ติกนิบาต
Text layerBuddha’s wordsItems 430–437 (Royal Thai)3/15 in เถรีคาถา4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
เถรีคาถาย ติกนิปาโต
เถรีคาถา ติกนิบาต
ว่าด้วยคาถาสุภาษิต ในติกนิบาต
๑. อัญญตรสามาเถรีคาถา
สุภาษิตชี้ผลการระลึกถึงคำสอน
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา ติกนิบาต อัญญตรสามาเถรีคาถา (Royal Thai Volume 26 · Mahachula Volume 26 · Mahamakut Volume 54 · Chaloem Phrakiat Volume 26)
๑ ปณฺณวีสติ วสฺสานิ ยโต ปพฺพชิตาย เม
นาภิชานามิ จิตฺตสฺส สมํ ลทฺธํ กุทาจนํ ฯ
อลทฺธา เจตโส สนฺตึ จิตฺเต อวสวตฺตินี
ตโต สํเวคมาปาทึ สริตฺวา ชินสาสนํ ฯ
พหูหิ ทุกฺขธมฺเมหิ อปฺปมาทรตาย เม
ตณฺหกฺขโย อนุปฺปตฺโต กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ
อชฺช เม สตฺตมี รตฺติ ยโต ตณฺหา วิโสสิตา ฯ
อญฺญตรา สามา ฯ
ตั้งแต่เราบวชแล้วตลอดเวลา ๒๕ ปี เราไม่รู้สึกว่าได้ความสงบจิตในกาลไหนๆ เลย เรามีปกติไม่ยังจิตให้เป็นไปในอำนาจ จึงไม่ได้ความสงบใจ เราระลึกถึงคำสอนแห่งพระชินเจ้าแล้ว ยังความสังเวชให้เกิดขึ้น เราผู้อันทุกข์เป็นอันมากถูกต้องแล้ว ยินดีในความไม่ประมาท บรรลุความสิ้นตัณหาแล้ว ได้ทำคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเสร็จแล้ว ตั้งแต่เราทำตัณหาให้เหือดแห้งไปแล้ว วันนี้เป็นวันที่ ๗.
๒. อุตตมาเถรีคาถา
สุภาษิตชี้ผลการฟังธรรม
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา ติกนิบาต อุตตมาเถรีคาถา (Royal Thai Volume 26 · Mahachula Volume 26 · Mahamakut Volume 54 · Chaloem Phrakiat Volume 26)
๒ จตุกฺขตฺตุํ ปญฺจกฺขตฺตุํ วิหารา อุปนิกฺขมึ
อลทฺธา เจตโส สนฺตึ จิตฺเต อวสวตฺตินี ฯ
สา ภิกฺขุนึ อุปาคจฺฉึ ยา เม สทฺธายิกา อหุ
สา เม ธมฺมมเทเสสิ ขนฺธายตนธาตุโย ฯ
ตสฺสา ธมฺมํ สุณิตฺวาน ยถา มํ อนุสาสิ สา
สตฺตาหํ เอกปลฺลงฺเก ๑ นิสีทึ ปีติสุขมปฺปีตา ๒ ฯ
อฏฺฐมิยา ปาเท ปสาเรสึ [๓] ตโมกฺขนฺธํ ปทาลิย ฯ
อุตฺตมา ฯ
เรามีปกติไม่ยังจิตให้อยู่ในอำนาจ จึงไม่ได้ความสงบจิต ออกไปจากวิหารสี่ห้าครั้ง เราเข้าไปหาพระภิกษุณีผู้มีวาจาอันเราพึงเชื่อถือได้ พระภิกษุณีนั้นได้แสดงธรรม คือ ขันธ์ อายตนะ และธาตุ แก่เรา เราฟังธรรมของท่านแล้ว ปฏิบัติตามโอวาทที่ท่านพร่ำสอน เป็นผู้เอิบอิ่มด้วยสุขอันเกิดจากปีติ นั่งอยู่โดยบัลลังก์อันเดียวตลอด ๗ วัน เราทำลายกองแห่งความมืดแล้ว จึงเหยียดเท้าออกในวันที่ ๘.
