arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ · อัปปมัญญาวิภังค์

สุตตันตภาชนีย์ เล่ม ๓๕

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๗๔๑–๗๔๙ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑/๕ ในอัปปมัญญาวิภังค์มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

๑๓. อปฺปมญฺญาวิภงฺค

๑. สุตฺตนฺตภาชนีย

๑๓. อัปปมัญญาวิภังค์

๑. สุตตันตภาชนีย์

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ อัปปมัญญาวิภังค์ สุตตันตภาชนีย์ (ฉบับหลวง เล่ม ๓๕ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๕ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๕)

บาลี (มหาจุฬาฯ) เล่ม ๓๕ หน้า ๓๒๙–๓๓๕ · ไทย (มหาจุฬาฯ ๒) เล่ม ๓๕ หน้า ๔๒๖–๔๓๒

บาลี (มหาจุฬาฯ)

จตสฺโส อปฺปมญฺญาโย: อิธ ภิกฺขุ เมตฺตาสหคเตน เจตสา เอกํ ทิสํ ผริตฺวา วิหรติ, ตถา ทุติยํ. ตถา ตติยํ. ตถา จตุตฺถํ. อิติ อุทฺธมโธ ติริยํ สพฺพธิ สพฺพตฺตตาย สพฺพาวนฺตํ โลกํ เมตฺตาสหคเตน เจตสา วิปุเลน มหคฺคเตน อปฺปมาเณน อเวเรน อพฺยาปชฺเชน (๑) ผริตฺวา วิหรติ. กรุณาสหคเตน เจตสา เอกํ ทิสํ ผริตฺวา วิหรติ, ตถา ทุติยํ. ตถา ตติยํ. ตถา จตุตฺถํ. อิติ อุทฺธมโธ ติริยํ สพฺพธิ สพฺพตฺตตาย สพฺพาวนฺตํ โลกํ กรุณาสหคเตน เจตสา วิปุเลน มหคฺคเตน อปฺปมาเณน อเวเรน อพฺยาปชฺเชน ผริตฺวา วิหรติ. มุทิตาสหคเตน เจตสา เอกํ ทิสํ ผริตฺวา วิหรติ, ตถา ทุติยํ. ตถา ตติยํ. ตถา จตุตฺถํ. อิติ อุทฺธมโธ ติริยํ สพฺพธิ สพฺพตฺตตาย สพฺพาวนฺตํ โลกํ มุทิตาสหคเตน เจตสา วิปุเลน มหคฺคเตน อปฺปมาเณน อเวเรน อพฺยาปชฺเชน ผริตฺวา วิหรติ. อุเปกฺขาสหคเตน เจตสา เอกํ ทิสํ ผริตฺวา วิหรติ, ตถา ทุติยํ. ตถา ตติยํ. ตถา จตุตฺถํ. อิติ อุทฺธมโธ ติริยํ สพฺพธิ สพฺพตฺตตาย สพฺพาวนฺตํ โลกํ อุเปกฺขาสหคเตน เจตสา วิปุเลน มหคฺคเตน อปฺปมาเณน อเวเรน อพฺยาปชฺเชน ผริตฺวา วิหรติ.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ก. อพฺยาปชฺเฌน
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

อัปปมัญญา ๔ ได้แก่ ภิกษุในธรรมวินัยนี้

๑. มีจิตสหรคตด้วยเมตตาแผ่ไปตลอดทิศหนึ่งอยู่ ทิศที่ ๒ ก็เช่น นั้น ทิศที่ ๓ ทิศที่ ๔ ก็เช่นนั้น ทิศเบื้องบน ทิศเบื้องต่ำ ทิศเฉียงก็เช่นเดียวกัน มีจิตสหรคตด้วยเมตตาอันไพบูลย์ กว้าง ขวาง หาประมาณมิได้ ไม่มีเวร ไม่มีพยาบาท แผ่ไปยังสัตว์โลก ทั้งปวง เพราะเป็นผู้มีจิตเสมอในสัตว์ทุกหมู่เหล่าในที่ทั้งปวงอยู่๒. มีจิตสหรคตด้วยกรุณาแผ่ไปตลอดทิศหนึ่งอยู่ ทิศที่ ๒ ก็เช่น นั้น ทิศที่ ๓ ทิศที่ ๔ ก็เช่นนั้น ทิศเบื้องบน ทิศเบื้องต่ำ ทิศเฉียงก็เช่นเดียวกัน มีจิตสหรคตด้วยกรุณาอันไพบูลย์ กว้างขวาง หาประมาณมิได้ ไม่มีเวร ไม่มีพยาบาท แผ่ไปยังสัตว์โลกทั้งปวง เพราะเป็นผู้มีจิตเสมอในสัตว์ทุกหมู่เหล่าในที่ทั้งปวงอยู่๓.

