พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ · ขันธวิภังค์
สังขารขันธ์ เล่ม ๓๕
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๖๔–๗๓ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๕/๗ ในขันธวิภังค์มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ ขันธวิภังค์ สังขารขันธ์ (ฉบับหลวง เล่ม ๓๕ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๕ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๕)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๓๕ หน้า ๕๗–๗๓
๔. สังขารขันธ์
[๙๒] ในขันธ์ ๕ นั้น สังขารขันธ์ เป็นไฉน
ทุกมูลกวาร
{๖๔} สังขารขันธ์หมวดละ ๑ คือ สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยจิต
สังขารขันธ์หมวดละ ๒ คือ สังขารขันธ์ที่เป็นเหตุก็มี ที่ไม่เป็นเหตุก็มี
สังขารขันธ์หมวดละ ๓ คือ สังขารขันธ์ที่เป็นกุศลก็มี ที่เป็นอกุศลก็มี ที่เป็นอัพยากฤตก็มี
สังขารขันธ์หมวดละ ๔ คือ สังขารขันธ์ที่เป็นกามาวจรก็มี ที่เป็นรูปาวจรก็มี ที่เป็นอรูปาวจรก็มี ที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ก็มี
สังขารขันธ์หมวดละ ๕ คือ สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสุขินทรีย์ก็มี ที่สัมปยุตด้วยทุกขินทรีย์ก็มี ที่สัมปยุตด้วยโสมนัสสินทรีย์ก็มี ที่สัมปยุตด้วยโทมนัสสินทรีย์ก็มี ที่สัมปยุตด้วยอุเปกขินทรีย์ก็มี สังขารขันธ์หมวดละ ๕ ด้วยประการฉะนี้สังขารขันธ์หมวดละ ๖ คือ เจตนาที่เกิดจากจักขุสัมผัส เจตนาที่เกิดจากโสตสัมผัส เจตนาที่เกิดจากฆานสัมผัส เจตนาที่เกิดจากชิวหาสัมผัส เจตนาที่เกิดจากกายสัมผัส เจตนาที่เกิดจากมโนสัมผัส สังขารขันธ์หมวดละ ๖ ด้วยประการฉะนี้สังขารขันธ์หมวดละ ๗ คือ เจตนาที่เกิดจากจักขุสัมผัส ... เจตนาที่เกิดจากกายสัมผัส เจตนาที่เกิดจากมโนธาตุสัมผัส เจตนาที่เกิดจากมโนวิญญาณธาตุสัมผัส สังขารขันธ์หมวดละ ๗ ด้วยประการฉะนี้
สังขารขันธ์หมวดละ ๘ คือ เจตนาที่เกิดจากจักขุสัมผัส ... เจตนาที่เกิดจากกายสัมผัสที่สหรคตด้วยสุขก็มี ที่สหรคตด้วยทุกข์ก็มี เจตนาที่เกิดจากมโนธาตุสัมผัส เจตนาที่เกิดจากมโนวิญญาณธาตุสัมผัส สังขารขันธ์หมวดละ ๘ ด้วยประการฉะนี้
สังขารขันธ์หมวดละ ๙ คือ เจตนาที่เกิดจากจักขุสัมผัส ... เจตนาที่เกิดจากมโนธาตุสัมผัส เจตนาที่เกิดจากมโนวิญญาณธาตุสัมผัสที่เป็นกุศลก็มี ที่เป็นอกุศลก็มี ที่เป็นอัพยากฤตก็มี สังขารขันธ์หมวดละ ๙ ด้วยประการฉะนี้
สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ คือ เจตนาที่เกิดจากจักขุสัมผัส ... เจตนาที่เกิดจากกายสัมผัสที่สหรคตด้วยสุขก็มี ที่สหรคตด้วยทุกข์ก็มี เจตนาที่เกิดจากมโนธาตุสัมผัส เจตนาที่เกิดจากมโนวิญญาณธาตุสัมผัสที่เป็นกุศลก็มี ที่เป็นอกุศลก็มี ที่เป็นอัพยากฤตก็มี สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้
{๖๕} [๙๓] สังขารขันธ์หมวดละ ๑ คือ สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยจิต
สังขารขันธ์หมวดละ ๒ คือ สังขารขันธ์ที่เป็นเหตุก็มี ที่ไม่เป็นเหตุก็มี
สังขารขันธ์หมวดละ ๓ คือ สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาก็มี ที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาก็มี ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นวิบากก็มี ที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากก็มี ที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากก็มี สังขารขันธ์ที่กรรมอันสัมปยุตด้วยตัณหาทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ที่กรรมอันสัมปยุตด้วยตัณหาทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ที่กรรมอันสัมปยุตด้วยตัณหาทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี สังขารขันธ์ที่กิเลสทำให้เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี ที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี ที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี สังขารขันธ์
