arnon.worldSign in

พระอภิธรรมปิฎก · วรรคที่ ๑๘

ฌานสังกันติกถา เล่ม ๓๗

Text layerBuddha’s wordsItems ๑๗๕๐–๑๗๕๔ (Royal Thai)6/9 in วรรคที่ ๑๘4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

_______

๑๘. อฏฺสารสมวคฺค

(๑๘๒) ๖. ฌานสงฺกนฺติกถา

๖. ฌานสังกันติกถา (๑๘๒)

ว่าด้วยการเลื่อนฌาน

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๑๘ ฌานสังกันติกถา (Royal Thai Volume 37 · Mahachula Volume 37 · Mahamakut Volume 81 · Chaloem Phrakiat Volume 37)

บาลี (มหาจุฬาฯ), vol. 37, pp. 470–473 · ไทย (มหาจุฬาฯ ๒), vol. 37, pp. 850–855

บาลี (มหาจุฬาฯ)

*ฌานา ฌานํ สงฺกมตีติ? อามนฺตา. ปฐมา ฌานา ตติยํ ฌานํ สงฺกมตีติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ฌานา ฌานํ สงฺกมตีติ? อามนฺตา. ทุติยา ฌานา จตุตฺถํ ฌานํ สงฺกมตีติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

*ปฐมา ฌานา ทุติยํ ฌานํ สงฺกมตีติ? อามนฺตา. ยา ปฐมสฺส ฌานสฺส อุปฺปาทาย อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธิ, สาว ทุติยสฺส ฌานสฺส อุปฺปาทาย อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ *ปฐมา ฌานา ทุติยํ ฌานํ สงฺกมติ, น วตฺตพฺพํ “ยา ปฐมสฺส ฌานสฺส อุปฺปาทาย อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธิ, สาว ทุติยสฺส ฌานสฺส อุปฺปาทาย อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธี”ติ? อามนฺตา. ทุติยํ ฌานํ อนาวชฺชนฺตสฺส อุปฺปชฺชติ ฯเปฯ อปฺปณิทหนฺตสฺส อุปฺปชฺชตีติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นนุ ทุติยํ ฌานํ อาวชฺชนฺตสฺส อุปฺปชฺชติ ฯเปฯ ปณิทหนฺตสฺส อุปฺปชฺชตีติ? อามนฺตา. หญฺจิ ทุติยํ ฌานํ อาวชฺชนฺตสฺส อุปฺปชฺชติ ฯเปฯ ปณิทหนฺตสฺส อุปฺปชฺชติ, โน จ วต เร วตฺตพฺเพ “ปฐมา ฌานา ทุติยํ ฌานํ สงฺกมตี”ติ ฯเปฯ

*ปฐมา ฌานา ทุติยํ ฌานํ สงฺกมตีติ? อามนฺตา. ปฐมํ ฌานํ กาเม อาทีนวโต มนสิกโรโต อุปฺปชฺชตีติ? อามนฺตา. ทุติยํ ฌานํ กาเม อาทีนวโต มนสิกโรโต อุปฺปชฺชตีติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

*ปฐมํ ฌานํ สวิตกฺกํ สวิจารนฺติ? อามนฺตา. ทุติยํ ฌานํ สวิตกฺกํ สวิจารนฺติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปฐมา ฌานา ทุติยํ ฌานํ สงฺกมตีติ? อามนฺตา. ตญฺเญว ปฐมํ ฌานํ ตํ ทุติยํ ฌานนฺติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สก. โยคีบุคคลเลื่อนจากฌานหนึ่งไปสู่ฌานหนึ่งได้ใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. เลื่อนจากปฐมฌานไปสู่ตติยฌานได้ใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. เลื่อนจากฌานหนึ่งไปสู่ฌานหนึ่งได้ใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. เลื่อนจากทุติยฌานไปสู่จตุตถฌานได้ใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. เลื่อนจากปฐมฌานไปสู่ทุติยฌานได้ใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. ความนึกถึง ฯลฯ ความตั้งใจ เพื่อความเกิดขึ้นแห่งปฐมฌานก็เพื่อ ความเกิดขึ้นแห่งทุติยฌานใช่ไหมปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. โยคีบุคคลเลื่อนจากปฐมฌานไปสู่ทุติยฌานได้ แต่ท่านไม่ยอมรับว่า “ความนึกถึง ฯลฯ ความตั้งใจ เพื่อความเกิดขึ้นแห่งปฐมฌานก็เพื่อความเกิดขึ้น แห่งทุติยฌาน” ใช่ไหมปร. ใช่

