกทาคามิผล ... อนาคามิผล ... อรหัตตผลเป็นอสังขตะ นิพพานเป็นอสังขตะหรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. อสังขตะมี ๕ อย่างหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ส. อสังขตะมี ๕ อย่างหรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ที่ต้านทานมี ๕ อย่าง นิพพานก็มี ๕ อย่างหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
จบ สามัญญผลกถา
(๑๘๙) ๔. ปัตติกถา
ว่าด้วยเรื่องการได้บรรลุหรือการได้รับเป็นอสังขตะ
{๑๗๘๑} [๘๓๗] สกวาทีถามว่า การได้เป็นอสังขตะหรือ ?
ส. การได้เป็นนิพพาน เป็นที่ต้านทาน เป็นที่เร้น เป็นที่พึ่ง เป็นที่หมาย เป็นฐานะอันไม่เคลื่อน เป็นอมตะหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ส. การได้เป็นอสังขตะ นิพพานก็เป็นอสังขตะหรือ ?
ป. ถูกแล้ว
- ๑ปรวาที ในกถานี้หมายถึงพวกภิกษุนิกายปุพพเสลิยะ ซึ่งมีความเห็นว่า การได้บรรลุสภาวธรรมหรือการได้รับสิ่งใด ๆ ก็ตามจัดเป็นอสังขตะทั้งนั้น (อภิ.ปญฺจ.อ. ๓๐๖)
ส. อสังขตะมี ๒ อย่างหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ส. อสังขตะมี ๒ อย่างหรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ที่ต้านทานมี ๒ อย่าง ... นิพพานก็มี ๒ อย่างหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
{๑๗๘๒} [๘๓๘] ส. การได้จีวรเป็นอสังขตะหรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เป็นนิพพาน ... เป็นอมตะหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ส. การได้จีวรเป็นอสังขตะ นิพพานก็เป็นอสังขตะหรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. อสังขตะมี ๒ อย่างหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ส. อสังขตะมี ๒ อย่างหรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ที่ต้านทานมี ๒ อย่าง ... นิพพานก็มี ๒ อย่างหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ส. การได้บิณฑบาต ... เสนาสนะ ... คิลานปัจจัยเภสัชบริขารเป็นอสังขตะหรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เป็นนิพพาน ... เป็นอมตะหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ส. การได้คิลานปัจจัยเภสัชบริขารเป็นอสังขตะ นิพพานก็เป็นอสังขตะหรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. อสังขตะมี ๒ อย่างหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ส. อสังขตะมี ๒ อย่างหรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ที่ต้านทานมี ๒ อย่าง ... นิพพานก็มี ๒ อย่างหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ส. การได้จีวรเป็นอสังขตะ การได้บิณฑบาต ... เสนาสนะ ... การได้คิลานปัจจัยเภสัชบริขารก็เป็นอสังขตะ นิพพานก็เป็นอสังขตะหรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. อสังขตะมี ๔ อย่างหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ส. อสังขตะมี ๕ อย่างหรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ที่ต้านทานก็มี ๕ อย่าง ... นิพพานก็มี ๕ อย่างหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
{๑๗๘๓} [๘๓๙] ส. การได้ปฐมณานเป็นอสังขตะ (พึงให้พิสดารเหมือนกันทั้งหมด) การได้ทุติยฌาน ... ตติยฌาน ... จตุตถฌาน อากาสานัญจา
ยตนฌาน ... วิญญาณญจายตนฌาน ... อากิญจัญญายตนฌาน ... เนวสัญญานาสัญญายตนฌาน ... โสดาปัตติมรรค ... โสดาปัตติผล ... สกทาคามิมรรค. ... สกทาคามิผล ... อนาคามิมรรค ... อนาคามิผล ... อรหัตตมรรค อรหัตตผลเป็นอสังขตะหรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เป็นนิพพาน ... เป็นฐานะอันไม่เคลื่อน เป็นอมตะหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ส. การได้อรหัตตผลเป็นอสังขตะ นิพพานก็เป็นอสังขตะหรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. อสังขตะมี ๒ อย่างหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ส. อสังขตะมี ๒ อย่างหรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ที่ต้านทานมี ๒ อย่าง ... นิพพานก็มี ๒ อย่างหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ส. การได้โสดาปัตติมรรคเป็นอสังขตะ การได้โสดาปัตติผลเป็นอสังขตะ ... การได้อรหัตตมรรคเป็นอสังขตะ การได้อรหัตตผลเป็นอสังขตะ นิพพานก็เป็นอสังขตะหรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. อสังขตะมี ๙ อย่างหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ส. อสังขตะมี ๙ อย่างหรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ที่ต้านทานมี ๙ อย่าง ... นิพพานก็มี ๙ อย่างหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
{๑๗๘๔} [๘๔๐] ป. ท่านไม่ยอมรับว่า “การได้เป็นอสังขตะ” หรือ ?
ส. ถูกแล้ว
ป. การได้เป็นรูป เป็นเวทนา เป็นสัญญา เป็นสังขาร เป็นวิญญาณ หรือ ?
ส. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ป. ถ้าอย่างนั้น การได้ก็ต้องเป็นอสังขตะ
จบ ปัตติกถา
(๑๙๐) ๕. ตถตากถา
ว่าด้วยเรื่องตถตาเป็นอสังขตะ
{๑๗๘๕} [๘๔๑] สกวาทีถามว่า ตถตา (ความเป็นจริง) แห่งสภาวธรรมทั้งปวงเป็นอสังขตะหรือ ?
ส. เป็นนิพพาน ... เป็นอมตะหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
- ๑ปรวาที ในกถานี้หมายถึงพวกภิกษุนิกายอุตตราปถกะบางพวก ซึ่งมีความเห็นว่า ตถตา คือความเป็นจริงตามสภาวะเช่นรูปเป็นต้นแห่งสภาวธรรมทั้งปวงมีรูปเป็นต้นนั้นจัดเป็นอสังขตะ เพราะไม่นับเนื่องในสภาวธรรมมีรูปเป็นต้นซึ่งจัดเป็นสังขตะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๓๐๖)
End of ปัตติกถา