arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ · ปัจจยาการวิภังค์

สุตตันตภาชนีย์ เล่ม ๓๕

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๕๕–๒๗๓ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑/๗ ในปัจจยาการวิภังค์มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

๖. ปฏิจฺจสมุปฺปาทวิภงฺค

๑. สุตฺตนฺตภาชนีย

๖. ปฏิจจสมุปปาทวิภังค์

๑. สุตตันตภาชนีย์

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ ปัจจยาการวิภังค์ สุตตันตภาชนีย์ (ฉบับหลวง เล่ม ๓๕ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๕ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๕)

บาลี (มหาจุฬาฯ) เล่ม ๓๕ หน้า ๑๕๙–๑๖๓ · ไทย (มหาจุฬาฯ ๒) เล่ม ๓๕ หน้า ๒๑๙–๒๒๓

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา, สงฺขารปจฺจยา วิญฺญาณํ, วิญฺญาณปจฺจยา นามรูปํ, นาม-รูปปจฺจยา สฬายตนํ, สฬายตนปจฺจยา ผสฺโส, ผสฺสปจฺจยา เวทนา, เวทนาปจฺจยา ตณฺหา, ตณฺหา-ปจฺจยา อุปาทานํ, อุปาทานปจฺจยา ภโว, ภวปจฺจยา ชาติ, ชาติปจฺจยา ชรามรณํ โสกปริเทวทุกฺข- โทมนสฺสุปายาสา สมฺภวนฺติ; เอวเมตสฺส เกวลสฺส ทุกฺขกฺขนฺธสฺส สมุทโย โหติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เพราะอวิชชาเป็นปัจจัย สังขารจึงมี

เพราะสังขารเป็นปัจจัย วิญญาณจึงมี

เพราะวิญญาณเป็นปัจจัย นามรูปจึงมี

เพราะนามรูปเป็นปัจจัย สฬายตนะจึงมี

เพราะสฬายตนะเป็นปัจจัย ผัสสะจึงมี

เพราะผัสสะเป็นปัจจัย เวทนาจึงมี

เพราะเวทนาเป็นปัจจัย ตัณหาจึงมี

เพราะตัณหาเป็นปัจจัย อุปาทานจึงมี

เพราะอุปาทานเป็นปัจจัย ภพจึงมี

เพราะภพเป็นปัจจัย ชาติจึงมี

เพราะชาติเป็นปัจจัย ชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกขะ โทมนัส อุปายาสจึงมีกองทุกข์ทั้งมวลนี้มีการเกิดขึ้นด้วยอาการอย่างนี้

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ตตฺถ กตมา อวิชฺชา? ทุกฺเข อญฺญาณํ, ทุกฺขสมุทเย อญฺญาณํ, ทุกฺขนิโรเธ อญฺญาณํ, ทุกฺขนิโรธคามินิยา ปฏิปทาย อญฺญาณํ. อยํ วุจฺจติ อวิชฺชา.

ตตฺถ กตเม อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา? ปุญฺญาภิสงฺขาโร อปุญฺญาภิสงฺขาโร อาเนญฺชาภิ- สงฺขาโร, กายสงฺขาโร วจีสงฺขาโร จิตฺตสงฺขาโร.

ตตฺถ กตโม ปุญฺญาภิสงฺขาโร? กุสลา เจตนา กามาวจรา รูปาวจรา ทานมยา สีลมยา ภาวนามยา. อยํ วุจฺจติ ปุญฺญญาภิสงฺขาโร.

ตตฺถ กตโม อปุญฺญาภิสงฺขาโร? อกุสลา เจตนา กามาวจรา. อยํ วุจฺจติ อปุญฺญาภิสงฺขาโร. ตตฺถ กตโม อาเนญฺชาภิสงฺขาโร? กุสลา เจตนา อรูปาวจรา. อยํ วุจฺจติ อาเนญฺชาภิสงฺขาโร.

