พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ · อิทธิปาทวิภังค์
ปัญหาปุจฉกะ เล่ม ๓๕
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๕๓๖–๕๔๑ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๓/๓ ในอิทธิปาทวิภังค์มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
๓. ปญฺหาปุจฺฉก
๓. ปัญหาปุจฉกะ
พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ อิทธิปาทวิภังค์ ปัญหาปุจฉกะ (ฉบับหลวง เล่ม ๓๕ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๕ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๕)
บาลี (มหาจุฬาฯ) เล่ม ๓๕ หน้า ๒๖๙–๒๗๑ · ไทย (มหาจุฬาฯ ๒) เล่ม ๓๕ หน้า ๓๕๔–๓๕๗
จตฺตาโร อิทฺธิปาทา: อิธ ภิกฺขุ ฉนฺทสมาธิปธานสงฺขารสมนฺนาคตํ อิทฺธิปาทํ ภาเวติ, วีริยสมาธิ... จิตฺตสมาธิ... วีมํสาสมาธิปธานสงฺขารสมนฺนาคตํ อิทฺธิปาทํ ภาเวติ.
อิทธิบาท ๔ ได้แก่ ภิกษุในธรรมวินัยนี้
๑. เจริญอิทธิบาทที่ประกอบด้วยฉันทสมาธิและปธานสังขาร
๒. เจริญอิทธิบาทที่ประกอบด้วยวิริยสมาธิและปธานสังขาร
๓. เจริญอิทธิบาทที่ประกอบด้วยจิตตสมาธิและปธานสังขาร
๔. เจริญอิทธิบาทที่ประกอบด้วยวิมังสาสมาธิและปธานสังขาร
จตุนฺนํ อิทฺธิปาทานํ กติ กุสลา? กติ อกุสลา? กติ อพฺยากตา ฯเปฯ กติ สรณา? กติ อรณา?
ติกมาติกาปุจฉา ทุกมาติกาปุจฉา
บรรดาอิทธิบาท ๔ อิทธิบาทเท่าไรเป็นกุศล เท่าไรเป็นอกุศล เท่าไร เป็นอัพยากฤต ฯลฯ เท่าไรเป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ เท่าไรไม่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้
๑. ติก กุสลาเยว. สิยา สุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตา, สิยา อทุกฺขมสุขาย เวทนาย สมฺป-ยุตฺตา. วิปากธมฺมธมฺมา. อนุปาทินฺนอนุปาทานิยา. อสงฺกิลิฏฺฐอสงฺกิเลสิกา. สิยา สวิตกฺกสวิจารา, สิยา อวิตกฺกวิจารมตฺตา, สิยา อวิตกฺกอวิจารา. สิยา ปืติสหคตา, สิยา สุขสหคตา, สิยา อุเปกฺขา-สหคตา. เนว ทสฺสเนน น ภาวนาย ปหาตพฺพา. เนว ทสฺสเนน น ภาวนาย ปหาตพฺพเหตุกา. อปจยคามิโน. เสกฺขา. อปฺปมาณา. อปฺปมาณารมฺมณา. ปณีตา. สมฺมตฺตนิยตา. น มคฺคารมฺมณา, มคฺคเหตุกา, น มคฺคาธิปติโน. สิยา อุปฺปนฺนา, สิยา อนุปฺปนฺนา, น วตฺตพฺพา “อุปฺปาทิโน”ติ. สิยา อตีตา, สิยา อนาคตา, สิยา ปจฺจุปฺปนฺนา. น วตฺตพฺพา “อตีตารมฺมณา”ติปิ, “อนาคตารมฺมณา”ติปิ, “ปจฺจุปฺปนฺนารมฺมณา”ติปิ. สิยา อชฺฌตฺตา, สิยา พหิทฺธา, สิยา อชฺฌตฺตพหิทฺธา. พหิทฺธารมฺมณา. อนิทสฺสนอปฺปฏิฆา.