ที่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารก็มี ที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี สังขารขันธ์ที่สหรคตด้วยปีติก็มี ที่สหรคตด้วยสุขก็มี ที่สหรคตด้วยอุเบกขาก็มี สังขารขันธ์ที่โสดาปัตติมรรคพึงประหาณก็มี ที่มรรคเบื้องสูง ๓ พึงประหาณก็มี ที่โสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องสูง ๓ ไม่พึงประหาณก็มี สังขารขันธ์ที่มีเหตุอันโสดาปัตติมรรคพึงประหาณก็มี ที่มีเหตุอันมรรคเบื้องสูง ๓ พึงประหาณก็มี ที่ไม่มีเหตุอันโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องสูง ๓ พึงประหาณก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติก็มี ที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานก็มี ที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติและไม่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานก็มี
สังขารขันธ์ที่เป็นของเสกขบุคคลก็มี ที่เป็นของอเสกขบุคคลก็มี ที่ไม่เป็นของเสกขบุคคลและไม่เป็นของอเสกขบุคคลก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นปริตตะก็มี ที่เป็นมหัคคตะก็มี ที่เป็นอัปปมาณะก็มี สังขารขันธ์ที่มี อารมณ์เป็นปริตตะก็มี ที่มีอารมณ์เป็นมหัคคตะก็มี ที่มีอารมณ์เป็นอัปปมาณะก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นอย่างต่ำก็มี ที่เป็นอย่างปานกลางก็มี ที่เป็นอย่างประณีตก็มี สังขารขันธ์ที่มีสภาวะผิดและให้ผลแน่นอนก็มี ที่มีสภาวะชอบและให้ผลแน่นอนก็มี ที่ให้ผลไม่แน่นอนก็มี สังขารขันธ์ที่มีมรรค เป็นอารมณ์ก็มี ที่มีมรรคเป็นเหตุก็มี ที่มีมรรคเป็นอธิบดีก็มี สังขารขันธ์ที่เกิดขึ้นก็มี ที่ยังไม่เกิดขึ้นก็มี ที่จักเกิดขึ้นก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นอดีตก็มี ที่เป็นอนาคตก็มี ที่เป็นปัจจุบันก็มี สังขารขันธ์ที่มีอารมณ์เป็นอดีตก็มี ที่มีอารมณ์เป็นอนาคตก็มี ที่มีอารมณ์เป็นปัจจุบันก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นภายในตนก็มี ที่เป็นภายนอกตนก็มี ที่เป็นภายในตนและภายนอกตนก็มี สังขารขันธ์ที่มีอารมณ์เป็นภายในตนก็มี ที่มีอารมณ์เป็นภายนอกตนก็มี ที่มีอารมณ์เป็นภายในตนและภายนอกตนก็มี ... สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้{๖๖} [๙๔] สังขารขันธ์หมวดละ ๑ คือ สังขารขันธ์สัมปยุตด้วยจิต
สังขารขันธ์หมวดละ ๒ คือ สังขารขันธ์ที่มีเหตุก็มี ที่ไม่มีเหตุก็มี สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยเหตุก็มี ที่วิปปยุตจากเหตุก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นเหตุและมีเหตุก็มี ที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นเหตุและสัมปยุตด้วยเหตุก็มี ที่สัมปยุตด้วยเหตุแต่ไม่เป็นเหตุก็มี สังขารขันธ์ที่ไม่เป็นเหตุแต่มีเหตุก็มี สังขารขันธ์ที่ไม่เป็นเหตุและไม่มีเหตุก็มี
สังขารขันธ์ที่เป็นโลกิยะก็มี ที่เป็นโลกุตตระก็มี สังขารขันธ์ที่จิต บางดวงรู้ได้ก็มี ที่จิตบางดวงรู้ไม่ได้ก็มี
สังขารขันธ์ที่เป็นอาสวะก็มี ที่ไม่เป็นอาสวะก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยอาสวะก็มี ที่วิปปยุตจากอาสวะก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นอาสวะและเป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี ที่เป็นอารมณ์ของอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นอาสวะและสัมปยุตด้วยอาสวะก็มี ที่สัมปยุตด้วยอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะก็มี สังขารขันธ์ที่วิปปยุตจากอาสวะแต่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี ที่วิปปยุตจากอาสวะและไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มีสังขารขันธ์ที่เป็นสังโยชน์ก็มี ที่ไม่เป็นสังโยชน์ก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มี
สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์ก็มี ที่วิปปยุตจากสังโยชน์ก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นสังโยชน์และเป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มี ที่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์แต่ไม่เป็นสังโยชน์ก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นสังโยชน์และสัมปยุตด้วยสังโยชน์ก็มี ที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์แต่ไม่เป็นสังโยชน์ก็มี สังขารขันธ์ที่วิปปยุตจากสังโยชน์แต่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มี ที่วิปปยุตจากสังโยชน์และไม่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มีสังขารขันธ์ที่เป็นคันถะก็มี ที่ไม่เป็นคันถะก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของคันถะก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของคันถะก็มี สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยคันถะก็มี ที่วิปปยุตจากคันถะก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นคันถะและ