มีจิตสหรคตด้วยมุทิตาแผ่ไปตลอดทิศหนึ่งอยู่ ทิศที่ ๒ ก็เช่น นั้น ทิศที่ ๓ ทิศที่ ๔ ก็เช่นนั้น ทิศเบื้องบน ทิศเบื้องต่ำ ทิศ เฉียง ก็เช่นเดียวกัน มีจิตสหรคตด้วยมุทิตาอันไพบูลย์ กว้างขวาง หาประมาณมิได้ ไม่มีเวร ไม่มีพยาบาท แผ่ไปยังสัตว์โลกทั้งปวง เพราะเป็นผู้มีจิตเสมอในสัตว์ทุกหมู่เหล่าในที่ทั้งปวงอยู่๔. มีจิตสหรคตด้วยอุเบกขาแผ่ไปตลอดทิศหนึ่งอยู่ ทิศที่ ๒ ก็เช่น นั้น ทิศที่ ๓ ทิศที่ ๔ ก็เช่นนั้น ทิศเบื้องบน ทิศเบื้องต่ำ ทิศเฉียง ก็เช่นเดียวกัน มีจิตสหรคตด้วยอุเบกขาอันไพบูลย์ กว้างขวาง หาประมาณมิได้ ไม่มีเวร ไม่มีพยาบาท แผ่ไปยังสัตว์โลกทั้งปวง เพราะเป็นผู้มีจิตเสมอในสัตว์ทุกหมู่เหล่าในที่ทั้งปวงอยู่

เชิงอรรถ (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. ๑ที.ปา. ๑๑/๓๐๘/๒๐๐, ม.มู. ๑๒/๔๓๘/๓๘๕, อภิ.วิ. ๓๕/๖๙๙/๓๔๖
บาลี (มหาจุฬาฯ)

๑. เมตฺตา กถญฺจ ภิกฺขุ เมตฺตาสหคเตน เจตสา เอกํ ทิสํ ผริตฺวา วิหรติ? เสยฺยถาปิ นาม เอกํ ปุคฺคลํ ปิยํ มนาปํ ทิสฺวา เมตฺตาเยยฺย, เอวเมว สพฺเพ สตฺเต เมตฺตาย ผรติ.

ตตฺถ กตมา เมตฺตา? ยา สตฺเตสุ เมตฺติ เมตฺตายนา เมตฺตายิตตฺตํ เมตฺตาเจโตวิมุตฺติ. อยํ วุจฺจติ เมตฺตา.

ตตฺถ กตมํ จิตฺตํ? ยํ จิตฺตํ มโน มานสํ หทยํ ปณฺฑรํ มโน มนายตนํ มนินฺทฺริยํ วิญฺญาณํ วิญฺญาณกฺขนฺโธ ตชฺชา มโนวิญฺญาณธาตุ. อิทํ วุจฺจติ จิตฺตํ. อิทํ จิตฺตํ อิมาย เมตฺตาย สหคตํ โหติ สหชาตํ สํสฏฺญํ สมฺปยุตฺตํ, เตน วุจฺจติ “เมตฺตาสหคเตน เจตสา”ติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

๑. เมตตาอัปปมัญญานิทเทส

มีจิตสหรคตด้วยเมตตาแผ่ไปตลอดทิศหนึ่งอยู่ เป็นไฉน

ภิกษุมีจิตสหรคตด้วยเมตตาแผ่ไปยังสัตว์โลกทั้งปวง เหมือนคนเห็นคนผู้หนึ่ง ผู้เป็นที่รักเป็นที่ชอบใจแล้วพึงรักใคร่ฉะนั้นบรรดาคำเหล่านั้น เมตตา เป็นไฉน

ความรักใคร่ กิริยาที่รักใคร่ ภาวะที่รักใคร่ในสัตว์ทั้งหลาย เมตตาเจโตวิมุตติ นี้เรียกว่า เมตตาจิต เป็นไฉน

จิต มโน มานัส หทัย ปัณฑระ มโน มนายตนะ มนินทรีย์ วิญญาณ วิญญาณขันธ์ และมโนวิญญาณธาตุที่เหมาะสมกัน นี้เรียกว่า จิตจิตนี้เป็นธรรมชาติสหรคต เกิดพร้อม ระคน สัมปยุตด้วยเมตตานี้ เพราะ ฉะนั้นจึงชื่อว่า มีจิตสหรคตด้วยเมตตา

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เอกํ ทิสนฺติ ปุรตฺถิมํ วา ทิสํ ปจฺฉิมํ วา ทิสํ อุตฺตรํ วา ทิสํ ทกฺขิณํ วา ทิสํ อุทฺธํ วา อโธ วา ติริยํ วา วิทิสํ วา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

คำว่า ทิศหนึ่ง อธิบายว่า ทิศตะวันออก ทิศตะวันตก ทิศเหนือ ทิศใต้ ทิศเบื้องบน ทิศเบื้องต่ำ ทิศเฉียง หรือทิศต่าง ๆ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ผริตฺวาติ ผริตฺวา อธิมุจฺจิตฺวา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

