arnon.worldSign in

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · ขุททกปาฐะ

๗. ติโรกุฑฑกัณฑ์ เล่ม ๒๕

Text layerBuddha’s wordsItems ๘ (Royal Thai)7/9 in ขุททกปาฐะ4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

ขุทฺทกปาเฐ ติโรกุฑฺฑกณฺฑํ

ติโรกุฑฑกัณฑ์ในขุททกปาฐะ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ ติโรกุฑฑกัณฑ์ (Royal Thai Volume 25 · Mahachula Volume 25 · Mahamakut Volume 39 · Chaloem Phrakiat Volume 25)

Pali (Siam Rath)

(มตฺตาสุขปริจฺจาคา ปสฺเส เจ วิปุลํ สุขํ

จเช มตฺตาสุขํ ธีโร สมฺปสฺสํ วิปุลํ สุขํ ฯ)

ติโรกุฑฺเฑสุ ติฏฺฐนฺติ สนฺธิสิงฺฆาฏเกสุ จ

ทฺวารพาหาสุ ติฏฺฐนฺติ อาคนฺตฺวาน สกํ ฆรํ ฯ

ปหุเต ๑ อนฺนปานมฺหิ ขชฺชโภชฺเช อุปฏฺฐิเต

น เตสํ โกจิ สรติ สตฺตานํ กมฺมปจฺจยา ฯ

เอวํ ททนฺติ ญาตีนํ เย โหนฺติ อนุกมฺปกา

สุจึ ปณีตํ กาเลน กปฺปิยํ ปานโภชนํ

อิทํ โว ญาตีนํ โหตุ สุขิตา โหนฺตุ ญาตโย ฯ

เต จ ตตฺถ สมาคนฺตฺวา ญาติเปตา สมาคตา

ปหุเต ๑ อนฺนปานมฺหิ สกฺกจฺจํ อนุโมทเร

จิรํ ชีวนฺตุ โน ญาตี เยสํ เหตุ ลภามฺหเส ฯ

อมฺหากญฺจ กตา ปูชา ทายกา จ อนิปฺผลา ฯ

น หิ ตตฺถ กสิ อตฺถิ โครกฺเขตฺถ น วิชฺชติ

วณิชฺชา ตาทิสี นตฺถิ หิรญฺเญน กยากยํ ฯ

อิโต ทินฺเนน ยาเปนฺติ เปตา กาลกตา ตหึ

อุนฺนเต ๒ อุทกํ วุฏฺฐํ ยถา นินฺนํ ปวตฺตติ

เอวเมว อิโต ทินฺนํ เปตานํ อุปกปฺปติ ฯ

ยถา วาริวหา ปูรา ปริปูเรนฺติ สาครํ

เอวเมว อิโต ทินฺนํ เปตานํ อุปกปฺปติ ฯ

อทาสิ เม อกาสิ เม ญาติมิตฺตา สขา จ เม

เปตานํ ทกฺขิณํ ทชฺชา ปุพฺเพ กตมนุสฺสรํ ฯ

น หิ รุณฺณํ วา โสโก วา ยาวญฺญา ปริเทวนา

น ตํ เปตานมตฺถาย เอวํ ติฏฺฐนฺติ ญาตโย ฯ

อยญฺจ โข ทกฺขิณา ทินฺนา สงฺฆมฺหิ สุปติฏฺฐิตา

ทีฆรตฺตํ หิตายสฺส ฐานโส อุปกปฺปติ ฯ

โส ญาติธมฺโม จ อยํ นิทสฺสิโต

เปตานปูชา จ กตา อุฬารา

พลญฺจ ภิกฺขูนมนุปฺปทินฺนํ

ตุมฺเหหิ ปุญฺญํ ปสุตํ อนปฺปกนฺติ ฯ

ติโรกุฑฺฑกณฺฑํ นิฏฺฐิตํ ฯ

๑ ม. ปหูเต ฯ

๑ ม. ปหูเต ฯ ๒ ม. อุนฺนเม ฯ

Royal Thai

[ถ้าว่าปราชญ์พึงหาความสุขอันไพบูลย์เพราะสละความสุขพอ ประมาณไซร้

