arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ · อินทริยวิภังค์

ปัญหาปุจฉกะ เล่ม ๓๕

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๔๒–๒๕๔ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๒/๒ ในอินทริยวิภังค์มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ อินทริยวิภังค์ ปัญหาปุจฉกะ (ฉบับหลวง เล่ม ๓๕ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๕ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๕)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๓๕ หน้า ๒๐๐–๒๑๙

หน้า ๒๐๐

ในอินทรีย์ ๒๒ นั้น อัญญาตาวินทรีย์ เป็นไฉน

ปัญญา กิริยาที่รู้ชัด ... ความไม่หลงคือธัมมวิจัย สัมมาทิฏฐิ ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์ อันเป็นองค์แห่งมรรค นับเนื่องในมรรค เพื่อรู้ธรรมที่รู้แล้ว เพื่อเห็นธรรมที่เห็นแล้ว เพื่อบรรลุธรรมที่บรรลุแล้ว เพื่อทราบธรรมที่ทราบแล้ว เพื่อทำให้แจ้งธรรมที่ทำให้แจ้งแล้วนั้น ๆ อันใด นี้เรียกว่า อัญญาตาวินทรีย์ (๒๒)

จบ อภิธัมมภาชนีย์

๒.ปัญหาปุจฉกะ

{๒๔๒} [๒๒๑] อินทรีย์ ๒๒ คือ

๑. จักขุนทรีย์ ๒. โสตินทรีย์

๓. ฆานินทรีย์ ๔. ชิวหินทรีย์

๕. กายินทรีย์ ๖. มนินทรีย์

๗. อิตถินทรีย์ ๘. ปุริสินทรีย์

๙. ชีวิตินทรีย์ ๑๐. สุขินทรีย์

๑๑. ทุกขินทรีย์ ๑๒.โสมนัสสินทรีย์

๑๓.โทมนัสสินทรีย์ ๑๔. อุเปกขินทรีย์

๑๕.สัทธินทรีย์ ๑๖. วิริยินทรีย์

๑๗.สตินทรีย์ ๑๘. สมาธินทรีย์

๑๙.ปัญญินทรีย์ ๒๐. อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์

๒๑.อัญญินทรีย์ ๒๒. อัญญาตาวินทรีย์

หน้า ๒๐๑

ติกมาติกาปุจฉา ทุกมาติกาปุจฉา

[๒๒๒] บรรดาอินทรีย์ ๒๒ อินทรีย์ไหนเป็นกุศล อินทรีย์ไหนเป็นอกุศล อินทรีย์ไหนเป็นอัพยากฤต ... อินทรีย์ไหนที่เกิดกับกิเลสอันเป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ อินทรีย์ไหนที่ไม่เกิดกับกิเลสอันเป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้

๑. ติกมาติกาวิสัชนา

{๒๔๓} [๒๒๓] อินทรีย์ ๑๐ เป็นอัพยากฤต โทมนัสสินทรีย์เป็นอกุศล อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์เป็นกุศล อินทรีย์ ๔ ที่เป็นกุศลก็มี ที่เป็นอัพยากฤตก็มี อินทรีย์ ๖ ที่เป็นกุศลก็มี ที่เป็นอกุศลก็มี ที่เป็นอัพยากฤตก็มี

อินทรีย์ ๑๒ กล่าวไม่ได้ว่าสัมปยุตด้วยสุขเวทนา สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา หรือสัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา อินทรีย์ ๖ ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาก็มี ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาก็มี อินทรีย์ ๓ ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาก็มี ที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาก็มี ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาก็มี ชีวิตินทรีย์ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาก็มี ที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาก็มี ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่าสัมปยุตด้วยสุขเวทนา สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา หรือสัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาก็มีอินทรีย์ ๗ ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบาก อินทรีย์ ๓ เป็นวิบาก อินทรีย์ ๒ เป็นเหตุให้เกิดวิบาก อัญญินทรีย์ที่เป็นวิบากก็มี ที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากก็มี อินทรีย์ ๙ ที่เป็นวิบากก็มี ที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากก็มี ที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากก็มี

อินทรีย์ ๙ กรรมอันสัมปยุตด้วยตัณหาทิฏฐยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน โทมนัสสินทรีย์กรรมอันสัมปยุตด้วยตัณหาทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน อินทรีย์ ๓ กรรมอันสัมปยุตด้วยตัณหาทิฏฐิไม่

หน้า ๒๐๒

ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน อินทรีย์ ๙ ที่กรรมอันสัมปยุตด้วยตัณหาทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ที่กรรมอันสัมปยุตด้วยตัณหาทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ที่กรรมอันสัมปยุตด้วยตัณหาทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี

อินทรีย์ ๙ เป็นกิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของกิเลส โทมนัสสินทรีย์กิเลสทำให้เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของกิเลส อินทรีย์ ๓ กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของกิเลส อินทรีย์ ๓ ที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี ที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี อินทรีย์ ๖ ที่กิเลสทำให้เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี ที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี ที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มีอินทรีย์ ๙ ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร โทมนัสสินทรีย์มีทั้งวิตกและวิจาร อุเปกขินทรีย์ที่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี ที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี อินทรีย์ ๑๑ ที่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารก็มี ที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี

อินทรีย์ ๑๑ กล่าวไม่ได้ว่าสหรคตด้วยปีติ สหรคตด้วยสุข หรือสหรคตด้วยอุเบกขา โสมนัสสินทรีย์ที่สหรคตด้วยปีติแต่ไม่สหรคตด้วยสุขและไม่สหรคตด้วยอุเบกขาก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่าสหรคตด้วยปีติก็มี อินทรีย์ ๖ ที่สหรคตด้วยปีติก็มี ที่สหรคตด้วยสุขก็มี ที่สหรคตด้วยอุเบกขาก็มี อินทรีย์ ๔ ที่สหรคตด้วยปีติก็มี ที่สหรคตด้วยสุขก็มี ที่สหรคตด้วยอุเบกขาก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่าสหรคตด้วยปีติ สหรคตด้วยสุข หรือสหรคตด้วยอุเบกขาก็มีอินทรีย์ ๑๕ อันโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องสูง ๓ ไม่พึงประหาณ โทมนัสสินทรีย์ที่โสดาปัตติมรรคพึงประหาณก็มี ที่มรรคเบื้องสูง ๓ พึง