๑. ติกมาติกาวิสัชนา
๑-๒๒. กุสลติกาทิวิสัชนา
อิทธิบาท ๔ เป็นกุศลอย่างเดียว
อิทธิบาท ๔ ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาก็มี ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาก็มีอิทธิบาท ๔ เป็นเหตุให้เกิดวิบาก
อิทธิบาท ๔ กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็น อารมณ์ของอุปาทานอิทธิบาท ๔ กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของกิเลส
อิทธิบาท ๔ ที่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารก็มี ที่ไม่มีทั้ง วิตกและวิจารก็มีอิทธิบาท ๔ ที่สหรคตด้วยปีติก็มี ที่สหรคตด้วยสุขก็มี ที่สหรคตด้วยอุเบกขา ก็มีอิทธิบาท ๔ ไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓
อิทธิบาท ๔ ไม่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓อิทธิบาท ๔ เป็นเหตุให้ถึงนิพพาน
อิทธิบาท ๔ เป็นของเสขบุคคล
อิทธิบาท ๔ เป็นอัปปมาณะ
อิทธิบาท ๔ มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์
อิทธิบาท ๔ เป็นชั้นประณีต
อิทธิบาท ๔ มีสภาวะชอบและให้ผลแน่นอน
อิทธิบาท ๔ ไม่ใช่มีมรรคเป็นอารมณ์
อิทธิบาท ๔ มีมรรคเป็นเหตุ
อิทธิบาท ๔ ไม่ใช่มีมรรคเป็นอธิบดี
อิทธิบาท ๔ ที่เกิดขึ้นก็มี ซึ่งยังไม่เกิดขึ้นก็มี แต่กล่าวไม่ได้ว่า จักเกิดขึ้น แน่นอนอิทธิบาท ๔ ที่เป็นอดีตก็มี ที่เป็นอนาคตก็มี ที่เป็นปัจจุบันก็มี
อิทธิบาท ๔ กล่าวไม่ได้ว่า มีอดีตธรรมเป็นอารมณ์ มีอนาคตธรรมเป็น อารมณ์ หรือมีปัจจุบันธรรมเป็นอารมณ์ก็มีอิทธิบาท ๔ ที่เป็นภายในตนก็มี ที่เป็นภายนอกตนก็มี ที่เป็นภายในตน และภายนอกตนก็มีอิทธิบาท ๔ มีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์
อิทธิบาท ๔ เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้
๒. ทุก วีมํสิทฺธิปาโท เหตุ, ตโย อิทฺธิปาทา น เหตู. สเหตุกา. เหตุสมฺปยุตฺตา. วีมํสิทฺธิ- ปาโท เหตุ เจว สเหตุโก จ, ตโย อิทฺธิปาทา น วตฺตพฺพา “เหตู เจว สเหตุกา จา”ติ, สเหตุกา เจว น จ เหตู. วีมํสิทฺธิปาโท เหตุ เจว เหตุสมฺปยุตฺโต จ, ตโย อิทฺธิปาทา น วตฺตพฺพา “เหตู เจว เหตุสมฺปยุตฺตา จา”ติ, เหตุสมฺปยุตฺตา เจว น จ เหตู. ตโย อิทฺธิปาทา น เหตู, สเหตุกา. วีมํสิทฺธิ- ปาโท น วตฺตพฺโพ “น เหตุ สเหตุโก”ติปิ, “น เหตุ อเหตุโก”ติปิ. สปฺปจฺจยา. สงฺขตา. อนิทสฺสนา. อปฺปฏิฆา. อรูปา. โลกุตฺตรา. เกนจิ วิญฺเญยฺยา, เกนจิ น วิญฺเญยฺยา. โน อาสวา. อนาสวา. อาสว-วิปฺปยุตฺตา. น วตฺตพฺพา “อาสวา เจว สาสวา จา”ติปิ, “สาสวา เจว โน จ อาสวาติ”ปิ. น วตฺตพฺพา “อาสวา เจว อาสวสมฺปยุตฺตา จา”ติปิ, “อาสวสมฺปยุตฺตา เจว โน จ อาสวา”ติปิ. อาสววิปฺปยุตฺตา. อนาสวา.