คำว่า แผ่ไป อธิบายว่า กระจายออกไป น้อมจิตไป

บาลี (มหาจุฬาฯ)

วิหรตีติ อิริยติ วตฺตติ ปาเลติ ยเปติ ยาเปติ จรติ วิหรติ, เตน วุจฺจติ “วิหรตี”ติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

คำว่า อยู่ อธิบายว่า สืบเนื่องกันอยู่ ดำเนินไปอยู่ รักษาอยู่ เป็น ไปอยู่ ให้เป็นไปอยู่ เที่ยวไปอยู่ พักอยู่ เพราะฉะนั้นจึงชื่อว่า อยู่

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ตถา ทุติยนฺติ ยเถว เอกํ ทิสํ, ตถา ทุติยํ ทิสํ, ตถา ตติยํ ทิสํ, ตถา จตุตฺถํ ทิสํ, ตถา อุทฺธํ, ตถา อโธ, ตถา ติริยํ, ตถา วิทิสํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

คำว่า ทิศที่ ๒ ก็เช่นนั้น อธิบายว่า ทิศหนึ่งฉันใด ทิศที่ ๒ ทิศที่ ๓ ทิศที่ ๔ ทิศเบื้องบน ทิศเบื้องต่ำ ทิศเฉียง ทิศต่าง ๆ ก็เช่นนั้น

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สพฺพธิ สพฺพตฺตตาย สพฺพาวนฺตํ โลกนฺติ สพฺเพน สพฺพํ สพฺพถา สพฺพํ อเสสํ นิสฺเสสํ ปริยาทาย วจนเมตํ “สพฺพธิ สพฺพตฺตตาย สพฺพาวนฺตํ โลกนฺ”ติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

คำว่า สัตว์โลกทั้งปวง เพราะเป็นผู้มีจิตเสมอในสัตว์ทุกหมู่เหล่า ในที่ทั้งปวง อธิบายว่า คำว่า สัตว์โลกทั้งปวง เพราะเป็นผู้มีจิตเสมอในสัตว์ทุก หมู่เหล่าในที่ทั้งปวง นี้เป็นคำกล่าวกำหนดเอาสัตว์ทั้งหมด โดยประการทั้งปวง ไม่มีส่วนเหลือ หาส่วนเหลือมิได้

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เมตฺตาสหคเตน เจตสาติ ตตฺถ กตมา เมตฺตา? ยา สตฺเตสุ เมตฺติ เมตฺตายนา เมตฺตายิตตฺตํ เมตฺตาเจโตวิมุตฺติ. อยํ วุจฺจติ เมตฺตา.

ตตฺถ กตมํ จิตฺตํ? ยํ จิตฺตํ มโน มานสํ ฯเปฯ ตชฺชา มโนวิญฺญาณธาตุ. อิทํ วุจฺจติ จิตฺตํ. อิทํ จิตฺตํ อิมาย เมตฺตาย สหคตํ โหติ สหชาตํ สํสฏฺญํ สมฺปยุตฺตํ, เตน วุจฺจติ “เมตฺตาสหคเตน เจตสา”ติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ในคำว่า มีจิตสหรคตด้วยเมตตา นั้น เมตตา เป็นไฉน

ความรักใคร่ กิริยาที่รักใคร่ ภาวะที่รักใคร่ในสัตว์ทั้งหลาย เมตตาเจโตวิมุตติ นี้เรียกว่า เมตตาจิต เป็นไฉน

จิต มโน มานัส ฯลฯ มโนวิญญาณธาตุที่เหมาะสมกัน นี้เรียกว่า จิต

จิตนี้เป็นธรรมชาติสหรคต เกิดพร้อม ระคน สัมปยุตด้วยเมตตานี้ เพราะ ฉะนั้นจึงชื่อว่า มีจิตสหรคตด้วยเมตตา

บาลี (มหาจุฬาฯ)

วิปุเลนาติ ยํ วิปุลํ ตํ มหคฺคตํ, ยํ มหคฺคตํ ตํ อปฺปมาณํ, ยํ อปฺปมาณํ โส อเวโร, โย อเวโร โส อพฺยาปชฺโช.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

คำว่า ไพบูลย์ อธิบายว่า จิตใดไพบูลย์ จิตนั้นกว้างขวาง จิตใด กว้างขวาง จิตนั้นหาประมาณมิได้ จิตใดหาประมาณมิได้ จิตนั้นไม่มีเวร จิตใด ไม่มีเวร จิตนั้นไม่มีพยาบาท

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ผริตฺวาติ ผริตฺวา อธิมุจฺจิตฺวา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

คำว่า แผ่ไป อธิบายว่า กระจายออกไป น้อมจิตไป

บาลี (มหาจุฬาฯ)

วิหรตีติ อิริยติ ฯเปฯ วิหรติ, เตน วุจฺจติ “วิหรตี”ติ.