หน้า ๒๐๓

ประหาณก็มี อินทรีย์ ๖ ที่โสดาปัตติมรรคพึงประหาณก็มี ที่มรรคเบื้องสูง ๓ พึงประหาณก็มี ที่โสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องสูง ๓ไม่พึงประหาณก็มี

อินทรีย์ ๑๕ ไม่มีเหตุอันโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องสูง ๓ พึงประหาณ โทมนัสสินทรีย์ที่มีเหตุอันโสดาปัตติมรรคพึงประหาณก็มี ที่มีเหตุอันมรรคเบื้องสูง ๓ พึงประหาณก็มี อินทรีย์ ๖ ที่มีเหตุอันโสดาปัตติมรรคพึงประหาณก็มี ที่มีเหตุอันมรรคเบื้องสูง ๓ พึงประหาณก็มี ที่ไม่มีเหตุอันโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องสูง ๓ พึงประหาณก็มีอินทรีย์ ๑๐ ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติและไม่เป็นเหตุให้ถึงนิพพาน โทมนัสสินทรีย์เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติ อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์เป็นเหตุให้ถึงนิพพาน อัญญินทรีย์ที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานก็มี ที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติและไม่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานก็มี อินทรีย์ ๙ ที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติก็มี ที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานก็มี ที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติและไม่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานก็มีอินทรีย์ ๑๐ ไม่เป็นของเสกขบุคคลและไม่เป็นของอเสกขบุคคล อินทรีย์ ๒ เป็นของเสกขบุคคล อัญญาตาวินทรีย์เป็นของอเสกขบุคคล อินทรีย์ ๙ ที่เป็นของเสกขบุคคลก็มี ที่เป็นของอเสกขบุคคลก็มี ที่ไม่เป็นของเสกขบุคคลและไม่เป็นของอเสกขบุคคลก็มี

อินทรีย์ ๑๐ เป็นปริตตะ อินทรีย์ ๓ เป็นอัปปมาณะ อินทรีย์ ๙ ที่เป็นปริตตะก็มี ที่เป็นมหัคคตะก็มี ที่เป็นอัปปมาณะก็มี

อินทรีย์ ๗ เป็นธรรมรับรู้อารมณ์ไม่ได้ อินทรีย์ ๒ มีอารมณ์เป็นปริตตะ อินทรีย์ ๓ มีอารมณ์เป็นอัปปมาณะ โทมนัสสินทรีย์ที่มีอารมณ์เป็นปริตตะก็มี ที่มีอารมณ์เป็นมหัคคตะแต่ไม่มีอารมณ์เป็นอัปปมาณะก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่ามีอารมณ์เป็นปริตตะ หรือมีอารมณ์เป็นมหัคคตะก็มี อินทรีย์ ๙ ที่มีอารมณ์เป็นปริตตะก็มี ที่มีอารมณ์เป็นมหัคคตะก็มี ที่มีอารมณ์เป็น

หน้า ๒๐๔

อัปปมาณะก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่ามีอารมณ์เป็นปริตตะ มีอารมณ์เป็นมหัคคตะหรือมีอารมณ์เป็นอัปปมาณะก็มี

อินทรีย์ ๙ เป็นอย่างปานกลาง โทมนัสสินทรีย์เป็นอย่างต่ำ อินทรีย์ ๓ เป็นอย่างประณีต อินทรีย์ ๓ ที่เป็นอย่างปานกลางก็มี ที่เป็นอย่างประณีตก็มี อินทรีย์ ๖ ที่เป็นอย่างต่ำก็มี ที่เป็นอย่างปานกลางก็มี ที่เป็นอย่างประณีตก็มี

อินทรีย์ ๑๐ ให้ผลไม่แน่นอน อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์มีสภาวะชอบและให้ผลแน่นอน อินทรีย์ ๔ ที่มีสภาวะชอบและให้ผลแน่นอนก็มี ที่ให้ผลไม่แน่นอนก็มี โทมนัสสินทรีย์ที่มีสภาวะผิดและให้ผลแน่นอนก็มี ที่ให้ผลไม่แน่นอนก็มี อินทรีย์ ๖ ที่มีสภาวะผิดและให้ผลแน่นอนก็มี ที่มีสภาวะชอบและให้ผลแน่นอนก็มี ที่ให้ผลไม่แน่นอนก็มี

อินทรีย์ ๗ เป็นธรรมรับรู้อารมณ์ไม่ได้ อินทรีย์ ๔ กล่าวไม่ได้ว่ามีมรรคเป็นอารมณ์ มีมรรคเป็นเหตุ หรือมีมรรคเป็นอธิบดี อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ไม่ใช่มีมรรคเป็นอารมณ์ ที่มีมรรคเป็นเหตุก็มี ที่มีมรรคเป็นอธิบดีก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่ามีมรรคเป็นเหตุ หรือมีมรรคเป็นอธิบดีก็มี อัญญินทรีย์ไม่ใช่มีมรรคเป็นอารมณ์ ที่มีมรรคเป็นเหตุก็มี ที่มีมรรคเป็นอธิบดีก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่ามีมรรคเป็นเหตุ หรือมีมรรคเป็นอธิบดีก็มี อินทรีย์ ๙ ที่มีมรรคเป็นอารมณ์ก็มี ที่มีมรรคเป็นเหตุก็มี ที่มีมรรคเป็นอธิบดีก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่ามีมรรคเป็นอารมณ์ มีมรรคเป็นเหตุ หรือมีมรรคเป็นอธิบดีก็มีอินทรีย์ ๑๐ ที่เกิดขึ้นก็มี ที่จักเกิดขึ้นก็มี แต่กล่าวไม่ได้ว่ายังไม่เกิดขึ้น อินทรีย์ ๒ ที่เกิดขึ้นก็มี ที่ยังไม่เกิดขึ้นก็มี แต่กล่าวไม่ได้ว่าจักเกิดขึ้น อินทรีย์ ๑๐ ที่เกิดขึ้นก็มี ที่ยังไม่เกิดขึ้นก็มี ที่จักเกิดขึ้นก็มี

