พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ · ปฏิสัมภิทาวิภังค์
ปัญหาปุจฉกะ เล่ม ๓๕
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๗๘๙–๗๙๔ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๔/๔ ในปฏิสัมภิทาวิภังค์มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
_________
๓. ปญฺหาปุจฺฉก
๓. ปัญหาปุจฉกะ
พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ ปฏิสัมภิทาวิภังค์ ปัญหาปุจฉกะ (ฉบับหลวง เล่ม ๓๕ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๕ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๕)
บาลี (มหาจุฬาฯ) เล่ม ๓๕ หน้า ๓๗๑–๓๗๔ · ไทย (มหาจุฬาฯ ๒) เล่ม ๓๕ หน้า ๔๗๕–๔๘๐
จตสฺโส ปฏิสมฺภิทา: อตฺถปฏิสมฺภิทา ธมฺมปฏิสมฺภิทา นิรุตฺติปฏิสมฺภิทา ปฏิภาณ-ปฏิสมฺภิทา.
ปฏิสัมภิทา ๔ คือ
๑. อัตถปฏิสัมภิทา ๒. ธัมมปฏิสัมภิทา
๓. นิรุตติปฏิสัมภิทา ๔. ปฏิภาณปฏิสัมภิทา
จตุนฺนํ ปฏิสมฺภิทานํ กติ กุสลา? กติ อกุสลา? กติ อพฺยากตา ฯเปฯ กติ สรณา? กติ อรณา?
ติกมาติกาปุจฉา ทุกมาติกาปุจฉา
บรรดาปฏิสัมภิทา ๔ ปฏิสัมภิทา เท่าไรเป็นกุศล เท่าไรเป็นอกุศล
เท่าไรเป็นอัพยากฤต ฯลฯ เท่าไรเป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ เท่าไรไม่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้
๑. ติก สิยา กุสลา, สิยา อพฺยากตา. สิยา สุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตา, สิยา อทุกฺขมสุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตา. ติสฺโส ปฏิสมฺภิทา สิยา วิปากธมฺมธมฺมา, สิยา เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺมา, อตฺถปฏิสมฺภิทา สิยา วิปากา, สิยา วิปากธมฺมธมฺมา, สิยา เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺมา. ติสฺโส ปฏิสมฺภิทา อนุปาทินฺนุปาทานิยา, อตฺถปฏิสมฺภิทา สิยา อนุปาทินฺนุปาทานิยา, สิยา อนุปาทินฺนอนุ-ปาทานิยา. ติสฺโส ปฏิสมฺภิทา อสงฺกิลิฏฺฐอสงฺกิเลสิกา, อตฺถปฏิสมฺภิทา สิยา อสงฺกิลิฏฺฐสงฺกิเลสิกา, สิยา อสงฺกิลิฏฺฐอสงฺกิเลสิกา. ติสฺโส ปฏิสมฺภิทา สวิตกฺกสวิจารา, อตฺถปฏิสมฺภิทา สิยา สวิตกฺกสวิจารา, สิยา อวิตกฺก-วิจารมตฺตา, สิยา อวิตกฺกอวิจารา. สิยา ปืติสหคตา, สิยา สุขสหคตา, สิยา อุเปกฺขาสหคตา. เนว ทสฺสเนน น ภาวนาย ปหาตพฺพา. เนว ทสฺสเนน น ภาวนาย ปหาตพฺพเหตุกา.
ติสฺโส ปฏิสมฺภิทา สิยา อาจยคามิโน, สิยา เนวาจยคามินาปจยคามิโน, อตฺถปฏิสมฺภิทา สิยา อาจยคามินี, สิยา อปจยคามินี, สิยา เนวาจยคามินาปจยคามินี.
ติสฺโส ปฏิสมฺภิทา เนวเสกฺขนาเสกฺขา, อตฺถปฏิสมฺภิทา สิยา เสกฺขา, สิยา อเสกฺขา, สิยา เนวเสกฺขนาเสกฺขา. ติสฺโส ปฏิสมฺภิทา ปริตฺตา, อตฺถปฏิสมฺภิทา สิยา ปริตฺตา, สิยา อปฺปมาณา. นิรุตฺติปฏิสมฺภิทา ปริตฺตารมฺมณา. ติสฺโส ปฏิสมฺภิทา สิยา ปริตฺตารมฺมณา, สิยา มหคฺคตารมฺมณา, สิยา อปฺปมาณารมฺมณา.