สก. ทุติยฌานเกิดขึ้นแก่โยคีบุคคลผู้ไม่นึกถึงอยู่ ฯลฯ ไม่ตั้งใจอยู่ใช่ไหมปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. ทุติยฌานเกิดขึ้นแก่โยคีบุคคลผู้นึกถึงอยู่ ฯลฯ ตั้งใจอยู่มิใช่หรือ

ปร. ใช่

สก. หากทุติยฌานเกิดขึ้นแก่โยคีบุคคลผู้นึกถึงอยู่ ฯลฯ ผู้ตั้งใจอยู่ ท่านก็ ไม่ควรยอมรับว่า “โยคีบุคคลเลื่อนจากปฐมฌานไปสู่ทุติยฌานได้” ฯลฯ

สก. โยคีบุคคลเลื่อนจากปฐมฌานไปสู่ทุติยฌานได้ใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. ปฐมฌานเกิดขึ้นแก่โยคีบุคคลผู้มนสิการกามทั้งหลายโดยความเป็นของ มีโทษใช่ไหมปร. ใช่

สก. ทุติยฌานเกิดขึ้นแก่โยคีบุคคลผู้มนสิการกามทั้งหลายโดยความเป็นของ มีโทษใช่ไหมปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. ปฐมฌานมีวิตก มีวิจารใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. ทุติยฌานมีวิตก มีวิจารใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. โยคีบุคคลเลื่อนจากปฐมฌานไปสู่ทุติยฌานได้ใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. ปฐมฌานกับทุติยฌานเป็นอย่างเดียวกันใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Footnotes (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. 1ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายมหิสาสกะและนิกายอันธกะบางพวก (อภิ.ปญฺจ.อ. ๘๑๓-๘๑๖/๓๐๐)
  2. 2เพราะมีความเห็นว่า บุคคลสามารถเลื่อนจากฌานหนึ่งไปสู่ฌานหนึ่งได้ โดยไม่ต้องผ่านอุปจารแห่ง ฌาน(ภาวนาวิถีจิต)นั้น ๆ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๘๑๓-๘๑๖/๓๐๐)
บาลี (มหาจุฬาฯ)

*ทุติยา ฌานา ตติยํ ฌานํ สงฺกมตีติ? อามนฺตา. ยา ทุติยสฺส ฌานสฺส อุปฺปาทาย อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธิ, สาว ตติยสฺส ฌานสฺส อุปฺปาทาย อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

*ทุติยา ฌานา ตติยํ ฌานํ สงฺกมติ, น วตฺตพฺพํ “ยา ทุติยสฺส ฌานสฺส อุปฺปาทาย อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธิ, สาว ตติยสฺส ฌานสฺส อุปฺปาทาย อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธี”ติ? อามนฺตา. ตติยํ ฌานํ อนาวชฺชนฺตสฺส อุปฺปชฺชติ ฯเปฯ อปฺปณิทหนฺตสฺส อุปฺปชฺชตีติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นนุ ตติยํ ฌานํ อาวชฺชนฺตสฺส อุปฺปชฺชติ ฯเปฯ ปณิทหนฺตสฺส อุปฺปชฺชตีติ? อามนฺตา. หญฺจิ ตติยํ ฌานํ อาวชฺชชนฺตสฺส อุปฺปชฺชติ ฯเปฯ ปณิทหนฺตสฺส อุปฺปชฺชติ, โน จ วต เร วตฺตพฺเพ “ทุติยา ฌานา ตติยํ ฌานํ สงฺกมตี”ติ. *ทุติยา ฌานา ตติยํ ฌานํ สงฺกมตีติ? อามนฺตา. ทุติยํ ฌานํ วิตกฺกวิจาเร อาทีนวโต มนสิกโรโต อุปฺปชฺชตีติ? อามนฺตา. ตติยํ ฌานํ วิตกฺกวิจาเร อาทีนวโต มนสิกโรโต อุปฺปชฺชตีติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