ตตฺถ กตโม กายสงฺขาโร? กายสญฺเจตนา กายสงฺขาโร, วจีสญฺเจตนา วจีสงฺขาโร, มโนสญฺเจตนา จิตฺตสงฺขาโร. อิเม วุจฺจนฺติ อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

บรรดาปัจจยาการเหล่านั้น อวิชชา เป็นไฉน

ความไม่รู้ในทุกข์ ความไม่รู้ในทุกขสมุทัย ความไม่รู้ในทุกขนิโรธ ความไม่รู้ ในทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา นี้เรียกว่า อวิชชา เพราะอวิชชาเป็นปัจจัย สังขารจึงมี เป็นไฉน

ปุญญาภิสังขาร อปุญญาภิสังขาร อาเนญชาภิสังขาร กายสังขาร วจีสังขาร และจิตตสังขาร ในสังขารเหล่านั้น ปุญญาภิสังขาร เป็นไฉน

เจตนาที่เป็นกุศลซึ่งเป็นกามาวจร เป็นรูปาวจร สำเร็จด้วยทาน ศีล และ ภาวนา นี้เรียกว่า ปุญญาภิสังขารอปุญญาภิสังขาร เป็นไฉน

เจตนาที่เป็นอกุศลซึ่งเป็นกามาวจร นี้เรียกว่า อปุญญาภิสังขาร

อาเนญชาภิสังขาร เป็นไฉน

เจตนาที่เป็นกุศลซึ่งเป็นอรูปาวจร นี้เรียกว่า อาเนญชาภิสังขาร

กายสังขาร เป็นไฉน

กายสัญเจตนาเป็นกายสังขาร วจีสัญเจตนาเป็นวจีสังขาร มโนสัญเจตนาเป็น จิตตสังขารเหล่านี้เรียกว่า เพราะอวิชชาเป็นปัจจัย สังขารจึงมี

เชิงอรรถ (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. ๑ม.มู. ๑๒/๑๐๓/๗๔, สํ.นิ.๑๖/๒/๔
  2. ๒อภิ.วิ.อ. ๒๒๕/๑๔๕,๒๒๖/๑๕๒-๓
บาลี (มหาจุฬาฯ)

ตตฺถ กตมํ สงฺขารปจฺจยา วิญฺญาณํ? จกฺขุวิญฺญาณํ โสตวิญฺญาณํ ฆานวิญฺญาณํ ชิวฺหาวิญฺญาณํ กายวิญฺญาณํ มโนวิญฺญาณํ. อิทํ วุจฺจติ สงฺขารปจฺจยา วิญฺญาณํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เพราะสังขารเป็นปัจจัย วิญญาณจึงมี เป็นไฉน

จักขุวิญญาณ โสตวิญญาณ ฆานวิญญาณ ชิวหาวิญญาณ กายวิญญาณ และมโนวิญญาณ นี้เรียกว่า เพราะสังขารเป็นปัจจัย วิญญาณจึงมี

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ตตฺถ กตมํ วิญฺญาณปจฺจยา นามรูปํ? อตฺถิ นามํ, อตฺถิ รูปํ. ตตฺถ กตมํ นามํ? เวทนากฺขนฺโธ สญฺญากฺขนฺโธ สงฺขารกฺขนฺโธ. (๑) อิทํ วุจฺจติ นามํ. ตตฺถ กตมํ รูปํ? จตฺตาโร มหาภูตา จตุนฺนญฺจ มหาภูตานํ อุปาทาย รูปํ. อิทํ วุจฺจติ รูปํ. อิติ อิทญฺจ นามํ อิทญฺจ รูปํ. อิทํ วุจฺจติ วิญฺญาณปจฺจยา นามรูปํ.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ก. เวทนา สญฺญา เวทนา ผสฺโส มนสิกาโร
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เพราะวิญญาณเป็นปัจจัย นามรูปจึงมี เป็นไฉน