ติสฺโส ปฏิสมฺภิทา มชฺฌิมา, อตฺถปฏิสมฺภิทา สิยา มชฺฌิมา, สิยา ปณีตา. ติสฺโส ปฏิสมฺภิทา อนิยตา. อตฺถปฏิสมฺภิทา สิยา สมฺมตฺตนิยตา, สิยา อนิยตา. นิรุตฺติปฏิสมฺภิทา น วตฺตพฺพา “มคฺคา-รมฺมณา”ติปิ, “มคฺคเหตุกา”ติปิ, “มคฺคาธิปตินี”ติปิ. อตฺถปฏิสมฺภิทา น มคฺคารมฺมณา, สิยา มคฺค- เหตุกา, สิยา มคฺคาธิปตินี, สิยา น วตฺตพฺพา “มคฺคเหตุกา”ติปิ, “มคฺคาธิปตินี”ติปิ. เทฺว ปฏิสมฺภิทา สิยา มคฺคารมฺมณา, น มคฺคเหตุกา, สิยา มคฺคาธิปติโน, สิยา น วตฺตพฺพา “มคฺคารมฺมณา”ติปิ, “มคฺคาธิปติโน”ติปิ.
ติสฺโส ปฏิสมฺภิทา สิยา อุปฺปนฺนา, สิยา อนุปฺปนฺนา, น วตฺตพฺพา “อุปฺปาทิโน”ติ. อตฺถปฏิสมฺภิทา สิยา อุปฺปนฺนา, สิยา อนุปฺปนฺนา, สิยา อุปฺปาทินี, สิยา อตีตา, สิยา อนาคตา, สิยา ปจฺจุปฺปนฺนา. นิรุตฺติปฏิสมฺภิทา ปจฺจุปฺปนฺนารมฺมณา, เทฺว ปฏิสมฺภิทา สิยา อตีตารมฺมณา, สิยา อนาคตารมฺมณา, สิยา ปจฺจุปฺปนฺนารมฺมณา. อตฺถปฏิสมฺภิทา สิยา อตีตารมฺมณา, สิยา อนาคตารมฺมณา, สิยา ปจฺจุปฺปนฺนารมฺมณา, สิยา น วตฺตพฺพา “อตีตารมฺมณา”ติปิ, “อนาคตารมฺมณา”ติปิ, “ปจฺจุปฺปนฺนารมฺมณา”ติปิ. สิยา อชฺฌตฺตา, สิยา พหิทฺธา, สิยา อชฺฌตฺตพหิทฺธา. นิรุตฺติปฏิสมฺภิทา พหิทฺธารมฺมณา. ติสฺโส ปฏิสมฺภิทา สิยา อชฺฌตฺตารมฺมณา, สิยา พหิทฺธารมฺมณา, สิยา อชฺฌตฺต-พหิทฺธารมฺมณา, อนิทสฺสนอปฏิฆา.