เป็นอารมณ์ของคันถะก็มี ที่เป็นอารมณ์ของคันถะแต่ไม่เป็นคันถะก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นคันถะและสัมปยุตด้วยคันถะก็มี ที่สัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะก็มี สังขารขันธ์ที่วิปปยุตจากคันถะแต่เป็นอารมณ์ของคันถะก็มี ที่วิปปยุตจากคันถะและไม่เป็นอารมณ์ของคันถะก็มี
สังขารขันธ์ที่เป็นโอฆะก็มี ที่ไม่เป็นโอฆะก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของโอฆะก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของโอฆะก็มี สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยโอฆะก็มี ที่วิปปยุตจากโอฆะก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นโอฆะและเป็นอารมณ์ของโอฆะก็มี ที่เป็นอารมณ์ของโอฆะแต่ไม่เป็นโอฆะก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นโอฆะและสัมปยุตด้วยโอฆะก็มี ที่สัมปยุตด้วยโอฆะแต่ไม่เป็นโอฆะก็มี สังขารขันธ์ที่วิปปยุตจากโอฆะแต่เป็นอารมณ์ของโอฆะก็มี ที่วิปปยุตจากโอฆะและไม่เป็นอารมณ์ของโอฆะก็มีสังขารขันธ์ที่เป็นโยคะก็มี ที่ไม่เป็นโยคะก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของโยคะก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของโยคะก็มี สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยโยคะก็มี
ที่วิปปยุตจากโยคะก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นโยคะและเป็นอารมณ์ของโยคะก็มี ที่เป็นอารมณ์ของโยคะแต่ไม่เป็นโยคะก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นโยคะและสัมปยุตด้วยโยคะก็มี ที่สัมปยุตด้วยโยคะแต่ไม่เป็นโยคะก็มี สังขารขันธ์ที่วิปปยุตจากโยคะแต่เป็นอารมณ์ของโยคะก็มี ที่วิปปยุตจากโยคะและไม่เป็นอารมณ์ของโยคะก็มีสังขารขันธ์ที่เป็นนิวรณ์ก็มี ที่ไม่เป็นนิวรณ์ก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ก็มี สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยนิวรณ์ก็มี ที่วิปปยุตจากนิวรณ์ก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นนิวรณ์และเป็นอารมณ์ของนิวรณ์ก็มี ที่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์แต่ไม่เป็นนิวรณ์ก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นนิวรณ์และสัมปยุตด้วยนิวรณ์ก็มี ที่สัมปยุตด้วยนิวรณ์แต่ไม่เป็นนิวรณ์ก็มี สังขารขันธ์ที่วิปปยุตจากนิวรณ์แต่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ก็มี ที่วิปปยุตจากนิวรณ์และไม่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ก็มี
สังขารขันธ์ที่เป็นปรามาสก็มี ที่ไม่เป็นปรามาสก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของปรามาสก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของปรามาสก็มี สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยปรามาสก็มี ที่วิปปยุตจากปรามาสก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นปรามาสและเป็นอารมณ์ของปรามาสก็มี ที่เป็นอารมณ์ของปรามาสแต่ไม่เป็นปรามาสก็มี สังขารขันธ์ที่วิปปยุตจากปรามาสแต่เป็นอารมณ์ของปรามาสก็มี ที่วิปปยุตจากปรามาสและไม่เป็นอารมณ์ของปรามาสก็มี
สังขารขันธ์ที่กรรมอันสัมปยุตด้วยตัณหาทิฏฐิยึดครองก็มี ที่กรรมอันสัมปยุตด้วยตัณหาทิฏฐิไม่ยึดครองก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นอุปาทานก็มี ที่ไม่เป็นอุปาทานก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยอุปาทานก็มี ที่วิปปยุตจากอุปาทานก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นอุปาทานและเป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของอุปาทานแต่ไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นอุปาทานและสัมปยุตด้วยอุปาทานก็มี ที่สัมปยุตด้วยอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทานก็มี สังขารขันธ์ที่วิปปยุตจากอุปาทานแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ที่วิปปยุตจากอุปาทานและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มีสังขารขันธ์ที่เป็นกิเลสก็มี