*ทุติยํ ฌานํ สปฺปีติกนฺติ? อามนฺตา. ตติยํ ฌานํ สปฺปีติกนฺติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ทุติยา ฌานา ตติยํ ฌานํ สงฺกมตีติ? อามนฺตา. ตญฺเญว ทุติยํ ฌานํ ตํ ตติยํ ฌานนฺติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สก. โยคีบุคคลเลื่อนจากทุติยฌานไปสู่ตติยฌานได้ใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. ความนึกถึง ฯลฯ ความตั้งใจ เพื่อความเกิดขึ้นแห่งทุติยฌานก็เพื่อ ความเกิดขึ้นแห่งตติยฌานใช่ไหมปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. โยคีบุคคลเลื่อนจากทุติยฌานไปสู่ตติยฌานได้ แต่ท่านไม่ยอมรับว่า “ความนึกถึง ฯลฯ ความตั้งใจ เพื่อความเกิดขึ้นแห่งทุติยฌานก็เพื่อความเกิดขึ้น แห่งตติยฌาน” ใช่ไหมปร. ใช่

สก. ตติยฌานเกิดขึ้นแก่โยคีบุคคลผู้ไม่นึกถึงอยู่ ฯลฯ ไม่ตั้งใจอยู่ใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. ตติยฌานเกิดขึ้นแก่โยคีบุคคลผู้นึกถึงอยู่ ฯลฯ ตั้งใจอยู่ใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. หากตติยฌานเกิดขึ้นแก่โยคีบุคคลผู้นึกถึงอยู่ ฯลฯ ตั้งใจอยู่ ท่านก็ ไม่ควรยอมรับว่า “โยคีบุคคลเลื่อนจากทุติยฌานไปสู่ตติยฌานได้”สก. โยคีบุคคลเลื่อนจากทุติยฌานไปสู่ตติยฌานได้ใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. ทุติยฌานเกิดขึ้นแก่โยคีบุคคลผู้มนสิการวิตกวิจารโดยความเป็นของมี โทษใช่ไหมปร. ใช่

สก. ตติยฌานเกิดขึ้นแก่โยคีบุคคลผู้มนสิการวิตกวิจารโดยความเป็นของมี โทษใช่ไหมปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. ทุติยฌานยังมีปีติใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. ตติยฌานยังมีปีติใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. โยคีบุคคลเลื่อนจากทุติยฌานไปสู่ตติยฌานได้ใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. ทุติยฌานกับตติยฌานเป็นอย่างเดียวกันใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

*ตติยา ฌานา จตุตฺถํ ฌานํ สงฺกมตีติ? อามนฺตา. ยา ตติยสฺส ฌานสฺส อุปฺปาทาย อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธิ, สาว จตุตฺถสฺส ฌานสฺส อุปฺปาทาย อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

*ตติยา ฌานา จตุตฺถํ ฌานํ สงฺกมติ, น วตฺตพฺพํ “ยา ตติยสฺส ฌานสฺส อุปฺปาทาย อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธิ, สาว จตุตฺถสฺส ฌานสฺส อุปฺปาทาย อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธี”ติ? อามนฺตา. จตุตฺถํ ฌานํ อนาวชฺชนฺตสฺส อุปฺปชฺชติ ฯเปฯ อปฺปณิทหนฺตสฺส อุปฺปชฺชตีติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นนุ จตุตฺถํ ฌานํ อาวชฺชนฺตสฺส อุปฺปชฺชติ ฯเปฯ ปณิทหนฺตสฺส อุปฺปชฺชตีติ? อามนฺตา. หญฺจิ จตุตฺถํ ฌานํ อาวชฺชนฺตสฺส อุปฺปชฺชติ ฯเปฯ ปณิทหนฺตสฺส อุปฺปชฺชติ, โน จ วต เร วตฺตพฺเพ “ตติยา ฌานา จตุตฺถํ ฌานํ สงฺกมตี”ติ.