๑. ติกมาติกาวิสัชนา
๑-๒๒. กุสลติกาทิวิสัชนา
ปฏิสัมภิทา ๔ ที่เป็นกุศลก็มี ที่เป็นอัพยากฤตก็มี
ปฏิสัมภิทา ๔ ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาก็มี ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา ก็มี
ปฏิสัมภิทา ๓ ที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากก็มี ที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิด วิบากก็มี อัตถปฏิสัมภิทาที่เป็นวิบากก็มี ที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากก็มี ที่ไม่เป็นวิบาก และไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากก็มี
ปฏิสัมภิทา ๓ กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ ของอุปาทาน อัตถปฏิสัมภิทาที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่ เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและ ไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มีปฏิสัมภิทา ๓ กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของกิเลส อัตถปฏิสัมภิทาที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี ที่กิเลสไม่ ทำให้เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี
ปฏิสัมภิทา ๓ มีทั้งวิตกและวิจาร อัตถปฏิสัมภิทาที่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารก็มี ที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี
ปฏิสัมภิทา ๔ ที่สหรคตด้วยปีติก็มี ที่สหรคตด้วยสุขก็มี ที่สหรคตด้วย อุเบกขาก็มี
ปฏิสัมภิทา ๔ ไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓
ปฏิสัมภิทา ๔ ไม่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓
ปฏิสัมภิทา ๓ ที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติก็มี ที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพานก็มี อัตถปฏิสัมภิทาที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติก็มี ที่ไม่เป็น เหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพานก็มี
ปฏิสัมภิทา ๓ ไม่เป็นของเสขบุคคลและอเสขบุคคล อัตถปฏิสัมภิทาที่เป็น ของเสขบุคคลก็มี ที่เป็นของอเสขบุคคลก็มี ที่ไม่เป็นของเสขบุคคลและอเสขบุคคล ก็มี
ปฏิสัมภิทา ๓ เป็นปริตตะ อัตถปฏิสัมภิทาที่เป็นปริตตะก็มี ที่เป็นอัปปมาณะ ก็มีนิรุตติปฏิสัมภิทามีปริตตะเป็นอารมณ์ ปฏิสัมภิทา ๓ ที่มีปริตตะเป็นอารมณ์ ก็มี ที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์ก็มี ที่มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์ก็มี
ปฏิสัมภิทา ๓ เป็นชั้นกลาง อัตถปฏิสัมภิทาที่เป็นชั้นกลางก็มี ที่เป็นชั้น ประณีตก็มี
ปฏิสัมภิทา ๓ ให้ผลไม่แน่นอน อัตถปฏิสัมภิทาที่มีสภาวะชอบและให้ผล แน่นอนก็มี ที่ไม่แน่นอนโดยอาการทั้งสองนั้นก็มี
นิรุตติปฏิสัมภิทา กล่าวไม่ได้ว่า มีมรรคเป็นอารมณ์ มีมรรคเป็นเหตุ หรือ มีมรรคเป็นอธิบดี อัตถปฏิสัมภิทาไม่ใช่มีมรรคเป็นอารมณ์ ที่มีมรรคเป็นเหตุก็มี ที่มีมรรคเป็นอธิบดีก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า มีมรรคเป็นเหตุ หรือมีมรรคเป็นอธิบดีก็มี ปฏิสัมภิทา ๒ ที่มีมรรคเป็นอารมณ์แต่ไม่ใช่มีมรรคเป็นเหตุก็มี ที่มีมรรคเป็น อธิบดีก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า มีมรรคเป็นอารมณ์ หรือมีมรรคเป็นอธิบดีก็มีปฏิสัมภิทา ๓ ที่เกิดขึ้นก็มี ที่ยังไม่เกิดขึ้นก็มี แต่กล่าวไม่ได้ว่า จักเกิดขึ้น แน่นอน อัตถปฏิสัมภิทาที่เกิดขึ้นก็มี ที่ยังไม่เกิดขึ้นก็มี ที่จักเกิดขึ้นแน่นอนก็มี
ปฏิสัมภิทา ๔ ที่เป็นอดีตก็มี ที่เป็นอนาคตก็มี ที่เป็นปัจจุบันก็มี
นิรุตติปฏิสัมภิทามีปัจจุบันธรรมเป็นอารมณ์ ปฏิสัมภิทา ๒ ที่มีอดีตธรรม เป็นอารมณ์ก็มี ที่มีอนาคตธรรมเป็นอารมณ์ก็มี ที่มีปัจจุบันธรรมเป็นอารมณ์ก็มี อัตถปฏิสัมภิทาที่มีอดีตธรรมเป็นอารมณ์ก็มี ที่มีอนาคตธรรมเป็นอารมณ์ก็มี ที่มี ปัจจุบันธรรมเป็นอารมณ์ก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า มีอดีตธรรมเป็นอารมณ์ มีอนาคตธรรมเป็นอารมณ์ หรือมีปัจจุบันธรรมเป็นอารมณ์ก็มีปฏิสัมภิทา ๔ ที่เป็นภายในตนก็มี ที่เป็นภายนอกตนก็มี ที่เป็นภายในตน และภายนอกตนก็มี
นิรุตติปฏิสัมภิทามีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์ ปฏิสัมภิทา ๓ ที่มีธรรม ภายในตนเป็นอารมณ์ก็มี ที่มีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์ก็มี ที่มีธรรมภายใน ตนและภายนอกตนเป็นอารมณ์ก็มี
ปฏิสัมภิทา ๔ เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้
๒. ทุก เหตู, สเหตุกา, เหตุสมฺปยุตฺตา, เหตู เจว สเหตุกา จ, เหตู เจว เหตุสมฺปยุตฺตา จ, น วตฺตพฺพา “น เหตู สเหตุกา”ติปิ, “นเหตู อเหตุกา”ติปิ.