อินทรีย์ ๒๒ ที่เป็นอดีตก็มี ที่เป็นอนาคตก็มี ที่เป็นปัจจุบันก็มี

หน้า ๒๐๕

อินทรีย์ ๗ เป็นธรรมรับรู้อารมณ์ไม่ได้ อินทรีย์ ๒ มีอารมณ์เป็นปัจจุบัน อินทรีย์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่ามีอารมณ์เป็นอดีต มีอารมณ์เป็นอนาคต หรือมีอารมณ์เป็นปัจจุบัน อินทรีย์ ๑๐ ที่มีอารมณ์เป็นอดีตก็มี ที่มีอารมณ์เป็นอนาคตก็มี ที่มีอารมณ์เป็นปัจจุบันก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่ามีอารมณ์เป็นอดีตก็มี มีอารมณ์เป็นอนาคตก็มี หรือมีอารมณ์เป็นปัจจุบันก็มีอินทรีย์ ๒๒ ที่เป็นภายในตนก็มี ที่เป็นภายนอกตนก็มี ที่เป็นภายในตนและภายนอกตนก็มี

อินทรีย์ ๗ เป็นธรรมรับรู้อารมณ์ไม่ได้ อินทรีย์ ๓ มีอารมณ์เป็นภายนอกตน อินทรีย์ ๔ ที่มีอารมณ์เป็นภายในตนก็มี ที่มีอารมณ์เป็นภายนอกตนก็มี ที่มีอารมณ์เป็นภายในตนและภายนอกตนก็มี อินทรีย์ ๘ ที่มีอารมณ์เป็นภายในตนก็มี ที่มีอารมณ์เป็นภายนอกตนก็มี ที่มีอารมณ์เป็นภายในตนและภายนอกตนก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่ามีอารมณ์เป็นภายในตน มีอารมณ์เป็นภายนอกตน หรือมีอารมณ์เป็นภายในตนและภายนอกตนก็มีอินทรีย์ ๕ เป็นธรรมที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้ อินทรีย์ ๑๗ เป็นธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้

๒. ทุกมาติกาวิสัชนา

๑. เหตุโคจฉกวิสัชนา

{๒๔๔} [๒๒๔] อินทรีย์ ๔ เป็นเหตุ อินทรีย์ ๑๘ ไม่เป็นเหตุ อินทรีย์ ๗ มีเหตุอินทรีย์ ๙ ไม่มีเหตุ อินทรีย์ ๖ ที่มีเหตุก็มี ที่ไม่มีเหตุก็มี

อินทรีย์ ๗ สัมปยุตด้วยเหตุ อินทรีย์ ๙ วิปปยุตจากเหตุ อินทรีย์ ๖ ที่สัมปยุตด้วยเหตุก็มี ที่วิปปยุตจากเหตุก็มี

หน้า ๒๐๖

อินทรีย์ ๔ เป็นเหตุและมีเหตุ อินทรีย์ ๙ กล่าวไม่ได้ว่าเป็นเหตุและมีเหตุ หรือมีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุ อินทรีย์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นเหตุและมีเหตุ หรือมีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุ อินทรีย์ ๖ กล่าวไม่ได้ว่าเป็นเหตุและมีเหตุ ที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่ามีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุก็มีอินทรีย์ ๔ เป็นเหตุและสัมปยุตด้วยเหตุ อินทรีย์ ๙ กล่าวไม่ได้ว่าเป็นเหตุและสัมปยุตด้วยเหตุ หรือสัมปยุตด้วยเหตุแต่ไม่เป็นเหตุ อินทรีย์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่าเป็นเหตุและสัมปยุตด้วยเหตุ หรือสัมปยุตด้วยเหตุแต่ไม่เป็นเหตุ อินทรีย์ ๖ กล่าวไม่ได้ว่าเป็นเหตุและสัมปยุตด้วยเหตุ ที่สัมปยุตด้วยเหตุแต่ไม่เป็นเหตุก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่าสัมปยุตด้วยเหตุแต่ไม่เป็นเหตุก็มีอินทรีย์ ๙ ไม่เป็นเหตุและไม่มีเหตุ อินทรีย์ ๓ ไม่เป็นเหตุแต่มีเหตุ อินทรีย์ ๔ กล่าวไม่ได้ว่าไม่เป็นเหตุแต่มีเหตุ หรือไม่เป็นเหตุและไม่มีเหตุ อินทรีย์ ๖ ที่ไม่เป็นเหตุแต่มีเหตุก็มี ที่ไม่เป็นเหตุและไม่มีเหตุก็มี (๑)

๒. จูฬันตรทุกวิสัชนา

{๒๔๕} อินทรีย์ ๒๒ เป็นธรรมมีปัจจัย เป็นสังขตธรรม เป็นธรรมที่เห็นไม่ได้

อินทรีย์ ๕ เป็นธรรมที่กระทบได้ อินทรีย์ ๑๗ เป็นธรรมที่กระทบไม่ได้

อินทรีย์ ๗ เป็นรูปธรรม อินทรีย์ ๑๔ เป็นอรูปธรรม ชีวิตินทรีย์ที่เป็นรูปธรรมก็มี ที่เป็นอรูปธรรมก็มี

อินทรีย์ ๑๐ เป็นโลกิยะ อินทรีย์ ๓ เป็นโลกุตตระ อินทรีย์ ๙ ที่เป็นโลกิยะก็มี ที่เป็นโลกุตตระก็มี

อินทรีย์ ๒๒ จิตบางดวงรู้ได้ จิตบางดวงรู้ไม่ได้ (๒)

หน้า ๒๐๗

๓. อาสวโคจฉกวิสัชนา

{๒๔๖} อินทรีย์ ๒๒ ไม่เป็นอาสวะ

อินทรีย์ ๑๐ เป็นอารมณ์ของอาสวะ อินทรีย์ ๓ ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ อินทรีย์ ๙ ที่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี

อินทรีย์ ๑๕ วิปปยุตจากอาสวะ โทมนัสสินทรีย์สัมปยุตด้วยอาสวะ อินทรีย์ ๖ ที่สัมปยุตด้วยอาสวะก็มี ที่วิปปยุตจากอาสวะก็มี