โน สญฺโญชนา ฯเปฯ โน คนฺถา ฯเปฯ โน โอฆา ฯเปฯ โน โยคา ฯเปฯ โน นีวรณา ฯเปฯ โน ปรามาสา ฯเปฯ สารมฺมณา. ตโย อิทฺธิปาทา โน จิตฺตา, จิตฺติทฺธิปาโท จิตฺตํ. ตโย อิทฺธิปาทา เจตสิกา, จิตฺติทฺธิปาโท อเจตสิโก. ตโย อิทฺธิปาทา จิตฺตสมฺปยุตฺตา, จิตฺติทฺธิปาโท น วตฺตพฺโพ “จิตฺเตน สมฺปยุตฺโต”ติปิ, “จิตฺเตน วิปฺปยุตฺโต”ติปิ. ตโย อิทฺธิปาทา จิตฺตสํสฏฺฐา, จิตฺติทฺธิปาโท น วตฺตพฺโพ “จิตฺเตน สํสฏฺโฐ”ติปิ, จิตฺเตน วิสํสฏฺโฐ”ติปิ. ตโย อิทฺธิปาทา จิตฺต- สมุฏฺฐานา, จิตฺติทฺธิปาโท โน จิตฺตสมุฏฺฐาโน. ตโย อิทฺธิปาทา จิตฺตสหภุโน, จิตฺติทฺธิปาโท โน จิตฺตสหภู. ตโย อิทฺธิปาทา จิตฺตานุปริวตฺติโน,
จิตฺติทฺธิปาโท โน จิตฺตานุปริวตฺติ. ตโย อิทฺธิปาทา จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานา, จิตฺติทฺธิปาโท โน จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาโน. ตโย อิทฺธิปาทา จิตฺตสํสฏฺฐ- สมุฏฺฐานสหภุโน, จิตฺติทฺธิปาโท โน จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานสหภู. ตโย อิทฺธิปาทา จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺ-ฐานานุปริวตฺติโน, จิตฺติทฺธิปาโท โน จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานานุปริวตฺติ. ตโย อิทฺธิปาทา พาหิรา, จิตฺติทฺธิปาโท อชฺฌตฺติโก. โน อุปาทา. อนุปาทินฺนา. โน อุปาทานา ฯเปฯ โน กิเลสา ฯเปฯ น ทสฺสเนน ปหาตพฺพา. น ภาวนาย ปหาตพฺพา. น ทสฺสเนน ปหาตพฺพเหตุกา. น ภาวนาย ปหาตพฺพเหตุกา. สิยา สวิตกฺกา, สิยา อวิตกฺกา. สิยา สวิจารา, สิยา อวิจารา. สิยา สปฺปืติกา, สิยา อปฺปืติกา. สิยา ปืติสหคตา, สิยา น ปืติสหคตา. สิยา สุขสหคตา, สิยา น สุขสหคตา. สิยา อุเปกฺขาสหคตา, สิยา น อุเปกฺขาสหคตา. น กามาวจรา น รูปาวจรา. น อรูปาวจรา. อปริยาปนฺนา. นิยฺยานิกา. นิยตา. อนุตฺตรา. อรณาติ.
ปญฺหาปุจฺฉกํ. อิทฺธิปาทวิภงฺโค สมตฺโต.
๒. ทุกมาติกาวิสัชนา
๑. เหตุโคจฉกวิสัชนา
วิมังสิทธิบาทเป็นเหตุ อิทธิบาท ๓ ไม่เป็นเหตุ อิทธิบาท ๔ มีเหตุ
อิทธิบาท ๔ สัมปยุตด้วยเหตุ วิมังสิทธิบาทเป็นเหตุและมีเหตุ อิทธิบาท ๓ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นเหตุและมีเหตุ หรือมีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุวิมังสิทธิบาทเป็นเหตุและสัมปยุตด้วยเหตุ อิทธิบาท ๓ กล่าวไม่ได้ว่า เป็น เหตุและสัมปยุตด้วยเหตุ หรือสัมปยุตด้วยเหตุแต่ไม่เป็นเหตุอิทธิบาท ๓ ไม่เป็นเหตุแต่มีเหตุ วิมังสิทธิบาทกล่าวไม่ได้ว่า ไม่เป็นเหตุแต่ มีเหตุ หรือไม่เป็นเหตุและไม่มีเหตุ
๒-๙. จูฬันตรทุกาทิวิสัชนา
อิทธิบาท ๔ มีปัจจัยปรุงแต่ง อิทธิบาท ๔ ถูกปัจจัยปรุงแต่ง
อิทธิบาท ๔ เห็นไม่ได้ อิทธิบาท ๔ กระทบไม่ได้
อิทธิบาท ๔ ไม่เป็นรูป อิทธิบาท ๔ เป็นโลกุตตระ
อิทธิบาท ๔ จิตบางดวงรู้ได้ อิทธิบาท ๔ จิตบางดวงรู้ไม่ได้
อิทธิบาท ๔ ไม่เป็นอาสวะ อิทธิบาท ๔ ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ
อิทธิบาท ๔ วิปปยุตจากอาสวะ อิทธิบาท ๔ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอาสวะและ เป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือเป็นอารมณ์ของอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะอิทธิบาท ๔ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอาสวะและสัมปยุตด้วยอาสวะ หรือสัมปยุต ด้วยอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะ อิทธิบาท ๔ วิปปยุตจากอาสวะและไม่เป็นอารมณ์ของ อาสวะอิทธิบาท ๔ ไม่เป็นสังโยชน์ ฯลฯ ไม่เป็นคันถะ ฯลฯ ไม่เป็นโอฆะ ฯลฯ ไม่เป็นโยคะ ฯลฯ ไม่เป็นนิวรณ์ ฯลฯ ไม่เป็นปรามาส ฯลฯ
๑๐. มหันตรทุกวิสัชนา
อิทธิบาท ๔ รับรู้อารมณ์ได้ อิทธิบาท ๓ ไม่เป็นจิต จิตติทธิบาทเป็นจิต
อิทธิบาท ๓ เป็นเจตสิก จิตติทธิบาทไม่เป็นเจตสิก อิทธิบาท ๓ สัมปยุต ด้วยจิต จิตติทธิบาทกล่าวไม่ได้ว่า สัมปยุตด้วยจิต หรือวิปปยุตจากจิตอิทธิบาท ๓ ระคนกับจิต จิตติทธิบาทกล่าวไม่ได้ว่า ระคนกับจิต หรือไม่ ระคนกับจิต อิทธิบาท ๓ มีจิตเป็นสมุฏฐาน จิตติทธิบาทไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานอิทธิบาท ๓ เกิดพร้อมกับจิต จิตติทธิบาทไม่เกิดพร้อมกับจิต อิทธิบาท ๓ เป็นไปตามจิต จิตติทธิบาทไม่เป็นไปตามจิตอิทธิบาท ๓ ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐาน จิตติทธิบาทไม่ระคนกับจิต และมีจิตเป็นสมุฏฐาน อิทธิบาท ๓ ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและเกิดพร้อม กับจิต จิตติทธิบาทไม่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและเกิดพร้อมกับจิตอิทธิบาท ๓ ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและเป็นไปตามจิต จิตติทธิบาทไม่ ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและเป็นไปตามจิตอิทธิบาท ๓ เป็นภายนอก จิตติทธิบาทเป็นภายใน อิทธิบาท ๔ ไม่เป็น อุปาทายรูป
อิทธิบาท ๔ กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือ
๑๑-๑๓. อุปาทานโคจฉกาทิวิสัชนา
อิทธิบาท ๔ ไม่เป็นอุปาทาน ฯลฯ ไม่เป็นกิเลส ฯลฯ
อิทธิบาท ๔ ไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓
อิทธิบาท ๔ ไม่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓
อิทธิบาท ๔ ที่มีวิตกก็มี ที่ไม่มีวิตกก็มี อิทธิบาท ๔ ที่มีวิจารก็มี ที่ไม่มี วิจารก็มี
อิทธิบาท ๔ ที่มีปีติก็มี ที่ไม่มีปีติก็มี อิทธิบาท ๔ ที่สหรคตด้วยปีติก็มี ที่ไม่สหรคตด้วยปีติก็มี
อิทธิบาท ๔ ที่สหรคตด้วยสุขก็มี ที่ไม่สหรคตด้วยสุขก็มี อิทธิบาท ๔ ที่ สหรคตด้วยอุเบกขาก็มี ที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาก็มีอิทธิบาท ๔ ไม่เป็นกามาวจร อิทธิบาท ๔ ไม่เป็นรูปาวจร
อิทธิบาท ๔ ไม่เป็นอรูปาวจร อิทธิบาท ๔ ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์
อิทธิบาท ๔ เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ อิทธิบาท ๔ ให้ผลแน่นอน
อิทธิบาท ๔ ไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่า อิทธิบาท ๔ ไม่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้
ปัญหาปุจฉกะ จบ
อิทธิปาทวิภังค์ จบบริบูรณ์
จบ ปัญหาปุจฉกะ