สปฺปจฺจยา, สงฺขตา, อนิทสฺสนา, อปฺปฏิฆา, อรูปา. ติสฺโส ปฏิสมฺภิทา โลกิยา, อตฺถ-ปฏิสมฺภิทา สิยา โลกิยา, สิยา โลกุตฺตรา, เกนจิ วิญฺเญยฺยา, เกนจิ น วิญฺเญยฺยา. โน อาสวา.ติสฺโส ปฏิสมฺภิทา สาสวา. อตฺถปฏิสมฺภิทา สิยา สาสวา, สิยา อนาสวา, อาสววิปฺปยุตฺตา. ติสฺโส ปฏิสมฺภิทา น วตฺตพฺพา “อาสวา เจว สาสวา จา”ติ, สาสวา เจว โน จ อาสวา. อตฺถปฏิสมฺภิทา น วตฺตพฺพา “อาสวา เจว สาสวา จา”ติ, สิยา สาสวา เจว โน จ อาสวา, สิยา น วตฺตพฺพา “สาสวา เจว โน จ อาสวา”ติ, น วตฺตพฺพา “อาสวา เจว อาสวสมฺปยุตฺตา จา”ติปิ, “อาสวสมฺปยุตฺตา เจว โน จ อาสวา”ติปิ. ติสฺโส ปฏิสมฺภิทา อาสววิปฺปยุตฺตา สาสวา, อตฺถปฏิสมฺภิทา สิยา อาสววิปฺปยุตฺตา สาสวา, สิยา อาสววิปฺปยุตฺตา อนาสวา.
โน สญฺโญชนา ฯเปฯ โน คนฺถา ฯเปฯ โน โอฆา ฯเปฯ โน โยคา ฯเปฯ โน นีวรณา ฯเปฯ โน ปรามาสา ฯเปฯ สารมฺมณา, โน จิตฺตา, เจตสิกา, จิตฺตสมฺปยุตฺตา, จิตฺตสํสฏฺฐา, จิตฺต-สมุฏฺฐานา, จิตฺตสหภุโน, จิตฺตานุปริวตฺติโน, จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานา, จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานสหภุโน, จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานานุปริวตฺติโน, พาหิรา, โน อุปาทา, อนุปาทินฺนา. โน อุปาทานา ฯเปฯ โน กิเลสา ฯเปฯ
น ทสฺสเนน ปหาตพฺพา, น ภาวนาย ปหาตพฺพา, น ทสฺสเนน ปหาตพฺพเหตุกา, น ภาวนาย ปหาตพฺพเหตุกา. ติสฺโส ปฏิสมฺภิทา สวิตกฺกา, อตฺถปฏิสมฺภิทา สิยา สวิตกฺกา, สิยา อวิตกฺกา. ติสฺโส ปฏิสมฺภิทา สวิจารา, อตฺถปฏิสมฺภิทา สิยา สวิจารา, สิยา อวิจารา, สิยา สปฺปืติกา, สิยา อปฺปืติกา, สิยา ปืติสหคตา, สิยา น ปืติสหคตา, สิยา สุขสหคตา, สิยา น สุขสหคตา, สิยา อุเปกฺขาสหคตา, สิยา น อุเปกฺขาสหคตา. ติสฺโส ปฏิสมฺภิทา กามาวจรา, อตฺถปฏิสมฺภิทา สิยา กามาวจรา, สิยา น กามาวจรา น รูปาวจรา น อรูปาวจรา. ติสฺโส ปฏิสมฺภิทา ปริยาปนฺนา, อตฺถปฏิสมฺภิทา สิยา ปริยาปนฺนา, สิยา อปริยาปนฺนา. ติสฺโส ปฏิสมฺภิทา อนิยฺยานิกา, อตฺถปฏิสมฺภิทา สิยา นิยฺยานิกา, สิยา อนิยฺยานิกา. ติสฺโส ปฏิสมฺภิทา อนิยตา, อตฺถปฏิสมฺภิทา สิยา นิยตา, สิยา อนิยตา. ติสฺโส ปฏิสมฺภิทา สอุตฺตรา, อตฺถปฏิสมฺภิทา สิยา สอุตฺตรา, สิยา อนุตฺตรา, อรณาติ. ปญฺหาปุจฺฉกํ. ปฏิสมฺภิทาวิภงฺโค สมตฺโต.