นาม ๑ รูป ๑

ในนามและรูปนั้น นาม เป็นไฉน

เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ และสังขารขันธ์ นี้เรียกว่า นาม

รูป เป็นไฉน

มหาภูตรูป ๔ และรูปที่อาศัยมหาภูตรูป ๔ (อุปาทายรูป) นี้เรียกว่า รูปนามและรูปดังที่กล่าวมานี้ นี้เรียกว่า เพราะวิญญาณเป็นปัจจัย นามรูปจึงมี

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ตตฺถ กตมํ นามรูปปจฺจยา สฬายตนํ? จกฺขายตนํ โสตายตนํ ฆานายตนํ ชิวฺหายตนํ กายายตนํ มนายตนํ. อิทํ วุจฺจติ นามรูปปจฺจยา สฬายตนํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เพราะนามรูปเป็นปัจจัย สฬายตนะจึงมี เป็นไฉน

จักขายตนะ โสตายตนะ ฆานายตนะ ชิวหายตนะ กายายตนะ และมนายตนะ นี้เรียกว่า เพราะนามรูปเป็นปัจจัย สฬายตนะจึงมี

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ตตฺถ กตโม สฬายตนปจฺจยา ผสฺโส? จกฺขุสมฺผสฺโส โสตสมฺผสฺโส ฆานสมฺผสฺโส ชิวฺหาสมฺผสฺโส กายสมฺผสฺโส มโนสมฺผสฺโส. อยํ วุจฺจติ สฬายตนปจฺจยา ผสฺโส.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เพราะสฬายตนะเป็นปัจจัย ผัสสะจึงมี เป็นไฉน

จักขุสัมผัส โสตสัมผัส ฆานสัมผัส ชิวหาสัมผัส กายสัมผัส และมโนสัมผัส นี้ เรียกว่า เพราะสฬายตนะเป็นปัจจัย ผัสสะจึงมี

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ตตฺถ กตมา ผสฺสปจฺจยา เวทนา? จกฺขุสมฺผสฺสชา เวทนา โสตสมฺผสฺสชา เวทนา ฆานสมฺผสฺสชา เวทนา ชิวฺหาสมฺผสฺสชา เวทนา กายสมฺผสฺสชา เวทนา มโนสมฺผสฺสชา เวทนา. อยํ วุจฺจติ ผสฺสปจฺจยา เวทนา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เพราะผัสสะเป็นปัจจัย เวทนาจึงมี เป็นไฉน

เวทนาที่เกิดแต่จักขุสัมผัส เวทนาที่เกิดแต่โสตสัมผัส เวทนาที่เกิดแต่ฆานสัมผัส เวทนาที่เกิดแต่ชิวหาสัมผัส เวทนาที่เกิดแต่กายสัมผัส เวทนาที่เกิดแต่ มโนสัมผัส นี้เรียกว่า เพราะผัสสะเป็นปัจจัย เวทนาจึงมี

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ตตฺถ กตมา เวทนาปจฺจยา ตณฺหา? รูปตณฺหา สทฺทตณฺหา คนฺธตณฺหา รสตณฺหา โผฏฺฐพฺพตณฺหา ธมฺมตณฺหา. อยํ วุจฺจติ เวทนาปจฺจยา ตณฺหา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เพราะเวทนาเป็นปัจจัย ตัณหาจึงมี เป็นไฉน

รูปตัณหา สัททตัณหา คันธตัณหา รสตัณหา โผฏฐัพพตัณหา และธัมมตัณหา นี้เรียกว่า เพราะเวทนาเป็นปัจจัย ตัณหาจึงมี

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ตตฺถ กตมํ ตณฺหาปจฺจยา อุปาทานํ? กามุปาทานํ ทิฏฺฐุปาทานํ สีลพฺพตุปาทานํ อตฺตวาทุปาทานํ. อิทํ วุจฺจติ ตณฺหาปจฺจยา อุปาทานํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เพราะตัณหาเป็นปัจจัย อุปาทานจึงมี เป็นไฉน