๒. กรุณา

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

คำว่า อยู่ อธิบายว่า สืบเนื่องกันอยู่ ฯลฯ พักอยู่ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า อยู่

บาลี (มหาจุฬาฯ)

กถญฺจ ภิกฺขุ กรุณาสหคเตน เจตสา เอกํ ทิสํ ผริตฺวา วิหรติ? เสยฺยถาปิ นาม เอกํ ปุคฺคลํ ทุคฺคตํ ทุรูเปตํ ทิสฺวา กรุณาเยยฺย, เอวเมว สพฺเพ สตฺเต กรุณาย ผรติ.

ตตฺถ กตมา กรุณา? ยา สตฺเตสุ กรุณา กรุณายนา กรุณายิตตฺตํ กรุณาเจโตวิมุตฺติ. อยํ วุจฺจติ กรุณา.

ตตฺถ กตมํ จิตฺตํ? ยํ จิตฺตํ มโน มานสํ ฯเปฯ ตชฺชา มโนวิญฺญาณธาตุ. อิทํ วุจฺจติ จิตฺตํ. อิทํ จิตฺตํ อิมาย กรุณาย สหคตํ โหติ สหชาตํ สํสฏฺฐํ สมฺปยุตฺตํ, เตน วุจฺจติ “กรุณาสหคเตน เจตสา”ติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

๒. กรุณาอัปปมัญญานิทเทส

มีจิตสหรคตด้วยกรุณาแผ่ไปตลอดทิศหนึ่งอยู่ เป็นไฉน

ภิกษุมีจิตสหรคตด้วยกรุณาแผ่ไปยังสัตว์โลกทั้งปวง เหมือนบุคคลเห็นคน ผู้หนึ่งผู้ตกทุกข์ได้ยากแล้วพึงสงสารฉะนั้นบรรดาคำเหล่านั้น กรุณา เป็นไฉน

ความสงสาร กิริยาที่สงสาร ภาวะที่สงสารในสัตว์ทั้งหลาย กรุณาเจโตวิมุตติ นี้เรียกว่า กรุณาจิต เป็นไฉน

จิต มโน มานัส ฯลฯ มโนวิญญาณธาตุที่เหมาะสมกัน นี้เรียกว่า จิต

จิตนี้เป็นธรรมชาติสหรคต เกิดพร้อม ระคน สัมปยุตด้วยกรุณานี้ เพราะ ฉะนั้นจึงชื่อว่า มีจิตที่สหรคตด้วยกรุณา

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เอกํ ทิสนฺติ ปุรตฺถิมํ วา ทิสํ ปจฺฉิมํ วา ทิสํ อุตฺตรํ วา ทิสํ ทกฺขิณํ วา ทิสํ อุทฺธํ วา อโธ วา ติริยํ วา วิทิสํ วา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

คำว่า ทิศหนึ่ง อธิบายว่า ทิศตะวันออก ทิศตะวันตก ทิศเหนือ ทิศใต้ ทิศเบื้องบน ทิศเบื้องต่ำ ทิศเฉียง หรือทิศต่าง ๆ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ผริตฺวาติ ผริตฺวา อธิมุจฺจิตฺวา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

คำว่า แผ่ไป อธิบายว่า กระจายออกไป น้อมจิตไป

บาลี (มหาจุฬาฯ)

วิหรตีติ อิริยติ วตฺตติ ปาเลติ ยเปติ ยาเปติ จรติ วิหรติ, เตน วุจฺจติ “วิหรตี”ติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

คำว่า อยู่ อธิบายว่า สืบเนื่องกันอยู่ ดำเนินไปอยู่ รักษาอยู่ เป็นไปอยู่ ให้เป็นไปอยู่ เที่ยวไปอยู่ พักอยู่ เพราะฉะนั้นจึงชื่อว่าอยู่

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ตถา ทุติยนฺติ ยเถว เอกํ ทิสํ, ตถา ทุติยํ ทิสํ, ตถา ตติยํ ทิสํ, ตถา จตุตฺถํ ทิสํ, ตถา อุทฺธํ, ตถา อโธ, ตถา ติริยํ, ตถา วิทิสํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

คำว่า ทิศที่ ๒ ก็เช่นนั้น อธิบายว่า ทิศหนึ่งฉันใด ทิศที่ ๒ ทิศที่ ๓ ทิศที่ ๔ ทิศเบื้องบน ทิศเบื้องต่ำ ทิศเฉียง ทิศต่าง ๆ ก็เช่นนั้น

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สพฺพธิ สพฺพตฺตตาย สพฺพาวนฺตํ โลกนฺติ สพฺเพน สพฺพํ สพฺพถา สพฺพํ อเสสํ นิสฺเสสํ ปริยาทาย วจนเมตํ “สพฺพธิ สพฺพตฺตตาย สพฺพาวนฺตํ โลกนฺ”ติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