๒. ทุกมาติกาวิสัชนา
๑. เหตุโคจฉกวิสัชนา
ปฏิสัมภิทา ๔ เป็นเหตุ ปฏิสัมภิทา ๔ มีเหตุ
ปฏิสัมภิทา ๔ สัมปยุตด้วยเหตุ ปฏิสัมภิทา ๔ เป็นเหตุและมีเหตุ
ปฏิสัมภิทา ๔ เป็นเหตุและสัมปยุตด้วยเหตุ แต่กล่าวไม่ได้ว่า ไม่เป็นเหตุ แต่มีเหตุ หรือไม่เป็นเหตุและไม่มีเหตุ
๒. จูฬันตรทุกวิสัชนา
ปฏิสัมภิทา ๔ มีปัจจัยปรุงแต่ง ปฏิสัมภิทา ๔ ถูกปัจจัยปรุงแต่ง
ปฏิสัมภิทา ๔ เห็นไม่ได้ ปฏิสัมภิทา ๔ กระทบไม่ได้
ปฏิสัมภิทา ๔ ไม่เป็นรูป ปฏิสัมภิทา ๓ เป็นโลกิยะ อัตถปฏิสัมภิทาที่ เป็นโลกิยะก็มี ที่เป็นโลกุตตระก็มี
ปฏิสัมภิทา ๔ จิตบางดวงรู้ได้ ปฏิสัมภิทา ๔ จิตบางดวงรู้ไม่ได้
๓. อาสวโคจฉกวิสัชนา
ปฏิสัมภิทา ๔ ไม่เป็นอาสวะ ปฏิสัมภิทา ๓ เป็นอารมณ์ของอาสวะ อัตถปฏิสัมภิทาที่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี
ปฏิสัมภิทา ๔ วิปปยุตจากอาสวะ ปฏิสัมภิทา ๓ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอาสวะ และเป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือเป็นอารมณ์ของอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะ อัตถปฏิสัมภิทากล่าวไม่ได้ว่า เป็นอาสวะและเป็นอารมณ์ของอาสวะ ที่เป็นอารมณ์ของ อาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอารมณ์ของอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะก็มีปฏิสัมภิทา ๔ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอาสวะและสัมปยุตด้วยอาสวะ หรือสัมปยุต ด้วยอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะ ปฏิสัมภิทา ๓ วิปปยุตจากอาสวะแต่เป็นอารมณ์ของ อาสวะ อัตถปฏิสัมภิทาที่วิปปยุตจากอาสวะแต่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี ที่วิปปยุต จากอาสวะและไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี
๔-๑๒. สัญโญชนโคจฉกาทิวิสัชนา
ปฏิสัมภิทา ๔ ไม่เป็นสังโยชน์ ฯลฯ ไม่เป็นคันถะ ฯลฯ ไม่เป็นโอฆะ ฯลฯ ไม่เป็นโยคะ ฯลฯ ไม่เป็นนิวรณ์ ฯลฯ ไม่เป็นปรามาส ฯลฯ
ปฏิสัมภิทา ๔ รับรู้อารมณ์ได้ ปฏิสัมภิทา ๔ ไม่เป็นจิต
ปฏิสัมภิทา ๔ เป็นเจตสิก ปฏิสัมภิทา ๔ สัมปยุตด้วยจิต
ปฏิสัมภิทา ๔ ระคนกับจิต ปฏิสัมภิทา ๔ มีจิตเป็นสมุฏฐาน
ปฏิสัมภิทา ๔ เกิดพร้อมกับจิต ปฏิสัมภิทา ๔ เป็นไปตามจิต
ปฏิสัมภิทา ๔ ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐาน ปฏิสัมภิทา ๔ ระคนกับจิต มีจิตเป็นสมุฏฐานและเกิดพร้อมกับจิต
