arnon.worldSign in

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · ขุททกปาฐะ

๖. รัตนสูตร เล่ม ๒๕

Text layerBuddha’s wordsItems ๗ (Royal Thai)6/9 in ขุททกปาฐะ4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ รัตนสูตร (Royal Thai Volume 25 · Mahachula Volume 25 · Mahamakut Volume 39 · Chaloem Phrakiat Volume 25)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 25, pp. 12–16

Page 12

พระบาลีสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ

๖. รตนสูตร

ว่าด้วยรัตนะที่ประณีตให้เกิดความสวัสดี

{๗} [๑] ภุมมเทพ(รุกขเทวดาเป็นต้น)เหล่าใดประชุมกันแล้วบนภาคพื้นนี้ก็ดี เทพ(อากาสัฏฐเทวดา)เหล่าใดประชุมกันแล้วในอากาศก็ดี ขอเทพทั้งปวงเหล่านั้นจงเป็นผู้มีใจ แช่มชื่น ฟังคำภาษิตโดยเคารพเถิด[๒] ดูก่อนเทพทั้งปวง เพราะเหตุนั้นแล ท่านทั้งหลายจงตั้งใจฟัง ขอได้โปรดแผ่เมตตาจิตไปในหมู่มนุษย์ รักษาหมู่มนุษย์ผู้นำพลีกรรมไปให้ทั้งกลางวันและกลางคืนด้วย อย่าได้ประมาทพลั้งเผลอ[๓] ทรัพย์ที่ทำให้ปลื้มใจอย่างใดอย่างหนึ่งในโลกนี้ก็ดี ในโลกอื่นก็ดี หรือรัตนะที่ประณีตในสรวงสวรรค์ก็ดี ที่จะเสมอด้วยพระตถาคตเจ้า ไม่มีเลย พระพุทธรัตนะนี้ เท่านั้นเป็นรัตนะที่ประณีต ด้วยสัจวาจานี้ ขอความ สวัสดีจงมีแก่สัตว์เหล่านี้[๔] ธรรมชาติใด ๆ ที่จะเสมอด้วยพระธรรมอันประณีต เป็นที่สิ้นกิเลส เป็นที่สำรอกกิเลส เป็นอมตะ ซึ่งพระ

Footnotes (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑รตนสูตรนี้พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัส ณ พระนครเวสาลี ท่ามกลางภิกษุสงฆ์ พวกเจ้าลิจฉวี ประชาชนชาวพระนครเวสาลี เพื่อกำจัดพิษภัยอันเกิดจากปัญหาข้าวยากหมากแพงเป็นต้น (ขุ.ขุ.อ.๑๓๘) อนึ่ง คำว่า รัตนะ แปลว่า สิ่งน้อมนำมาซึ่งความยินดี สิ่งก่อเกิดความยินดี หรือสิ่งที่เจริญใจ หมายถึงความเป็นสิ่งที่วิจิตรงดงาม มีค่ามาก ความเป็นสิ่งที่หาสิ่งอื่นมาเปรียบเทียบมิได้ ความเป็นสิ่งที่ปรากฏให้เห็นได้ยาก หาได้ยาก และยังหมายถึงสิ่งที่คนชั้นสูงในสังคมใช้สอยกัน ดังนั้น คำว่า รัตนะที่ประณีต จึงหมายถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ เพราะเป็นรัตนะที่ ประเสริฐสูงสูดในบรรดารัตนะที่มีอยู่ (ขุ.ขุ.อ. ๑๔๙)
Page 13

๖. รตนสูตร

ศากยมุนีผู้ทรงมีพระหฤทัยมั่นคงทรงบรรลุแล้ว ไม่มีเลย พระธรรมรัตนะนี้เท่านั้นเป็นรัตนะที่ประณีต ด้วยสัจวาจานี้ ขอความสวัสดีจงมีแก่สัตว์เหล่านี้

[๕] สมาธิอื่นที่จะเสมอด้วยสมาธิที่พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ ทรงสรรเสริญว่าเป็นธรรมสะอาด บัณฑิตทั้งหลายกล่าวว่าให้ผลเป็นลำดับ ไม่มีเลย พระธรรมรัตนะนี้เท่านั้น เป็นรัตนะที่ประณีต ด้วยสัจวาจานี้ ขอความสวัสดีจงมีแก่สัตว์เหล่านี้