กามุปาทาน ทิฏฐุปาทาน สีลัพพตุปาทาน และอัตตวาทุปาทาน นี้เรียกว่า เพราะตัณหาเป็นปัจจัย อุปาทานจึงมี

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ตตฺถ กตโม อุปาทานปจฺจยา ภโว? ภโว ทุวิเธน อตฺถิ กมฺมภโว, อตฺถิ อุปปตฺติภโว. ตตฺถ กตโม กมฺมภโว? ปุญฺญาภิสงฺขาโร อปุญฺญาภิสงฺขาโร อาเนญฺชาภิสงฺขาโร. อยํ วุจฺจติ กมฺมภโว. สพฺพมฺปิ ภวคามิกมฺมํ กมฺมภโว.

ตตฺถ กตโม อุปปตฺติภโว? กามภโว รูปภโว อรูปภโว สญฺญาภโว อสญฺญาภโว เนวสญฺญา-นาสญฺญาภโว เอกโวการภโว จตุโวการภโว ปญฺจโวการภโว. อยํ วุจฺจติ อุปปตฺติภโว. อิติ อยญฺจ กมฺมภโว อยญฺจ อุปปตฺติภโว. อยํ วุจฺจติ อุปาทานปจฺจยา ภโว.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เพราะอุปาทานเป็นปัจจัย ภพจึงมี เป็นไฉน

ภพ ๒ คือ กรรมภพและอุปปัตติภพ

ในภพ ๒ นั้น กรรมภพ เป็นไฉน

ปุญญาภิสังขาร อปุญญาภิสังขาร และอาเนญชาภิสังขาร นี้เรียกว่า กรรมภพ กรรมที่เป็นเหตุให้ไปสู่ภพแม้ทั้งหมดเรียกว่า กรรมภพอุปปัตติภพ เป็นไฉน

กามภพ รูปภพ อรูปภพ สัญญาภพ อสัญญาภพ เนวสัญญานาสัญญาภพ เอกโวการภพ จตุโวการภพ และปัญจโวการภพ นี้เรียกว่า อุปปัตติภพกรรมภพและอุปปัตติภพดังที่กล่าวมานี้ นี้เรียกว่า เพราะอุปาทานเป็นปัจจัย ภพจึงมี

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ตตฺถ กตมา ภวปจฺจยา ชาติ? ยา เตสํ เตสํ สตฺตานํ ตมฺหิ ตมฺหิ สตฺตนิกาเย ชาติ สญฺชาติ โอกฺกนฺติ อภินิพฺพตฺติ, ขนฺธานํ ปาตุภาโว อายตนานํ ปฏิลาโภ. อยํ วุจฺจติ ภวปจฺจยา ชาติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เพราะภพเป็นปัจจัย ชาติจึงมี เป็นไฉน

ความเกิด ความเกิดพร้อม ความหยั่งลง ความบังเกิดเฉพาะ ความปรากฏ แห่งขันธ์ ความได้อายตนะ ในหมู่สัตว์นั้น ๆ ของเหล่าสัตว์นั้น ๆ นี้เรียกว่า เพราะ ภพเป็นปัจจัย ชาติจึงมี

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ตตฺถ กตมํ ชาติปจฺจยา ชรามรณํ? อตฺถิ ชรา, อตฺถิ มรณํ. ตตฺถ กตมา ชรา? ยา เตสํ เตสํ สตฺตานํ ตมฺหิ ตมฺหิ สตฺตนิกาเย ชรา ชีรณตา ขณฺฑิจฺจํ ปาลิจฺจํ วลิตฺตจตา อายุโน สํหานิ อินฺทฺริยานํ ปริปาโก. อยํ วุจฺจติ ชรา. ตตฺถ กตมํ มรณํ? ยา เตสํ เตสํ สตฺตานํ ตมฺหา ตมฺหา สตฺตนิกายา จุติ จวนตา เภโท อนฺตรธานํ มจฺจุ มรณํ กาลกิริยา ขนฺธานํ เภโท กเฬวรสฺส นิกฺเขโป ชีวิตินฺทฺริยสฺส อุปจฺเฉโท. อิทํ วุจฺจติ มรณํ. อิติ อยญฺจ ชรา อิทญฺจ มรณํ. อิทํ วุจฺจติ ชาติปจฺจยา ชรามรณํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เพราะชาติเป็นปัจจัย ชรามรณะจึงมี เป็นไฉน

