พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ · สัจจวิภังค์
ปัญจังคิกวาร เล่ม ๓๕
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๐๐–๒๑๓ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๓/๕ ในสัจจวิภังค์มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
ปัญจังคิกวาร
พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ สัจจวิภังค์ ปัญจังคิกวาร (ฉบับหลวง เล่ม ๓๕ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๕ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๕)
จตฺตาริ สจฺจานิ ทุกฺขํ ทุกฺขสมุทโย ทุกฺขนิโรโธ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา ฯ
สัจจะ ๔ คือ
๑. ทุกข์
๒. ทุกขสมุทัย
๓. ทุกขนิโรธ
๔. ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา
ตตฺถ กตโม ทุกฺขสมุทโย ตณฺหา อยํ วุจฺจติ ทุกฺขสมุทโย ฯ
ในสัจจะ ๔ นั้น ทุกขสมุทัย เป็นไฉน
ตัณหา นี้เรียกว่า ทุกขสมุทัย
ตตฺถ กตมํ ทุกฺขํ อวเสสา จ กิเลสา อวเสสา จ อกุสลา ธมฺมา ตีณิ จ กุสลมูลานิ สาสวานิ อวเสสา จ สาสวา กุสลา ธมฺมา สาสวา จ กุสลากุสลานํ ธมฺมานํ วิปากา เย จ ธมฺมา กิริยา เนว กุสลา นากุสลา น จ กมฺมวิปากา สพฺพญฺจ รูปํ อิทํ วุจฺจติ ทุกฺขํ ฯ
ทุกข์ เป็นไฉน
กิเลสที่เหลือ อกุศลธรรมที่เหลือ กุศลมูล ๓ ที่เป็นอารมณ์ของอาสวะกุศลธรรมอันเป็นอารมณ์ของอาสวะที่เหลือ วิบากแห่งกุศลธรรม และอกุศลธรรมที่เป็นอารมณ์ของอาสวะธรรมที่เป็นกิริยามิใช่กุศล อกุศล และกรรมวิบากรูปทั้งหมด นี้เรียกว่าทุกข์
ตตฺถ กตโม ทุกฺขนิโรโธ ตณฺหาย ปหานํ อยํ วุจฺจติ ทุกฺขนิโรโธ ฯ
ทุกขนิโรธ เป็นไฉน
การประหาณตัณหา นี้เรียกว่า ทุกขนิโรธ
ตตฺถ กตมา ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา อิธ ภิกฺขุ ยสฺมึ สมเย โลกุตฺตรํ ฌานํ ภาเวติ นิยฺยานิกํ อปจยคามึ ทิฏฺฐิคตานํ ปหานาย ปฐมาย ภูมิยา ปตฺติยา วิวิจฺเจว กาเมหิ ฯเปฯ ปฐมํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ ทุกฺขาปฏิปทํ ทนฺธาภิญฺญํ ตสฺมึ สมเย ปญฺจงฺคิโก มคฺโค โหติ สมฺมาทิฏฺฐิ สมฺมาสงฺกปฺโป สมฺมาวายาโม สมฺมาสติ สมฺมาสมาธิ ฯ
ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา เป็นไฉน