คำว่า สัตว์โลกทั้งปวง เพราะเป็นผู้มีจิตเสมอในสัตว์ทุกหมู่เหล่า ในที่ทั้งปวง อธิบายว่า คำว่า สัตว์โลกทั้งปวง เพราะเป็นผู้มีจิตเสมอในสัตว์ทุก หมู่เหล่าในที่ทั้งปวง นี้เป็นคำกล่าวกำหนดเอาสัตว์ทั้งหมดโดยประการทั้งปวง ไม่ มีส่วนเหลือ หาส่วนเหลือมิได้

บาลี (มหาจุฬาฯ)

กรุณาสหคเตน เจตสาติ ตตฺถ กตมา กรุณา? ยา สตฺเตสุ กรุณา กรุณายนา กรุณายิตตฺตํ กรุณาเจโตวิมุตฺติ. อยํ วุจฺจติ กรุณา.

ตตฺถ กตมํ จิตฺตํ? ยํ จิตฺตํ มโน มานสํ ฯเปฯ ตชฺชา มโนวิญฺญาณธาตุ. อิทํ วุจฺจติ จิตฺตํ. อิทํ จิตฺตํ อิมาย กรุณาย สหคตํ โหติ สหชาตํ สํสฏฺฐํ สมฺปยุตฺตํ, เตน วุจฺจติ “กรุณาสหคเตน เจตสา”ติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ในคำว่า มีจิตสหรคตด้วยกรุณา นั้น กรุณา เป็นไฉน

ความสงสาร กิริยาที่สงสาร ภาวะที่สงสารในสัตว์ทั้งหลาย กรุณาเจโตวิมุตติ นี้เรียกว่า กรุณาจิต เป็นไฉน

จิต มโน มานัส ฯลฯ มโนวิญญาณธาตุที่เหมาะสมกัน นี้เรียกว่า จิต

จิตนี้ เป็นธรรมชาติสหรคต เกิดพร้อม ระคน สัมปยุตด้วยกรุณานี้ เพราะ ฉะนั้นจึงชื่อว่า มีจิตสหรคตด้วยกรุณา

บาลี (มหาจุฬาฯ)

วิปุเลนาติ ยํ วิปุลํ ตํ มหคฺคตํ, ยํ มหคฺคตํ ตํ อปฺปมาณํ, ยํ อปฺปมาณํ โส อเวโร, โย อเวโร โส อพฺยาปชฺโช.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

คำว่า ไพบูลย์ อธิบายว่า จิตใดไพบูลย์ จิตนั้นกว้างขวาง จิตใด กว้างขวาง จิตนั้นหาประมาณมิได้ จิตใดหาประมาณมิได้ จิตนั้นไม่มีเวร จิตใด ไม่มีเวร จิตนั้นไม่มีพยาบาท

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ผริตฺวาติ ผริตฺวา อธิมุจฺจิตฺวา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

คำว่า แผ่ไป อธิบายว่า กระจายออกไป น้อมจิตไป

บาลี (มหาจุฬาฯ)

วิหรตีติ อิริยติ ฯเปฯ วิหรติ, เตน วุจฺจติ “วิหรตี”ติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

คำว่า อยู่ อธิบายว่า สืบเนื่องกันอยู่ ฯลฯ พักอยู่ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่าอยู่

บาลี (มหาจุฬาฯ)

๓. มุทิตา กถญฺจ ภิกฺขุ มุทิตาสหคเตน เจตสา เอกํ ทิสํ ผริตฺวา วิหรติ? เสยฺยถาปิ นาม เอกํ ปุคฺคลํ ปิยํ มนาปํ ทิสฺวา มุทิโต อสฺส, เอวเมว สพฺเพ สตฺเต มุทิตาย ผรติ.

ตตฺถ กตมา มุทิตา? ยา สตฺเตสุ มุทิตา มุทิตายนา มุทิตายิตตฺตํ มุทิตาเจโตวิมุตฺติ. อยํ วุจฺจติ มุทิตา.

ตตฺถ กตมํ จิตฺตํ? ยํ จิตฺตํ มโน มานสํ ฯเปฯ ตชฺชา มโนวิญฺญาณธาตุ. อิทํ วุจฺจติ จิตฺตํ. อิทํ จิตฺตํ อิมาย มุทิตาย สหคตํ โหติ สหชาตํ สํสฏฺฐํ สมฺปยุตฺตํ, เตน วุจฺจติ “มุทิตาสหคเตน เจตสา”ติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

๓. มุทิตาอัปปมัญญานิทเทส

มีจิตสหรคตด้วยมุทิตาแผ่ไปตลอดทิศหนึ่งอยู่ เป็นไฉน

ภิกษุมีจิตสหรคตด้วยมุทิตาไปยังสัตว์โลกทั้งปวง เหมือนบุคคลเห็นคนผู้หนึ่ง ผู้เป็นที่รักชอบใจแล้วพลอยยินดีฉะนั้นบรรดาคำเหล่านั้น มุทิตา เป็นไฉน