ชรา ๑ มรณะ ๑

ในชราและมรณะนั้น ชรา เป็นไฉน

ความแก่ ความคร่ำคร่า ความมีฟันหัก ความมีผมหงอก ความมีหนังเหี่ยวย่น ความเสื่อมอายุ ความแก่หง่อมแห่งอินทรีย์ ในหมู่สัตว์นั้น ๆ ของเหล่าสัตว์นั้น ๆ นี้เรียกว่า ชรา มรณะ เป็นไฉน

ความจุติ ความเคลื่อนไป ความทำลายไป ความหายไป ความตายกล่าวคือ มฤตยู การทำกาละ ความแตกแห่งขันธ์ ความทอดทิ้งร่างกาย ความขาดสูญแห่ง ชีวิตินทรีย์ ของเหล่าสัตว์นั้น ๆ จากหมู่สัตว์นั้น ๆ นี้เรียกว่า มรณะ ชราและมรณะดังที่กล่าวมานี้ นี้เรียกว่า เพราะชาติเป็นปัจจัย ชรามรณะจึงมี

เชิงอรรถ (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. ๑ที.ม. ๑๐/๓๘๙/๒๖๐, ม.มู. ๑๒/๙๒/๖๖-๗, ม.อุ. ๑๔/๓๗๓/๓๑๗, สํ.นิ. ๑๖/๒/๓,๒๗/๔๑, ๒๘/๔๒, ๓๓/๕๕, ขุ.ป. ๓๑/๓๓/๓๙, อภิ.วิ. ๓๕/๑๙๒/๑๑๗
  2. ๒ที.ม. ๑๐/๓๙๐/๒๖๐, ม.มู. ๑๒/๙๒/๖๗, ม.อุ. ๑๔/๓๗๓/๓๑๘, สํ.นิ. ๑๖/๒/๓,๒๗/๔๑, ๒๘/๔๒,๓๓/๕๕, ขุ.ม. ๒๙/๔๑/๑๐๒, ขุ.ป. ๓๑/๓๓/๓๙, อภิ.วิ. ๓๕/๑๙๓/๑๑๘
บาลี (มหาจุฬาฯ)

ตตฺถ กตโม โสโก? ญาติพฺยสเนน วา ผุฏฺฐสฺส โภคพฺยสเนน วา ผุฏฺฐสฺส โรคพฺยสเนน วา ผุฏฺฐสฺส สีลพฺยสเนน วา ผุฏฺฐสฺส ทิฏฺฐิพฺยสเนน วา ผุฏฺฐสฺส อญฺญตรญฺญตเรน พฺยสเนน สมนฺนาคตสฺส อญฺญตรญฺญตเรน ทุกฺขธมฺเมน ผุฏฺฐสฺส โสโก โสจนา โสจิตตฺตํ อนฺโต-โสโก อนฺโตปริโสโก เจตโส ปริชฺฌายนา โทมนสฺสํ โสกสลฺลํ. อยํ วุจฺจติ โสโก.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