ภิกษุในศาสนานี้ เจริญโลกุตตรฌาน อันเป็นเครื่องนำออกไปจากโลกให้เข้าสู่นิพพานเพื่อประหาณทิฐิ เพื่อบรรลุปฐมภูมิ สงัดจากกาม สงัดจากอกุศลธรรมทั้งหลายแล้ว บรรลุปฐมฌาน ที่มีวิตกมีวิจารมีปีติและสุขอันเกิดแต่วิเวก เป็นทุกขาปฏิปทาทันธาภิญญา อยู่ในสมัยใด มรรคมีองค์ ๕ คือ สัมมาทิฏฐิสัมมาสังกัปปะ สัมมาวายามะ สัมมาสติ สัมมาสมาธิย่อมมีในสมัยนั้น
ตตฺถ กตมา สมฺมาทิฏฺฐิ ยา ปญฺญา ปชานนา ฯเปฯ อโมโห ธมฺมวิจโย สมฺมาทิฏฺฐิ ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺโค มคฺคงฺคํ มคฺคปริยาปนฺนํ อยํ วุจฺจติ สมฺมาทิฏฺฐิ ฯ
ในมรรคมีองค์ ๕ นั้น สัมมาทิฏฐิ เป็นไฉน
ปัญญา กิริยาที่รู้ชัด ฯลฯ ความไม่หลง ความวิจัยธรรม ความเห็นชอบธรรมวิจยสัมโพชฌงค์ อันเป็นองค์แห่งมรรค นับเนื่องในมรรค อันใด นี้เรียกว่าสัมมาทิฏฐิ
ตตฺถ กตโม สมฺมาสงฺกปฺโป โย ตกฺโก วิตกฺโก สงฺกปฺโป ฯเปฯ มคฺคงฺคํ มคฺคปริยาปนฺนํ อยํ วุจฺจติ สมฺมาสงฺกปฺโป ฯ
สัมมาสังกัปปะ เป็นไฉน
ความตรึก ความตรึกอย่างแรง ความดำริ ฯลฯ อันเป็นองค์แห่งมรรคนับเนื่องในมรรคอันใด นี้เรียกว่าสัมมาสังกัปปะ
ตตฺถ กตโม สมฺมาวายาโม โย เจตสิโก วิริยารมฺโภ ฯเปฯ สมฺมาวายาโม วิริยสมฺโพชฺฌงฺโค มคฺคงฺคํ มคฺคปริยาปนฺนํ อยํ วุจฺจติ สมฺมาวายาโม ฯ
สัมมาวายามะ เป็นไฉน
การปรารภความเพียรทางใจ ฯลฯ ความเพียรชอบ วิริยสัมโพชฌงค์ อันเป็นองค์แห่งมรรค นับเนื่องในมรรค อันใด นี้เรียกว่าสัมมาวายามะ
ตตฺถ กตมา สมฺมาสติ ยา สติ อนุสฺสติ ฯเปฯ สมฺมาสติ สติสมฺโพชฺฌงฺโค มคฺคงฺคํ มคฺคปริยาปนฺนํ อยํ วุจฺจติ สมฺมาสติ ฯ
สัมมาสติ เป็นไฉน
สติ ความตามระลึก ฯลฯ ความระลึกชอบ สติสัมโพชฌงค์ อันเป็นองค์แห่งมรรคนับเนื่องในมรรค อันใด นี้เรียกว่าสัมมาสติ
ตตฺถ กตโม สมฺมาสมาธิ ยา จิตฺตสฺส ฐิติ ฯเปฯ สมฺมาสมาธิ สมาธิสมฺโพชฺฌงฺโค มคฺคงฺคํ มคฺคปริยาปนฺนํ อยํ วุจฺจติ สมฺมาสมาธิ ฯ
อยํ วุจฺจติ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา อวเสสา ธมฺมา ทุกฺขนิโรธคามินิยา ปฏิปทาย สมฺปยุตฺตา ฯ ฯเปฯ
สัมมาสมาธิ เป็นไฉน
ความตั้งอยู่แห่งจิต ฯลฯ ความตั้งใจชอบ สมาธิสัมโพชฌงค์ อันเป็นองค์แห่งมรรคนับเนื่องในมรรค อันใด นี้เรียกว่าสัมมาสมาธิ
นี้เรียกว่าทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา ธรรมทั้งหลายที่เหลือ สัมปยุตด้วยทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา ฯลฯ