๓. อัญญตราอุตตมาเถรีคาถา
สุภาษิตแสดงผลการเจริญโพชฌงค์ ๗
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา ติกนิบาต อัญญตราอุตตมาเถรีคาถา (Royal Thai Volume 26 · Mahachula Volume 26 · Mahamakut Volume 54 · Chaloem Phrakiat Volume 26)
๓ เย อิเม สตฺต โพชฺฌงฺคา มคฺคา นิพฺพานปตฺติยา
ภาวิตา เต มยา สพฺเพ ยถา พุทฺเธน เทสิตา ฯ
สุญฺญตสฺสานิมิตฺตสฺส ลาภินีหํ ยทิจฺฉิตํ
โอรสา ธีตา พุทฺธสฺส นิพฺพานาภิรตา สทา ฯ
สพฺเพ กามา สมุจฺฉินฺนา เย ทิพฺพา เย จ มานุสา
วิกฺขีโณ ชาติสํสาโร นตฺถิทานิ ปุนพฺภโว ฯ
อญฺญตรา อุตฺตมา ฯ
โพชฌงค์ ๗ ประการนี้ เป็นหนทางแห่งการบรรลุนิพพาน เราเจริญแล้วทั้งหมด ตามที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงแล้ว เรามีปกติได้สุญญตสมาบัติและอนิมิตตสมาบัติตามปรารถนา เราเป็นธิดาผู้เกิดแต่พระอุระของพระพุทธเจ้า ยินดีแล้วในนิพพานทุกเมื่อ กามทั้งปวงทั้งเป็นของทิพย์และเป็นของมนุษย์ เราก็ตัดขาดแล้ว ชาติสงสารสิ้นแล้วบัดนี้ ภพใหม่มิได้มี.
๔. ทันถิกาเถรีคาถา
สุภาษิตแสดงการเอาอย่างที่ดี
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา ติกนิบาต ทันถิกาเถรีคาถา (Royal Thai Volume 26 · Mahachula Volume 26 · Mahamakut Volume 54 · Chaloem Phrakiat Volume 26)
๔ ทิวาวิหารา นิกฺขมฺม คิชฺฌกูฏมฺหิ ปพฺพเต
นาคํ โอคาหมุตฺติณฺณํ นทีตีรมฺหิ อทฺทสํ ฯ
ปุริโส องฺกุสมาทาย เทหิ ปาทนฺติ ยาจติ
นาโค ปสารยิ ๔ ปาทํ ปุริโส นาคมารุหิ ฯ
ทิสฺวา อทนฺตํ ทมิตํ มนุสฺสานํ วสํ คตํ
ตโต จิตฺตํ สมาเธมิ ๑ ขลุ ตาย วนํ คตา ฯ
ทนฺติกา ฯ
๑ โป. ม. เอกปลฺลงฺเกน ฯ ๒ ยุ. ปีติสุขสมปฺปิตา ฯ ๓ โป. เอตฺถนฺตเร ยโต
ตณฺหา วิโสสิตา ปจฺฉา ธมฺมเทเสสินฺติ คาถาปาททฺวยํ ทิสฺสติ ฯ ๔ ม. ปสารยี ฯ
เราออกจากที่พักในกลางวันบนภูเขาคิชฌกูฏ ได้เห็นช้างลงสู่แม่น้ำแล้วขึ้นจากแม่น้ำนั้น ที่ฝั่งแม่น้ำจันทรภาคา นายหัตถาจารย์ถือขอแล้วให้สัญญาว่า จงเหยียดเท้าออก ช้างเหยียดเท้าออกแล้ว นายหัตถาจารย์จึงขึ้นช้างนั้น เราเห็นช้างนั้นผู้ไม่เคยได้รับการฝึก ครั้นนายหัตถาจารย์ฝึกแล้ว เป็นสัตว์ตกอยู่ในอำนาจของมนุษย์ทั้งหลาย ภายหลังแต่การเห็นช้างนั้นแล้ว เราจึงไปสู่ป่า ยังจิตให้เป็นสมาธิ เพราะกิริยานั้นเป็นเหตุ.