โสกะ เป็นไฉน

ความเศร้าโศก กิริยาที่เศร้าโศก ภาวะที่เศร้าโศก ความแห้งผากภายใน ความแห้งกรอบภายใน ความเกรียมใจ ความโทมนัส ลูกศรคือความโศก ของผู้ที่ถูก ความเสื่อมญาติ ความเสื่อมโภคทรัพย์ ความเสื่อมเกี่ยวด้วยโรค ความเสื่อมศีล หรือความเสื่อมทิฏฐิกระทบ ของผู้ประกอบด้วยความเสื่อมอย่างใดอย่างหนึ่ง (หรือ) ผู้ที่ถูกเหตุแห่งทุกข์อย่างใดอย่างหนึ่งกระทบ นี้เรียกว่า โสกะ

เชิงอรรถ (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. ๑ขุ.ม. ๒๙/๔๔/๑๐๖, ขุ.จู. ๓๐/๒๑/๗๖, ขุ.ป. ๓๑/๓๓/๓๙
บาลี (มหาจุฬาฯ)

ตตฺถ กตโม ปริเทโว? ญาติพฺยสเนน วา ผุฏฺฐสฺส โภคพฺยสเนน วา ผุฏฺฐสฺส โรคพฺยสเนน วา ผุฏฺฐสฺส สีลพฺยสเนน วา ผุฏฺฐสฺส ทิฏฺฐิพฺยสเนน วา ผุฏฺฐสฺส อญฺญตรญฺญตเรน พฺยสเนน สมนฺนาคตสฺส อญฺญตรญฺญตเรน ทุกฺขธมฺเมน ผุฏฺฐสฺส อาเทโว ปริเทโว อาเทวนา ปริเทวนา อาเทวิตตฺตํ ปริเทวิตตฺตํ วาจา ปลาโป วิปฺปลาโป ลาลโป ลาลปนา ลาลปิตตฺตํ. อยํ วุจฺจติ ปริเทโว.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ปริเทวะ เป็นไฉน

ความร้องไห้ ความคร่ำครวญ กิริยาที่ร้องไห้ กิริยาที่คร่ำครวญ ภาวะที่ร้องไห้ ภาวะที่คร่ำครวญ ความบ่นถึง ความพร่ำเพ้อ ความร่ำไห้ ความพิไรรำพัน กิริยาที่ พิไรรำพัน ภาวะที่พิไรรำพัน ของผู้ที่ถูกความเสื่อมญาติ ความเสื่อมโภคทรัพย์ ความเสื่อมเกี่ยวด้วยโรค ความเสื่อมศีล หรือความเสื่อมทิฏฐิกระทบ ของผู้ที่ ประกอบด้วยความเสื่อมอย่างใดอย่างหนึ่งกระทบ (หรือ)ผู้ที่ถูกเหตุแห่งทุกข์อย่างใด อย่างหนึ่งกระทบ นี้เรียกว่า ปริเทวะ

เชิงอรรถ (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. ๑ขุ.ม. ๒๙/๔๔/๑๐๗, ขุ.ป. ๓๑/๓๓/๓๙, อภิ.วิ. ๓๕/๑๙๕/๑๑๘
บาลี (มหาจุฬาฯ)

ตตฺถ กตมํ ทุกฺขํ? ยํ กายิกํ อสาตํ กายิกํ ทุกฺขํ กายสมฺผสฺสชํ อสาตํ ทุกฺขํ เวทยิตํ กายสมฺผสฺสชา อสาตา ทุกฺขา เวทนา. อิทํ วุจฺจติ ทุกฺขํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ทุกข์ เป็นไฉน

ความไม่สำราญทางกาย ความทุกข์ทางกาย ความเสวยอารมณ์ที่ไม่สำราญ เป็นทุกข์ อันเกิดแต่กายสัมผัส กิริยาเสวยอารมณ์ที่ไม่สำราญเป็นทุกข์ อันเกิดแต่ กายสัมผัส นี้เรียกว่า ทุกข์

เชิงอรรถ (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. ๑ขุ.ป. ๓๑/๓๓/๓๙, อภิ.สงฺ. ๓๔/๕๕๙/๑๕๘, อภิ.วิ. ๓๕/๑๙๖/๑๑๘
บาลี (มหาจุฬาฯ)