[๖] พระอริยบุคคล ๘ จัดเป็น ๔ คู่ ที่สัตบุรุษทั้งหลายสรรเสริญ แล้ว เป็นสาวกของพระสุคตเจ้าผู้ควรแก่ทักษิณาทาน ทานที่บุคคลถวายแล้วแก่ท่านเหล่านั้นย่อมมีผลานิสงส์มาก พระสังฆรัตนะนี้เท่านั้นเป็นรัตนะที่ประณีต ด้วยสัจวาจานี้ ขอความสวัสดีจงมีแก่สัตว์เหล่านี้[๗] พระอริยบุคคลในศาสนาของพระโคดมมีใจมั่นคง ประกอบดีแล้ว(ด้วยกายกรรม วจีกรรมที่บริสุทธิ์) ไม่มีความห่วงใย (ในกายและชีวิต) บรรลุอรหัตตผลที่ควรบรรลุแล้วหยั่งลงสู่อมตนิพพาน ได้ความดับกิเลสโดยไม่เหลือ เสวยผลอยู่ พระสังฆรัตนะนี้เท่านั้นเป็นรัตนะที่ประณีต ด้วยสัจวาจานี้ ขอความสวัสดีจงมีแก่สัตว์เหล่านี้[๘] เราเรียกผู้ที่พิจารณาเห็นอริยสัจ ๔ ผู้ไม่หวั่นไหวเพราะโลกธรรม ผู้มีอุปมาเสมีอนเสาเขื่อนที่เขาฝังลงดิน ไม่หวั่นไหวเพราะแรงลมทั้ง ๔ ทิศ ว่าเป็นสัตบุรุษ

Footnotes (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑สมาธิที่ให้ผลเป็นลำดับ (อนันตริกสมาธิ) หมายถึงอริยสัมมาสมาธิ คึอ สมาธิอันเป็นองค์มรรค หรืออรหัตตผลสมาธิ (ขุ.ขุ.อ.๑๕๘,๑๕๙)
Page 14

พระบาลีสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ

พระสังฆรัตนะนี้เท่านั้น เป็นรัตนะที่ประณีต ด้วยสัจวาจานี้ ขอความสวัสดีจงมีแก่สัตว์เหล่านี้

[๙] พระโสดาบันสัตตักขัตตุปรมะ ผู้ทำให้แจ้งซึ่งอริยสัจ ๔ ที่พระศาสดาผู้ทรงมีพระปัญญาลึกซึ้งตรัสแสดงไว้ดีแล้ว แม้จะยังประมาทเป็นส่วนมากอยู่ก็จริง ถึงกระนั้น ท่านก็จะไม่ถือกำเนิดในภพที่ ๘ อีก พระสังฆรัตนะนี้เท่านั้น เป็นรัตนะที่ประณีต ด้วยสัจวาจานี้ ขอความสวัสดีจงมี แก่สัตว์เหล่านี้[๑๐] ธรรมทั้งหลายบรรดามี คือ สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา หรือ แม้สีลัพพตปรามาส พระโสดาบันนั้นละได้แล้ว พร้อมกับการได้บรรลุโสดาปัตติมรรคนั่นเอง

[๑๑] อนึ่ง พระโสดาบันนั้นพ้นได้เด็ดขาดแล้วจากอบายทั้ง ๔ และไม่สามารถที่จะทำอภิฐานกรรมที่ชั่วช้า ๖ ประการได้

Footnotes (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑พระโสดาบัน หมายถึงผู้เข้าถึงกระแสแห่งมรรคที่จะนำไปสู่นิพพาน (ที.สี.อ. ๒๘๑, ม.มู.อ. ๑/๑๗๔, องฺ.ติก.อ. ๒๔๒) จัดเป็นพระอริยบุคคลชั้นแรกสุดในพระพุทธศาสนา มี ๓ ประเภทตามความยิ่ง และหย่อนของอินทรียธรรม คือ (๑) เอกพีชี ผู้มีพืชคืออัตภาพเดียว หมายถึงโสดาบันบุคคล ผู้เกิดอีกครั้งเดียว ก็จักบรรลุพระอรหัต แล้วปรินิพพานไป (๒) โกลังโกละ ผู้ไปจากตระกูล สู่ตระกูล หมายถึงโสดาบันบุคคลผู้เกิดในตระกูลสูงอีก ๒-๓ ครั้ง หรือเกิดในสุคติอีก ๒-๓ ภพ ก็จักบรรลุอรหัตแล้วปรินิพพานไป (๓) สัตตักขัตตุปรมะ ผู้มี ๗ ครั้งเป็นอย่างยิ่ง หมายถึง โสดาบันบุคคลผู้เวียนเกิดในสุคติภพอีก อย่างมากเพียง ๗ ครั้ง ก็จักบรรลุอรหัตแล้วปรินิพพานไป (องฺ.ดิก.อ. ๒๔๒1 ขุ.ขุ.อ. ๑๖๓)
  2. ๒อภิฐานกรรมที่ชั่วช้า ๖ ประการ คำว่า อภิฐานกรรม หมายถึงกรรมที่เด่นยิ่งกว่ากรรมอื่น ๆ ฐานะอันยิ่งยวด ฐานอันหนัก หรือความผิดพลาดสถานหนัก ได้แก่ อนันตริยกรรม ๕ คือ มาตุฆาต ฆ่ามารดา ปิตุฆาต ฆ่าบิดา อรหันตฆาต ฆ่าพระอรหันต์ โลหิตุปบาท ทำร้ายพระพุทธเจ้า จนถึงพระโลหิตห้อขึ้นไป สังฆเภท ยังสงฆ์ให้แตกกัน และอัญญสัตถารุทเทส การถือศาสดาอื่น หรือการเข้ารีตศาสนาอื่น เรียกอีกอย่างว่า อภัพพฐาน คือ ฐานะที่บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยทิฏฐิ ตั้งแต่พระโสดาบันขึ้นไปไม่อาจจะกระทำ คือเป็นไปไม่ได้ที่จะกระทำ (นัย ขุ.ขุ.อ.๑๖๖)
Page 15