๕. อุพพิริเถรีคาถา
สุภาษิตประกาศตนถึงไตรสรณคมน์
พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา ติกนิบาต อุพพิริเถรีคาถา (Royal Thai Volume 26 · Mahachula Volume 26 · Mahamakut Volume 54 · Chaloem Phrakiat Volume 26)
๕ อมฺม ชีวาติ วนมฺหิ กนฺทสิ อตฺตานํ อธิคจฺฉ อุพฺพิริ
จูฬาสีติสหสฺสานิ สพฺพา ชีวสนามิกา
เอตมฺหาฬาหเน ทฑฺฒา ตาสํ กมนุโสจสิ ฯ
อพฺพุหิ ๒ วต เม สลฺลํ ทุทฺทสํ หทยนิสฺสิตํ
ยํ เม โสกปเรตาย ธีตุ โสกํ พฺยปานุทิ ฯ
สาชฺช อพฺพูฬฺหสลฺลาหํ นิจฺฉาตา ปรินิพฺพุตา
พุทฺธํ ธมฺมญฺจ สงฺฆญฺจ อุเปมิ สรณํ มุนึ ฯ
อุพฺพิริ ฯ
ดูกรนางอุพพิริ ท่านคว่ำครวญอยู่ในป่าว่า "ลูกชีวาเอ๋ย" ดังนี้ ท่านจงรู้สึกตนก่อนเถิด บรรดาธิดาของท่านที่มีชื่อเหมือนกันว่าชีวา ถูกเผาอยู่ในป่าช้าใหญ่นี้ประมาณ ๘๔,๐๐๐ คน ท่านจะเศร้าโศกถึงธิดาคนไหน?
นางอุพพิริทูลว่า
ลูกศรคือความโศก เป็นของเห็นได้ยาก เสียบอยู่แล้วในหทัย หม่อมฉันถอนขึ้นได้แล้ว หม่อมฉันบรรเทาความเศร้าโศกถึงธิดาของหม่อมฉันผู้ถูกความโศกครอบงำได้แล้ว วันนี้ หม่อมฉันถอนลูกศรคือความโศกขึ้นแล้ว. หมดความอยาก ดับรอบแล้ว เข้าถึงแล้วซึ่งพระพุทธเจ้าผู้เป็นนักปราชญ์ กับทั้งพระธรรมและพระภิกษุสงฆ์ ว่าเป็นสรณะ
๖. สุกกาเถรีคาถา
สุภาษิตชวนดื่มธรรมรส
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา ติกนิบาต สุกกาเถรีคาถา (Royal Thai Volume 26 · Mahachula Volume 26 · Mahamakut Volume 54 · Chaloem Phrakiat Volume 26)
๖ กึเม กตา ราชคเห มนุสฺสา มธธ ปีตา ว อจฺฉเร
เย สุกฺกํ น อุปาสนฺติ เทเสนฺตึ พุทฺธสาสนํ ฯ
ตญฺจ อปฺปฏิวานียํ อเสจนกโมชวํ
ปิวนฺติ มญฺเญ สปฺปญฺญา วลาหกมิวทฺธคู ฯ
สุกฺกา สุกฺเกหิ ธมฺเมหิ วีตราคา สมาหิตา
ธาเรหิ อนฺติมํ เทหํ เชตฺวา มารํ สวาหนํ ฯ
สุกฺกา ฯ
พวกมนุษย์ในเมืองราชคฤห์เหล่านี้ ทำอะไรกัน มัวดื่มน้ำผึ้ง ดีดนิ้วมืออยู่ ไม่เข้าไปหาพระสุกกาเถรี ผู้แสดงคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าอยู่เล่า ส่วนชนเหล่าผู้มีปัญญา ย่อมดื่มธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้านั้น เป็นธรรมไม่นำกลับหลัง เป็นธรรมเครื่องทำบุคคลผู้ฟังให้ชุ่มชื่นมีโอชะดุจบุคคลผู้เดินทางไกล ดื่มน้ำอันไหลมาจากซอกเขา ฉะนั้นพระสุกกาเถรีมีธรรมอันบริสุทธิ์ ปราศจากราคะ มีจิตตั้งมั่น ชนะมารพร้อมทั้งพาหนะ ทรงไว้ซึ่งร่างกายอันมีในที่สุด.