ตตฺถ กตมํ โทมนสฺสํ? ยํ เจตสิกํ อสาตํ เจตสิกํ ทุกฺขํ เจโตสมฺผสฺสชํ อสาตํ ทุกฺขํ เวทยิตํ เจโตสมฺผสฺสชา อสาตา ทุกฺขา เวทนา. อิทํ วุจฺจติ โทมนสฺสํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

โทมนัส เป็นไฉน

ความไม่สำราญทางใจ ความทุกข์ทางใจ ความเสวยอารมณ์ที่ไม่สำราญเป็น ทุกข์ อันเกิดแต่เจโตสัมผัส กิริยาเสวยอารมณ์ที่ไม่สำราญเป็นทุกข์ อันเกิดแต่ เจโตสัมผัส นี้เรียกว่า โทมนัส

เชิงอรรถ (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. ๑ขุ.ป. ๓๑/๓๓/๓๙, อภิ.สงฺ. ๓๔/๔๑๗/๑๑๖, อภิ.วิ. ๓๕/๑๙๗/๑๑๘.
บาลี (มหาจุฬาฯ)

ตตฺถ กตโม อุปายาโส? ญาติพฺยสเนน วา ผุฏฺฐสฺส โภคพฺยสเนน วา ผุฏฺฐสฺส โรคพฺยสเนน วา ผุฏฺฐสฺส สีลพฺยสเนน วา ผุฏฺฐสฺส ทิฏฺฐิพฺยสเนน วา ผุฏฺฐสฺส อญฺญตรญฺญตเรน พฺยสเนน สมนฺนาคตสฺส อญฺญตรญฺญตเรน ทุกฺขธมฺเมน ผุฏฺฐสฺส อายาโส อุปายาโส อายาสิตตฺตํ อุปายาสิตตฺตํ. อยํ วุจฺจติ อุปายาโส.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

อุปายาส เป็นไฉน

ความแค้น ความคับแค้น ภาวะที่แค้น ภาวะที่คับแค้น ของผู้ที่ถูกความ เสื่อมญาติ ความเสื่อมโภคทรัพย์ ความเสื่อมเกี่ยวด้วยโรค ความเสื่อมศีล หรือ ความเสื่อมทิฏฐิกระทบ ของผู้ที่ประกอบด้วยความเสื่อมอย่างใดอย่างหนึ่งกระทบ (หรือ)ผู้ที่ถูกเหตุแห่งทุกข์อย่างใดอย่างหนึ่งกระทบ นี้เรียกว่า อุปายาส

เชิงอรรถ (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. ๑ขุ.ป. ๓๑/๓๓/๔๐, อภิ.วิ. ๓๕/๑๙๘/๑๑๙.
บาลี (มหาจุฬาฯ)

เอวเมตสฺส เกวลสฺส ทุกฺขกฺขนฺธสฺส สมุทโย โหตีติ เอวเมตสฺส เกวลสฺส ทุกฺขกฺขนฺธสฺส สงฺคติ โหติ, สมาคโม โหติ, สโมธานํ โหติ, ปาตุภาโว โหติ. เตน วุจฺจติ “เอวเมตสฺส เกวลสฺส ทุกฺขกฺขนฺธสฺส สมุทโย โหตี”ติ. สุตฺตนฺตภาชนียํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

คำว่า กองทุกข์ทั้งมวลนี้มีการเกิดขึ้นด้วยอาการอย่างนี้ นั้นอธิบาย ว่า กองทุกข์ทั้งมวลนี้ไปร่วม มาร่วม ประชุมร่วม ปรากฏขึ้นด้วยอาการอย่างนี้เพราะฉะนั้นจึงเรียกว่า กองทุกข์ทั้งมวลนี้เกิดขึ้นด้วยอาการอย่างนี้

สุตตันตภาชนีย์ จบ

จบ สุตตันตภาชนีย์