ความพลอยยินดี กิริยาที่พลอยยินดี ภาวะที่พลอยยินดีในสัตว์ทั้งหลาย นี้ เรียกว่า มุทิตาจิต เป็นไฉน

จิต มโน มานัส ฯลฯ มโนวิญญาณธาตุที่เหมาะสมกัน นี้เรียกว่า จิต

จิตนี้เป็นธรรมชาติสหรคต เกิดพร้อม ระคน สัมปยุตด้วยมุทิตานี้ เพราะ ฉะนั้นจึงชื่อว่า มีจิตที่สหรคตด้วยมุทิตา

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เอกํ ทิสนฺติ ปุรตฺถิมํ วา ทิสํ ปจฺฉิมํ วา ทิสํ อุตฺตรํ วา ทิสํ ทกฺขิณํ วา ทิสํ อุทฺธํ วา อโธ วา ติริยํ วา วิทิสํ วา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

คำว่า ทิศหนึ่ง อธิบายว่า ทิศตะวันออก ทิศตะวันตก ทิศเหนือ ทิศใต้ ทิศเบื้องบน ทิศเบื้องต่ำ ทิศเฉียง หรือทิศต่าง ๆ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ผริตฺวาติ ผริตฺวา อธิมุจฺจิตฺวา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

คำว่า แผ่ไป อธิบายว่า กระจายออกไป น้อมจิตไป

บาลี (มหาจุฬาฯ)

วิหรตีติ อิริยติ ฯเปฯ วิหรติ, เตน วุจฺจติ “วิหรตี”ติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

คำว่า อยู่ อธิบายว่า สืบเนื่องกันอยู่ ฯลฯ พักอยู่ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่าอยู่

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ตถา ทุติยนฺติ ยเถว เอกํ ทิสํ, ตถา ทุติยํ ทิสํ, ตถา ตติยํ ทิสํ, ตถา จตุตฺถํ ทิสํ, ตถา อุทฺธํ, ตถา อโธ, ตถา ติริยํ, ตถา วิทิสํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

คำว่า ทิศที่ ๒ ก็เช่นนั้น อธิบายว่า ทิศหนึ่งฉันใด ทิศที่ ๒ ทิศที่ ๓ ทิศที่ ๔ ทิศเบื้องบน ทิศเบื้องต่ำ ทิศเฉียง หรือทิศต่าง ๆ ก็เช่นนั้น

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สพฺพธิ สพฺพตฺตตาย สพฺพาวนฺตํ โลกนฺติ สพฺเพน สพฺพํ สพฺพถา สพฺพํ อเสสํ นิสฺเสสํ ปริยาทาย วจนเมตํ “สพฺพธิ สพฺพตฺตตาย สพฺพาวนฺตํ โลกนฺ”ติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

คำว่า สัตว์โลกทั้งปวง เพราะเป็นผู้มีจิตเสมอในสัตว์ทุกหมู่เหล่า ในที่ทั้งปวง อธิบายว่า คำว่า สัตว์โลกทั้งปวง เพราะเป็นผู้มีจิตเสมอในสัตว์ ทุกหมู่เหล่าในที่ทั้งปวง นี้ เป็นคำกล่าวกำหนดเอาสัตว์ทั้งหมดโดยประการทั้งปวง ไม่มีส่วนเหลือ หาส่วนเหลือมิได้

บาลี (มหาจุฬาฯ)

มุทิตาสหคเตน เจตสาติ ตตฺถ กตมา มุทิตา? ยา สตฺเตสุ มุทิตา มุทิตายนา มุทิตายิตตฺตํ มุทิตาเจโตวิมุตฺติ. อยํ วุจฺจติ มุทิตา.

ตตฺถ กตมํ จิตฺตํ? ยํ จิตฺตํ มโน มานสํ ฯเปฯ ตชฺชา มโนวิญฺญาณธาตุ. อิทํ วุจฺจติ จิตฺตํ. อิทํ จิตฺตํ อิมาย มุทิตาย สหคตํ โหติ สหชาตํ สํสฏฺฐํ สมฺปยุตฺตํ, เตน วุจฺจติ “มุทิตาสหคเตน เจตสา”ติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ในคำว่า มีจิตสหรคตด้วยมุทิตา นั้น มุทิตา เป็นไฉน

ความพลอยยินดี กิริยาที่พลอยยินดี ภาวะที่พลอยยินดีในสัตว์ทั้งหลาย มุทิตาเจโตวิมุตติ นี้ชื่อว่ามุทิตาจิต เป็นไฉน

