arnon.worldSign in

พระอภิธรรมปิฎก · วรรคที่ ๑๘

เอกมัคคกถา เล่ม ๓๗

Text layerBuddha’s wordsItems ๑๗๔๗–๑๗๔๙ (Royal Thai)5/9 in วรรคที่ ๑๘4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๑๘ เอกมัคคกถา (Royal Thai Volume 37 · Mahachula Volume 37 · Mahamakut Volume 81 · Chaloem Phrakiat Volume 37)

The Mahamakut edition prints the commentary in the same volumes as the canon, so this text includes commentary.

ไทย (มหามกุฏฯ), vol. 81, pp. 567–572

Page 567

เอกมัคคกถา

[๑๗๔๗] สกวาที สามัญญผล ๔ ทำให้แจ้งได้ด้วยอริยมรรคอันเดียว หรือ ?

ปรวาที ถูกแล้ว.

ส. เป็นความประชุมแห่งผัสสะ ๔ ฯลฯ แห่งปัญญา ๔หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. สามัญญผล ๔ ทำให้แจ้งได้ด้วยอริยมรรคอันเดียว

หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. ด้วยโสดาปัตติมรรค หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ด้วยสกทาคามิมรรค ฯลฯ ด้วยอนาคามิมรรค หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ด้วยมรรคไหน?

ป. ด้วยอรหัตมรรค.

ส. ละสักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาส ได้ด้วยอรหัตมรรค หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ละสักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาสได้ด้วย

อรหัตมรรค หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

Page 568

ส. พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสการละสัญโญชน์ ๓ ว่า

โสดาปัตติผล มิใช่ หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. หากว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสการละสัญโญชน์

๓ ว่า โสดาปัตติผล ก็ต้องไม่กล่าวว่า ละสักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพต-ปรามาสได้ด้วยอรหัตมรรค.

ส. ละกามราคะอย่างหยาบ พยาบาทอย่างหยาบได้ด้วยอรหัตมรรค หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ละกามราคะอย่างหยาบ พยาบาทอย่างหยาบได้ด้วยอรหัตมรรค หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสความเบาบางแห่งกามราคะและพยาบาทว่า สกทาคามิผล มิใช่หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. หากว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสความเบาบางแห่ง

กามราคะและพยาบาทว่า สกทาคามิผล ก็ต้องไม่กล่าวว่า ละกามราคะอย่างหยาบ พยาบาทอย่างหยาบได้ด้วยอรหัตมรรค.

ส. ละกามราคะอย่างละเอียด พยาบาทอย่างละเอียดได้

ด้วยอรหัตมรรค หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ

ส. ละกามราคะอย่างละเอียด พยาบาทอย่างละเอียดได้

Page 569

ด้วยอรหัตมรรค หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสการละกามราคะและพยาบาทโดยไม่มีส่วนเหลือว่า อนาคามิผล มิใช่หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. หากว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสการละกามราคะ

พยาบาทโดยไม่มีส่วนเหลือว่า อนาคามิผล ก็ต้องไม่กล่าวว่า ละกามราคะอย่างละเอียด พยาบาทอย่างละเอียดได้ด้วยอรหัตมรรค.

[๑๗๔๘] ป. ไม่พึงกล่าวว่า สามัญญผล ๔ ทำให้แจ้งได้ด้วยอริย-มรรคอันเดียว หรือ ?

ส. ถูกแล้ว.

ป. โสดาปัตติมรรค พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงให้เกิดแล้ว

หรือ ?

ส. ถูกแล้ว.

ป. พระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นพระโสดาบัน หรือ ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ป. สกทาคามิมรรค ฯล อนาคามิมรรค พระผู้มีพระ-

ภาคเจ้าทรงให้เกิดแล้ว หรือ ?

ส. ถูกแล้ว.