๗. เสลาเถรีคาถา
สุภาษิตโต้มาร
มารกล่าวกะพระเสลาเถรีว่า
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา ติกนิบาต เสลาเถรีคาถา (Royal Thai Volume 26 · Mahachula Volume 26 · Mahamakut Volume 54 · Chaloem Phrakiat Volume 26)
๗ นตฺถิ นิสฺสรณํ โลเก กึ วิเวเกน กาหสิ
ภุญฺชาหิ กามรติโย มาหุ ปจฺฉานุตาปินี ฯ
สตฺติสูลูปมา กามา ขนฺธาสํ อธิกุฏฺฏนา
ยํ ตฺวํ กามรตึ พฺรูสิ อรติ ทานิ สา มมํ ฯ
สพฺพตฺถ วิหตา นนฺทิ ตโมกฺขนฺโธ ปทาลิโต
เอวํ ชานาหิ ปาปิม นิหโต ตฺวมสิ อนฺตก ฯ
เสลา ฯ
๑ โป. ม. สมาเธสึ ฯ ๒ ม. อพฺพหี ฯ
นิพพานอันเป็นที่สลัดออกไม่มีในโลก ท่านจักทำประโยชน์อะไรได้ด้วยวิเวกเล่า จงบริโภคความยินดีในกามทั้งหลายเถิด ท่านอย่าได้เป็นผู้มีความเดือดร้อนในภายหลังเลย.
พระเสลาเถรีกล่าวว่า
กามทั้งหลายมีอุปมาดังหอกและหลาว ครอบงำขันธ์ทั้งหลายไว้ ท่านกล่าวถึงความยินดีในกามชนิดใด เดี๋ยวนี้ ความยินดีในกามชนิดนั้นของเราไม่มีแล้ว เรากำจัดความเพลิดเพลินในสิ่งทั้งปวงแล้ว ทำลายกองแห่งความมืดได้แล้ว ดูกรมารผู้ชั่วช้า ท่านจงรู้อย่างนี้ ตัวท่านเป็นผู้อันเรากำจัดแล้ว
๘. โสมาเถรีคาถา
สุภาษิตโต้มาร
มารกล่าวว่า
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา ติกนิบาต โสมาเถรีคาถา (Royal Thai Volume 26 · Mahachula Volume 26 · Mahamakut Volume 54 · Chaloem Phrakiat Volume 26)
๘ ยนฺตํ อิสีหิ ปตฺตพฺพํ ฐานํ ทุรภิสมฺภวํ
น ตํ ทฺวงฺคุลิปญฺญาย สกฺกา ปปฺโปตุมิตฺถิยา ฯ
อิตฺถิภาโว โน กึ กยิรา จิตฺตมฺหิ สุสมาหิเต
ญาณมฺหิ วตฺตมานมฺหิ สมฺมา ธมฺมํ วิปสฺสโต ฯ
สพฺพตฺถ วิหตา นนฺทิ ตโมกฺขนฺโธ ปทาลิโต
เอวํ ชานาหิ ปาปิม นิหโต ตฺวมสิ อนฺตก ฯ
โสมา ฯ
ติกนิปาโต นิฏฺฐิโต ฯ
ฐานะอันประเสริฐกล่าวคือ อรหัต อันฤาษีทั้งหลายพึงบรรลุ บุคคลเหล่าอื่นให้สำเร็จได้โดยยาก ท่านเป็นหญิงมีปัญญาเพียง ๒ องคุลีเท่านั้นไม่สามารถจะบรรลุฐานะอันประเสริฐนั้นได้.
พระโสมาเถรีกล่าวว่า
เมื่อจิตตั้งมั่นดีแล้ว เมื่อญาณเป็นไปอยู่ และเมื่อเราเห็นแจ้งธรรมโดยชอบ ความเป็นหญิงจะพึงทำอะไรเราได้ เรากำจัดความเพลิดเพลินในสิ่งทั้งปวงได้แล้ว ทำลายกองแห่งความมืดแล้ว ดูกรมารผู้มีบาป ท่านจงรู้อย่างนี้ ท่านเป็นผู้อันเรากำจัดเสียแล้ว.
จบ ติกนิบาต.
End of ติกนิบาต