จิต มโน มานัส ฯลฯ มโนวิญญาณธาตุที่เหมาะสมกัน นี้เรียกว่า จิต

จิตนี้เป็นธรรมชาติสหรคต เกิดพร้อม ระคน สัมปยุตด้วยมุทิตานี้ เพราะ ฉะนั้นจึงชื่อว่ามีจิตสหรคตด้วยมุทิตา

บาลี (มหาจุฬาฯ)

วิปุเลนาติ ยํ วิปุลํ ตํ มหคฺคตํ, ยํ มหคฺคตํ ตํ อปฺปมาณํ, ยํ อปฺปมาณํ โส อเวโร, โย อเวโร โส อพฺยาปชฺโช.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

คำว่า ไพบูลย์ อธิบายว่า จิตใดไพบูลย์ จิตนั้นกว้างขวาง จิตใด กว้างขวาง จิตนั้นหาประมาณมิได้ จิตใดหาประมาณมิได้ จิตนั้นไม่มีเวร จิตใด ไม่มีเวร จิตนั้นไม่มีพยาบาท

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ผริตฺวาติ ผริตฺวา อธิมุจฺจิตฺวา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

คำว่า แผ่ไป อธิบายว่า กระจายออกไป น้อมจิตไป

บาลี (มหาจุฬาฯ)

วิหรตีติ อิริยติ ฯเปฯ วิหรติ, เตน วุจฺจติ “วิหรตี”ติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

คำว่า อยู่ อธิบายว่า สืบเนื่องกันอยู่ ฯลฯ พักอยู่ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่าอยู่

บาลี (มหาจุฬาฯ)

๔. อุเปกฺขา กถญฺจ ภิกฺขุ อุเปกฺขาสหคเตน เจตสา เอกํ ทิสํ ผริตฺวา วิหรติ? เสยฺยถาปิ นาม เอกํ ปุคฺคลํ เนว มนาปํ น อมนาปํ ทิสฺวา อุเปกฺขโก อสฺส, เอวเมว สพฺเพ สตฺเต อุเปกฺขาย ผรติ.

ตตฺถ กตมา อุเปกฺขา? ยา สตฺเตสุ อุเปกฺขา อุเปกฺขายนา อุเปกฺขายิตตฺตํ อุเปกฺขาเจโตวิมุตฺติ. อยํ วุจฺจติ อุเปกฺขา.

ตตฺถ กตมํ จิตฺตํ? ยํ จิตฺตํ มโน มานสํ ฯเปฯ ตชฺชา มโนวิญฺญาณธาตุ. อิทํ วุจฺจติ จิตฺตํ. อิทํ จิตฺตํ อิมาย อุเปกฺขาย สหคตํ โหติ สหชาตํ สํสฏฺฐํ สมฺปยุตฺตํ, เตน วุจฺจติ “อุเปกฺขาสหคเตน เจตสา”ติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

๔. อุเปกขาอัปปมัญญานิทเทส

มีจิตสหรคตด้วยอุเบกขาแผ่ไปตลอดทิศหนึ่งอยู่ เป็นไฉน

ภิกษุมีจิตสหรคตด้วยอุเบกขาแผ่ไปยังสัตว์โลกทั้งปวง เหมือนบุคคลเห็นคน ผู้หนึ่งผู้เป็นที่ชอบใจก็ไม่ใช่ ไม่เป็นที่ชอบใจก็ไม่ใช่ แล้วเป็นผู้มีอุเบกขาฉะนั้นบรรดาคำเหล่านั้น อุเบกขา เป็นไฉน

ความวางเฉย กิริยาที่วางเฉย ภาวะที่วางเฉยในสัตว์ทั้งหลาย อุเปกขาเจโตวิมุตติ นี้เรียกว่า อุเบกขา

จิต เป็นไฉน

จิต มโน มานัส ฯลฯ มโนวิญญาณธาตุที่เหมาะสมกัน นี้เรียกว่า จิต

จิตนี้เป็นธรรมชาติสหรคต เกิดพร้อม ระคน สัมปยุตด้วยอุเบกขานี้ เพราะ ฉะนั้นจึงชื่อว่ามีจิตสหรคตด้วยอุเบกขา

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เอกํ ทิสนฺติ ปุรตฺถิมํ วา ทิสํ ปจฺฉิมํ วา ทิสํ อุตฺตรํ วา ทิสํ ทกฺขิณํ วา ทิสํ อุทฺธํ วา อโธ วา ติริยํ วา วิทิสํ วา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

คำว่า ทิศหนึ่ง อธิบายว่า ทิศตะวันออก ทิศตะวันตก ทิศเหนือ ทิศใต้ ทิศเบื้องบน ทิศเบื้องต่ำ ทิศเฉียง หรือทิศต่าง ๆ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ผริตฺวาติ ผริตฺวา อธิมุจฺจิตฺวา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

คำว่า แผ่ไป อธิบายว่า กระจายออกไป น้อมจิตไป

บาลี (มหาจุฬาฯ)

