พระอภิธรรมปิฎก · วรรคที่ ๑๘
คันธชาติกถา เล่ม ๓๗
Text layerBuddha’s wordsItems ๑๗๔๕–๑๗๔๖ (Royal Thai)4/9 in วรรคที่ ๑๘4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๑๘ คันธชาติกถา (Royal Thai Volume 37 · Mahachula Volume 37 · Mahamakut Volume 81 · Chaloem Phrakiat Volume 37)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 37, pp. 915–917
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่าพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงประกอบด้วยกรุณาธรรม ทรงเกื้อกูลโลก ทรงอนุเคราะห์โลก ทรงประพฤติประโยชน์แก่โลก ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าไม่ทรงมีกรุณาธรรม”{๑๗๔๓} ส. พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าไม่ทรงมีกรุณาธรรมหรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเข้ามหากรุณาสมาบัติแล้วมิใช่หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่าพระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงเข้ามหากรุณาสมาบัติแล้ว ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าไม่ทรงมีกรุณาธรรม”{๑๗๔๔} [๘๐๘] ป. พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงมีกรุณาธรรมหรือ ?
ส. ถูกแล้ว
ป. พระผู้มีพระภาคเจ้ายังทรงมีราคะหรือ ?
ส. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ป. ถ้าอย่างนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าก็ทรงไม่มีกรุณาธรรม
จบ กรุณากถา
(๑๘๐) ๔. คันธชาติกถา
ว่าด้วยเรื่องพระบังคนของพระพุทธเจ้าหอมเกินคันธชาติอื่น ๆ
{๑๗๔๕} [๘๐๙] สกวาทีถามว่า พระบังคนของพระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าหอมเกินคันธชาติอื่น ๆ หรือ ?
ส. พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงบริโภคของหอมหรือ
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ส. พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงบริโภคข้าวสุกและขนมกุมมาสมิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่าพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงบริโภคข้าวสุกและขนมกุมมาส ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “พระบังคนของพระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าหอมเกินคันธชาติอื่น ๆ”{๑๗๔๖} ส. พระบังคนของพระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าหอมเกินคันธชาติอื่นๆ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. คนบางพวกที่อาบ ทา เจิมพระบังคนของพระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า เก็บไว้ในลุ้ง บรรจุไวัในผอบ แผ่ขายที่ตลาด ทำกิจด้วยของหอมด้วยกลิ่นนั้นมีอยู่หรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
จบ คันธชาติกถา
- ๑ปรวาที ในกถานี้หมายถึงพวกภิกษุนิกายอันธกะและอุตตราปถกะ ซึ่งมีความเห็นว่า พระบังคนคืออุจจาระปัสสาวะ หรือเรียกว่าพระบังคนหนักพระบังคนเบาของพระผู้มีพระภาคพุทธเจ้ามีกลิ่นหอมยิ่งกว่าคันธชาติอื่น ๆ และไม่มีคันธชาติใด ๆ ที่จะมีกลิ่นหอมกว่าพระบังคนหนักนั้น เพราะมีความรักยิ่งในพระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าโดยขาดโยนิโสมนสิการ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๒๙๙)
(๑๘๑) ๕. เอกมัคคกถา
ว่าด้วยเรื่องพระพุทธเจ้าทรงบรรลุสามัญญผลได้ด้วยอริยมรรคเดียว
{๑๗๔๗} [๘๑๐] สกวาทีถามว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทำให้แจ้งสามัญญผล ๔ ได้ด้วยอริยมรรคอันเดียวหรือ ?
ส. มีความประชุมแห่งผัสสะ ๔ ... แห่งปัญญา ๔ หรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ส. พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทำให้แจ้งสามัญญผล ๔ ได้ด้วยอริยมรรคอันเดียวหรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ด้วยโสดาปัตติมรรคหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ส. ด้วยสกทาคามีมรรค ... ด้วยอนาคามิมรรคหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ส. ด้วยมรรคไหน ?
ป. ด้วยอรหัตตมรรค
ส. พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงละสักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีสัพพตปรามาส ได้ด้วยอรหัตตมรรคหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
- ๑ปรวาที ในกถานี้หมายถึงพวกภิกษุนิกายอันธกะและอุตตราปถกะ ซึ่งมีความเห็นว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเป็นพระโสดาบัน พระสกทาคามี และพระอนาคามีแล้วจึงทรงทำให้แจ้งซึ่งอรหัตตมรรค จึงกล่าวได้ว่าพระองค์ทรงทำให้แจ้งสามัญญผล ๔ ด้วยอริยมรรคอันเดียวเท่านั้น เพราะมีความรักยิ่งในพระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าโดยขาดโยนิโสมนสิการ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๒๙๙)
End of คันธชาติกถา