พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ · ปัจจยาการวิภังค์
อกุศลมูลกวิบากนิเทส เล่ม ๓๕
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๔๑๖–๔๓๐ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๗/๗ ในปัจจยาการวิภังค์มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ ปัจจยาการวิภังค์ อกุศลมูลกวิบากนิเทส (ฉบับหลวง เล่ม ๓๕ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๕ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๕)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๓๕ หน้า ๓๒๑–๓๒๕
๑๔. อกุสลมูลกวิปากนิทเทส
อกุสลวิปากจิต ๗
อกุสลวิปากจิตดวงที่ ๑
{๔๑๖} [๓๕๐] ธรรมเป็นอัพยากฤต เป็นไฉน
จักขุวิญญาณที่เป็นวิบาก สหรคตด้วยอุเบกขา มีรูปเป็นอารมณ์เกิดขึ้นเพราะอกุศลกรรมที่ได้ทำได้สั่งสมไว้แล้วในสมัยใด ในสมัยนั้น เพราะอกุศลมูลเป็นปัจจัย จึงมีสังขาร เพราะสังขารเป็นปัจจัย จึงมีวิญญาณ เพราะวิญญาณเป็นปัจจัย จึงมีนาม เพราะนามเป็นปัจจัย จึงมีอายตนะที่ ๖ เพราะอายตนะที่ ๖ เป็นปัจจัย จึงมีผัสสะ เพราะผัสสะเป็นปัจจัย จึงมีเวทนา เพราะเวทนาเป็นปัจจัย จึงมีภพ เพราะภพเป็นปัจจัย จึงมีชาติ เพราะชาติเป็นปัจจัย จึงมีชรามรณะ เป็นอันว่ากองทุกข์ทั้งมวลนั่นย่อมเกิดมีได้ด้วยประการฉะนี้{๔๑๗} [๓๕๑] ในปัจจยาการเหล่านั้น เพราะอกุศลมูลเป็นปัจจัย จึงมีสังขาร เป็นไฉน
การคิด กิริยาที่คิด ความคิด นี้เรียกว่าเพราะอกุศลมูลเป็นปัจจัย จึงมีสังขาร ... ด้วยเหตุนั้น จึงเรียกว่าเป็นอันว่ากองทุกข์ทั้งมวลนั่นย่อมเกิดมีได้ด้วยประการฉะนี้
อกุสลวิปากจิตดวงที่ ๒-๓-๔-๕-๖
{๔๑๘} [๓๕๒] ธรรมเป็นอัพยากฤต เป็นไฉน
โสตวิญญาณที่เป็นวิบาก สหรคตด้วยอุเบกขา มีเสียงเป็นอารมณ์เกิดขึ้น ... ฆานวิญญาณที่เป็นวิบาก สหรคตด้วยอุเบกขา มีกลิ่นเป็น
อารมณ์เกิดขึ้น ... ชิวหาวิญญาณที่เป็นวิบาก สหรคตด้วยอุเบกขา มีรสเป็นอารมณ์เกิดขึ้น ... กายวิญญาณที่เป็นวิบาก สหรคตด้วยทุกข์ มีโผฏฐัพพะเป็นอารมณ์เกิดขึ้น ... มโนธาตุที่เป็นวิบาก สหรคตด้วยอุเบกขา มีรูปเป็นอารมณ์ ... มีโผฏฐัพพะเป็นอารมณ์ หรือปรารภอารมณ์ใด ๆ เกิดขึ้นเพราะอกุศลกรรมที่ได้ทำได้สั่งสมไว้แล้วในสมัยใด ในสมัยนั้น เพราะอกุศลมูลเป็นปัจจัย จึงมีสังขาร เพราะสังขารเป็นปัจจัย จึงมีวิญญาณ เพราะวิญญาณเป็นปัจจัย จึงมีนาม เพราะนามเป็นปัจจัย จึงมีอายตนะที่ ๖ เพราะอายตนะที่ ๖ เป็นปัจจัย จึงมีผัสสะ เพราะผัสสะเป็นปัจจัย จึงมีเวทนา เพราะเวทนาเป็นปัจจัย จึงมีอธิโมกข์ เพราะอธิโมกข์เป็นปัจจัย จึงมีภพ เพราะภพเป็นปัจจัย จึงมีชาติ เพราะชาติเป็นปัจจัย จึงมีชรามรณะ เป็นอันว่ากองทุกข์ทั้งมวลนั่นย่อมเกิดมีได้ด้วยประการฉะนี้