ตตฺถ กตโม ทุกฺขสมุทโย ตณฺหา จ อวเสสา จ กิเลสา อวเสสา จ อกุสลา ธมฺมา ตีณิ จ กุสลมูลานิ สาสวานิ อวเสสา จ สาสวา กุสลา ธมฺมา อยํ วุจฺจติ ทุกฺขสมุทโย ฯ
ในสัจจะ ๔ นั้น ทุกขสมุทัย เป็นไฉน
ตัณหา กิเลสที่เหลือ อกุศลธรรมที่เหลือ กุศลมูล ๓ ที่เป็นอารมณ์ของอาสวะ กุศลธรรมที่เป็นอารมณ์ของอาสวะที่เหลือ นี้เรียกว่าทุกขสมุทัย
ตตฺถ กตมํ ทุกฺขํ สาสวา กุสลากุสลานํ ธมฺมานํ วิปากา เย จ ธมฺมา กิริยา เนว กุสลา นากุสลา น จ กมฺมวิปากา สพฺพญฺจ รูปํ อิทํ วุจฺจติ ทุกฺขํ ฯ
ทุกข์ เป็นไฉน
วิบากแห่งกุศลธรรมและอกุศลธรรมที่เป็นอารมณ์ของอาสวะ ธรรมเป็นกิริยามิใช่กุศลมิใช่อกุศล และมิใช่กรรมวิบาก รูปทั้งหมด นี้เรียกว่าทุกข์
ตตฺถ กตโม ทุกฺขนิโรโธ ตณฺหาย จ อวเสสานญฺจ กิเลสานํ อวเสสานญฺจ อกุสลานํ ธมฺมานํ ติณฺณนฺนญฺจ กุสลมูลานํ สาสวานํ อวเสสานญฺจ สาสวานํ กุสลานํ ธมฺมานํ ปหานํ อยํ วุจฺจติ ทุกฺขนิโรโธ ฯ
ทุกขนิโรธ เป็นไฉน
การประหาณซึ่งตัณหา กิเลสที่เหลือ อกุศลธรรมที่เหลือ กุศลมูล ๓ ที่เป็นอารมณ์ของอาสวะ และกุศลธรรมอันเป็นอารมณ์ของอาสวะที่เหลือ นี้เรียกว่าทุกขนิโรธ
ตตฺถ กตมา ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา อิธ ภิกฺขุ ยสฺมึ สมเย โลกุตฺตรํ ฌานํ ภาเวติ นิยฺยานิกํ อปจยคามึ ทิฏฺฐิคตานํ ปหานาย ปฐมาย ภูมิยา ปตฺติยา วิวิจฺเจว กาเมหิ ฯเปฯ ปฐมํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ ทุกฺขาปฏิปทํ ทนฺธาภิญฺญํ ตสฺมึ สมเย ปญฺจงฺคิโก มคฺโค โหติ สมฺมาทิฏฺฐิ สมฺมาสงฺกปฺโป สมฺมาวายาโม สมฺมาสติ สมฺมาสมาธิ อยํ วุจฺจติ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา อวเสสา ธมฺมา ทุกฺขนิโรธคามินิยา ปฏิปทาย สมฺปยุตฺตา ฯ
ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา เป็นไฉน
ภิกษุในศาสนานี้ เจริญโลกุตตรฌาน อันเป็นเครื่องนำออกไปจากโลกให้เข้าสู่นิพพานเพื่อประหาณทิฐิ เพื่อบรรลุปฐมภูมิ สงัดจากกาม สงัดจากอกุศลธรรมทั้งหลายแล้ว บรรลุปฐมฌาน ที่มีวิตกมีวิจารมีปีติและสุขอันเกิดแต่วิเวก เป็นทุกขาปฏิปทาทันธาภิญญา อยู่ในสมัยใด มรรคมีองค์ ๕ คือ สัมมาทิฏฐิสัมมาสังกัปปะ สัมมาวายามะ สัมมาสติ สัมมาสมาธิย่อมมีในสมัยนั้น นี้เรียกว่าทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา ธรรมทั้งหลายที่เหลือ สัมปยุตด้วย
จบ ปัญจังคิกวาร