*ตติยา ฌานา จตุตฺถํ ฌานํ สงฺกมตีติ? อามนฺตา. ตติยํ ฌานํ ปีตึ อาทีนวโต มนสิกโรโต อุปฺปชฺชตีติ? อามนฺตา. จตุตฺถํ ฌานํ ปีตึ อาทีนวโต มนสิกโรโต อุปฺปชฺชตีติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

*ตติยํ ฌานํ สุขสหคตนฺติ? อามนฺตา. จตุตฺถํ ฌานํ สุขสหคตนฺติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ตติยา ฌานา จตุตฺถํ ฌานํ สงฺกมตีติ? อามนฺตา. ตญฺเญว ตติยํ ฌานํ ตํ จตุตฺถํ ฌานนฺติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สก. โยคีบุคคลเลื่อนจากตติยฌานไปสู่จตุตถฌานได้ใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. ความนึกถึง ฯลฯ ความตั้งใจ เพื่อความเกิดขึ้นแห่งตติยฌานก็เพื่อ ความเกิดขึ้นแห่งจตุตถฌานใช่ไหมปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. โยคีบุคคลเลื่อนจากตติยฌานไปสู่จตุตถฌานได้ แต่ท่านไม่ยอมรับว่า “ความนึกถึง ฯลฯ ความตั้งใจ เพื่อความเกิดขึ้นแห่งตติยฌานก็เพื่อความเกิดขึ้น แห่งจตุตถฌาน” ใช่ไหมปร. ใช่

สก. จตุตถฌานเกิดขึ้นแก่โยคีบุคคลผู้ไม่นึกถึงอยู่ ฯลฯ ไม่ตั้งใจอยู่ใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. จตุตถฌานเกิดขึ้นแก่โยคีบุคคลผู้นึกถึงอยู่ ฯลฯ ตั้งใจอยู่มิใช่หรือ

ปร. ใช่

สก. หากจตุตถฌานเกิดขึ้นแก่โยคีบุคคลผู้นึกถึงอยู่ ฯลฯ ตั้งใจอยู่ ท่านก็ ไม่ควรยอมรับว่า “โยคีบุคคลเลื่อนจากตติยฌานไปสู่จตุตถฌานได้”สก. โยคีบุคคลเลื่อนจากตติยฌานไปสู่จตุตถฌานได้ใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. ตติยฌานเกิดขึ้นแก่โยคีบุคคลผู้มนสิการปีติ โดยความเป็นของมีโทษ ใช่ไหมปร. ใช่

สก. จตุตถฌานเกิดขึ้นแก่โยคีบุคคลผู้มนสิการปีติ โดยความเป็นของมีโทษ ใช่ไหมปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. ตติยฌานสหรคตด้วยสุขใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. จตุตถฌานสหรคตด้วยสุขใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. โยคีบุคคลเลื่อนจากตติยฌานไปสู่จตุตถฌานได้ใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. ตติยฌานกับจตุตถฌานเป็นอย่างเดียวกันใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

*น วตฺตพฺพํ “ฌานา ฌานํ สงฺกมตี”ติ? อามนฺตา. นนุ วุตฺตํ ภควตา “อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุ วิวิจฺเจว กาเมหิ ฯเปฯ จตุตฺถํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรตี”ติ (๑) อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ? อามนฺตา. เตน หิ ฌานา ฌานํ สงฺกมตีติ. ฌานสงฺกนฺติกถา นิฏฺฐิตา.

Footnotes (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. 1ม.อุ. ๑๔/๑๖/๑๔-๑๕
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “โยคีบุคคลเลื่อนจากฌานหนึ่งไปสู่ฌานหนึ่งได้” ใช่ไหม

สก. ใช่

ปร. พระสูตรที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า “ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัย นี้สงัดจากกามทั้งหลาย ฯลฯ เข้าจตุตถฌานอยู่” มีอยู่จริงมิใช่หรือสก. ใช่

ปร. ดังนั้น โยคีบุคคลจึงเลื่อนจากฌานหนึ่งไปสู่ฌานหนึ่งได้

ฌานสังกันติกถา จบ

Footnotes (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. 1ดู ม.อุ. (แปล) ๑๔/๑๖/๒๓-๒๔

End of ฌานสังกันติกถา