เมื่อปราชญ์เห็นความสุขอันไพบูลย์ พึงสละความสุขพอประมาณเสีย]เปรตทั้งหลายมาสู่เรือนของตน ยืนอยู่ภายนอกฝาเรือน ทาง ๔ แพร่งทาง๓ แพร่ง และใกล้บานประตู เมื่อข้าว น้ำ ของเคี้ยวและของบริโภคเป็นอันมาก อันญาติทั้งหลายตั้งไว้แล้วญาติไรๆ ของเปรตเหล่านั้นระลึกไม่ได้ เพราะกรรมของสัตว์เหล่านั้นเป็นปัจจัย ชนเหล่าใดเป็นผู้อนุเคราะห์ ชนเหล่านั้นย่อมให้น้ำและโภชนะอันสะอาดประณีตอันเป็นของควรโดยกาล ด้วยอุทิศเจตนาอย่างนี้ว่า ขอทานนี้จงสำเร็จแก่ญาติทั้งหลาย ขอญาติทั้งหลายจงเป็นผู้ถึงความสุขเถิดและญาติผู้ละโลกนี้ไปแล้วเหล่านั้น มาประชุมพร้อมกันแล้วในที่นั้น เมื่อมีข้าวและน้ำเป็นอันมาก

ย่อมอนุโมทนาโดยเคารพว่า เราทั้งหลายได้สมบัติเช่นนี้ เพราะเหตุแห่งญาติเหล่าใด ขอญาติเหล่านั้นของพวกเราจงเป็นอยู่นานเถิดบูชาอันทายกทั้งหลายทำแล้วแก่เราทั้งหลาย และทายกทั้งหลายก็หาไร้ผลไม่ ในเปรตวิสัยนั้น ไม่มีกสิกรรม ไม่มีโครักขกรรม ไม่มีพาณิชยกรรมเช่นนั้น ไม่มีการซื้อการขาย [การแลกเปลี่ยน] ด้วยเงิน ผู้ทำกาลกิริยาละไปแล้ว ย่อมยังอัตภาพให้เป็นไปในเปรตวิสัยนั้น ด้วยทานทั้งหลายที่ญาติให้แล้วแต่มนุษยโลกนี้ น้ำฝนตกลงในที่ดอนย่อมไหลไปสู่ที่ลุ่มฉันใด ทานที่ญาติทั้งหลายให้แล้วแต่มนุษย์ในโลกนี้ย่อมสำเร็จแก่เปรตทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกัน ห้วงน้ำที่เต็ม ย่อมยังสมุทรสาครให้เต็มเปี่ยมฉันใด

ทานที่ญาติทั้งหลายให้แล้วแต่มนุษยโลกนี้ ย่อมสำเร็จแก่เปรตทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกัน บุคคลมาระลึกถึงอุปการะอันท่านได้ทำแล้วในกาลก่อนว่าผู้นี้ได้ให้สิ่งนี้แก่เรา ผู้นี้ได้ทำกิจนี้ของเรา ผู้นี้เป็นญาติเป็นมิตร เป็นเพื่อนของเรา ดังนี้ ก็ควรให้ทักษิณาทาน เพื่อผู้ที่ละโลกนี้ไปแล้ว การร้องไห้ก็ดี ความเศร้าโศกก็ดี ความร่ำไรรำพันอย่างอื่นก็ดีบุคคลไม่ควรทำเลย เพราะว่าการร้องไห้เป็นต้นนั้น ไม่เป็นประโยชน์แก่ญาติทั้งหลายผู้ละไปแล้ว ญาติทั้งหลายย่อมตั้งอยู่อย่างนั้น ก็ทักษิณาทานนี้แลอันท่านให้แล้ว ประดิษฐานไว้ดีแล้วในสงฆ์ ย่อมสำเร็จโดยพลันเพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่เปรตนั้น ตลอดกาลนาน ญาติธรรมนี้นั้นท่านได้แสดงให้ปรากฏแล้ว บูชาอันยิ่งท่านก็ได้ทำแล้วแก่ญาติทั้งหลายผู้ละไปแล้ว และท่านทั้งหลายได้เพิ่มกำลังให้แก่ภิกษุทั้งหลายแล้ว บุญไม่ใช่น้อยท่านทั้งหลายได้ขวนขวายแล้ว ดังนี้แล ฯ

จบติโรกุฑฑกัณฑ์

End of ๗. ติโรกุฑฑกัณฑ์