วิหรตีติ อิริยติ ฯเปฯ วิหรติ, เตน วุจฺจติ “วิหรตี”ติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

คำว่า อยู่ อธิบายว่า สืบเนื่องกันอยู่ ฯลฯ พักอยู่ เพราะฉะนั้นจึง ชื่อว่าอยู่

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ตถา ทุติยนฺติ ยเถว เอกํ ทิสํ, ตถา ทุติยํ ทิสํ, ตถา ตติยํ ทิสํ, ตถา จตุตฺถํ ทิสํ, ตถา อุทฺธํ, ตถา อโธ, ตถา ติริยํ, ตถา วิทิสํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

คำว่า ทิศที่ ๒ ก็เช่นนั้น อธิบายว่า ทิศหนึ่งฉันใด ทิศที่ ๒ ทิศ ที่ ๓ ทิศที่ ๔ ทิศเบื้องบน ทิศเบื้องต่ำ ทิศเฉียง ทิศต่าง ๆ ก็เช่นนั้น

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สพฺพธิ สพฺพตฺตตาย สพฺพาวนฺตํ โลกนฺติ สพฺเพน สพฺพํ สพฺพถา สพฺพํ อเสสํ นิสฺเสสํ. ปริยาทาย วจนเมตํ “สพฺพธิ สพฺพตฺตตาย สพฺพาวนฺตํ โลกนฺ”ติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

คำว่า สัตว์โลกทั้งปวง เพราะเป็นผู้มีจิตเสมอในสัตว์ทุกหมู่เหล่า ในที่ทั้งปวง อธิบายว่า คำว่า สัตว์โลกทั้งปวง เพราะเป็นผู้มีจิตเสมอในสัตว์ทุก หมู่เหล่าในที่ทั้งปวง นี้ เป็นคำกล่าวกำหนดเอาสัตว์ทั้งหมดโดยประการทั้งปวง ไม่มีส่วนเหลือ หาส่วนเหลือมิได้

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อุเปกฺขาสหคเตน เจตสาติ ตตฺถ กตมา อุเปกฺขา? ยา สตฺเตสุ อุเปกฺขา อุเปกฺขายนา อุเปกฺขายิตตฺตํ อุเปกฺขาเจโตวิมุตฺติ. อยํ วุจฺจติ อุเปกฺขา.

ตตฺถ กตมํ จิตฺตํ? ยํ จิตฺตํ มโน มานสํ ฯเปฯ ตชฺชา มโนวิญฺญาณธาตุ. อิทํ วุจฺจติ จิตฺตํ. อิทํ จิตฺตํ อิมาย อุเปกฺขาย สหคตํ โหติ สหชาตํ สํสฏฺฐํ สมฺปยุตฺตํ, เตน วุจฺจติ “อุเปกฺขาสหคเตน เจตสา”ติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ในคำว่า มีจิตสหรคตด้วยอุเบกขา นั้น อุเบกขา เป็นไฉน

ความวางเฉย กิริยาที่วางเฉย ภาวะที่วางเฉยในสัตว์ทั้งหลาย อุเปกขาเจโตวิมุตติ นี้เรียกว่า อุเบกขาจิต เป็นไฉน

จิต มโน มานัส ฯลฯ มโนวิญญาณธาตุที่เหมาะสมกัน นี้เรียกว่า จิต

จิตนี้เป็นธรรมชาติสหรคต เกิดพร้อม ระคน สัมปยุตด้วยอุเบกขานี้ เพราะ ฉะนั้นจึงชื่อว่ามีจิตที่สหรคตด้วยอุเบกขา

บาลี (มหาจุฬาฯ)

วิปุเลนาติ ยํ วิปุลํ ตํ มหคฺคตํ, ยํ มหคฺคตํ ตํ อปฺปมาณํ, ยํ อปฺปมาณํ โส อเวโร, โย อเวโร โส อพฺยาปชฺโช.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

คำว่า ไพบูลย์ อธิบายว่า จิตใดไพบูลย์ จิตนั้นกว้างขวาง จิตใด กว้างขวาง จิตนั้นหาประมาณมิได้ จิตใดหาประมาณมิได้ จิตนั้นไม่มีเวร จิตใด ไม่มีเวร จิตนั้นไม่มีพยาบาท

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ผริตฺวาติ ผริตฺวา อธิมุจฺจิตฺวา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

คำว่า แผ่ไป อธิบายว่า กระจายออกไป น้อมจิตไป

บาลี (มหาจุฬาฯ)

วิหรตีติ อิริยติ ฯเปฯ วิหรติ, เตน วุจฺจติ “วิหรตี”ติ. สุตฺตนฺตภาชนียํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

คำว่า อยู่ อธิบายว่า สืบเนื่องกันอยู่ ฯลฯ พักอยู่ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่าอยู่

สุตตันตภาชนีย์ จบ

จบ สุตตันตภาชนีย์