อินทรีย์ ๑๐ กล่าวไม่ได้ว่าเป็นอาสวะและเป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือเป็นอารมณ์ของอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะ อินทรีย์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่าเป็นอาสวะและเป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือเป็นอารมณ์ของอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะ อินทรีย์ ๙ กล่าวไม่ได้ว่าเป็นอาสวะและเป็นอารมณ์ของอาสวะ ที่เป็นอารมณ์ของอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่าเป็นอารมณ์ของอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะก็มีอินทรีย์ ๑๕ กล่าวไม่ได้ว่าเป็นอาสวะและสัมปยุตด้วยอาสวะ หรือสัมปยุตด้วยอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะ โทมนัสสินทรีย์กล่าวไม่ได้ว่าเป็นอาสวะและสัมปยุตด้วยอาสวะ หรือสัมปยุตด้วยอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะ อินทรีย์ ๖ กล่าวไม่ได้ว่าเป็นอาสวะและสัมปยุตด้วยอาสวะ ที่สัมปยุตด้วยอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่าสัมปยุตด้วยอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะก็มีอินทรีย์ ๙ วิปปยุตจากอาสวะแต่เป็นอารมณ์ของอาสวะ อินทรีย์ ๓ วิปปยุตจากอาสวะและไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ โทมนัสสินทรีย์กล่าวไม่ได้ว่าวิปปยุตจากอาสวะแต่เป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือวิปปยุตจากอาสวะและไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ อินทรีย์ ๓ ที่วิปปยุตจากอาสวะแต่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี ที่วิปปยุตจากอาสวะและไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ

หน้า ๒๐๘

ก็มี อินทรีย์ ๖ ที่วิปปยุตจากอาสวะแต่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี ที่วิปปยุตจากอาสวะและไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่าวิปปยุตจากอาสวะแต่เป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือวิปปยุตจากอาสวะและไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี (๓)

๔. สัญโญชนโคจฉกวิสัชนา

{๒๔๗} อินทรีย์ ๒๒ ไม่เป็นสังโยชน์

อินทรีย์ ๑๐ เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ อินทรีย์ ๓ ไม่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ อินทรีย์ ๙ ที่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มี

อินทรีย์ ๑๕ วิปปยุตจากสังโยชน์ โทมนัสสินทรีย์สัมปยุตด้วยสังโยชน์ อินทรีย์ ๖ ที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์ก็มี ที่วิปปยุตจากสังโยชน์ก็มี

อินทรีย์ ๑๐ กล่าวไม่ได้ว่าเป็นสังโยชน์และเป็นอารมณ์ของสังโยชน์ หรือเป็นอารมณ์ของสังโยชน์แต่ไม่เป็นสังโยชน์ อินทรีย์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่าเป็นสังโยชน์และเป็นอารมณ์ของสังโยชน์ หรือเป็นอารมณ์ของสังโยชน์แต่ไม่เป็นสังโยชน์ อินทรีย์ ๙ กล่าวไม่ได้ว่าเป็นสังโยชน์และเป็นอารมณ์ของสังโยชน์ ที่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์แต่ไม่เป็นสังโยชน์ก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่าเป็นอารมณ์ของสังโยชน์แต่ไม่เป็นสังโยชน์ก็มีอินทรีย์ ๑๕ กล่าวไม่ได้ว่าเป็นสังโยชน์และสัมปยุตด้วยสังโยชน์ หรือสัมปยุตด้วยสังโยชน์แต่ไม่เป็นสังโยชน์ โทมนัสสินทรีย์กล่าวไม่ได้ว่าเป็นสังโยชน์และสัมปยุตด้วยสังโยชน์ หรือสัมปยุตด้วยสังโยชน์แต่ไม่เป็นสังโยชน์ อินทรีย์ ๖ กล่าวไม่ได้ว่าเป็นสังโยชน์และสัมปยุตด้วยสังโยชน์ ที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์แต่ไม่เป็นสังโยชน์ก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่าสัมปยุตด้วยสังโยชน์แต่ไม่เป็นสังโยชน์ก็มี

หน้า ๒๐๙

อินทรีย์ ๙ วิปปยุตจากสังโยชน์แต่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ อินทรีย์ ๓ วิปปยุตจากสังโยชน์และไม่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ โทมนัสสินทรีย์กล่าวไม่ได้ว่าวิปปยุตจากสังโยชน์แต่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ หรือวิปปยุตจากสังโยชน์และไม่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ อินทรีย์ ๓ ที่วิปปยุตจากสังโยชน์แต่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มี ที่วิปปยุตจากสังโยชน์และไม่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มี อินทีย์ ๖ ที่วิปปยุตจากสังโยชน์แต่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มี ที่วิปปยุตจากสังโยชน์และไม่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่าวิปปยุตจากสังโยชน์แต่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ หรือวิปปยุตจากสังโยชน์และไม่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มี (๔)

๕. คันถโคจฉกวิสัชนา

{๒๔๘} อินทรีย์ ๒๒ ไม่เป็นคันถะ

อินทรีย์ ๑๐ เป็นอารมณ์ของคันถะ อินทรีย์ ๓ไม่เป็นอารมณ์ของคันถะ อินทรีย์ ๙ ที่เป็นอารมณ์ของคันถะก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของคันถะก็มี

อินทรีย์ ๑๕ วิปปยุตจากคันถะ โทมนัสสินทรีย์สัมปยุตด้วยคันถะ อินทรีย์ ๖ ที่สัมปยุตด้วยคันถะก็มี ที่วิปปยุตจากคันถะก็มี

อินทรีย์ ๑๐ กล่าวไม่ได้ว่าเป็นคันถะและเป็นอารมณ์ของคันถะ หรือเป็นอารมณ์ของคันถะแต่ไม่เป็นคันถะ อินทรีย์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่าเป็นคันถะและเป็นอารมณ์ของคันถะ หรือเป็นอารมณ์ของคันถะแต่ไม่เป็นคันถะ อินทรีย์ ๙ กล่าวไม่ได้ว่าเป็นคันถะและเป็นอารมณ์ของคันถะ ที่เป็นอารมณ์ของคันถะแต่ไม่เป็นคันถะก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่าเป็นอารมณ์ของคันถะแต่ไม่เป็นคันถะก็มี

อินทรีย์ ๑๕ กล่าวไม่ได้ว่าเป็นคันถะ และสัมปยุตด้วยคันถะ หรือสัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะ โทมนัสสินทรีย์กล่าวไม่ได้ว่าเป็นคันถะ

หน้า ๒๑๐

และสัมปยุตด้วยคันถะ หรือสัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะ อินทรีย์ ๖ กล่าวไม่ได้ว่าเป็นคันถะและสัมปยุตด้วยคันถะ ที่สัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่าสัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะก็มี