ที่ไม่เป็นกิเลสก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี สังขารขันธ์ที่กิเลสทำให้เศร้าหมองก็มี ที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองก็มี สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยกิเลสก็มี ที่วิปปยุตจากกิเลสก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นกิเลสและเป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี ที่เป็นอารมณ์ของกิเลสแต่ไม่เป็นกิเลสก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นกิเลสและกิเลสทำให้เศร้าหมองก็มี ที่กิเลสทำให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลสก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นกิเลสและสัมปยุตด้วยกิเลสก็มี ที่สัมปยุตด้วยกิเลสแต่ไม่เป็นกิเลสก็มี สังขารขันธ์ที่วิปปยุตจากกิเลสแต่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี ที่วิปปยุตจากกิเลสและไม่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี
สังขารขันธ์ที่โสดาปัตติมรรคพึงประหาณก็มี ที่โสดาปัตติมรรคไม่พึงประหาณก็มี สังขารขันธ์ที่มรรคเบื้องสูง ๓ พึงประหาณก็มี ที่มรรคเบื้องสูง ๓ ไม่พึงประหาณก็มี สังขารขันธ์ที่มีเหตุอันโสดาปัตติมรรคพึงประหาณก็มี ที่ไม่มีเหตุอันโสดาปัตติมรรคพึงประหาณก็มี สังขารขันธ์ที่มีเหตุอันมรรคเบื้องสูง ๓ พึงประหาณก็มี ที่ไม่มีเหตุอันมรรคเบื้องสูง ๓ พึงประหาณก็มี
สังขารขันธ์ที่มีวิตกก็มี ที่ไม่มีวิตกก็มี สังขารขันธ์ที่มีวิจารก็มี ที่ไม่มีวิจารก็มี สังขารขันธ์ที่มีปีติก็มี ที่ไม่มีปีติก็มี สังขารขันธ์ที่สหรคตด้วยปีติก็มี ที่ไม่สหรคตด้วยปีติก็มี สังขารขันธ์ที่สหรคตด้วยสุขก็มี ที่ไม่สหรคตด้วยสุขก็มี สังขารขันธ์ที่สหรคตด้วยอุเบกขาก็มี ที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาก็มี
สังขารขันธ์ที่เป็นกามาวจรก็มี ที่ไม่เป็นกามาวจรก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นรูปาวจรก็มี ที่ไม่เป็นรูปาวจรก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นอรูปาวจรก็มี ที่ไม่เป็นอรูปาวจรก็มี สังขารขันธ์ที่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ก็มี ที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ก็มี สังขารขันธ์ที่เป็นเหตุนำออกจากสังสารวัฏก็มี ที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากสังสารวัฏก็มี สังขารขันธ์ที่ให้ผลแน่นอนก็มี ที่ให้ผลไม่แน่นอนก็มี สังขารขันธ์ที่มีธรรมอื่นยิ่งกว่าก็มี ที่ไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่าก็มี สังขารขันธ์ที่เกิดกับกิเลสอันเป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ก็มี ที่ไม่เกิดกับกิเลสอันเป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ก็มีสังขารขันธ์หมวดละ ๓ คือ สังขารขันธ์ที่เป็นกุศลก็มี ที่เป็นอกุศลก็มี ที่เป็นอัพยากฤตก็มี ... สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้
{๖๗} [๙๕] สังขารขันธ์หมวดละ ๑ คือ สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยจิต
สังขารขันธ์หมวดละ ๒ คือ สังขารขันธ์ที่เกิดกับกิเลสอันเป็นเหตุ ให้สัตว์ร้องไห้ก็มี ที่ไม่เกิดกับกิเลสอันเป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ก็มี
สังขารขันธ์หมวดละ ๓ คือ สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาก็มี ที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาก็มี ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาก็มี ... สังขารขันธ์
ที่มีอารมณ์เป็นภายในตนก็มี ที่มีอารมณ์เป็นภายนอกตนก็มี ที่มีอารมณ์เป็นภายในตนและภายนอกตนก็มี ... สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้
จบ ทุกมูลกวาร
ติกมูลกวาร
{๖๘} [๙๖] สังขารขันธ์หมวดละ ๑ คือ สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยจิต
สังขารขันธ์หมวดละ ๒ คือ สังขารขันธ์ที่เป็นเหตุก็มี ที่ไม่เป็นเหตุก็มี
สังขารขันธ์หมวดละ ๓ คือ สังขารขันธ์ที่เป็นกุศลก็มี ที่เป็นอกุศลก็มี ที่เป็นอัพยากฤตก็มี...สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้[๙๗] สังขารขันธ์หมวดละ ๑ คือ สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยจิต
สังขารขันธ์หมวดละ ๒ คือ สังขารขันธ์ที่เกิดกับกิเลสอันเป็นเหตุ ให้สัตว์ร้องไห้ก็มี ที่ไม่เกิดกับกิเลสอันเป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ก็มีสังขารขันธ์หมวดละ ๓ คือ สังขารขันธ์ที่เป็นกุศลก็มี ที่เป็นอกุศลก็มี ที่เป็นอัพยากฤตก็มี ... สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้[๙๘] สังขารขันธ์หมวดละ ๑ คือ สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยจิต
สังขารขันธ์หมวดละ ๒ คือ สังขารขันธ์ที่เป็นเหตุก็มี ที่ไม่เป็นเหตุก็มี
สังขารขันธ์หมวดละ ๓ คือ สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาก็มี ที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาก็มี ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาก็มี ... สังขารขันธ์ที่มีอารมณ์เป็นภายในตนก็มี ที่มีอารมณ์เป็นภายนอกตนก็มี ที่มีอารมณ์เป็นภายในตนและภายนอกตนก็มี ... สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้
[๙๙] สังขารขันธ์หมวดละ ๑ คือ สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยจิต
สังขารขันธ์หมวดละ ๒ คือ สังขารขันธ์ที่เกิดกับกิเลสอันเป็นเหตุ ให้สัตว์ร้องไห้ก็มี ที่ไม่เกิดกับกิเลสอันเป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ก็มี
สังขารขันธ์หมวดละ ๓ คือ สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาก็มี ที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาก็มี ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาก็มี ... สังขารขันธ์ที่มีอารมณ์เป็นภายในตนก็มี ที่มีอารมณ์เป็นภายนอกตนก็มี ที่มีอารมณ์เป็นภายในตนและภายนอกตนก็มี ... สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้
จบ ติกมูลกวาร
อุภโตวัฑฒกวาร
{๖๙} [๑๐๐] สังขารขันธ์หมวดละ ๑ คือ สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยจิต
สังขารขันธ์หมวดละ ๒ คือ สังขารขันธ์ที่เป็นเหตุก็มี ที่ไม่เป็นเหตุก็มี
สังขารขันธ์หมวดละ ๓ คือ สังขารขันธ์ที่เป็นกุศลก็มี ที่เป็นอกุศลก็มี ที่เป็นอัพยากฤตก็มี ... สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้[๑๐๑] สังขารขันธ์หมวดละ ๑ คือ สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยจิต
สังขารขันธ์หมวดละ ๒ คือ สังขารขันธ์ที่มีเหตุก็มี ที่ไม่มีเหตุก็มี
สังขารขันธ์หมวดละ ๓ คือ สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาก็มี ที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาก็มี ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาก็มี ... สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้[๑๐๒] สังขารขันธ์หมวดละ ๑ คือ สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยจิต
สังขารขันธ์หมวดละ ๒ คือ สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยเหตุก็มี ที่วิปปยุตจากเหตุก็มี
สังขารขันธ์หมวดละ ๓ คือ สังขารขันธ์ที่เป็นวิบากก็มี ที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากก็มี ที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากก็มี ... สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้
[๑๐๓] สังขารขันธ์หมวดละ ๑ คือ สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยจิต
สังขารขันธ์หมวดละ ๒ คือ สังขารขันธ์ที่เป็นเหตุและมีเหตุก็มี ที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุก็มี
สังขารขันธ์หมวดละ ๓ คือ สังขารขันธ์ที่กรรมอันสัมปยุตด้วยตัณหา ทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ที่กรรมอันสัมปยุตด้วยตัณหาทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ที่กรรมอันสัมปยุตด้วยตัณหาทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ... สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้[๑๐๔] สังขารขันธ์หมวดละ ๑ คือ สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยจิต
สังขารขันธ์หมวดละ ๒ คือ สังขารขันธ์เป็นเหตุและสัมปยุตด้วยเหตุก็มี ที่สัมปยุตด้วยเหตุแต่ไม่เป็นเหตุก็มี
สังขารขันธ์หมวดละ ๓ คือ สังขารขันธ์ที่กิเลสทำให้เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี ที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี ที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี ... สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้[๑๐๕] สังขารขันธ์หมวดละ ๑ คือ สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยจิต
สังขารขันธ์หมวดละ ๒ คือ สังขารขันธ์ที่ไม่เป็นเหตุแต่มีเหตุก็มี ที่ไม่เป็นเหตุและไม่มีเหตุก็มี