ปฏิสัมภิทา ๔ ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและเป็นไปตามจิต ปฏิสัมภิทา ๔ เป็นภายนอก
ปฏิสัมภิทา ๔ ไม่เป็นอุปาทายรูป ปฏิสัมภิทา ๔ กรรมอันประกอบด้วย ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือ
ปฏิสัมภิทา ๔ ไม่เป็นอุปาทาน ฯลฯ ไม่เป็นกิเลส ฯลฯ
๑๓. ปิฏฐิทุกวิสัชนา
ปฏิสัมภิทา ๔ ไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรค ปฏิสัมภิทา ๔ ไม่ ต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓
ปฏิสัมภิทา ๔ ไม่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรค ปฏิสัมภิทา ๔ ไม่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓
ปฏิสัมภิทา ๓ มีวิตก อัตถปฏิสัมภิทาที่มีวิตกก็มี ที่ไม่มีวิตกก็มี ปฏิสัมภิทา ๓ มีวิจาร อัตถปฏิสัมภิทาที่มีวิจารก็มี ที่ไม่มีวิจารก็มี
ปฏิสัมภิทา ๔ ที่มีปีติก็มี ที่ไม่มีปีติก็มี ปฏิสัมภิทา ๔ ที่สหรคตด้วยปีติก็มี ที่ไม่สหรคตด้วยปีติก็มีปฏิสัมภิทา ๔ ที่สหรคตด้วยสุขก็มี ที่ไม่สหรคตด้วยสุขก็มี ปฏิสัมภิทา ๔ ที่สหรคตด้วยอุเบกขาก็มี ที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาก็มี
ปฏิสัมภิทา ๓ เป็นกามาวจร อัตถปฏิสัมภิทาที่เป็นกามาวจรก็มี ที่ไม่เป็น กามาวจร ไม่เป็นรูปาวจร และไม่เป็นอรูปาวจรก็มี ปฏิสัมภิทา ๓ นับเนื่องใน วัฏฏทุกข์ อัตถปฏิสัมภิทาที่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ก็มี ที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ก็มีปฏิสัมภิทา ๓ ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ อัตถปฏิสัมภิทาที่เป็นเหตุ นำออกจากวัฏฏทุกข์ ก็มี ที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ก็มี ปฏิสัมภิทา ๓ ให้ผลไม่แน่นอน อัตถปฏิสัมภิทาที่ให้ผลแน่นอนก็มี ที่ให้ผลไม่แน่นอนก็มีปฏิสัมภิทา ๓ มีธรรมอื่นยิ่งกว่า อัตถปฏิสัมภิทาที่มีธรรมอื่นยิ่งกว่าก็มี ที่ ไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่าก็มี
ปฏิสัมภิทา ๔ ไม่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ ฉะนี้แล
ปัญหาปุจฉกะ จบ
ปฏิสัมภิทาวิภังค์ จบบริบูรณ์
- ๑บาลีว่า ปริยาปนฺนา นับเนื่องในวัฏฏะที่เป็นไปในภูมิ ๓ คือ กามภูมิ รูปภูมิ และอรูปภูมิ (อภิ.สงฺ.อ. ๘๓-๑๐๐/๙๓-๙๘)
- ๒บาลีว่า นิยฺยานิกา คือตัดมูลวัฏฏทุกข์และยึดนิพพานเป็นอารมณ์ นำออกจากวัฏฏทุกข์ (อภิ.สงฺ.อ. ๘๓-๑๐๐/๙๘)
จบ ปัญหาปุจฉกะ