อินทรีย์ ๙ วิปปยุตจากคันถะแต่เป็นอารมณ์ของคันถะ อินทรีย์ ๓ วิปปยุตจากคันถะและไม่เป็นอารมณ์ของคันถะ โทมนัสสินทรีย์กล่าวไม่ได้ว่าวิปปยุตจากคันถะแต่เป็นอารมณ์ของคันถะ หรือวิปปยุตจากคันถะและไม่เป็นอารมณ์ของคันถะ อินทรีย์ ๓ ที่วิปปยุตจากคันถะแต่เป็นอารมณ์ของคันถะก็มี ที่วิปปยุตจากคันถะและไม่เป็นอารมณ์ของคันถะก็มี อินทรีย์ ๖ ที่วิปปยุตจากคันถะแต่เป็นอารมณ์ของคันถะก็มี ที่วิปปยุตจากคันถะและไม่เป็นอารมณ์ของคันถะก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่าวิปปยุตจากคันถะแต่เป็นอารมณ์ของคันถะ หรือวิปปยุตจากคันถะและไม่เป็นอารมณ์ของคันถะก็มี (๕)

๖-๘. โอฆโคจฉกาทิวิสัชนา

{๒๔๙} อินทรีย์ ๒๒ ไม่เป็นโอฆะ ... อินทรีย์ ๒๒ ไม่เป็นโยคะ ... อินทรีย์ ๒๒ ไม่เป็นนิวรณ์

อินทรีย์ ๑๐ เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ อินทรีย์ ๓ ไม่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ อินทรีย์ ๙ ที่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ก็มี

อินทรีย์ ๑๕ วิปปยุตจากนิวรณ์ โทมนัสสินทรีย์สัมปยุตด้วยนิวรณ์ อินทรีย์ ๖ ที่สัมปยุตด้วยนิวรณ์ก็มี ที่วิปปยุตจากนิวรณ์ก็มี

อินทรีย์ ๑๐ กล่าวไม่ได้ว่าเป็นนิวรณ์และเป็นอารมณ์ของนิวรณ์ หรือเป็นอารมณ์ของนิวรณ์แต่ไม่เป็นนิวรณ์ อินทรีย์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่าเป็นนิวรณ์และเป็นอารมณ์ของนิวรณ์ หรือเป็นอารมณ์ของนิวรณ์แต่ไม่เป็นนิวรณ์ อินทรีย์ ๙ กล่าวไม่ได้ว่าเป็นนิวรณ์และเป็นอารมณ์ของนิวรณ์ ที่เป็น

หน้า ๒๑๑

อารมณ์ของนิวรณ์แต่ไม่เป็นนิวรณ์ก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่าเป็นอารมณ์ของนิวรณ์แต่ไม่เป็นนิวรณ์ก็มี

อินทรีย์ ๑๕ กล่าวไม่ได้ว่าเป็นนิวรณ์และสัมปยุตด้วยนิวรณ์ หรือสัมปยุตด้วยนิวรณ์แต่ไม่เป็นนิวรณ์ โทมนัสสินทรีย์กล่าวไม่ได้ว่าเป็นนิวรณ์และสัมปยุตด้วยนิวรณ์ หรือสัมปยุตด้วยนิวรณ์แต่ไม่เป็นนิวรณ์ อินทรีย์ ๖ กล่าวไม่ได้ว่าเป็นนิวรณ์และสัมปยุตด้วยนิวรณ์ ที่สัมปยุตด้วยนิวรณ์แต่ไม่เป็นนิวรณ์ก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่าสัมปยุตด้วยนิวรณ์แต่ไม่เป็นนิวรณ์ก็มี

อินทรีย์ ๙ วิปปยุตจากนิวรณ์แต่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ อินทรีย์ ๓ วิปปยุตจากนิวรณ์และไม่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ โทมนัสสินทรีย์กล่าวไม่ได้ว่าวิปปยุตจากนิวรณ์แต่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ หรือวิปปยุตจากนิวรณ์และไม่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ อินทรีย์ ๓ ที่วิปปยุตจากนิวรณ์แต่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ก็มี ที่วิปปยุตจากนิวรณ์และไม่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ก็มี อินทรีย์ ๖ ที่วิปปยุตจากนิวรณ์แต่เป็นอารมณ์ของนิวรณก็มี ที่วิปปยุตจากนิวรณ์และไม่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่าวิปปยุตจากนิวรณ์แต่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ หรือวิปปยุตจากนิวรณ์และไม่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ก็มี (๖-๘)

๙. ปรามาสโคจฉกวิสัชนา

{๒๕๐} อินทรีย์ ๒๒ ไม่เป็นปรามาส

อินทรีย์ ๑๐ เป็นอารมณ์ของปรามาส อินทรีย์ ๓ ไม่เป็นอารมณ์ของปรามาส อินทรีย์ ๙ ที่เป็นอารมณ์ของปรามาสก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของปรามาสก็มี

อินทรีย์ ๑๖ วิปปยุตจากปรามาส อินทรีย์ ๖ ที่สัมปยุตด้วยปรามาสก็มี ที่วิปปยุตจากปรามาสก็มี

หน้า ๒๑๒

อินทรีย์ ๑๐ กล่าวไม่ได้ว่าเป็นปรามาสและเป็นอารมณ์ของปรามาส หรือเป็นอารมณ์ของปรามาสแต่ไม่เป็นปรามาส อินทรีย์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่าเป็นปรามาสและเป็นอารมณ์ของปรามาส หรือเป็นอารมณ์ของปรามาสแต่ไม่เป็นปรามาส อินทรีย์ ๙ กล่าวไม่ได้ว่าเป็นปรามาสและเป็นอารมณ์ของปรามาส ที่เป็นอารมณ์ของปรามาสแต่ไม่เป็นปรามาสก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่าเป็นอารมณ์ของปรามาสแต่ไม่เป็นปรามาสก็มีอินทรีย์ ๑๐ วิปปยุตจากปรามาสแต่เป็นอารมณ์ของปรามาส อินทรีย์ ๓ วิปปยุตจากปรามาสและไม่เป็นอารมณ์ของปรามาส อินทรีย์ ๓ ที่วิปปยุตจากปรามาสแต่เป็นอารมณ์ของปรามาสก็มี ที่วิปปยุตจากปรามาสและไม่เป็นอารมณ์ของปรามาสก็มี อินทรีย์ ๖ ที่วิปปยุตจากปรามาสแต่เป็นอารมณ์ของปรามาสก็มี ที่วิปปยุตจากปรามาสและไม่เป็นอารมณ์ของปรามาสก็มี กล่าวไม่ได้ว่าวิปปยุตจากปรามาสแต่เป็นอารมณ์ของปรามาส หรือวิปปยุตจากปรามาสและไม่เป็นอารมณ์ของปรามาสก็มี (๙)