สังขารขันธ์หมวดละ ๓ คือ สังขารขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารก็มี ที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี ... สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้
[๑๐๖] สังขารขันธ์หมวดละ ๑ คือ สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยจิต
สังขารขันธ์หมวดละ ๒ คือ สังขารขันธ์ที่เป็นโลกิยะก็มี ที่เป็นโลกุตตระก็มี
สังขารขันธ์หมวดละ ๓ คือ สังขารขันธ์ที่สหรคตด้วยปีติก็มี ที่สหรคตด้วยสุขก็มี ที่สหรคตด้วยอุเบกขาก็มี ... สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้
[๑๐๗] สังขารขันธ์หมวดละ ๑ คือ สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยจิต
สังขารขันธ์หมวดละ ๒ คือ สังขารขันธ์ที่จิตบางดวงรู้ได้ก็มี ที่จิตบางดวงรู้ไม่ได้ก็มี
สังขารขันธ์หมวดละ ๓ คือ สังขารขันธ์ที่โสดาปัตติมรรคพึงประหาณก็มี ที่มรรคเบื้องสูง ๓ พึงประหาณก็มี ที่โสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องสูง ๓ ไม่พึงประหาณก็มี ... สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้[๑๐๘] สังขารขันธ์หมวดละ ๑ คือ สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยจิต
สังขารขันธ์หมวดละ ๒ คือ สังขารขันธ์ที่เป็นอาสวะก็มี ที่ไม่เป็นอาสวะก็มี
สังขารขันธ์หมวดละ ๓ คือ สังขารขันธ์ที่มีเหตุอันโสดาปัตติมรรคพึงประหาณก็มี ที่มีเหตุอันมรรคเบื้องสูง ๓ พึงประหาณก็มี ที่ไม่มีเหตุอันโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องสูง ๓ พึงประหาณก็มี ... สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้[๑๐๙] สังขารขันธ์หมวดละ ๑ คือ สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยจิต
สังขารขันธ์หมวดละ ๒ คือ สังขารขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี
สังขารขันธ์หมวดละ ๓ คือ สังขารขันธ์ที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติก็มี ที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานก็มี ที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติและไม่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานก็มี ... สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้[๑๑๐] สังขารขันธ์หมวดละ ๑ คือ สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยจิต
สังขารขันธ์หมวดละ ๒ คือ สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยอาสวะก็มี ที่วิปปยุตจากอาสวะก็มี
สังขารขันธ์หมวดละ ๓ คือ สังขารขันธ์ที่เป็นของเสกขบุคคลก็มี ที่เป็นของอเสกขบุคคลก็มี ที่ไม่เป็นของเสกขบุคคลและไม่เป็นของอเสกขบุคคลก็มี ... สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้[๑๑๑] สังขารขันธ์หมวดละ ๑ คือ สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยจิต
สังขารขันธ์หมวดละ ๒ คือ สังขารขันธ์ที่เป็นอาสวะและเป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี ที่เป็นอารมณ์ของอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะก็มี
สังขารขันธ์หมวดละ ๓ คือ สังขารขันธ์ที่เป็นปริตตะก็มี ที่เป็นมหัคคตะก็มี ที่เป็นอัปปมาณะก็มี ... สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้
[๑๑๒] สังขารขันธ์หมวดละ ๑ คือ สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยจิต
สังขารขันธ์หมวดละ ๒ คือ สังขารขันธ์ที่เป็นอาสวะและสัมปยุตด้วยอาสวะก็มี ที่สัมปยุตด้วยอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะก็มี
สังขารขันธ์หมวดละ ๓ คือ สังขารขันธ์ที่มีอารมณ์เป็นปริตตะก็มี ที่มีอารมณ์เป็นมหัคคตะก็มี ที่มีอารมณ์เป็นอัปปมาณะก็มี ... สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้[๑๑๓] สังขารขันธ์หมวดละ ๑ คือ สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยจิต
สังขารขันธ์หมวดละ ๒ คือ สังขารขันธ์เป็นวิปปยุตจากอาสวะแต่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี ที่วิปปยุตจากอาสวะและไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มีสังขารขันธ์หมวดละ ๓ คือ สังขารขันธ์ที่เป็นอย่างต่ำก็มี ที่เป็นอย่างปานกลางก็มี ที่เป็นอย่างประณีตก็มี ... สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้[๑๑๔] สังขารขันธ์หมวดละ ๑ คือ สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยจิต
สังขารขันธ์หมวดละ ๒ คือ สังขารขันธ์ที่เป็นสังโยชน์ก็มี ที่ไม่เป็นสังโยชน์ก็มี