อกุสลวิปากจิตดวงที่ ๗
{๔๑๙} [๓๕๓] ธรรมเป็นอัพยากฤต เป็นไฉน
มโนวิญญาณธาตุเป็นวิบาก สหรคตด้วยอุเบกขา มีรูปเป็นอารมณ์ ... มีธรรมเป็นอารมณ์ หรือปรารภอารมณ์ใดๆ เกิดขึ้นเพราะอกุศลกรรมอันได้ทำไว้แล้วได้สั่งสมไว้แล้วในสมัยใด ในสมัยนั้น เพราะอกุศลมูลเป็นปัจจัย จึงมีสังขาร เพราะสังขารเป็นปัจจัย จึงมีวิญญาณ เพราะวิญญาณเป็นปัจจัย จึงมีนาม เพราะนามเป็นปัจจัย จึงมีอายตนะที่ ๖ เพราะอายตนะที่ ๖ เป็นปัจจัย จึงมีผัสสะ เพราะผัสสะเป็นปัจจัย จึงมีเวทนา เพราะเวทนาเป็นปัจจัย จึงมีอธิโมกข์ เพราะอธิโมกข์เป็นปัจจัย จึงมีภพ เพราะภพเป็นปัจจัย จึงมีชาติ เพราะชาติเป็นปัจจัย จึงมีชรามรณะ เป็นอันว่ากองทุกข์ทั้งมวลนั่นย่อมเกิดมีได้ด้วยประการฉะนี้{๔๒๐} [๓๕๔] ในปัจจยาการเหล่านั้น เพราะอกุศลมูลเป็นปัจจัย จึงมีสังขาร เป็นไฉน
การคิด กิริยาที่คิด ความคิด นี้เรียกว่าเพราะอกุศลมูลเป็นปัจจัย จึงมีสังขาร
{๔๒๑} ในปัจจยาการเหล่านั้น เพราะสังขารเป็นปัจจัย จึงมีวิญญาณ เป็นไฉน
จิต มโน มานัส ... มโนวิญญาณธาตุที่สมกัน นี้เรียกว่าเพราะสังขารเป็นปัจจัย จึงมีวิญญาณ{๔๒๒} ในปัจจยาการเหล่านั้น เพราะวิญญาณเป็นปัจจัย จึงมีนาม เป็นไฉน
เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ นี้เรียกว่าเพราะวิญญาณเป็นปัจจัย จึงมีนาม
{๔๒๓} ในปัจจยาการเหล่านั้น เพราะนามเป็นปัจจัย จึงมีอายตนะที่ ๖ เป็นไฉน
จิต มโน มานัส ... มโนวิญญาณธาตุที่สมกัน นี้เรียกว่าเพราะนามเป็นปัจจัย จึงมีอายตนะที่ ๖{๔๒๔} ในปัจจยาการเหล่านั้น อายตนะที่ ๖ เป็นปัจจัย จึงมีผัสสะ เป็นไฉน
การกระทบ กิริยาที่กระทบ กิริยาที่ถูกต้อง ความถูกต้อง นี้เรียกว่าเพราะอายตนะที่ ๖ เป็นปัจจัย จึงมีผัสสะ{๔๒๕} ในปัจจยาการเหล่านั้น เพราะผัสสะเป็นปัจจัย จึงมีเวทนา เป็นไฉน
ความสำราญทางจิตก็ไม่ใช่ ความไม่สำราญทางจิตก็ไม่ใช่ ความเสวยอารมณ์ที่ไม่ทุกข์ไม่สุขอันเกิดแต่เจโตสัมผัส กิริยาเสวยอารมณ์ที่ไม่ทุกข์ไม่สุขอันเกิดแต่เจโตสัมผัส นี้เรียกว่าเพราะผัสสะเป็นปัจจัย จึงมีเวทนา{๔๒๖} ในปัจจยาการเหล่านั้น เพราะเวทนาเป็นปัจจัย จึงมีอธิโมกข์ เป็นไฉน
การตัดสินใจ กิริยาที่ตัดสินใจ ความที่จิตตัดสินใจในอารมณ์นั้น นี้เรียกว่าเพราะเวทนาเป็นปัจจัย จึงมีอธิโมกข์{๔๒๗} ในปัจจยาการเหล่านั้น เพราะอธิโมกข์เป็นปัจจัย จึงมีภพ เป็นไฉน
เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ วิญญาณขันธ์ เว้นอธิโมกข์ นี้เรียกว่าเพราะอธิโมกข์เป็นปัจจัย จึงมีภพ{๔๒๘} ในปัจจยาการเหล่านั้น เพราะภพเป็นปัจจัย จึงมีชาติ เป็นไฉน
ความเกิด ความเกิดพร้อม ความบังเกิด ความบังเกิดเฉพาะ ความปรากฏแห่งธรรมนั้น ๆ นี้เรียกว่าเพราะภพเป็นปัจจัย จึงมีชาติ{๔๒๙} ในปัจจยาการเหล่านั้น เพราะชาติเป็นปัจจัย จึงมีชรามรณะ เป็นไฉน
ชรา ๑ มรณะ ๑
ในชราและมรณะนั้น ชรา เป็นไฉน
ความคร่ำคร่า ภาวะที่คร่ำคร่า ความเสื่อมสิ้นอายุแห่งธรรมนั้น ๆ นี้เรียกว่าชรา
ในชราและมรณะนั้น มรณะ เป็นไฉน
ความสิ้นไป ความเสื่อมไป ความแตก ความทำลาย ความไม่เที่ยง ความหายไปแห่งธรรมนั้น ๆ นี้เรียกว่ามรณะชราและมรณะดังกล่าวมานี้ นี้เรียกว่าเพราะชาติเป็นปัจจัย จึงมีชรา มรณะ
{๔๓๐} คำว่า เป็นอันว่ากองทุกข์ทั้งมวลนั่นย่อมเกิดมีได้ด้วยประการฉะนี้ นั้น ได้แก่ ความไปร่วม ความมาร่วม ความประชุม ความปรากฏแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้ย่อมมีด้วยประการอย่างนี้ ด้วยเหตุนั้น จึงเรียกว่าเป็นอันว่ากองทุกข์ทั้งมวลนั่นย่อมเกิดมีได้ด้วยประการฉะนี้
จบ อกุสลมูลวิปากนิทเทส
จบ อภิธัมมภาชนีย์
จบ ปัจจยาการวิภังค์ บริบูรณ์
๗. สติปัฏฐานวิภังค์
๑. สุตตันตภาชนีย์
{๔๓๑} [๓๕๕] สติปัฎฐาน ๔ คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้
๑. พิจารณาเห็นกายในกายภายในอยู่ พิจารณาเห็นกายในกายในภายนอกอยู่ พิจารณาเห็นกายในกายทั้งภายในและภายนอกอยู่ มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกเสียได้๒. พิจารณาเห็นเวทนาในเวทนาภายในอยู่ พิจารณาเห็นเวทนาในเวทนาภายนอกอยู่ พิจารณาเห็นเวทนาในเวทนา ทั้งภายในและภายนอกอยู่ มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกเสียได้๓. พิจารณาเห็นจิตในจิตภายในอยู่ พิจารณาเห็นจิตในจิตภายนอกอยู่ พิจารณาเห็นจิตในจิตทั้งภายในและภายนอกอยู่ มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกเสียได้๔. พิจารณาเห็นธรรมในธรรมภายในอยู่ พิจารณาเห็นธรรมในธรรมภายนอกอยู่ พิจารณาเห็นธรรมในธรรมทั้งภายในและภายนอกอยู่ มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกเสียได้
- ๑สติปัฏฐาน ๔ ในฝ่ายสุตตันตภาชนีย์ พึงดูความพิสดารในมหาสติปัฏฐานสูตร ที.ม. (แปล) ๑๐/๓๗๒-๔๐๕/๓๔๑-๓๗๒ ม.มู. (แปล) ๑๒/๑๐๕-๑๓๘/๑๑๕-๑๔๔ และในสติปัฏฐานสังยุต สํ.ม (แปล) ๑๙/๓๖๗-๔๗๐/๒๒๕-๒๙๘
จบ อกุศลมูลกวิบากนิเทส