๑๐. มหันตรทุกวิสัชนา

{๒๕๑} อินทรีย์ ๗ เป็นธรรมรับรู้อารมณ์ไม่ได้ อินทรีย์ ๑๔ เป็นธรรมรับรู้อารมณ์ได้ ชีวิตินทรีย์ที่รับรู้อารมณ์ได้ก็มี ที่รับรู้อารมณ์ไม่ได้ก็มี

อินทรีย์ ๒๑ ไม่เป็นจิต มนินทรีย์เป็นจิต

อินทรีย์ ๑๓ เป็นเจตสิก อินทรีย์ ๘ ไม่เป็นเจตสิก ชีวิตินทรีย์ที่เป็นเจตสิกก็มี ที่ไม่เป็นเจตสิกก็มี

อินทรีย์ ๑๓ สัมปยุตด้วยจิต อินทรีย์ ๗ วิปปยุตจากจิต ชีวิตินทรีย์ที่สัมปยุตด้วยจิตก็มี ที่วิปปยุตจากจิตก็มี มนินทรีย์กล่าวไม่ได้ว่าสัมปยุตด้วยจิต หรือวิปปยุตจากจิต

หน้า ๒๑๓

อินทรีย์ ๑๓ เจือกับจิต อินทรีย์ ๗ ไม่เจือกับจิต ชีวิตินทรีย์ที่เจือกับจิตก็มี ที่ไม่เจือกับจิตก็มี มนินทรีย์กล่าวไม่ได้ว่าเจือกับจิต หรือไม่เจือกับจิต

อินทรีย์ ๑๓ มีจิตเป็นสมุฏฐาน อินทรีย์ ๘ ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐาน ชีวิตินทรีย์ที่มีจิตเป็นสมุฏฐานก็มี ที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานก็มี

อินทรีย์ ๑๓ เกิดพร้อมกับจิต อินทรีย์ ๘ ไม่เกิดพร้อมกับจิต ชีวิตินทรีย์ที่เกิดพร้อมกับจิตก็มี ที่ไม่เกิดพร้อมกับจิตก็มี

อินทรีย์ ๑๓ เกิดคล้อยตามจิต อินทรีย์ ๘ ไม่เกิดคล้อยตามจิต ชีวิตินทรีย์ที่เกิดคล้อยตามจิตก็มี ที่ไม่เกิดคล้อยตามจิตก็มี

อินทรีย์ ๑๓ เจือกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐาน อินทรีย์ ๘ ไม่เจือกับจิตและไม่มีจิตเป็นสมุฏฐาน ชีวิตินทรีย์ที่เจือกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานก็มี ที่ไม่เจือกับจิตและไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานก็มี

อินทรีย์ ๑๓ เจือกับจิต มีจิตเป็นสมุฏฐาน และเกิดพร้อมกับจิต อินทรีย์ ๘ ไม่เจือกับจิต ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐาน และไม่เกิดพร้อมกับจิต ชีวิตินทรีย์ที่เจือกับจิต มีจิตเป็นสมุฏฐาน และเกิดพร้อมกับจิตก็มี ที่ไม่เจือกับจิต ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐาน และไม่เกิดพร้อมกับจิตก็มีอินทรีย์ ๑๓ เจือกับจิต มีจิตเป็นสมุฏฐาน และเกิดคล้อยตามจิต อินทรีย์ ๘ ไม่เจือกับจิต ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐาน และไม่เกิดคล้อยตามจิต ชีวิตินทรีย์ที่เจือกับจิต มีจิตเป็นสมุฏฐาน และเกิดคล้อยตามจิตก็มี ที่ไม่เจือกับจิต ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐาน และไม่เกิดคล้อยตามจิตก็มีอินทรีย์ ๖ เป็นภายในตน อินทรีย์ ๑๖ เป็นภายนอกตน (๑๐)

๑๑. อุปาทานโคจฉกวิสัชนา

อินทรีย์ ๗ เป็นอุปาทายรูป อินทรีย์ ๑๔ ไม่เป็นอุปาทายรูป ชีวิตินทรีย์ที่เป็นอุปาทายรูปก็มี ที่ไม่เป็นอุปาทายรูปก็มี

หน้า ๒๑๔

อินทรีย์ ๙ กรรมอันสัมปยุตด้วยตัณหาทิฏฐิยึดครอง อินทรีย์ ๔ กรรมอันสัมปยุตด้วยตัณหาทิฏฐิไม่ยึดครอง อินทรีย์ ๙ ที่กรรมอันสัมปยุตด้วยตัณหาทิฏฐิยึดครองก็มี ที่กรรมอันสัมปยุตด้วยตัณหาทิฏฐิไม่ยึดครองก็มี

๑๑. อุปาทานโคจฉกะ

{๒๕๒} อินทรีย์ ๒๒ ไม่เป็นอุปาทาน

อินทรีย์ ๑๐ เป็นอารมณ์ของอุปาทาน อินทรีย์ ๓ ไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน อินทรีย์ ๙ ที่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี

อินทรีย์ ๑๖ วิปปยุตจากอุปาทาน อินทรีย์ ๖ ที่สัมปยุตด้วยอุปาทานก็มี ที่วิปปยุตจากอุปาทานก็มี