๖. รตนสูตร

พระสังฆรัตนะนี้เท่านั้นเป็นรัตนะที่ประณีต ด้วยสัจวาจานี้ ขอความสวัสดีจงมีแก่สัตว์เหล่านี้

[๑๒] พระโสดาบันนั้นยังทำบาปกรรมทางกาย วาจา หรือใจ อยู่บ้างก็จริง ถึงกระนั้น ท่านก็ไม่ปกปิดบาปกรรมนั้น ดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ‘บุคคลที่เห็นธรรมเป็น เครื่องถึงนิพพาน ไม่สามารถที่จะปกปิดบาปกรรมนั้น’ พระสังฆรัตนะนี้เท่านั้นเป็นรัตนะที่ประณีต ด้วยสัจวาจานี้ ขอความสวัสดีจงมีแก่สัตว์เหล่านี้[๑๓] พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทรงแสดงธรรมอันประเสริฐยิ่ง เป็น เครื่องนำสัตว์โลกให้ถึงนิพพาน เพื่อประโยชน์เกื้อกูล แก่สัตว์โลก ซึ่งมีอุปมาเหมือนพุ่มไม้ในป่าผลิยอดใน เดือนต้นฤดูร้อน พระพุทธรัตนะนี้เท่านั้นเป็นรัตนะที่ ประณีต ด้วยสัจวาจานี้ ขอความสวัสดีจงมีแก่สัตว์เหล่านี้[๑๔]

พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ ไม่มีผู้อื่นยิ่งกว่า ทรงทราบธรรม อันประเสริฐ ทรงนำธรรมอันประเสริฐมา ทรงประทานธรรมอันประเสริฐ ได้ทรงแสดงธรรมอันประเสริฐ พระพุทธรัตนะนี้เท่านั้นเป็นรัตนะที่ประณีต ด้วยสัจวาจานี้ ขอความสวัสดีจงมีแก่สัตว์เหล่านี้[๑๕] พระอรหันตขีณาสพผู้มีจิตหน่ายแล้วในภพต่อไป สิ้นกรรมเก่าแล้ว ไม่มีกรรมใหม่เป็นเหตุให้เกิดอีก สิ้นพืชพันธุแล้ว หมดความพอใจในการเกิดอีก เป็นนักปราชญ์ ย่อมนิพพานเหมือนประทีปดับไป พระ สังฆรัตนะนี้เท่านั้น เป็นรัตนะที่ประณีต ด้วยสัจวาจานี้ ขอความสวัสดีจงมีแก่สัตว์เหล่านี้

Page 16

พระบาลีสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ

[๑๖] ขอเชิญเหล่าภุมมเทพที่ประชุมกันบนภาคพื้นนี้ก็ดี เหล่าเทพที่ประชุมกันในอากาศก็ดี ขอพวกเราพร้อมกัน นมัสการพระตถาคตพุทธเจ้าผู้ที่เทวดาและมนุษย์บูชาแล้ว ขอความสวัสดีจงมีแก่สัตว์เหล่านี้[๑๗] ขอเชิญเหล่าภุมมเทพที่ประชุมกันบนภาคพื้นนี้ก็ดี เหล่าเทพที่ประชุมกันในอากาศก็ดี ขอพวกเราพร้อมกัน นมัสการพระธรรมอันบุคคลถึงแล้วอย่างนั้น ที่เทวดา และมนุษย์บูชาแล้ว ขอความสวัสดีจงมีแก่สัตว์เหล่านี้[๑๘] ขอเชิญเหล่าภุมมเทพที่ประชุมกันบนภาคพื้นนี้ก็ดี เหล่าเทพที่ประชุมกันในอากาศก็ดี ขอพวกเราพร้อมกัน นมัสการพระสงฆ์ผู้ถึงแล้วอย่างนั้น ที่เทวดาและมนุษย์บูชาแล้ว ขอความสวัสดีจงมีแก่สัตว์เหล่านี้

จบ รตนสูตร

๗. ติโรกุฑฑสูตร

ว่าด้วยการทำบุญอุทิศให้ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว

{๘} (พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสแก่พระเจ้าพิมพิสารว่า)

[๑] พวกเปรตพากันมายังเรือนของตน ยืนอยู่นอกฝาเรือนบ้าง ที่ทางสี่แยกบ้าง ทางสามแยกบ้าง และข้างบานประตูบ้าง

Footnotes (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑พระสูตรนี้พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสอนุโมทนาแก่พระเจ้าพิมพิสารในคราวถวายทานเป็นวันที่ ๒ ณ กรุงราชคฤห์ (ขุ.ขุ.อ. ๑๗๗)

End of ๖. รัตนสูตร