ป. พระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นพระอนาคามี หรือ ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

[๑๗๔๙] ส. พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทำให้แจ้งซึ่งสามัญญผล ๔

Page 570

ด้วยอริยมรรคอันเดียว แต่พระสาวกทั้งหลายทำให้แจ้งสามัญญผล ๔ด้วยอริยมรรค ๔ หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. พระสาวกเห็นธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้ามิได้เห็น

บรรลุธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้ามิได้บรรลุ ทำให้แจ้งธรรมที่พระผู้มี-พระภาคเจ้ามิได้ทำให้แจ้ง หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

เอกมัคคกถา จบ

อรรถกถาเอกมัคคกถา

ว่าด้วย อริยมรรคอันเดียว

บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องอริยมรรคอันเดียว. ในเรื่องนั้น ชนเหล่าใดมีความเห็นผิดดุจสัทธินิกายอันธกะและอุตตราปถกะบางพวกเหล่านั้นนั่นแหละว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นพระโสดาบัน เป็นพระสกทาคามีเป็นพระอนาคามีและทำให้แจ้งซึ่งพระอรหันต์ แล้วก็ทำให้แจ้งซึ่งผล ๔ด้วยอริยมรรคเดียวเท่านั้น ด้วยอำนาจความรักในพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้เป็นพระพุทธเจ้าโดยไม่พิจารณา ดังนี้ คำถามของสกวาทีหมายถึงชนเหล่านั้น คำตอบรับรองเป็นของปรวาที. ลำดับนั้น สกวาทีจึงกล่าวคำว่า เป็นความประชุมแห่งผัสสะ ๔ เป็นต้นเพื่อท้วงด้วยความสามารถแห่งธรรมทั้งหลายอย่างละ ๔ มีผัสสะ ๔ เป็นต้นที่เกิดขึ้นกับผลทั้ง ๔โดยรวมเป็นอันเดียวกัน.

คำว่า ด้วยโสดาปัตติมรรค เป็นต้น สกวาทีกล่าวเพื่อถามว่า

Page 571

ย่อมทำให้แจ้ง ด้วยมรรคไหน ? ครั้นปรวาทีตอบว่า ด้วยอรหัตมรรค<สกวาทีจึงท้วงด้วยอำนาจภาวะแห่งการละกิเลสทั้งหลายมีสักกายทิฏฐิเป็นต้น.

คำว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นพระโสดาบันหรือ สกวาทีตอบปฏิเสธเพราะว่า พระพุทธเจ้าเป็นเพียงพระโสดาบันย่อมไม่มี. แม้ใน ๒ปัญหาข้างหน้าก็นัยนี้ คำที่เหลือในที่นี้ พึงทราบตามพระบาลีนั่นแหละดังนี้แล.

อรรถกถาเอกมัคคกถา จบ

Page 572

ฌานสังกันติกถา

[๑๗๕๐] สกวาที โยคีบุคคลเลื่อนสู่ฌานหนึ่ง จากฌานหนึ่ง หรือ ?

ปรวาที ถูกแล้ว.

ส. เลื่อนสู่ตติยฌาน จากปฐมฌานได้ หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. โยคีบุคคลเลื่อนสู่ฌานหนึ่ง จากฌานหนึ่ง หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. เลื่อนสู่จตุตถฌาน จากทุติยฌานได้ หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

[๑๗๕๑] ส. เลื่อนสู่ทุติยฌาน จากปฐมฌาน หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจ อันใด เพื่อความเกิดขึ้น

แห่งปฐมฌาน ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจอันนั้น เพื่อความเกิดขึ้นแห่งทุติยฌาน หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. โยคีบุคคลเคลื่อนทุติยฌาน จากปฐมฌานแล แต่

ไม่พึงกล่าวว่า ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจอันใด เพื่อความเกิดขึ้นแห่งปฐมฌาน ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจอันนั้นแล เพื่อความเกิดขึ้นแห่งทุติยฌาน หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. ทุติยฌาน เกิดขึ้นได้แก่โยคีบุคคลผู้ไม่นึกถึงอยู่ ฯลฯ

เกิดขึ้นแก่โยคีบุคคลผู้ไม่ตั้งใจอยู่ หรือ ?

End of เอกมัคคกถา