อินทรีย์ ๑๐ กล่าวไม่ได้ว่าเป็นอุปาทานและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน หรือเป็นอารมณ์ของอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทาน อินทรีย์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่าเป็นอุปาทานและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน หรือเป็นอารมณ์ของอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทาน อินทรีย์ ๙ กล่าวไม่ได้ว่าเป็นอุปาทานและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน หรือเป็นอารมณ์ของอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทานก็มี อินทรีย์ ๑๐ เป็นอารมณ์ของอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทานก็มี แต่กล่าวไม่ได้ว่าเป็นอารมณ์ของอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทานก็มีอินทรีย์ ๑๖ กล่าวไม่ได้ว่าเป็นอุปาทานและสัมปยุตด้วยอุปาทาน หรือสัมปยุตด้วยอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทาน อินทรีย์ ๖ กล่าวไม่ได้ว่าเป็นอุปาทานและสัมปยุตด้วยอุปาทาน ที่สัมปยุตด้วยอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทานก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่าสัมปยุตด้วยอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทานก็มี

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑-๑บางฉบับไม่ปรากฏข้อความนี้
หน้า ๒๑๕

อินทรีย์ ๑๐ วิปปยุตจากอุปาทานแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน อินทรีย์ ๓ วิปปยุตจากอุปาทานและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน อินทรีย์ ๓ ที่วิปปยุตจากอุปาทานแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ที่วิปปยุตจากอุปาทานและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี อินทรีย์ ๖ ที่วิปปยุตจากอุปาทานแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ที่วิปปยุตจากอุปาทานและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่าวิปปยุตจากอุปาทานแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน หรือวิปปยุตจากอุปาทานและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี (๑๑)

๑๒. กิเลสโคจฉกวิสัชนา

{๒๕๓} อินทรีย์ ๒๒ไม่เป็นกิเลส

อินทรีย์ ๑๐ เป็นอารมณ์ของกิเลส อินทรีย์ ๓ไม่เป็นอารมณ์ของกิเลส อินทรีย์ ๙ ที่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี

อินทรีย์ ๑๕ กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมอง โทมนัสสินทรีย์กิเลสทำให้เศร้าหมอง อินทรีย์ ๖ ที่กิเลสทำให้เศร้าหมองก็มี ที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองก็มี

อินทรีย์ ๑๕ วิปปยุตจากกิเลส โทมนัสสินทรีย์สัมปยุตด้วยกิเลส อินทรีย์ ๖ ที่สัมปยุตด้วยกิเลสก็มี ที่วิปปยุตจากกิเลสก็มี

อินทรีย์ ๑๐ กล่าวไม่ได้ว่าเป็นกิเลสและเป็นอารมณ์ของกิเลส หรือเป็นอารมณ์ของกิเลสแต่ไม่เป็นกิเลส อินทรีย์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่าเป็นกิเลสและเป็นอารมณ์ของกิเลส หรือเป็นอารมณ์ของกิเลสแต่ไม่เป็นกิเลส อินทรีย์ ๙ กล่าวไม่ได้ว่าเป็นกิเลสและเป็นอารมณ์ของกิเลส ที่เป็นอารมณ์ของกิเลสแต่ไม่เป็นกิเลสก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่าเป็นอารมณ์ของกิเลสแต่ไม่เป็นกิเลสก็มีอินทรีย์ ๑๕ กล่าวไม่ได้ว่าเป็นกิเลสและกิเลสทำให้เศร้าหมอง หรือกิเลสทำให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลส โทมนัสสินทรีย์กล่าวไม่ได้ว่าเป็นกิเลส

หน้า ๒๑๖

และกิเลสทำให้เศร้าหมอง หรือกิเลสทำให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลส อินทรีย์ ๖ กล่าวไม่ได้ว่าเป็นกิเลสและกิเลสทำให้เศร้าหมอง ที่กิเลสทำให้เศร้าหมอง แต่ไม่เป็นกิเลสก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่ากิเลสทำให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลสก็มี

อินทรีย์ ๑๕ กล่าวไม่ได้ว่าเป็นกิเลสและสัมปยุตด้วยกิเลส หรือสัมปยุตด้วยกิเลสแต่ไม่เป็นกิเลส โทมนัสสินทรีย์กล่าวไม่ได้ว่าเป็นกิเลสและสัมปยุตด้วยกิเลส หรือสัมปยุตด้วยกิเลสแต่ไม่เป็นกิเลส อินทรีย์ ๖ กล่าวไม่ได้ว่าเป็นกิเลสและสัมปยุตด้วยกิเลส ที่สัมปยุตด้วยกิเลสแต่ไม่เป็นกิเลสก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่าสัมปยุตด้วยกิเลสแต่ไม่เป็นกิเลสก็มี

อินทรีย์ ๙ วิปปยุตจากกิเลสแต่เป็นอารมณ์ของกิเลส อินทรีย์ ๓ วิปปยุตจากกิเลสและไม่เป็นอารมณ์ของกิเลส โทมนัสสินทรีย์กล่าวไม่ได้ว่าวิปปยุตจากกิเลสแต่เป็นอารมณ์ของกิเลส หรือวิปปยุตจากกิเลสและไม่เป็นอารมณ์ของกิเลส อินทรีย์ ๓ ที่วิปปยุตจากกิเลสแต่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี ที่วิปปยุตจากกิเลสและไม่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี อินทรีย์ ๖ ที่วิปปยุตจากกิเลสแต่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี ที่วิปปยุตจากกิเลสและไม่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่าวิปยุตจากแต่เป็นอารมณ์ของกิเลส หรือวิปปยุตจากกิเลสและไม่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี (๑๒)

๑๓. ปิฏฐิทุกวิสัชนา

{๒๕๔} อินทรีย์ ๑๕ อันโสดาปัตติมรรคไม่พึงประหาณ อินทรีย์ ๗ ที่โสดาปัตติมรรคพึงประหาณก็มี ที่โสดาปัตติมรรคไม่พึงประหาณก็มี

อินทรีย์ ๑๕ อันมรรคเบื้องสูง ๓ ไม่พึงประหาณ อินทรีย์ ๗ ที่มรรคเบื้องสูง ๓ พึงประหาณก็มี ที่มรรคเบื้องสูง ๓ ไม่พึงประหาณก็มี

หน้า ๒๑๗

อินทรีย์ ๑๕ ไม่มีเหตุอันโสดาปัตติมรรคพึงประหาณ อินทรีย์ ๗ ที่มีเหตุอันโสดาปัตติมรรคพึงประหาณก็มี ที่ไม่มีเหตุอันโสดาปัตติมรรคพึงประหาณก็มีอินทรีย์ ๑๕ ไม่มีเหตุอันมรรคเบื้องสูง ๓ พึงประหาณ อินทรีย์ ๗ ที่มีเหตุอันมรรคเบื้องสูง ๓ พึงประหาณก็มี ที่ไม่มีเหตุอันมรรคเบื้องสูง ๓ พึงประหาณก็มีอินทรีย์ ๙ไม่มีวิตก โทมนัสสินทรีย์มีวิตก อินทรีย์ ๑๒ ที่มีวิตกก็มี ที่ไม่มีวิตกก็มี