สังขารขันธ์หมวดละ ๓ คือ สังขารขันธ์ที่มีสภาวะผิดและให้ผลแน่นอนก็มี ที่มีสภาวะชอบและให้ผลแน่นอนก็มี ที่ให้ผลไม่แน่นอนก็มี ... สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้[๑๑๕] สังขารขันธ์หมวดละ ๑ คือ สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยจิต
สังขารขันธ์หมวดละ ๒ คือ สังขารขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มี
สังขารขันธ์หมวดละ ๓ คือ สังขารขันธ์ที่มีมรรคเป็นอารมณ์ก็มี ที่มีมรรคเป็นเหตุก็มี ที่มีมรรคเป็นอธิบดีก็มี ... สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้[๑๑๖] สังขารขันธ์หมวดละ ๑ คือ สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยจิต
สังขารขันธ์หมวดละ ๒ คือ สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์ก็มี ที่วิปปยุตจากสังโยชน์ก็มี
สังขารขันธ์หมวดละ ๓ คือ สังขารขันธ์ที่เกิดขึ้นก็มี ที่ยังไม่เกิดขึ้นก็มี ที่จักเกิดขึ้นก็มี ... สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้
[๑๑๗] สังขารขันธ์หมวดละ ๑ คือ สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยจิต
สังขารขันธ์หมวดละ ๒ คือ สังขารขันธ์ที่เป็นสังโยชน์และเป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มี ที่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์แต่ไม่เป็นสังโยชน์ก็มีสังขารขันธ์หมวดละ ๓ คือ สังขารขันธ์ที่เป็นอดีตก็มี ที่เป็นอนาคตก็มี ที่เป็นปัจจุบันก็มี ... สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้[๑๑๘] สังขารขันธ์หมวดละ ๑ คือ สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยจิต
สังขารขันธ์หมวดละ ๒ คือ สังขารขันธ์ที่เป็นสังโยชน์และสัมปยุตด้วยสังโยชน์ก็มี ที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์แต่ไม่เป็นสังโยชน์ก็มีสังขารขันธ์หมวดละ ๓ คือ สังขารขันธ์ที่มีอารมณ์เป็นอดีตก็มี ที่มีอารมณ์เป็นอนาคตก็มี ที่มีอารมณ์เป็นปัจจุบันก็มี ... สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้[๑๑๙] สังขารขันธ์หมวดละ ๑ คือ สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยจิต
สังขารขันธ์หมวดละ ๒ คือ สังขารขันธ์ที่วิปปยุตจากสังโยชน์แต่ไม่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มี ที่วิปปยุตจากสังโยชน์และไม่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มีสังขารขันธ์หมวดละ ๓ คือ สังขารขันธ์ที่เป็นภายในตนก็มี ที่เป็นภายนอกตนก็มี ที่เป็นภายในตนและภายนอกตนก็มี ... สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้[๑๒๐] สังขารขันธ์หมวดละ ๑ คือ สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยจิต
สังขารขันธ์หมวดละ ๒ คือ สังขารขันธ์ที่เป็นคันถะก็มี ที่ไม่เป็นคันถะก็มี
สังขารขันธ์หมวดละ ๓ คือ สังขารขันธ์ที่มีอารมณ์เป็นภายในตนก็มี ที่มีอารมณ์เป็นภายนอกตนก็มี ที่มีอารมณ์เป็นภายในตนและภายนอกตนก็มี ... สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้
จบ อุภโตวัฑฒกวาร
พหุวิธวาร
{๗๐} สังขารขันธ์หมวดละ ๗ คือ สังขารขันธ์ที่เป็นกุศลก็มี ที่เป็นอกุศลก็มี ที่เป็นอัพยากฤตก็มี ที่เป็นกามาวจรก็มี ที่เป็นรูปาวจรก็มี ที่เป็นอรูปาวจรก็มี ที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ก็มี สังขารขันธ์หมวดละ ๗ ด้วยประการฉะนี้
สังขารขันธ์หมวดละ ๗ อีกหมวดหนื่ง คือ สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วย สุขเวทนาก็มี ที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาก็มี ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาก็มี ที่เป็นกามาวจรก็มี ที่เป็นรูปาวจรก็มี ที่เป็นอรูปาวจรก็มี ที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ก็มี ... ที่มีอารมณ์เป็นภายในตนก็มี ที่มีอารมณ์เป็นภายนอกตนก็มี ที่มีอารมณ์เป็นภายในตนและภายนอกตนก็มี ที่เป็นกามาวจรก็มี ที่เป็นรูปาวจรก็มี ที่เป็นอรูปาวจรก็มี ที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ก็มี สังขารขันธ์หมวดละ ๗ ด้วยประการฉะนี้{๗๑} สังขารขันธ์หมวดละ ๒๔ คือ เพราะจักขุสัมผัสเป็นปัจจัย สังขารขันธ์ที่เป็นกุศลก็มี ที่เป็นอกุศลก็มี ที่เป็นอัพยากฤตก็มี เพราะโสตสัมผัสเป็นปัจจัย ... เพราะฆานสัมผัสเป็นปัจจัย ... เพราะชิวหาสัมผัสเป็นปัจจัย ... เพราะกายสัมผัสเป็นปัจจัย ... เพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัย สังขารขันธ์ที่เป็นกุศลก็มี ที่เป็นอกุศลก็มี ที่เป็นอัพยากฤตก็มี เจตนาที่เกิดจากจักขุสัมผัส ... เจตนาที่เกิดจากมโนสัมผัส สังขารขันธ์หมวดละ ๒๔ ด้วยประการฉะนี้สังขารขันธ์หมวดละ ๒๔ อีกหมวดหนึ่ง คือ เพราะจักขุสัมผัสเป็นปัจจัย สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาก็มี ที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาก็มี
ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาก็มี ... ที่มีอารมณ์เป็นภายในตนก็มี ที่มีอารมณ์เป็นภายนอกตนก็มี ที่มีอารมณ์เป็นภายในตนและภายนอกตนก็มี เจตนาที่เกิดจากจักขุสัมผัส ... เจตนาที่เกิดจากมโนสัมผัส เพราะโสตสัมผัสเป็นปัจจัย ... เพราะฆานสัมผัสเป็นปัจจัย ... เพราะชิวหาสัมผัสเป็นปัจจัย ... เพราะกายสัมผัสเป็นปัจจัย ... เพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัย สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาก็มี ... ที่มีอารมณ์เป็นภายในตนก็มี ที่มีอารมณ์เป็นภายนอกตนก็มี ที่มีอารมณ์เป็นภายในตนและภายนอกตนก็มี เจตนาที่เกิดจากจักขุสัมผัส ... เจตนาที่เกิดจากมโนสัมผัส สังขารขันธ์หมวดละ ๒๔ ด้วยประการฉะนี้{๗๒}
สังขารขันธ์หมวดละ ๓๐ คือ เพราะจักขุสัมผัสเป็นปัจจัย สังขารขันธ์ที่เป็นกามาวจรก็มี ที่เป็นรูปาวจรก็มี ที่เป็นอรูปาวจรก็มี ที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ก็มี เพราะโสตสัมผัสเป็นปัจจัย ... เพราะฆานสัมผัสเป็นปัจจัย ... เพราะชิวหาสัมผัสเป็นปัจจัย ... เพราะกายสัมผัสเป็นปัจจัย ... เพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัย สังขารขันธ์ที่เป็นกามาวจรก็มี ที่เป็นรูปาวจรก็มี ที่เป็นอรูปาวจรก็มี ที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ก็มี เจตนาที่เกิดจากจักขุสัมผัส ... เจตนาที่เกิดจากมโนสัมผัส สังขารขันธ์หมวดละ ๓๐ ด้วยประการฉะนี้{๗๓} สังขารขันธ์หมวดละมากอย่าง คือ เพราะจักขุสัมผัสเป็นปัจจัย สังขารขันธ์ที่เป็นกุศลก็มี
ที่เป็นอกุศลก็มี ที่เป็นอัพยากฤตก็มี ที่เป็นกามาวจรก็มี ที่เป็นรูปาวจรก็มี ที่เป็นอรูปาวจรก็มี ที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ก็มี เพราะโสตสัมผัสเป็นปัจจัย ... เพราะฆานสัมผัสเป็นปัจจัย ... เพราะชิวหาสัมผัสเป็นปัจจัย ... เพราะกายสัมผัสเป็นปัจจัย ... เพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัย สังขารขันธ์ที่เป็นกุศลก็มี ที่เป็นอกุศลก็มี ที่เป็นอัพยากฤตก็มี ที่เป็นกามาวจรก็มี ที่เป็นรูปาวจรก็มี ที่เป็นอรูปาวจรก็มี ที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ก็มี เจตนาที่เกิดจากจักขุสัมผัส ... เจตนาที่เกิดจากมโนสัมผัส สังขารขันธ์หมวดละมากอย่างด้วยประการฉะนี้
สังขารขันธ์หมวดละมากอย่างอีกหมวดหนึ่ง คือ เพราะจักขุสัมผัสเป็นปัจจัย สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาก็มี ที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาก็มี ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาก็มี ... ที่มีอารมณ์เป็นภายในตนก็มี ที่มีอารมณ์เป็นภายนอกตนก็มี ที่มีอารมณ์เป็นภายในตนและภายนอกตนก็มี ที่เป็นกามาวจรก็มี ที่เป็นรูปาวจรก็มี ที่เป็นอรูปาวจรก็มี ที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ก็มี เพราะโสตสัมผัสเป็นปัจจัย ... เพราะฆานสัมผัสเป็นปัจจัย ... เพราะชิวหาสัมผัสเป็นปัจจัย ... เพราะกายสัมผัสเป็นปัจจัย ... เพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัย สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาก็มี ... ที่มีอารมณ์เป็นภายในตนก็มี ที่มีอารมณ์เป็นภายนอกตนก็มี ที่มีอารมณ์เป็นภายในตนและภายนอกตนก็มี ที่เป็นกามาวจรก็มี ที่เป็นรูปาวจรก็มี ที่เป็นอรูปาวจรก็มี ที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ก็มี เจตนาที่เกิดจากจักขุสัมผัส ... เจตนาที่เกิดจากมโนสัมผัส สังขารขันธ์หมวดละมากอย่างด้วยประการฉะนี้
สภาวธรรมนี้เรียกว่าสังขารขันธ์
จบ พหุวิธวาร
๕. วิญญาณขันธ์
[๑๒๑] ในขันธ์ ๕ นั้น วิญญาณขันธ์ เป็นไฉน
ทุกมูลกวาร
{๗๔} วิญญาณขันธ์หมวดละ ๑ คือ วิญญาณขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ
วิญญาณขันธ์หมวดละ ๒ คือ วิญญาณขันธ์ที่มีเหตุก็มี ที่ไม่มีเหตุก็มี
วิญญาณขันธ์หมวดละ ๓ คือ วิญญาณขันธ์ที่เป็นกุศลก็มี ที่เป็นอกุศลก็มี ที่เป็นอัพยากฤตก็มี
จบ สังขารขันธ์