อินทรีย์ ๙ไม่มีวิจาร โทมนัสสินทรีย์มีวิจาร อินทรีย์ ๑๒ ที่มีวิจารก็มี ที่ไม่มีวิจารก็มี

อินทรีย์ ๑๑ ไม่มีปีติ อินทรีย์ ๑๑ ที่มีปีติก็มี ที่ไม่มีปีติก็มี

อินทรีย์ ๑๑ ไม่สหรคตด้วยปีติ อินทรีย์ ๑๑ ที่สหรคตด้วยปีติก็มี ที่ไม่สหรคตด้วยปีติก็มี

อินทรีย์ ๑๒ ไม่สหรคตด้วยสุข อินทรีย์ ๑๐ ที่สหรคตด้วยสุขก็มี ที่ไม่สหรคตด้วยสุขก็มี

อินทรีย์ ๑๒ ไม่สหรคตด้วยอุเบกขา อินทรีย์ ๑๐ ที่สหรคตด้วยอุเบกขาก็มี ที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาก็มี

อินทรีย์ ๑๐ เป็นกามาวจร อินทรีย์ ๓ ไม่เป็นกามาวจร อินทรีย์ ๙ ที่เป็นกามาวจรก็มี ที่ไม่เป็นกามาวจรก็มีอินทรีย์ ๑๓ ไม่เป็นรูปาวจร อินทรีย์ ๙ ที่เป็นรูปาวจรก็มี ที่ไม่เป็นรูปาวจรก็มี

อินทรีย์ ๑๔ ไม่เป็นอรูปาวจร อินทรีย์ ๘ ที่เป็นอรูปาวจรก็มี ที่ไม่เป็นอรูปาวจรก็มี

หน้า ๒๑๘

อินทรีย์ ๑๐ นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ อินทรีย์ ๓ ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ อินทรีย์ ๙ ที่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ก็มี ที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ก็มี

อินทรีย์ ๑๑ ไม่เป็นเหตุนำออกจากสังสารทุกข์ อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์เป็นเหตุนำออกจากสังสารทุกข์ อินทรีย์ ๑๐ ที่เป็นเหตุนำออกจากสังสารทุกข์ก็มี ที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากสังสารทุกข์ก็มีอินทรีย์ ๑๐ ให้ผลไม่แน่นอน อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ให้ผลแน่นอน อินทรีย์ ๑๑ ที่ให้ผลแน่นอนก็มี ที่ให้ผลไม่แน่นอนก็มี

อินทรีย์ ๑๐ มีธรรมอื่นยิ่งกว่า อินทรีย์ ๓ ไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่า อินทรีย์ ๙ ที่มีธรรมอื่นยิ่งกว่าก็มี ที่ไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่าก็มี

อินทรีย์ ๑๕ ไม่เกิดกับกิเลสอันเป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ โทมนัสสินทรีย์เกิดกับกิเลสอันเป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ อินทรีย์ ๖ ที่เกิดกับกิเลสอันเป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ก็มี ที่ไม่เกิดกับกิเลสอันเป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ก็มี ฉะนี้แล (๑๓)

จบ ปัญหาปุจฉกะ

จบ อินทริยวิภังค์ บริบูรณ์

หน้า ๒๑๙

๖. ปัจจยาการวิภังค์

๑. สุตตันตภาชนีย์

{๒๕๕} [๒๒๕] เพราะอวิชชาเป็นปัจจัย จึงมีสังขาร

เพราะสังขารเป็นปัจจัย จึงมีวิญญาณ

เพราะวิญญาณเป็นปัจจัย จึงมีนามรูป

เพราะนามรูปเป็นปัจจัย จึงมีสฬายตนะ

เพราะสฬายตนะเป็นปัจจัย จึงมีผัสสะ

เพราะผัสสะเป็นปัจจัย จึงมีเวทนา

เพราะเวทนาเป็นปัจจัย จึงมีตัณหา

เพราะตัณหาเป็นปัจจัย จึงมีอุปาทาน

เพราะอุปาทานเป็นปัจจัย จึงมีภพ

เพราะภพเป็นปัจจัย จึงมีชาติ

เพราะชาติเป็นปัจจัย จึงมีชรามรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส อุปายาส

เป็นอันว่ากองทุกข์ทั้งมวลนั่นย่อมเกิดมีได้ด้วยประการฉะนี้

{๒๕๖} [๒๒๖] ในปัจจยาการเหล่านั้น อวิชชา เป็นไฉน

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑บางฉบับและอรรกถกถาเรียกว่า ปฏิจจสมุปปาทวิภังค์
  2. ๒อวิชชา ความไม่รู้ หมายถึงความประสบสิ่งที่ไม่ควรประสบมีกายทุจริตเป็นต้น ความไม่ประสบสิ่งที่ควรประสบมีกายสุจริตเป็นต้น ความทำให้สภาวะที่แท้จริงของสภาวธรรมทั้งหลายไม่ปรากฏชัด ธรรมชาติที่ยังเหล่าสัตว์ในกำเนิด คติ ภพ วิญญาณฐิติ และสัตตาวาสทั้งหมดให้แล่นคือเวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏที่ปราศจากที่สุด ธรรมชาติที่แล่นอยู่ในความเป็นหญิงและความเป็นชายเป็นต้นที่ไม่มีอยู่จริงโดยปรมัตถ์ ธรรมชาติที่ไม่แล่นอยู่ในสภาวธรรมมีขันธ์เป็นต้นที่มีสภาวะจริง ธรรมชาติที่คอยปิดบังสภาวธรรมที่อาศัยกันและกันเกิดขึ้นตามหลักปฏิจจสมุปบาท ได้แก่ ความไม่รู้ในอริยสัจ ๔ (ขุ.อุ.อ. ๔๓. ขุ.ปฏิ.อ. ๑/๑๒๗, อภิ.วิ.อ. ๑๔๔-๑๔๕)

จบ ปัญหาปุจฉกะ